• drdan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kriengsak@kriengsak.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 552
  • จำนวนผู้ชม : 572806
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1866 คน
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ขอคิดอย่างสร้างสรรค์ กับ ความรู้ ความคิด ไมตรีจิต ความดี ของ ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เกี่ยวกับ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม 2551
Posted by drdan , ผู้อ่าน : 1380 , 12:44:09 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

      สัจธรรมในทางการเมืองคือ แม้เศรษฐกิจจะมีหลายเป้าหมายที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล แต่ทุกรัฐบาลปรารถนาให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

      ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศนโยบายลดภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เช่น การเพิ่มวงเงินได้สุทธิที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การเพิ่มวงเงินยกเว้นและหักค่าลดหย่อนเงินออมประเภทต่าง ๆ และการเพิ่มวงเงินหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคู่สมรส บิดา มารดา และบุตรที่พิการ

      นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกที่สอง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า เช่น กองทุนหมู่บ้านและ SML การกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ (Megaproject) โดยรัฐบาลเชื่อว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้จะสูงถึงร้อยละ 6

      ในบทความนี้ผมจะวิเคราะห์ถึงผลดี-ผลเสีย และประสิทธิผลของมาตรการของรัฐบาล และเสนอแนวคิดเกี่ยวกับ Negative tax ซึ่งผมเห็นว่าเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ “เกาถูกที่คัน” มากที่สุด

      อนึ่ง บทความนี้มุ่งวิเคราะห์ผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลต่อเศรษฐกิจมหภาคเฉพาะด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงขอละการวิเคราะห์ผลในด้านของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไว้ก่อน

      สำหรับนโยบายลดภาษีนั้น ในหลักการถือว่าเป็นนโยบายที่ดีในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากการลดภาษีหรือคืนภาษีทำให้ประชาชนมีรายได้ที่ใช้จ่ายได้จริง (Disposable income) มากขึ้น ซึ่งจะทำให้การใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้น และทำให้ภาคการผลิตขยายตัว แนวคิดเศรษฐศาสตร์มหภาคสำนักคลาสสิคยังถือว่าการลดภาษีเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีที่สุด เพราะมองว่าการลดภาษีเป็นการเพิ่มอุปทานมวลรวม (Aggregate Supply) ซึ่งทำให้เศรษฐกิจขยายตัวโดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพด้านราคา

      อย่างไรก็ตาม ประสิทธิผลของนโยบายในทางปฏิบัติขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายที่งบประมาณทุ่มลงไป หากเม็ดเงินลงไปที่กลุ่มคนจน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีประสิทธิผลมาก เพราะคนจนมีค่าความโน้มเอียงที่จะบริโภคสูงกว่ากลุ่มคนที่มีรายได้สูง กล่าวคือเมื่อได้รับเงินมาจะมีแนวโน้มนำเงินไปใช้จ่ายมากกว่าผู้ที่มีรายได้สูง ซึ่งมีแนวโน้มจะนำไปออมมากกว่าคนจน

      แต่เนื่องจากคนยากจนในประเทศไทยมีรายได้ต่ำกว่าระดับที่ต้องจ่ายภาษี ผลของมาตรการลดภาษีอาจเรียกได้ว่า “ฝนตกไม่ทั่วฟ้า” ดังที่หลายฝ่ายวิจารณ์กัน เพราะผู้ที่ได้ประโยชน์คือผู้ที่มีรายได้ระดับกลางซึ่งเดิมเคยเสียภาษีจะได้รับการยกเว้นภาษีจากมาตรการนี้ แต่คนกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้ที่มีความโน้มเอียงที่จะบริโภคสูงที่สุด ขณะที่คนจนตัวจริงไม่ได้รับประโยชน์เพราะไม่ต้องจ่ายภาษีอยู่แล้ว

      ส่วนมาตรการลดภาษีที่สนับสนุนการออม โดยหลักการเป็นนโยบายที่ดี แต่ในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น การส่งเสริมการออมอาจให้ผลตรงกันข้าม เนื่องจากการที่ภาคเอกชนนำเงินได้ไปออมมากขึ้นเท่ากับว่าเงินที่ใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการจะลดลง แต่หากมองว่าจะมีการนำเงินออมไปลงทุนนั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการออมสูงอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือภาคการผลิตไม่มีความต้องการนำเงินออมไปลงทุน ดังนั้นเงินออมที่เพิ่มขึ้นจึงอาจมิได้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนได้มากนัก

      สรุปได้ว่า มาตรการลดภาษีของรัฐบาลอาจไม่ได้ผลเต็มเม็ดเต็มหน่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะชนชั้นกลางและภาคเอกชนที่ได้รับการยกเว้นภาษีจะนำเงินไปออมมากขึ้น

      เมื่อหันมาพิจารณามาตรการด้านรายจ่ายภาครัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมาตรการเดิมในรัฐบาลทักษิณ เช่น กองทุนหมู่บ้าน SML และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เป็นต้น

      ส่วนใหญ่ของมาตรการเหล่านี้เป็นการอัดฉีดเม็ดเงินไปที่ระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีความโน้มเอียงที่จะบริโภคสูง และนโยบายเหล่านี้ยังมุ่งให้นำเงินไปใช้จ่ายเพื่อลงทุนมากกว่าการบริโภค ขณะที่โครงการลงทุนขนาดใหญ่ยังก่อให้เกิดรายจ่ายในการซื้อสินค้าทุนและการจ้างงานมหาศาล โดยหลักการแล้ว มาตรการด้านรายจ่ายของภาครัฐเหล่านี้ น่าจะมีประสิทธิผลในการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

