• drdan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kriengsak@kriengsak.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 552
  • จำนวนผู้ชม : 599749
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1866 คน
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ขอคิดอย่างสร้างสรรค์ กับ ความรู้ ความคิด ไมตรีจิต ความดี ของ ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เกี่ยวกับ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2558
Posted by drdan , ผู้อ่าน : 1544 , 13:52:05 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน วรรณสุข , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

จากแนวโน้มโลกอนาคตข้างต้น ประเด็นสำคัญที่ผมหยิบขึ้นมาคุยในรายละเอียดในบทความนี้คือ เรื่องแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นเมือง (urbanization) และการเพิ่มขึ้นของประชาชนที่อยู่อาศัยในเมือง สอดคล้องกับรายงาน UN - HABITAT state of the world’s cities 2006/7 คาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าที่จะถึงนี้ จะเกิด megacities 12 เมืองในเอเชีย รวมทั้งการที่เมืองมุมไบ เมืองเดลี เมืองเม็กซิโกซิตี้ เมืองเซาเปาโล เมืองนิวยอร์ก เมืองดาห์กา เมืองจากาต้าร์ และเมืองลากอส จะมีสถานะเป็น metacity โดย UN ได้ให้ความหมายของคำว่า metacity คือ เมืองที่มีการขยายตัว จนทำให้มีประชากรภายในเมืองนั้นมากกว่า 20 ล้านคน แต่ผมเคยนำเสนอบทความสร้างศัพท์เรื่อง Meta City ไว้ โดยได้นิยามความหมายคำว่า Meta City ในครั้งนั้นของผมเองว่าคือ เมืองที่เกิดการขยายตัวจนมีประชากรมากกว่า 50 ล้านคนอาศัยอยู่ ดังนั้น เพื่อป้องกันการสับสนและเกิดความซ้ำซ้อนในการใช้คำศัพท์ ผมจึงขอเสนอคำศัพท์ใหม่ เพื่ออธิบายถึงเมืองที่เกิดการขยายตัวจนมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 50 ล้านคน ว่า “Magna City”


ในนิยามของผม คำว่า Magna City เป็นคำที่สะท้อนถึงจำนวนของประชากรมากกว่า 50 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในเมือง อันเนื่องมาจากเมืองนั้นๆ เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือมีการรวมเมืองต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นเมืองใหญ่เพียงเมืองเดียว ดังเช่นตัวอย่างในประเทศจีน ที่ตั้งใจจะรวมเมืองทั้ง 9 เมืองจากกวางโจวถึงเสินเจิ้นไว้ด้วยกัน เรียกว่า The Pearl River Delta เพื่อให้ประชาชนสามารถท่องเที่ยว ใช้บริการทางการแพทย์ และใช้สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ในที่ต่างๆ กันได้อย่างอิสระ โดยคาดการณ์ว่าจะมีประชากรทั้งสิ้น 42 ล้านคนภายในปี 2017 เป็นต้น ซึ่งนอกจากประเทศจีนแล้ว ยังมีประเทศอินเดีย ที่น่าจับตามอง ด้วยมีการเพิ่มขึ้นของจำนวนเมือง (urban areas) จาก 34 เมือง เป็น 51 เมือง และจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่ง UN คาดการณ์ว่าอินเดียจะมีประชากรมากกว่าจีนในปี 2028 และในปี 2030 อินเดียจะมีประชากรในอาศัยในเมืองกว่าร้อยละ 40 หรือจะมีประชากรเพิ่มขึ้นกว่า 225 ล้านคนเข้ามาอาศัยในเขตเมือง ในขณะที่ปี 2050 อินเดียจะมีประชากรเข้ามาอาศัยในเมืองเพิ่มอีก 180 ล้านคน


จากการวิเคราะห์ พบว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิด Magna City คือ 1) จำนวนเมืองที่เพิ่มขึ้น ทั้งเมืองใหม่ (มีประชากรอาศัยมากกว่า 500,000 คน) megacity (ประชากรตั้งแต่ 10 - 19 ล้านคน) และ metacity (ประชากรตั้งแต่ 20 - 49 ล้านคน) 2) จำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในทวีปเอเชียและแอฟริกา 3) การลงทุนทางโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน รถไฟ สนามบิน เป็นต้น 4) การเพิ่มมูลค่าและยกระดับเศรษฐกิจหลักให้ก้าวไปสู่ความเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่สูงขึ้น เพื่อเสริมสร้างรายได้และเพิ่มอำนาจการซื้อให้กับประชาชน และ 5) นโยบายทางเศรษฐกิจและสังคมที่เอื้ออำนวยและมีความสอดคล้องกันอย่างเหมาะสมในการพัฒนาประเทศ เช่น นโยบายการสร้างงาน สร้างคน สร้างประเทศของจีน ด้วยการแบ่งโซนเมือง และผนวกรวมเมือง เพื่อสร้างจุดแข็งและขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ ความเป็นไปได้ที่จะเกิด Magna City จะเกิดขึ้นได้เฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา (Developing Country) ที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรเป็นจำนวนมาก เช่น จีน อินเดีย อินโดนีเซีย มากกว่าประเทศที่มีขนาดเล็กและมีจำนวนประชาชนทั้งประเทศไม่ถึง 200 ล้านคน


ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเมื่อเกิด Magna City ในอนาคต ได้แก่ เกิดการประหยัดต่อขนาด (economy of scale) และเกิดพลังในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคม มีจุดแข็งและอำนาจในการต่อรองทางการค้า เกิดความสะดวกสบายและประชากรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ในขณะเดียวกัน หากไม่มีการบริหารจัดการหรือวางระบบให้มีประสิทธิภาพ จะเกิดผลเสียตามมา คือ ประชากรล้นเมือง ทรัพยากรไม่เพียงพอและทรุดโทรม เกิดความเสื่อมโทรมและอาชญากรรมทางสังคมในที่สุด


เมื่อย้อนกลับมาดูประเทศไทย ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีประชากรอาศัยอยู่ที่ 15.3 ล้านคน เป็นอันดับ 22 จากทั้งหมด 36 เมืองทั่วโลกที่มีขนาดประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 10 ล้านคน และแม้ว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีการเติบโตถึงร้อยละ 45.2 แต่จำนวนประชากรในประเทศไทยในปี 2050 จะมีเพียง 60 ล้านคนเท่านั้น จึงทำให้มีความเป็นไปได้ต่ำที่จะเกิด Magna City นอกจากนี้ในอนาคต สังคมไทยจะกลายเป็นสังคมผู้อายุ ที่เน้นการอยู่อาศัยแถบชานเมืองหรือต่างจังหวัดมากกว่าอยู่อาศัยในเมือง ประกอบกับนโยบายจากภาครัฐที่มีแผนจะขยายความเป็นเมืองไปทั่วประเทศเพื่อลดการกระจุกตัวของประชาชนในเมืองหลวง พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดการเชื่อมโยงโครงข่ายทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาค รวมทั้งความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทย ที่ประชาชนมีเสรีภาพและมีความเป็นเอกภาพในแต่ละจังหวัด จึงเป็นการยากที่จะเกิดการรวมจังหวัดขึ้น


ไม่ว่าในอนาคตจะเกิด Magna City ในประเทศต่าง ๆ มากหรือน้อยในโลก แต่จะเริ่มเกิดขึ้นแน่และสิ่งที่นับว่าเป็นโอกาสและความท้าทายของทุกประเทศทั่วโลกที่จะได้รับรู้ถึงสถานการณ์ ความเป็นไป และแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น เพื่อร่วมกันการพัฒนาและผนึกกำลังไปสู่ทางที่ดีขึ้น สร้างความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลง เกิดความตระหนักและการเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http:// www.kriengsak.com
แหล่งที่มาของภาพ : https://taweesakinth.files.wordpress.com/2012/03/wpid-20120308_1322481.jpg





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
drdan วันที่ : 23/04/2015 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
Prof.Kriengsak Chareonwongsak

ขอบคุณ คุณวรรณสุขครับที่กรุณาเขียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมา ผมคิดว่าผู้รับผิดชอบบริหารบ้านเมืองควรมองการล่วงหน้าและวางระเบียบให้ดีก่อนปล่อยให้เมืองโตโดยไม่วางแผนครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ทิวสน ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วรรณสุข วันที่ : 21/04/2015 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

ที่อยู่อาศัยที่ไม่มีการควบคุม บ้านเช่าเปิดกันอย่างเสรีเกินไปค่ะ ไม่มีการลงทะเบียนผู้เช่า ไม่มีการควบคุม คนอยู่กันในห้องเช่าทีไม่มีพื้นที่พอ ก็ออกมาใช้พื้นที่ข้างนอกจนละเมิดสิทธิคนอื่น
ตัวอย่างข้างบ้านนะคะ คนอยู่ห้องเช่าเล็กมากแต่เลี้ยงหมา เอากรงมาตั้งรั้วบ้านคนอื่น ตากผ้ารั้วบ้านคนอื่น จอดรถปิดประตูบ้านคนอื่น ปาร์ตี้เปิดเพลงเสียงทั้งดึกทั้งเช้า จุดเตาปิ้งย่างควันขโมงริมทาง ริมรั้วบ้านคนอื่น ถ้าไปมีเรื่องด้วยก็เสี่ยงมาก เพราะคนเหล่านี้ไม่มีการลงทะเบียนผู้เช่า เมื่อก่อเหตุก็สามารถเก็บกระเป๋าแล้วหนีไปได้เลย

ความคิดเห็นที่ 1 ทิวสน , วรรณสุข ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 21/04/2015 เวลา : 14.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

กทม.ของเราก็หลีกไม่พ้นปัญหา

ตอนนี้เเถวบ้านอพาร์ทเม้นท์ หอพัก ขี้นเยอะมาก

ผู้คนมาจากต่างถิ่นมากมาย ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เงียบเชียบ

รู้สึกหายใจโล่งขึ้น แต่พอหมดเทศกาลกลับมาอยู่รูปแบบเดิม ถนนหนทางที่ควรจะไม่จอดรถกันเกะกะ กลับมาเกะกะเหมือนเดิม ออกนอกรั้วนี่เห็นแต่เรื่องรกตาจริงๆ เหมือนใจแคบนะคะ แต่บ้านเมืองเราขาดวินัยกันจริงๆ ไม่มีที่จอดรถแต่ก็ซื้อรถมาจอดริมถนน ความจริงต้องมีกฏหมายบังคับ จะซื้อรถต้องมีที่จอด อู่รถแท๊กซี่มีรถมากจนล้นเอ่อมาจอดริมทาง เฮ้อ....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

“คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" 30.03.2552

จุดประกายความคิด พร้อมเปิดโลกทัศน์ ในมุมมองที่แตกต่าง แต่ทำได้ ในรายการวิทยุ “คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 06.00 – 06.45 น.ทาง FM 102 Working Station คลื่นคนทำงาน ดำเนินรายการโด

View All
<< เมษายน 2015 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]