• drdan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kriengsak@kriengsak.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 552
  • จำนวนผู้ชม : 599412
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1866 คน
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ขอคิดอย่างสร้างสรรค์ กับ ความรู้ ความคิด ไมตรีจิต ความดี ของ ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เกี่ยวกับ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
วันศุกร์ ที่ 22 กรกฎาคม 2559
Posted by drdan , ผู้อ่าน : 968 , 15:51:24 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้กล่าวปาฐกถาเรื่อง “ยุทธศาสตร์ดุมล้ออาเซียนเพื่อประเทศไทยจะมีรายได้สูง” ในการอบรม ASEAN Excellence Awards 2016 ที่จัดโดยสมาคมส่งเสริมการค้าอาเซียน อันเป็นงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 5 ปี รวมทั้งได้ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัล
ผมได้ให้ทิศทางและบทบาทของประเทศในบริบทสมาชิกอาเซียนเพื่อก้าวสู่ประเทศเศรษฐกิจรายได้สูง ไว้ 3 ประเด็นดังต่อไปนี้ 1) ทำไมประเทศไทยควรเป็นดุมล้อของอาเซียน 2) เพราะเหตุใดไทยจึงเหมาะในการเป็นดุมล้อของอาเซียน และ 3) ประเทศไทยจะดำเนินยุทธศาสตร์อย่างไรเพื่อก้าวสู่การเป็นดุมล้อของอาเซียน

Unknown Object

ในบทความตอนนี้จะนำเสนอในประเด็นที่ 1) และ 2) ก่อน เพื่อให้เกิดความใจในภาพรวมและเห็นภาพของประเทศไปในทิศทางเดียวกัน

ดุมล้อของอาเซียนคืออะไร

ดุมล้อ (hub) คือ ส่วนกลางของล้อเกวียนหรือล้อรถที่มีรูสำหรับสอดเพลา เป็นจุดหมุนตรงกลางที่รับกำลังจากเพลา เปรียบเสมือนเป็นจุดเชื่อมแรง ถ้าไม่มีดุมล้อ รถจะไม่สามารถเคลื่อนไปได้

เพราะฉะนั้น ดุมล้อของอาเซียน คือ การเป็นศูนย์กลางของอาเซียน คอยส่งแรงและขับเคลื่อนในด้านต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองระหว่างประเทศ

เพราะเหตุใดประเทศไทยควรเป็นดุมล้อของอาเซียน

ประการแรก การเป็นดุมล้อของอาเซียน ทำให้ไทยสามารถผลักดันวาระที่ไทยจะได้ประโยชน์ผ่านเวทีอาเซียน และเวทีโลกได้ง่ายขึ้น ความเป็นประเทศเล็กของไทย และการเล่นบทบาทเชิงรับตลอดมาของรัฐบาลทำให้ไทยต้องรับผลจากการเจรจา ซึ่งไม่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย แต่การเป็นดุมล้อที่ขับเคลื่อนอาเซียน จะทำให้ไทยสามารถผลักดันวาระที่ไทยจะได้ประโยชน์ซึ่งไม่สามารถทำได้ในกรณีที่ไทยไม่รวมกับอาเซียน และไม่ได้เป็นดุมล้อของอาเซียน

ประการที่สอง ประเทศไทยจะได้ประโยชน์มากขึ้นจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยการเป็นดุมล้อที่เป็นศูนย์กลางจะดึงดูดนักลงทุน นักธุรกิจ บริษัทข้ามชาติที่ต้องการทำธุรกิจในอาเซียนมากกว่าประเทศที่ไม่ได้เป็นดุมล้อ เนื่องจาก

1) ความสะดวกในการเชื่อมต่อ การขนส่ง การเดินทางข้ามพรมแดน การเข้าสู่ตลาดของประเทศเพื่อนบ้าน

2) เดิมนักลงทุนมองเข้ามาเห็นเพียงประเทศไทยที่มีประชากร 65 ล้านคน แต่เมื่อไทยเชื่อมโยงและเป็นดุมล้อของอาเซียน นักลงทุนจะมองประเทศไทย แต่เห็นทั้งภูมิภาคเป็น 600 ล้านคน