      อย่างไรก็ตาม โครงการอัดฉีดเงินลงไประดับรากหญ้ามีลักษณะฝนตกไม่ทั่วฟ้าเช่นกัน แม้ว่าเงินจะลงไปทุกหมู่บ้าน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ควรได้รับจะได้รับเงินส่วนนี้ เพราะเงินที่ได้รับจากรัฐจะถูกจัดสรรปันส่วนตาม “ดุลยพินิจ” ของผู้มีอำนาจในชุมชน และการใช้จ่ายภาครัฐยังมีหลายขั้นตอน จึงอาจล่าช้าในการกระตุ้นเศรษฐกิจและมีช่องทางการคอร์รัปชันได้ง่าย ทำให้เม็ดเงินเหลือไปถึงรากหญ้าไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

      ประสิทธิผลของมาตรการด้านการใช้จ่ายภาครัฐอาจไม่มากเท่าที่ควร แม้การใช้จ่ายงบประมาณจะมุ่งลงไปที่ระดับรากหญ้าโดยตรง แต่มีอุปสรรคด้านการบริหารงบประมาณในหลายด้าน

      ในความเห็นผม Negative Tax น่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีกว่าสองแนวทางข้างต้น เพราะ Negative Tax เป็นการอัดฉีดเงินไปที่คนจนจริง ๆ และยังมีรูรั่วด้านการบริหารงบประมาณน้อย

      Negative Tax เป็นแนวคิดที่เสนอโดยนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังมากมาย รวมทั้งนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลอย่าง Milton Friedman และ Joseph Stiglitz โดยวิธีการดำเนินการ คือการปรับระบบภาษีให้มี 2 ระบบ เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะมีทั้ง Positive tax ที่เป็นภาษีระบบเดิม และ Negative tax ซึ่งเป็นการคืนภาษีตามรายได้ให้กับผู้จ่ายภาษี โดยภาษีจาก 2 ระบบนี้จะหักลบกัน หมายความว่า แทนที่คนยากจนที่ได้รับเพียงการยกเว้นภาษีในระบบ Positive tax แบบเดิม แต่จะได้รับเงินคืนภาษี (tax refund) จากระบบ Negative tax ด้วย โดยผู้ที่จะได้ภาษีคืนจะต้องมาลงทะเบียนและรับเลขประจำตัวผู้เสียภาษี

      ผลดีของ Negative tax ประการแรกคือมีประสิทธิผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจสูง เพราะเม็ดเงินลงไปที่คนจนโดยตรง รวดเร็ว และยากที่จะคอร์รัปชันได้ เพราะมีขั้นตอนสั้น ประการต่อมาคือเงินคืนภาษีจะครอบคลุมประชากรที่ทำงานได้เกือบทุกคนจึงช่วยกระจายรายได้ไปสู่คนจนได้ดียิ่งขึ้น และประการสุดท้ายคือจูงใจให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งจะมีประโยชน์ในการจัดสวัสดิการสังคมอื่น ๆ ด้วย

      อย่างไรก็ตาม Negative tax ยังมีข้อจำกัด เพราะยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที และมีปัญหาการไม่ทราบรายได้ที่แท้จริงของแรงงานนอกระบบ รวมทั้งมาตรการนี้ไม่ครอบคลุมคนที่ไม่มีงานทำเพราะช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจต้องช่วยเหลือด้วยมาตรการสังคมสงเคราะห์อื่น ๆ

       โดยสรุปแล้ว ทั้งมาตรการลดภาษีให้แก่ชนชั้นกลาง และมาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่รากหญ้านั้น อาจถือได้ว่าสอบผ่าน แต่ยังไม่ดีเลิศ เนื่องจากยังไม่ใช่มาตรการที่ดีที่สุด ผมจึงขอเสนอว่าในระยะสั้น อย่างน้อยรัฐบาลควรดำเนินการตามมาตรการที่ได้ประกาศไว้แล้วก่อน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทั้งจากทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจว่านโยบายรัฐมีความคงเส้นคงวาซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการบริหารนโยบาย เศรษฐกิจมหภาค แล้วในระยะกลาง (ซึ่งไม่ควรจะนานนัก) รัฐบาลจำเป็นต้องศึกษาความเป็นไปได้และวิธีการดำเนินการของระบบภาษีแบบ Negative tax อันน่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมทั้งการกระจายรายได้ที่ดีกว่า  
 
* นำมาจากหนังสือพิมพ์โพสทูเดย์ ฉบับวันพฤหัสบดีที่20 มีนาคม 2551

 ** ที่มาของภาพ - http://www.smh.com.au/ffximage/2006/03/01/money.jpg




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
drdan วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 14.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
Prof.Kriengsak Chareonwongsak

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 22/03/2008 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีวันเสาร์ค่ะ

ขอให้วันนี้เป็นวันที่สดใส .. มีความสุขมากๆในวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/03/2008 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

วงเวียน วังวน วุ่นวาย...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

“คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" 30.03.2552

จุดประกายความคิด พร้อมเปิดโลกทัศน์ ในมุมมองที่แตกต่าง แต่ทำได้ ในรายการวิทยุ “คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 06.00 – 06.45 น.ทาง FM 102 Working Station คลื่นคนทำงาน ดำเนินรายการโด

View All
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]