• drdan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kriengsak@kriengsak.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 552
  • จำนวนผู้ชม : 599616
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1866 คน
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ขอคิดอย่างสร้างสรรค์ กับ ความรู้ ความคิด ไมตรีจิต ความดี ของ ศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เกี่ยวกับ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kriengsak
วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม 2559
Posted by drdan , ผู้อ่าน : 1036 , 15:01:21 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ทิวสน โหวตเรื่องนี้

จากบทความตอนที่แล้ว ผมได้นำเสนอข้อเสนอแนะในการใช้ทุนทางวัฒนธรรมเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนไปสู่ประเทศไทย 4.0 ภายใต้ประเด็นหลักที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการโดยทุนวัฒนธรรมไปแล้ว ในบทความตอนนี้จะเป็นการให้ข้อเสนอแนะในมิติการสร้างนวัตกรรมที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างนวัตกรรม 

ผมมีความเห็นว่า ประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัฒนธรรมในเชิงปรัชญาความคิด เพราะวิธีที่เราคิด (Thinking) กำหนด สิ่งที่เรารู้ (Knowing) สิ่งที่เรารู้กำหนด ความเป็นตัวเรา (Being) ความเป็นตัวเรากำหนด วิถีชีวิต (Living) และวิถีชีวิต กำหนด สิ่งที่เราแสดงออก (Manifesting)

หากเราสามารถพัฒนาให้คนไทยมีสิ่งที่ผมเรียกว่า “อารยไพบูลย์” กล่าวคือ มีอารยความคิด – คิดดีแท้ คิดงามแท้ คิดจริงแท้ อารยความรู้ – รู้ดี รู้งาม รู้จริง อารยอัตตา – อัตตาที่ดี อัตตาที่งาม อัตตาที่จริง อารยวิถีชีวิต – วิถีชีวิตที่ดี วิถีชีวิตที่งาม วิถีชีวิตที่จริง และ อารยสำแดง – พฤติกรรมที่ดี พฤติกรรมที่งาม พฤติกรรมที่จริง จะทำให้เกิดประชาชนที่มีคุณภาพ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

การสร้างวัฒนธรรมที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างนวัตกรรม ทำได้โดย

แก้ไขวัฒนธรรมการลอกเลียนแบบ

วัฒนธรรมการลอกเลียนแบบเป็นวัฒนธรรมประการแรก ๆ ที่ควรได้รับการแก้ไข เนื่องจากการผลิตเลียนแบบกันจะทำให้สินค้าล้นตลาดในที่สุด ผู้ประกอบการจะต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง มีอัตรากำไรต่ำ หรือในที่สุดขาดทุนเพราะขายไม่ได้ ในอีกแง่มุมหนึ่ง การผลิตเลียนแบบกันสะท้อนว่า สินค้านั้นๆ สามารถผลิตได้ง่าย อาจนำไปสู่ภาวะขาดความสามารถในการแข่งขัน เพราะท้องถิ่นอื่นหรือประเทศอื่นก็สามารถผลิตได้และอาจผลิตได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่า

ยุทธศาสตร์ในการแก้ไขวัฒนธรรมการลอกเลียนแบบ อาทิ

1) พัฒนาความรู้ความเข้าใจสภาพการแข่งขันของธุรกิจในยุคโลกาภิวัตน์ ผ่านระบบการให้ข้อมูลข่าวสารทางการตลาด และการคาดการณ์ความต้องการสินค้าและบริการ ที่เหมาะสมกับการเข้าถึงของกลุ่มคนต่างๆ และเป็นการให้ข้อมูลที่มีความต่อเนื่อง

2) พัฒนาความสามารถในการคิด 10 มิติ ให้แก่ผู้ประกอบการ เพราะวิถีชีวิตที่แสดงออกมาเป็นวัฒนธรรม เป็นผลมาจากฐานความคิด ฉะนั้น การเพิ่มความสามารถในการคิด และความรู้แก่ผู้ประกอบการ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนวัฒนธรรมในการทำธุรกิจ ที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และนำไปสู่ความยั่งยืน

3) ส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมที่สนับสนุนนวัตกรรม เช่น วัฒนธรรมการใช้ความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรมการเรียนรู้และแบ่งปันความรู้ วัฒนธรรมการวิพากษ์เชิงสร้างสรรค์ วัฒนธรรมการแข่งขันบนฐานมุ่งสร้างความก้าวหน้า และวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของคนในองค์กร

4) สนับสนุนการให้คุณค่าและมูลค่ากับสินค้าและบริการนวัตกรรม เช่น การมอบรางวัลแก่ผู้ที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่มีคุณค่า การให้ทุนกระจายไปถึงธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ได้ เพื่อให้ผู้ประกอบการมุ่งสร้างจุดขายและสร้างเอกลักษณ์ของท้องถิ่น