3) ตลาดอาเซียนยังมีความน่าสนใจ ด้วยเหตุที่เศรษฐกิจมีขนาดถึง 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ อยู่ในอันดับเจ็ดของโลก และคาดว่าจะก้าวขึ้นเป็นอันดับห้าได้ในปี 2018 (EIU) เศรษฐกิจอาเซียนจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.6 ต่อปี สูงกว่าประเทศเกิดใหม่อย่างบราซิลหรือรัสเซีย และต่ำกว่าอินเดียและจีนเพียงเล็กน้อย

4) ชนชั้นกลางอาเซียนจะขยายตัวเป็นสองเท่า ภายในปี 2020 ชนชั้นกลางจะเพิ่มจาก 200 ล้านคน เป็น 400 ล้านคน (AC Nielsen) พร้อมกับสร้างกำลังซื้อมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์

5) การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของอาเซียนเพิ่มขึ้น โดยประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย สามารถดึงการลงทุนจากต่างประเทศได้ถึง 1.28 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2013 สูงกว่าประเทศจีนซึ่งอยู่ที่ 1.17 แสนล้านดอลลาร์

เพราะเหตุใดไทยจึงเหมาะในการเป็นดุมล้อของอาเซียน

ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นดุมล้อของอาเซียน เพราะเศรษฐกิจไทยมีขนาดใหญ่และมีระดับการพัฒนาอยู่ในแนวหน้าของอาเซียน แม้ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัวต่ำ เพราะปัญหาภายในประเทศ แต่ไทยยังมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน เป็นรองเพียงอินโดนีเซียเท่านั้น รวมถึงความรวย (GDP per capita) เป็นอันดับ 4 ของอาเซียน ถึงแม้ว่าประเทศสิงคโปร์และบูรไนมีรายได้ต่อหัวสูงกว่าไทย แต่ขนาดเศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้นเล็กเกินไป

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์ เพราะประเทศตั้งอยู่ศูนย์กลางของอาเซียนอย่างแท้จริง และมีพรมแดนติดกับประเทศอื่นในอาเซียนมากที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 9 ประเทศ รวมทั้งยังอยู่บนพื้นแผ่นดินใหญ่ของทวีป ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างประเทศสะดวก ถึงแม้ว่าอินโดนีเซียเป็นประเภทที่ใหญ่ แต่ส่วนใหญ่เป็นเกาะ เช่นเดียวกับประเทศฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไนที่มีลักษณะเป็นเกาะ ทำให้ต้นทุนการเชื่อมต่อกับประเทศอื่นสูงมาก

มากยิ่งกว่านั้น ประเทศไทยยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่บอกว่าไทยเป็นดุมล้อของอาเซียนเรื่อยมา แม้ในปัจจุบันจะถูกบดบังรัศมีความเป็นผู้นำในหลายปีนี้ ประเทศต่างๆ และประเทศอื่นเริ่มไม่ให้น้ำหนัก ด้วยเหตุที่การวางตัวไม่เป็นผู้นำที่แท้จริง กล่าวคือ ในอดีตเมื่อมีเรื่องใหญ่ในอาเซียน ถ้าไทยและอินโดนีเซียหารือกันนอกรอบ และคิดว่าควรจะไปทางไหน อีก 8 ประเทศมักจะเดินตาม

ผมขอยืนยันคำเดิมว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ มีความเหมาะสมที่จะเป็นดุมล้อของอาเซียนได้ ประเทศไทยควรใช้อาเซียนเป็นคานงัด เพื่อประโยชน์กับไทยในหลายทาง และยุทธศาสตร์ดุมล้อนี้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่ประเทศไทยควรผลักดันให้เป็นผลสำเร็จ
ในบทความครั้งต่อไป ผมจะนำเสนอว่า ประเทศไทยจะดำเนินยุทธศาสตร์อย่างไรเพื่อก้าวสู่การเป็นดุมล้อของอาเซียน

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน

 

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD)
kriengsak@kriengsak.comhttp://www.kriengsak.com





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

“คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" 30.03.2552

จุดประกายความคิด พร้อมเปิดโลกทัศน์ ในมุมมองที่แตกต่าง แต่ทำได้ ในรายการวิทยุ “คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 06.00 – 06.45 น.ทาง FM 102 Working Station คลื่นคนทำงาน ดำเนินรายการโด

View All
<< กรกฎาคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]