• drdan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kriengsak@kriengsak.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 552
  • จำนวนผู้ชม : 599751
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1866 คน
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ขอคิดอย่างสร้างสรรค์ กับ ความรู้ ความคิด ไมตรีจิต ความดี ของ ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เกี่ยวกับ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน 2558
Posted by drdan , ผู้อ่าน : 1609 , 17:00:55 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน วรรณสุข โหวตเรื่องนี้

         ประเทศภูฏานมีชื่อเสียงในแง่ของการเป็นประเทศแถวหน้า ที่ได้รับการจัดอันดับว่ามีความสุขที่สุดในโลกและเป็นต้นแบบของการใช้ดัชนีความสุขมวลรวมประชาชาติ หรือ Gross National Happiness (GNH) วัดความเจริญก้าวหน้าของการพัฒนาประเทศ

         ในความคิดเดิมของผม ภาพลักษณ์ของภูฏานเป็นประเทศที่ประชาชนมีความสมถะตามหลักศาสนา ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่พอเพียง ไม่ติดกับดักวัตถุนิยม และรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมอันดีงาม บ้านเมืองมีความสงบสุข ปลอดภัย สะอาด และมีสภาพแวดล้อมที่ดี

         แต่เมื่อไม่นานนี้ ผมได้รับเชิญไปกล่าวปาฐกถาในการประชุมเกี่ยวกับการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศภูฏาน ที่เมืองทิมพูประเทศภูฏาน ผมได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับชนชั้นนำของภูฏาน และได้ออกไปเยี่ยมเยือนและสังเกตการณ์บ้านเมือง ผู้คน และสังคม ทำให้ความคิดของผมเปลี่ยนไป

         การใช้ GNH เป็นธงนำในการพัฒนาประเทศนั้น เกิดจากความจริงใจระดับหนึ่งของชนชั้นนำของภูฏาน และการวัดระดับการพัฒนาประเทศโดยใช้ GNH สะท้อนถึงความพยายามของชนชั้นนำในการกล่อมเกลาประชาชนให้ไม่ยึดติดกับวัตถุนิยม

         อย่างไรก็ดี ข้อสังเกตที่ผมได้รับจากการไปเยือนภูฏานทำให้ผมเกิดข้อสงสัยว่า ภูฏานจะรักษาแนวทางการพัฒนาที่มุ่งเป้าหมายในการยกระดับความสุขมวลรวมไว้ได้หรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลภูฏานจะต้องเผชิญความท้าทายบางประการที่อาจทำให้ไม่สามารถรักษาแนวทางการพัฒนาเช่นนี้ไว้ได้

ประการแรก กับดักวัตถุนิยม

         เศรษฐกิจภูฏานขยายตัวในระดับสูง โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยระหว่างปี 2525 ถึง 2552 สูงถึงร้อยละ 7.6 ต่อปี ส่งผลทำให้จำนวนคนยากจนลดลงอย่างรวดเร็ว จากร้อยละ 63.5 ในปี 2542 เหลือร้อยละ 12 ในปี 2555การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจมาพร้อมกับกับดักวัตถุนิยม ซึ่งทำให้คนภูฏานมีความต้องการแสวงหารายได้เพิ่มขึ้น ไม่ได้ยึดติดค่านิยมหรือใช้ชีวิตแบบสมถะอีกต่อไป

         จากการพบปะกับประชาชนของภูฏาน ผมสังเกตพบว่า คนภูฏานไม่ได้แตกต่างอย่างชัดเจนจากคนทั่วโลก ในแง่ของความต้องการวัตถุสิ่งของ ผลประโยชน์ และรายได้ และไม่ได้มีความสมถะมากกว่าคนในประเทศอื่นมากนัก ซึ่งต่างจากที่ผมเคยคาดว่าภูฏานจะไม่ติดกับดักนี้

         GNH จึงอาจเป็นเพียงไม้ค้ำยันจิตใจที่ทำให้ประชาชนรู้สึกดีขึ้น และให้กำลังใจในยามที่มีรายได้น้อย แต่เมื่อประชาชนภูฏานมีรายได้มากขึ้น สังคมภูฏานอาจจะไม่ต่างจากประเทศอื่นในโลก เพราะคนภูฏานอาจไม่ได้ฝังแน่นกับความสมถะแบบเดิม GNH จึงเป็นเพียงตัวกล่อมเกลาความรู้สึก แต่ไม่ใช่คำตอบที่แท้จริงของการแก้ปัญหา