แม้ท้องถิ่นส่วนใหญ่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่คล้ายกัน แต่ละท้องถิ่นสามารถสร้างความแตกต่างได้ โดยอาจเป็นความแตกต่างที่ตั้งอยู่บนฐานการผลิตเดิม เช่น ญี่ปุ่นมีบ่อน้ำพุร้อน ราเมง ซูชิ เหมือนกันทุกที่ ซึ่งแต่ละท้องถิ่นพยามสร้างความแตกต่าง แสวงหาสิ่งใหม่และนวัตกรรมที่ไม่มีใครเหมือน และพัฒนาจนกลายเป็นต้นตำรับที่ดีสุดในโลก เช่น อาหารท้องถิ่นของ จ. ชิบะ อย่าง ‘ไวท์กาอุราเมน’ ราเมนน้ำซุปขาวบริสุทธิ์จากน้ำนม เนื่องด้วย จ. ชิบะ เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์จากนม จึงได้ประยุกต์การน้ำซุปจากนม โดยใช้ขิงดับความคาวของนม ไวท์กาอุราเมน รับรางวัล “โซเดะ 1 กรังปรี” หรือรางวัลชนะเลิศจากการประกวดอาหารท้องถิ่นของเมืองโซเดงะอุระ ใน จ. ชิบะ ที่ขึ้นเรื่องน้ำนมมากที่สุด ในปี 2011 และอีกตัวอย่างคือ เมืองพอท ในโปรตุเกส ได้ชื่อว่าผลิตเหล้าองุ่น เหล้าพอทได้เก่งที่สุดในโลก

จัดโครงสร้างและบริบทที่ส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม

กลุ่มวัฒนธรรมต่างๆ ควรมีพื้นที่ที่จะปฏิสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีช่องทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่มวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน และเพื่อพัฒนาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายใต้ความแตกต่างหลากหลาย

ดังตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์ที่พยายามสร้างบริบทให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนที่หลากหลายทางวัฒนธรรม เช่น ระบบการเมืองการปกครองที่ใช้หลักพหุนิยมทางวัฒนธรรม (Multiculturalism) ระบบรัฐสภาที่มีสมาชิกหลายประเภท มีตัวแทนของชนกลุ่มใหญ่ ชนกลุ่มน้อย และคนจากสาขาอาชีพต่างๆ รวมถึงการสร้างที่พักที่กำหนดให้คนเชื้อชาติต่างๆ อาศัยอยู่ร่วมกัน

ทั้งนี้ การส่งเสริมวัฒนธรรมไม่ควรเป็นการส่งเสริมแต่ละวัฒนธรรมโดดๆ โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่ต้องพยายามดึงจุดดีของแต่ละวัฒนธรรมมาประสานพลังกัน ซึ่งจะเอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้ ผสมเกสรทางความคิด และเสริมสร้างกัน อันจะนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้

บูรณาการวัฒนธรรมผู้ประกอบการเข้าในระบบการศึกษา

การสร้างวัฒนธรรม ค่านิยม ทัศนคติที่เอื้อต่อการประกอบการและการสร้างนวัตกรรมควรเริ่มตั้งแต่เด็ก โดยบูรณาการวัฒนธรรมดังกล่าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอน กระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ และการบริหารการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการเป็นผู้ประกอบการที่สามารถบุกเบิกเริ่มต้นกิจการใหม่ด้วยตนเอง

ประเทศสิงคโปร์เป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบให้กับผู้เรียน โดยการศึกษาของสิงคโปร์จะสอนให้คนเป็นนักธุรกิจ มีความฉลาด รู้จักคิด รู้จักวางแผน อดทนสู้งาน เข้าใจความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม สามารถออกไปประกอบธุรกิจในต่างประเทศในระดับผู้บริหารองค์กรได้ ทั้งนี้ การพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการให้แก่พลเมืองของสิงคโปร์ มีส่วนสำคัญที่สนับสนุนให้สิงคโปร์ก้าวสู่การเป็นประเทศที่มั่งคั่ง เป็นผู้นำเศรษฐกิจในภูมิภาค และเป็นศูนย์กลางในหลายๆ ด้าน

วัฒนธรรมนับเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญและส่งผลต่อการคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม หากสามารถค้นพบ คัดสรร เลือก และหยิบใช้วัฒนธรรมที่งดงามและโดดเด่นในสังคมไทย มาประยุกต์ต่อยอดในทางธุรกิจการบริหารจัดการองค์กรและประเทศได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมสมัยเดิมและสมัยใหม่ ผมเชื่อว่าเราจะเห็นความสำเร็จในการพัฒนาไปสู่ประเทศไทย 4.0 ได้อย่างแน่นอนครับ

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
คอลัมน์ : ดร.แดน มองต่างแดน


ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD)
kriengsak@kriengsak.comhttp://www.kriengsak.com
แหล่งที่มาของภาพ : http://www.coolbusinessideas.com/wp-content/uploads/2016/05/innovation-ideas-.jpg





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

“คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" 30.03.2552

จุดประกายความคิด พร้อมเปิดโลกทัศน์ ในมุมมองที่แตกต่าง แต่ทำได้ ในรายการวิทยุ “คิดต่างกับ Dr.Dan Can Do" ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 06.00 – 06.45 น.ทาง FM 102 Working Station คลื่นคนทำงาน ดำเนินรายการโด

View All
<< ธันวาคม 2016 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]