• วันพุธ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kritwat@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-04-20
  • จำนวนเรื่อง : 1343
  • จำนวนผู้ชม : 10469684
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4975 คน
Kritwat-Talk
โค้ชวันพุธ อ.กฤตวัฏ บวรนิรมาณ วิทยากรด้านการขาย, ทนายความและนักเขียนบทความพัฒนาตนเองในหลากหลายมุมมองรวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลข่าวสารต่างๆทั้งด้านสาระและบันเทิงอย่างครบครัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kritwat
วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2554
Posted by วันพุธ , ผู้อ่าน : 350549 , 21:14:39 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน วันพุธ โหวตเรื่องนี้

GMP คือ Good Manufacturing Practice (GMP) 

หรือ หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร

จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ

หรือ โคเด็กซ์ (CODEX) เพื่อให้สมาชิกทั่วโลกใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ

เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค 

GMP เป็นเกณฑ์ หรือข้อกำหนดพื้นฐานที่จำเป็นในการผลิตและควบคุม

เพื่อให้ผู้ผลิตปฏิบัติตามและทำให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย

มีเนื้อหาคลอบคลุม 6 ประการ คือ

1. สุขลักษณะของสถานที่ตั้งและอาคารผลิต
2. เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ ที่ใช้ในการผลิต
3. การควบคุมกระบวนการผลิต
4. การสุขาภิบาล
5. การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด
6. บุคลากร

HACCP

HACCP เป็นมาตรฐานการผลิต ที่มีมาตรการป้องกันอันตราย ที่ผู้บริโภค

อาจได้รับจากการบริโภคอาหาร หลายท่านอาจสงสัยว่า

ระบบ HACCP ที่กล่าวถึงนั้นคืออะไร มีความสำคัญต่อประเทศไทย

ในฐานะประเทศ ผู้ผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลกอย่างไร

ใครบ้างที่มีบทบาทเกี่ยวข้องในเรื่องนี้

ประเทศไทยได้ดำเนินการในเรื่องนี้ไปแล้วเพียงใด

รวมทั้งประโยชน์ที่ได้รับ จากการใช้ระบบนี้คืออะไร

HACCP หรืออาจอ่านว่า แฮซเซป เป็นตัวย่อจากคำภาษาอังกฤษ

ที่ว่า Hazard Analysis Critical Control Point ซึ่งหมายถึง

การวิเคราะห์อันตราย จุดควบคุมวิกฤต เป็นแนวคิดเกี่ยวกับ

มาตรการป้องกันอันตราย ที่อาจเกิดขึ้น ในแต่ละขั้นตอน

ของการดำเนินกิจกรรมใด ๆ โดยมีกระบวนการดำเนินงานเชิงวิทยาศาสตร์

คือมีการศึกษาถึงอันตราย หาทางป้องกันไว้ล่วงหน้า

รวมทั้งมีการควบคุม และเฝ้าระวัง เพื่อให้แน่ใจว่า

มาตรการป้องกัน ที่กำหนดขึ้นนั้น มีประสิทธิภาพตลอดเวลา

ที่มาของการเปลี่ยนแนวคิด HACCP ให้เป็นวิธีปฏิบัติในอุตสาหกรรมอาหาร

เกิดขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 โดยบริษัทพิลสเบอรี่ในสหรัฐอเมริกา

ต้องการระบบงาน ที่สามารถใช้สร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย

สำหรับการผลิตอาหาร ให้แก่นักบินอวกาศ

ในโครงการ ขององค์การนาซ่า แห่งสหรัฐอเมริกา

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งภาคอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันทางวิชาการ

และองค์กร ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแล ด้านอาหารของสหรัฐอเมริกา

ก็เริ่มให้ความสนใจ ในระบบ HACCP จึงได้มีการส่งเสริม และนำไปปรับใช้

ในอุตสาหกรรมอาหาร ประเภทต่าง ๆ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา

ได้ใช้แนวคิดนี้ ในการแก้ปัญหาที่ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากอาหารกระป๋อง

เนื่องจากสารพิษของแบคทีเรีย คือ botulinum toxins สารพิษนี้

มีอันตรายต่อผู้บริโภคสูงมาก แม้ร่างกายจะได้รับในปริมาณเพียงเล็กน้อย

ก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ จึงได้มีการกำหนด จุดควบคุมวิกฤต

ในกฎหมายที่ควบคุมกรรมวิธี การผลิตอาหารกระป๋อง ที่มีความเป็นกรดต่ำ

ต่อมาองค์การอาหาร และเกษตรแห่งสหประชาชาติ และองค์การอนามัยโลก

ได้เห็นความสำคัญ ของการประยุกต์ใช้ HACCP ในกระบวนการผลิตอาหาร

ในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ในครัวเรือน การผลิตวัตถุดิบ ที่เป็นอาหาร

จนถึงอุตสาหกรรมอาหาร ขนาดใหญ่

ในที่สุดคณะกรรมาธิการว่าด้วยมาตรฐานอาหาร ระหว่างประเทศ

ซึ่งมีรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ เป็นสมาชิก อยู่เป็นจำนวนมาก

ได้จัดทำเอกสารวิชาการ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ

ในการประยุกต์ใช้ HACCP สำหรับการผลิตอาหารขึ้น

พร้อมทั้งมีนโยบาย สนับสนุนการใช้ HACCP ในกระบวนการผลิตอาหาร

เพื่อการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ระบบ HACCP เป็นที่ยอมรับ

