• drdan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kriengsak@kriengsak.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 552
  • จำนวนผู้ชม : 564062
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1866 คน
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ขอคิดอย่างสร้างสรรค์ กับ ความรู้ ความคิด ไมตรีจิต ความดี ของ ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เกี่ยวกับ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2551
Posted by drdan , ผู้อ่าน : 988 , 09:54:51 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



ที่มาของภาพ <http://www.backpackertaxrefunds.com.au/index_images/dollarsigns.gif>
 
               ประเทศที่มีระบบภาษีขั้นมาตรฐาน ทุกประเทศนั้นต้องมีระบบการคืนภาษี (Tax refund system) ซึ่งรวมถึงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ด้วย เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มีระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาซื้อของในประเทศไทย
 
               ผมจึงเกิดความคิดที่จะเสนอนโยบายใหม่ซึ่งประเทศไทยไม่เคยมีมาก่อน คือ การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่คนยากจนสำหรับเป็นเงินออมระยะยาว เนื่องด้วยแนวคิดและการดำเนินการของนโยบายนี้เป็นเรื่องใหม่ ทำให้จำเป็นต้องใช้เนื้อที่ในการอธิบายมากเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ผมจึงขอแบ่งบทความนี้ออกเป็น 2 ตอน โดยในตอนแรก ผมจะอธิบายถึงหลักการเชิงแนวคิดของนโยบายนี้ ส่วนแนวทางการดำเนินการภาคปฏิบัตินั้น ผมจะขออธิบายในตอนที่สอง
 
               หลักการและเหตุผลที่สนับสนุนนโยบายนี้อาจแบ่งได้เป็นสองประเด็น ประเด็นแรก คือ ความยุติธรรมในการจัดเก็บภาษีและการกระจายรายได้ และประเด็นที่สอง คือ ความจำเป็นในการออมระยะยาว อันเนื่องจากความเสี่ยงและผลกระทบจากการเปลี่ยนโครงสร้างประชากร
 
               สำหรับประเด็นแรก ภาษีมูลค่าเพิ่มได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นระบบภาษีที่ไม่เป็นธรรมสำหรับคนยากจน เนื่องจากคนจนต้องรับภาระภาษีมากกว่าคนรวย ซึ่งผมเห็นด้วยในประเด็นนี้ โดยจะขออธิบายดังต่อไปนี้
 
               ภาษีมูลค่าเพิ่มถูกจัดอยู่ในประเภทภาษีทางอ้อม ซึ่งเป็นภาษีที่ผู้ถูกเก็บสามารถผลักภาระไปให้ผู้อื่นได้ แม้รัฐบาลจะจัดระบบการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ผลิต แต่ผู้ผลิตจึงสามารถผลักภาระภาษีไปให้แก่ผู้บริโภคได้โดยการขึ้นราคาสินค้า จึงเท่ากับว่าผู้บริโภคที่ซื้อสินค้านั้นต้องร่วมรับภาระในการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
 
               หากพิจารณาอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มต่อราคาสินค้าที่ผู้บริโภคทุกคนต้องจ่ายในอัตราเท่ากัน อาจดูเหมือนว่าผู้บริโภคทุกคนมีภาระจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มเท่าเทียมกันและเป็นธรรม เพราะทุกคนต้องจับจ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ ยิ่งไปกว่านั้นคนรวยมักจะซื้อสินค้ามากกว่าคนยากจน ทำให้ต้องจ่ายภาษีเป็นมูลค่าโดยรวมที่มากกว่าคนยากจนอยู่แล้ว แต่หากพิจารณามูลค่าของภาษีมูลค่าเพิ่มที่คนยากจนต้องจ่ายเมื่อเทียบกับรายได้ของเขา คนยากจนจะมีอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่ายเมื่อเทียบกับรายได้สูงกว่าคนรวย เนื่องจากคนยากจนมีสัดส่วนรายจ่ายต่อรายได้สูงกว่าคนรวย
 
               ความแตกต่างระหว่างคนยากจนกับคนรวย คือการมีเงินออม คนจนนั้นแทบไม่มีเงินออมเลย ซ้ำร้ายกว่านั้นอาจจะต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาใช้จับจ่ายใช้สอยอีก  เพราะคนยากจนมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย แต่คนรวยนั้นสามารถมีเงินออมได้สูงเมื่อเทียบกับรายได้ รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายได้เท่านั้น
 
               ตามหลักเศรษฐศาสตร์การคลัง ระบบภาษีต้องถูกออกแบบเพื่อสร้างความเท่าเทียมในการกระจายรายได้ กล่าวคือเป็นระบบภาษีแบบอัตราก้าวหน้า (Progressive tax) ซึ่งเป็นระบบภาษีที่มีอัตราภาษีสูงขึ้นหากรายได้ของผู้จ่ายภาษีมากขึ้น ในขณะที่คนยากจนควรจะได้รับการยกเว้นภาษี ดังตัวอย่างระบบภาษีรายได้บุคคลธรรมดา แต่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มในปัจจุบันนั้น นอกจากคนจนจะไม่ได้รับการยกเว้นมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังมีอัตราภาษีต่อรายได้สูงกว่าคนรวยอีกด้วย
 
               ความจริงแล้ว กระทรวงการคลังไม่ได้ต้องการสร้างความไม่เป็นธรรมด้วยการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากคนจน เพียงแต่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติที่กรมสรรพากรจะไปสั่งให้ผู้ผลิตผลักภาระภาษีมูลค่าเพิ่มไปให้แต่คนซื้อที่รวยเท่านั้น ดังนั้นการจัดระบบภาษีเสียใหม่โดยนำเงินภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนที่คนจนจ่ายกลับคืนไปให้ตัวเขาเอง จึงอาจถือว่าเป็นการสร้างความเป็นธรรม เพราะทำให้คนจนซึ่งสมควรได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้วสามารถได้รับการยกเว้นจริงในภาคปฏิบัติ
 