ประการที่สอง การขัดกันของเป้าหมายการพัฒนา

         รัฐบาลภูฏานมีความต้องการหารายได้เพิ่ม เนื่องจากประเทศภูฏานมีข้อจำกัดมากจากการที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และดูเหมือนไม่มีทางเลือกมากนักในการหารายได้ รัฐบาลจึงพยายามหารายได้โดยการกู้เงินมาสร้างเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน

         ประเทศภูฏานมีศักยภาพในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังน้ำได้สูงถึง 3 หมื่นเมกะวัตต์ หรือเทียบเท่ากับกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งระบบของประเทศไทยในปัจจุบัน รัฐบาลภูฏานมีแผนสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า 1 หมื่นเมกะวัตต์ในปี 2563 ซึ่งหมายความว่า จะต้องสร้างเขื่อนเป็นจำนวนมากในอนาคต ซึ่งจะทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลายไปในระดับหนึ่ง

         ความต้องการหารายได้เพิ่มขึ้นไม่ใช่ความผิด เพราะสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่นโยบายสร้างรายได้ให้กับประเทศอาจต้องแลกมาด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สูญเสียไปจากการสร้างเขื่อน ทำให้เกิดการขัดกันระหว่างสองเป้าหมายใน GNH คือ มาตรฐานการครองชีพและการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ ภูฏานจะรักษาความสมดุลของเป้าหมายเหล่านี้ไว้ได้หรือไม่

         ประการที่สาม การถาโถมของวัฒนธรรมต่างชาติ

         ประเทศภูฏานมีแหล่งรายได้สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากประเทศภูฏานมีทั้งทรัพยากรทางธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรม การเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ย่อมมาพร้อมกับวัฒนธรรมที่แตกต่างจากวัฒนธรรมดั้งเดิมของภูฏาน ซึ่งอาจทำให้ภูฏานไม่สามารถอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของตนไว้ได้

         รัฐบาลภูฏานมีความตระหนักในประเด็นดังกล่าว จึงกำหนดนโยบายจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อนุญาตให้เข้าประเทศได้ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเองไว้ การดำเนินนโยบายนี้ยังสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศตามแนวทางของ GNH เนื่องจากการอนุรักษ์วัฒนธรรมเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่อยู่ใน GNH ของภูฏาน

         อย่างไรก็ดี รัฐบาลภูฏานต้องเผชิญกับความท้าทายที่ว่า ภูฏานจะรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนไว้ได้หรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลและประชาชนมีความต้องการแสวงหารายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แต่การเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศกลับมีความเสี่ยงต่อการทำลายวัฒนธรรมและวิถีชีวิตดั้งเดิมของภูฏาน

         ทั้งนี้ การได้ไปเยือนเมืองทิมพู เมืองหลวงของภูฏาน แม้เมืองนี้มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและวัฒนธรรม แต่กลับมีปัญหาไม่แตกต่างจากเมืองใหญ่ทั่วโลก เช่น น้ำเน่า ขยะ ขอทาน สุนัขจรจัด เป็นต้น รวมทั้งมีสถานบันเทิง ร้านนวด ร้านคาราโอเกะ ไนท์คลับ ผับ เหมือนกับประเทศอื่น ผมจึงไม่แน่ใจว่าสังคมภูฏานจะเป็นต้นแบบของสังคมที่เป็นคำตอบได้อย่างแท้จริง

ประการที่สี่ อิทธิพลของมหาอำนาจ

         ภูฏานเป็นประเทศเล็กที่อยู่ระหว่างประเทศมหาอำนาจใหม่สองประเทศคือ จีนและอินเดีย ประเทศภูฏานจึงหลีกหนีจากอิทธิพลของมหาอำนาจทั้งสองนี้ไปไม่ได้
         ปัจจุบันรายได้ของรัฐบาลภูฏานส่วนหนึ่งมาจากเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอินเดีย เนื่องจากอินเดียต้องการให้ภูฏานเป็นรัฐกันชนกับจีน สินค้าอินเดียทะลักเข้ามาในภูฏานจำนวนมาก การจัดทำโครงการต่างๆ ต้องพึ่งพาเงินทุนจากอินเดียเป็นหลัก และกระแสไฟฟ้าที่ภูฏานผลิตได้ส่วนใหญ่ถูกขายให้กับอินเดีย
         รัฐบาลปักกิ่งมีความพยายามแผ่อิทธิพลมายังภูมิภาคเอเชียใต้เช่นกัน ดังตัวอย่างของการลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเรือในหลายประเทศ เช่น ท่าเรือจิตตะกองในบังคลาเทศ ท่าเรือโคลอมโบในศรีลังกา ท่าเรือกวาดาร์ในปากีสถาน เป็นต้น รัฐบาลจีนยังมีแผนขุดเจาะอุโมงค์เพื่อเชื่อมเส้นทางรถไฟความเร็วสูงระหว่างทิเบตและเนปาล ดังนั้น ภูฏานจึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายของจีนที่จะเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะในการลงทุนพัฒนาแหล่งพลังงานเพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานของจีน

