• drdan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kriengsak@kriengsak.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 552
  • จำนวนผู้ชม : 602560
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1866 คน
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ขอคิดอย่างสร้างสรรค์ กับ ความรู้ ความคิด ไมตรีจิต ความดี ของ ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เกี่ยวกับ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2558
Posted by drdan , ผู้อ่าน : 685 , 16:54:02 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน opads โหวตเรื่องนี้

         “คุณเคยรู้สึก หรือกำลังรู้สึก ‘หมดไฟ’ ในการทำงานหรือไม่?” 

         หากถามคำถามนี้กับคนในที่ทำงาน ผมเชื่อว่า จะได้รับคำตอบว่า เคย หรือไม่ก็อาจกำลัง ‘หมดไฟ’ -รู้สึกเบื่อหน่าย ทั้งงาน ทั้งเพื่อนร่วมงาน ทั้งสภาพแวดล้อมในการทำงาน บางคนอาจบอกว่า..แทบไม่อยากจะออกจากบ้านไปทำงานเลย!! 

Unknown Object

         คนทำงานจำนวนไม่น้อย เริ่มต้นการทำงาน ด้วยการเป็น “เด็กใหม่ไฟแรง” ทำงานอย่างกระตือรือร้น ทุ่มเท เรียนรู้ ไม่มีบ่น ไม่มีเบื่อ มุ่งให้สำเร็จตามเป้าหมาย .. แต่ไฟนั้นค่อย ๆ มอดลงตามกาลเวลา ยิ่งทำมานาน ยิ่งหมดไฟไปเรื่อย ๆ จนเรียกได้ว่า ‘หมดอารมณ์’ หรือ ‘หมดไฟ’ ในการทำงานในที่สุด

         อาการ ‘หมดไฟ’ ในการทำงาน ภาษาอังกฤษใช้คำว่า burnout หมายถึง สภาวะทางจิตที่อยู่ภายใต้ความกดดันตึงเครียดเป็นเวลานาน จนเกิดความรู้สึกเหนื่อยหน่ายอ่อนล้าทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ส่งผลให้ขาดความสนใจ ความกระตือรือร้นในการทำงาน อันเกิดจากสาเหตุสำคัญ ๆ อาทิ ขาดการเห็นคุณค่าในงานที่ทำ รู้สึกสูญเสียตัวตน เพราะต้องฝืนทนทำงานที่ไม่ได้อยากจะทำจริง ๆ  หรือทำงานประจำซ้ำซาก เหมือนเดิมต่อเนื่องนานหลายปี ขาดความท้าทายใหม่ ๆ หรืออาจเพราะเกิดความรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงกับระบบ หรือได้ผลตอบแทนไม่คุ้มกับการลงแรงไป ฯลฯ

         เมื่อเดือนมกราคม ค.ศ.2015 ที่ผ่านมา แครอล เพคแฮม (Carol Peckham) ได้นำเสนอรายงานเกี่ยวกับชีวิตของแพทย์ในอเมริกา ปี 2015 (Medscape Physician Lifestyle Report 2015)  จากการสำรวจแพทย์ในสาขาต่าง ๆ พบว่า ร้อยละ 46 ยอมรับว่าหมดไฟ (burnout) ในการทำงาน สาขาที่รู้สึกหมดไฟอันดับต้น ๆ ได้แก่ Critical Care (53%) ตามมาด้วย Emergency Medicine (52%) และ Family Medicine (50%) ส่วนสาเหตุเกิดจากความเบื่อหน่ายการทำงานภายใต้ระบบราชการ ที่มีขั้นตอนมากเกินไป ขาดความเป็นอิสระในการตัดสินใจ การใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานมากเกินไป (ขาดความสมดุลจนเกิดความเครียด) นอกจากนี้ ยังพบว่า การมีรายได้น้อย ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้แพทย์หมดไฟในการทำงาน 

         เป็นความจริงที่ว่า ไม่ว่าใคร ทำอาชีพใด อายุเท่าไหร่ ก็สามารถ ‘หมดไฟ’ ในการทำงานได้... 

         คำถามคือ ถ้าเราเป็นคนหนึ่งที่ ‘หมดไฟ’ จะ ‘จุดไฟ’ ขึ้นใหม่ ให้เหมือน ‘เด็กใหม่ไฟแรง’ ได้อย่างไร???