               อีกประเด็นที่สนับสนุนแนวคิดของนโยบายนี้คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุ โดยมีสัดส่วนของจำนวนประชากรผู้สูงอายุต่อจำนวนประชากรทั้งหมดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ (ตารางที่ 1) ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่มีรายได้จากการทำงานตามปกติ แต่รายจ่ายกลับจะเพิ่มสูงขึ้นตามค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล เพราะสุขภาพที่ร่วงโรยไปตามวัย
 
               ตารางที่ 1: สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุต่อประชากรไทยทั้งหมด พ.ศ. 2548-2568
ปี
2548
2558
2568
ร้อยละของประชากรที่อายุเกิน 60 ปี
10.3
13.8
20.0
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
 
               ด้วยเหตุนี้ ปัจจัยหลักที่จะทำให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ได้คือเงินออม ไม่ว่าจะเป็นเงินออมซึ่งผู้สูงอายุออมไว้เองตั้งแต่เมื่อครั้งหนุ่มสาว หรือเงินออมของภาครัฐซึ่งรัฐบาลได้เตรียมวางแผนไว้ให้เพื่อช่วยเหลือในรูปของสวัสดิการ ทั้งนี้ข้อมูลในตารางที่ 1 ชี้ให้เห็นว่าในอีกประมาณ 20 ปีข้างหน้า ประชากรสูงอายุมีสัดส่วนจากประชากรทั้งหมดเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 2 เท่า ซึ่งอาจมีนัยว่าประเทศไทยต้องมีเงินออมเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่าด้วย
 
               ยิ่งไปกว่านั้น แนวโน้มสัดส่วนประชากรวัยแรงงานที่กำลังมีสัดส่วนลดลงนับตั้งแต่ช่วงปี 2553 - 2558 เป็นต้นไป แสดงว่ารายได้ของภาครัฐจากการจัดเก็บภาษีกำลังอัตราการเพิ่มขึ้นช้ากว่าการเพิ่มขึ้นของภาระงบประมาณที่จะต้องใช้ในการดูแลผู้สูงอายุ ขณะที่ครอบครัวมีแนวโน้มมีลูกน้อยลงทำให้ผู้สูงอายุในอนาคตพึ่งพาลูกหลานได้น้อยลง รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีนโยบายเพื่อที่จะเพิ่มเงินออมของประเทศ ทั้งเงินออมภาครัฐและภาคเอกชนให้สูงขึ้นอย่างเร่งด่วน ซึ่งการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้คนยากจนเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มเงินออมแก่คนยากจน
 
               ทั้งนี้ภาษีมูลค่าเพิ่มที่คืนให้คนจนสมควรเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาเองก็จริงอยู่ เพราะคนจนไม่สมควรต้องเสียภาษีอยู่แล้ว แต่รัฐบาลควรแน่ใจว่าเงินที่คืนให้นั้นจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาจริง ๆ ดังนั้นหากในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้าประชากรสูงอายุจะมีจำนวนมาก รัฐบาลมีภาระมากขึ้นและอาจดูแลไม่ทั่วถึง การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่คนจนในรูปเงินออมระยะยาว เพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาจะมีเงินออมส่วนหนึ่งสำหรับการดำรงชีวิตในวัยชราได้อย่างมีความสุขมากขึ้น จึงเป็นหลักการที่สมเหตุสมผล
 
               ในแง่เศรษฐกิจมหภาค การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในรูปของเงินออมระยะยาวเป็นการยืนยันถึงจำนวนเงินออมของประเทศ เพื่อที่จะสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรดังกล่าวได้
 
               ในบทความตอนแรกนี้พูดถึงเรื่องหลักการและแนวคิดซึ่งเป็นนามธรรม แต่ในบทความตอนต่อไปนั้นจะลงรายละเอียดของการนำแนวคิดนี้ไปใช้ ทั้งในด้านการบริหารนโยบาย สำหรับการออกแบบระบบการคิดเงินคืนภาษีและการสร้างบัญชีเงินออมระยะยาวเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและป้องกันไม่ให้เกิดการ “โกงระบบ” ได้ อีกทั้งจะกล่าวถึงประเด็นที่ควรพิจารณาอื่น ๆ ด้วย
 
* นำมาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันพุธดีที่28 พฤษภาคม 2551




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
drdan วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
Prof.Kriengsak Chareonwongsak

ขอบคุณครับ ติดตามตอนต่อไปนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
lost-in-space วันที่ : 30/05/2008 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lostinspace
เคยไหม ? ที่เดินไปยิ้มไปได้อยู่คนเดียว :)

เป็นแนวคิดระบบการจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่ ที่เป็นธรรมและยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการวางรากฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติในระยะยาวที่น่าสนใจมากเลยค่ะ

ขอบคุณ อ.เกรียงศักดิ์ แล้วจะมาติดตามอ่านรายละเอียดในเชิงปฏิบัติต่อไปค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

“คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" 30.03.2552

จุดประกายความคิด พร้อมเปิดโลกทัศน์ ในมุมมองที่แตกต่าง แต่ทำได้ ในรายการวิทยุ “คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 06.00 – 06.45 น.ทาง FM 102 Working Station คลื่นคนทำงาน ดำเนินรายการโด

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]