และนานาชาติ ให้ความสำคัญ เอกสารวิชาการ เกี่ยวกับระบบ HACCP

และแนวทางการนำไปใช้ ที่คณะกรรมาธิการว่าด้วยมาตรฐานอาหาร

ระหว่างประเทศ จัดทำขึ้นฉบับล่าสุด เป็นฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3

ออกเมื่อปี พ.ศ. 2540

หลักการสำคัญของระบบ HACCP

หลักการสำคัญของระบบ HACCP มี 7 ประการกล่าวคือ

หลักการที่ 1 การวิเคราะห์อันตราย จากผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ที่อาจมีต่อผู้บริโภค

ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย โดยการประเมิน ความรุนแรงและโอกาส

ที่จะเกิดอันตรายต่าง ๆ ในทุกขั้นตอนการผลิต จากนั้นจึงกำหนด

วิธีการป้องกัน เพื่อลดหรือขจัดอันตรายเหล่านั้น

 

หลักการที่ 2 การกำหนดจุดควบคุมวิกฤต ในกระบวนการผลิต

จุดควบคุมวิกฤต หมายถึง ตำแหน่งวิธีการ หรือขั้นตอนในกระบวนการผลิต

ซึ่งหากสามารถควบคุม ให้อยู่ในค่า หรือลักษณะที่กำหนดไว้ได้แล้ว

จะทำให้มีการขจัดอันตรายหรือลดการเกิดอันตรายจากผลิตภัณฑ์นั้นได้

หลักการที่ 3 การกำหนดค่าวิกฤต ณ จุดควบคุมวิกฤต ค่าวิกฤต

อาจเป็นค่าตัวเลข หรือลักษณะเป้าหมาย ของคุณภาพ ด้านความปลอดภัย

ที่ต้องการของผลผลิต ณ จุดควบคุมวิกฤต ซึ่งกำหนดขึ้น

เป็นเกณฑ์สำหรับการควบคุม เพื่อให้แน่ใจว่า

จุดควบคุมวิกฤต อยู่ภายใต้การควบคุม

 

หลักการที่ 4 ทำการเฝ้าระวัง โดยกำหนดขึ้น อย่างเป็นระบบ

มีแผนการตรวจสอบ หรือเฝ้าสังเกตการณ์ และบันทึกข้อมูล

เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่า การปฏิบัติงาน ณ จุดควบคุมวิกฤต

มีการควบคุม อย่างถูกต้อง

 

หลักการที่ 5 กำหนดมาตรการแก้ไข สำหรับข้อบกพร่อง

และใช้มาตรการนั้นทันที กรณีที่พบว่า จุดควบคุมวิกฤต

ไม่อยู่ภายใต้ การควบคุมตามค่าวิกฤต ที่กำหนดไว้

 

หลักการที่ 6 ทบทวนประสิทธิภาพ ของระบบ HACCP ที่ใช้งานอยู่

รวมทั้งใช้ผล การวิเคราะห์ทดสอบ ทางห้องปฏิบัติการ

เพื่อประกอบการพิจารณา ในการยืนยันว่าระบบ HACCP ที่ใช้อยู่นั้น

มีประสิทธิภาพเพียงพอ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย

ของผลิตภัณฑ์ได้

 

หลักการที่ 7 จัดทำระบบบันทึก และเก็บรักษาข้อมูล

ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละชนิดไว้

เพื่อเป็นหลักฐาน ให้สามารถค้นได้เมื่อจำเป็น

 

จากหลักการทั้ง 7 ประการนี้ ทำให้ต้องมีการจัดทำ วิธีปฏิบัติในรายละเอียด

ให้เหมาะสมกับ แต่ละผลิตภัณฑ์ แต่ละกระบวนการผลิต แต่ละสถานที่ผลิต

เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ในการป้องกันอันตราย อย่างเต็มที่

วิธีการที่ใช้ ในระบบ HACCP เป็นกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์

มีการศึกษารวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ วางแผน ดำเนินงานตามแผน

ติดตามกำกับดูแล การปฏิบัติงานในระบบ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

และทบทวนประสิทธิภาพ ของระบบอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นที่

ผู้ประกอบการผลิตอาหาร ที่จะใช้ระบบนี้ ต้องจัดตั้งทีมงาน

ซึ่งประกอบด้วยผู้มีความรู้ ความชำนาญหลายสาขา

เช่น ด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร วิศวกรรมโรงงาน สุขาภิบาลอาหาร

หรืออื่น ๆ ตามความจำเป็น เพื่อทำหน้าที่พัฒนา

ระบบจัดทำเอกสาร และตรวจประเมินผล การปฏิบัติงาน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.thaifactory.com





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
PK168 วันที่ : 21/07/2017 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krataiku
<a href="https://www.w3schools.com">Visit W3Schools.com!</a>

ขอบคุณมากๆเลยครับที่ให้ความชัดเจน
https://krataiku.com

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]


หากเลือกได้!! คุณจะพึงพอใจที่สุด ที่จะมีชีวิตอยู่ถึงอายุเท่าใด??
50 ปี พอ ไม่โลภมาก
600 คน
55 ปี สิ เลขสวยกำลังดี
598 คน
60 ปี เเค่นี้ก็พอใจแล้ว
625 คน
65 ปี ดีกว่า อีกสักนิดนึง
653 คน
70 ปี พอๆกับอายุเฉลี่ย
775 คน
75 ปี ขออยู่นานหน่อยนะ
697 คน
80 ปี แล้วจะไม่ขออะไรอีก
766 คน
85 ปี ถ้ายังเดินได้ก็พอไหวนะ
788 คน
90 ปี เลยจากนี้ก็ไม่ไหวแล้ว
769 คน
100 ปี หรือให้นานที่สุด
88 คน

  โหวต 6359 คน