         อิทธิพลของมหาอำนาจจะทำให้รัฐบาลภูฏานต้องเผชิญความท้าทายในการกำหนดทางเดินของตนเอง ภูฏานจะได้รับข้อเสนอที่ปฏิเสธได้ยาก ทั้งด้านการค้าและการลงทุน รวมทั้งผลประโยชน์ต่างๆ จากประเทศมหาอำนาจ แต่อาจทำให้รัฐบาลภูฏานสูญเสียอิสระในการกำหนดนโยบายการพัฒนาของตัวเอง โดยเฉพาะการสูญเสียความสามารถในการธำรงรักษาแนวทางการพัฒนาบนฐาน GNH

         การพัฒนาประเทศโดยไม่ยึดเป้าหมายทางวัตถุเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาถึงความเชื่อมโยงและความสมดุลของเป้าหมายต่างๆ ตลอดจนความอยู่ดีมีสุขทั้งกายและใจ และความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา แม้เป็นสิ่งที่ดี และอาจมีผลต่อค่านิยมของประชาชนภูฏานในระดับหนึ่ง แต่ด้วยความท้าทายข้างต้น ผมจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าภูฏานจะสามารถรักษาแนวทางการพัฒนาแบบ GNH ได้ต่อไปหรือไม่

         ถึงกระนั้น ผมเชื่อว่าภูฏานคงยกเลิก GNH ไม่ได้ เพราะหลายประเทศมองภูฏานเป็นต้นแบบของการพัฒนา แต่ผมมีความสงสัยว่า เมื่อประเทศภูฏานมีรายได้เพิ่มขึ้น จะมีความแตกต่างจากประเทศอื่นหรือไม่ และจะยังใช้ GNH เป็นธงในการพัฒนาด้วยน้ำหนักเท่าเดิมหรือไม่ ซึ่งเราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าสังคมภูฏานจะเป็นอย่างไร และจะมีวิธีรักษาสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร

         ผมสนับสนุนแนวทางการพัฒนาประเทศที่ให้ความสนใจเป้าหมายอื่นๆ นอกเหนือจากเป้าหมายทางเศรษฐกิจด้วย ไม่ว่าจะสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ความอยู่ดีมีสุข และธรรมาภิบาล และหวังว่าประเทศอื่นๆ รวมทั้งประเทศไทยที่รับอิทธิพลจากภูฏานในการเป็นต้นแบบการพัฒนา คงจะนำหลักการที่ดีไปใช้ประกอบคิดและสร้างแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับประเทศของตนเอง ไม่ใช่การพุ่งถลาไปในแนวทางเดียวกับภูฏานโดยขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบ

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.com, http://www.kriengsak.com

แหล่งที่มาของภาพ : https://unitabouthappiness.files.wordpress.com/2013/04/gnh-index-blog.png

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
drdan วันที่ : 19/06/2015 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
Prof.Kriengsak Chareonwongsak

ขอบคุณครับที่เขียนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หวังว่าจะเขียนมาอีกในอนาคต

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วรรณสุข from mobile วันที่ : 18/06/2015 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

เห็นด้วยกับอาจารย์แดนทั้งหมดเลยค่ะ
รู้สึกเศร้าอยู่ลึกๆ นะคะ
เคยเข้าไปส่องโลกโซเขี่ยลของวัยรุ่นภูฏาน ด้านความต้องการวัตถุนี่ไม่ต่างจากเราเลย ด้านสังคมก็น่าตกใจมากทีเดียว จะเขียนตรงนี้ก็อาจไม่ค่อยเหมาะ ด้านสิ่งแวดล้อมนี่ยิ่งน่าห่วง ตอนที่ไปเที่ยวก็เห็นเลยว่า เวลาเรานั่งรถไปตามถนนเลียบภูเขา จะมองเห็นว่าเมืองรุกคืบป่ามากขึ้นๆ อย่างชัดเจน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

“คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" 30.03.2552

จุดประกายความคิด พร้อมเปิดโลกทัศน์ ในมุมมองที่แตกต่าง แต่ทำได้ ในรายการวิทยุ “คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 06.00 – 06.45 น.ทาง FM 102 Working Station คลื่นคนทำงาน ดำเนินรายการโด

View All
<< มิถุนายน 2015 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]