         ทบทวน ‘คุณค่า’ ของงานที่ทำ ถามตัวเองว่า เราทำงานนี้ไปทำไม? งานที่เราทำมีคุณค่าหรือไม่?   งานนี้มีค่าพอที่จะทิ้งชีวิตที่เหลืออยู่กับมันหรือไม่? ถ้าเราเห็นว่างานที่ทำมีคุณค่า สร้างผลลัพธ์ที่มีประโยชน์ และไม่เสียใจหรือเสียดายเวลาเมื่อมองย้อนกลับมา ให้เราตัดสินใจที่จะ ‘ทำให้ดีที่สุด’ ตั้งใจ ตั้งเป้าหมายและทำทุก ๆ วันอย่างกระตือรือร้น แต่ในทางตรงกันข้าม หากเราไม่เห็นคุณค่าของงานที่ทำ มากกว่าเห็นคุณค่าของผลตอบแทนที่ได้รับ ทำไปเพียงเพื่อแลกกับ ‘เปลือก’ ภายนอก เช่น เงินเดือนสูง ๆ ไม่กล้าลาออกเพราะกลัวตกงาน หรือไม่รู้จะไปทำอะไร ฯลฯ ขอแนะนำว่า ให้เรากล้าตัดสินใจ ‘ลาออก’ และไปเผชิญหน้าหาทางเลือกใหม่ ๆ ที่เลือกเพราะเห็นคุณค่า และพร้อมที่จะทุ่มเทตัวตนให้กับมันอย่างแท้จริง เพราะมิฉะนั้น เราจะต้องทำงานอย่าง ‘หมดไฟ’ และไร้สุขต่อไป

         จำไว้ว่า ความผิดพลาดสำคัญในการเลือกอาชีพของคนจำนวนมาก คือ เลือกอาชีพ โดยดูจากผลตอบแทนมากกว่าสิ่งที่ชอบและคุณค่าที่ให้ต่ออาชีพ เราควรเลือกงานที่คุณค่า และสะท้อนตัวตนของเรา เพื่อให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจและสมศักดิ์ศรีของชีวิตที่ได้เกิดมาเพื่อทำงานนั้น  

         บูรณาการ งาน กับ ชีวิต ผมได้นิยามการทำงานของผมไว้ในหนังสือ ข้อคิดเพื่อการทำงาน  ว่า“การทำงาน คือ การบูรณาการ ระหว่าง สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เราพูด และสิ่งที่เราทำ ทั้งสี่สิ่งนี้ต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงสัมผัสมิติความสำเร็จ ที่ได้ใช้ศักยภาพสูงสุดที่มีอยู่ในชีวิตออกมา” ผมเป็นคนที่เอาชีวิตไว้ตรงกลาง แล้วเอางานมาล้อมชีวิต โดยเลือกงานที่ “คุณค่า” ในเนื้อแท้ของงาน เป็นงานที่มีประโยชน์และเห็นคุณค่าที่จะเกิดขึ้นแก่ส่วนรวม  จึงทำให้ผมทำงานอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง ไม่เคยเห็นงานเป็นส่วนเกินของชีวิต 

         ในขณะเดียวกัน ผมก็เห็นคุณค่าของการใช้เวลากับครอบครัว การใช้เวลาเพื่อการพักผ่อน จึงทำไปด้วยพร้อม ๆ กันไม่เคยคิดแยกส่วนชีวิตงานกับชีวิตส่วนตัว แต่บูรณาการเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ไปด้วยกันอย่างสมดุลและกลมกลืน สำหรับผมวันหยุดก็คือวันทำงาน วันที่ใช้เวลากับครอบครัวก็คือวันทำงาน 

         ทำงานทุกวันให้เหมือน ‘วันสมัครงาน’ ผมเตือนทีมงานที่ทำงานร่วมกันเสมอว่า “ให้เราทำงานเสมือนหนึ่งว่า ทุกเวลา คือ เวลาสมัครงาน และเริ่มงานใหม่ตลอดชีวิต” เพราะเมื่อเริ่มต้นงานใหม่ เราจะตั้งใจ กระตือรือร้น เรียนรู้ ทุ่มเทพยายามอย่างเต็มที่ และมุ่งมั่นทำจนสำเร็จ การเตือนตัวเองเช่นนี้เสมอ จะช่วยลดความรู้สึกว่า งานที่ทำมานาน ๆ นั้นเป็น “งานประจำ” ที่น่าเบื่อหน่าย แต่จะทำงานวันนี้ เพื่ออนาคต ริเริ่มคิดและทำสิ่งใหม่ ๆ เรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ พร้อมเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีกว่าได้ตลอดเวลา

         คนส่วนใหญ่ใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตในการทำงาน หาก “ยิ่งทำยิ่งทุกข์” ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เราจึงควรเร่งหาวิธี ‘เติมไฟ’ ให้ลุกโชน เหมือน ‘เด็กใหม่ไฟแรง’ อยู่เสมอ เพิ่มเติมเต็มความสุขตลอดชีวิตที่เหลือของเรา

 

 

ที่มา: งานวันนี้
ปีที่ 17 ฉบับที่ 739 วันที่ 10-24 มิถุนายน 2558

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
kriengsak@kriengsak.comhttp://www.kriengsak.com

แหล่งที่มาของภาพ :  http://c14608526.r26.cf2.rackcdn.com/134393AA-63A1-4FED-86FB-4C66583D002E.jpg





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

“คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" 30.03.2552

จุดประกายความคิด พร้อมเปิดโลกทัศน์ ในมุมมองที่แตกต่าง แต่ทำได้ ในรายการวิทยุ “คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 06.00 – 06.45 น.ทาง FM 102 Working Station คลื่นคนทำงาน ดำเนินรายการโด

View All
<< มิถุนายน 2015 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]