• ครูอุ๋ย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sipprapa@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 205
  • จำนวนผู้ชม : 374024
  • ส่ง msg :
  • โหวต 242 คน
บ้านครูอุ๋ย
เรื่องอยากเล่า รูปอยากอวด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/kru-oui
วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2552
Posted by ครูอุ๋ย , ผู้อ่าน : 1338 , 21:02:24 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

- 14 -

 

         

หกโมงเย็นวันเสาร์ บรรยากาศในมหาวิทยาลัยโพล้เพล้ใกล้ค่ำเต็มที...

          อากาศในสวนแก้วดูอบอ้าวแปลกไปจากที่เคยเป็นมา ต้นแก้วทุกต้นยืนสงบนิ่งไม่ไหวติง ดอกลั่นทมร่วงหล่นอยู่บนพื้น ต้นจันสูงใหญ่ที่น่าจะไหวเอนบ้างยามต้องลมกลับยืนทะมึนนิ่งงัน

          จิตรกรเดินหอบอุปกรณ์เขียนแบบและชิ้นงานมาจากบ้าน หลังจากกลับไปพักผ่อนเอาแรงตั้งแต่เมื่อวาน ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าคืนนี้จะลุยงานให้เต็มที่เพราะวันเสาร์เพื่อนๆ มักจะไม่มาค้างที่คณะ เขาจะมีสมาธิทำงานมากขึ้น อีกอย่างคืนนี้เขานัดกับแก้วไว้ว่าจะมาค้างและช่วยงานด้วย

          จิตรกรเรียนอยู่ปีสี่ ส่วนแก้วเป็นน้องปีหนึ่ง วันแรกที่พบกันจิตรกรเกิดความสนใจแก้วเพราะลอบสังเกตดูเห็นว่าแก้วเป็นคนเงียบขรึม ไม่พูดจา หน้าตาไม่เป็นมิตร ขาดความร่าเริงแจ่มใสสมวัย

          เขาใช้เวลาอยู่นานกว่าจะสนิทสนมคุ้นเคยจนแก้วไว้ใจและบอกความในใจกับเขา

          แก้วเป็นเด็กเก็บกด ครอบครัวของแก้วมีอันจะกิน เป็นเจ้าของโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ ดูเผินๆ น่าจะมีความสุขดีเพราะไม่ต้องดิ้นรนทำมาหากินมากนัก แต่ความที่พ่อแม่ของแก้วเป็นคนรุ่นเก่าที่ทำแต่งานจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว ให้แต่เงินใช้ แต่ขาดความเอาใจใส่ เวลาแก้วมีปัญหาไปปรึกษาก็กลับถูกตำหนิ ด่าว่าต่างๆ นานา แก้วกับพ่อทะเลาะกันบ่อยจนแทบจะไม่มองหน้ากัน ทำให้แก้วว้าเหว่ เก็บกด และเป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่เริ่มเป็นวัยรุ่น

          จิตรกรพยายามเจาะใจแก้วต่อไปก็พบว่าสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวแก้วในวัยเด็กไม่ค่อยสวยงามนัก แก้วโตมากับเครื่องจักร ไม้ เศษขี้เลื่อย และฟังเสียงใบเลื่อยเสียดแทงเข้าไปในเนื้อไม้อยู่ทุกวัน รอบกายแก้วมีแต่คนงานผู้ชายสกปรกเหม็นคลุ้งไปด้วยเหงื่อไคล ทุกวันที่แก้วกลับมาจากโรงเรียน เมื่อก้าวเท้าเข้าบ้านเธอแทบสำลักกลิ่นเหงื่อไคลของคนงานเหล่านั้น  แก้วไม่ได้รังเกียจความจนของพวกเขา แต่เธอเล่าให้จิตรกรฟังว่า ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจึงรู้สึกอึดอัดจนแทบจะอาเจียนทุกครั้งที่ได้กลิ่นนั้น

          เมื่อคบหากันสนิทสนมถึงขั้นเป็นคู่รัก จิตรกรจะเห็นแก้วซึมเศร้าบ่อยๆ ในตอนใกล้คำโดยเฉพาะวันใดที่บรรยากาศรอบกายเงียบเหงา และท้องฟ้ามีสีหม่นเหมือนผีตากผ้าอ้อมเช่นวันนี้ แล้วมักจะพูดลอยๆ ว่า

          “แก้วอยากตาย”

          จิตรกรเดินผ่านประตูที่เชื่อมต่อระหว่างหอศิลป์กับสวนแก้วเข้ามา บรรยากาศในสวนแก้วยามนี้เงียบสงัดจนดูวังเวง เขาเดินไปตามทางปูนซีเมนต์ลัดเลาะหมู่ต้นแก้ว ยกมือไหว้ศาลเจ้าแม่ดอกสร้อยที่ตั้งอยู่โคนต้นจันแล้วเดินเลี้ยวขวากำลังจะผ่านกำแพงเอียงเพื่อขึ้นสู่ตึกเก่า พลันก็เห็นเงาตะคุ่มนั่งนิ่งอยู่ใต้ต้นจัน

          จิตรกรเหลือบไปมองอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่เมื่อมองอย่างเต็มตาก็เห็นคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นกลับกลายเป็นแก้ว คู่รักของเขานั่นเอง

          วันนี้แก้วอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ลูกฟูกมีเอี๊ยม ใส่หมวกผ้ายีนส์ ชุดนี้จิตรกรจำได้ว่าเขาไปเดินซื้อกับแก้ว เธอบอกว่าจะเก็บชุดนี้ไว้ใส่ไปเที่ยวเกาะเสม็ดกับเขา น่าแปลกใจที่วันนี้เป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง แก้วนึกครึ้มใจอะไรขึ้นมาจึงหยิบชุดนี้มาใส่

          “อ้าวแก้ว ทำไมมานั่งอยู่ที่นี่ล่ะ ไม่ขึ้นไปบนตึก?”

          จิตรกรทักเมื่อเดินไปถึงตัวแก้ว

          “ยังไม่มีใครมาเลยพี่จิตร แก้วมานั่งรอพี่ตั้งแต่บ่ายแล้ว”

          “อืม แล้วนึกยังไงถึงใส่ชุดนี้ล่ะ จะชวนพี่ไปเที่ยวไหนเหรอ ไม่ได้นา...งานพี่ยังไม่เสร็จเลย เอ แล้วทำไมชุดเลอะเทอะจัง ไปลุยอะไรที่ไหนมาล่ะนี่

          แก้วไม่ตอบอะไรแต่กลับโผเข้ากอดจิตรกรแน่น น้ำตาไหลอาบแก้มเป็นทาง จิตรกรรู้ทันทีว่าเธอมีเรื่องมาจากบ้านแน่ แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไร ได้แต่กอดตอบเพื่อให้เธอสบายใจขึ้น

          “พ่อไม่ให้แก้วมาหาพี่ แต่แก้วนัดพี่ไว้แล้ว ยังไงแก้วก็ต้องมาหาให้ได้”

          แก้วเอ่ยขึ้นเมื่อคลายจากอ้อมกอดของคนรัก

          “โถ ไม่น่าจะต้องลำบาก งั้นเราขึ้นไปบนตึกกันเถอะ”

          ทั้งสองพากันขึ้นไปบนตึก จิตรกรนั่งทำงานอยู่จนค่ำ แก้วก็ช่วยงานอยู่ ทั้งตัดเส้นติดโทน พร้อมกับพูดคุยกันสารพัดเรื่อง คืนนี้แก้วดูคล่องแคล่วมาก

          แต่จิตรกรก็ยังแอบเห็นแววตาหม่นเศร้าคู่นั้น เหมือนกับว่าคนรักของเขามีอะไรอยู่ในใจ

          สองทุ่มเศษ...

          “สองทุ่มกว่าแล้ว แก้วต้องไปแล้ว คงค้างกับพี่ไม่ได้ แก้วขอเวลาเค้ามาแค่นี้”

          “หืม...ขอเวลา?...พ่อเหรอ”

          จิตรกรวางเครื่องมือเขียนแบบแล้วเดินมาหาแก้ว เอื้อมมือไปแตะต้นแขนแก้วเบาๆ

          “โอ!! ตัวแก้วเย็นเฉียบเลย!! ไม่สบายหรือเปล่านี่ อืม...กลับก็ดีเหมือนกัน พี่ไปส่งนะ”

          “ไม่ต้องค่ะพี่จิตร...พี่รักแก้วไหม?”

          แก้วถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนกระซิบ

          “รักสิ ทำไมถามอย่างนั้น พี่รักแก้วมากนะ รู้ไหม”

          แก้วยิ้มเศร้า ริมฝีปากซีดเผือดนั้นเผยอขึ้นเล็กน้อย

          “จูบแก้วหน่อยได้ไหม”

          “หืม...เอ่อ...”

          จิตรกรรู้สึกประหลาดใจกับพฤติกรรมของแก้วในวันนี้ แต่ด้วยความรู้สึกว่าแก้วคงต้องการอะไรบางอย่างจากเขา...ความอบอุ่นกระมัง...เขาจึงก้มไปจุมพิตริมฝีปากเย็นยะเยือกของเธอเนิ่นนาน...

          “แก้วต้องไปแล้วค่ะ...ลาก่อนค่ะ...พี่จิตรที่แก้วรัก...

          เที่ยงคืนตรง...

          จิตรกรนั่งทำงานอยู่คนเดียวในห้องที่กว้างและมืด มีเพียงแสงสว่างจากไฟที่โต๊ะเขียนแบบส่องอยู่สลัวๆ เขากำลังทำงานเพลินๆ จู่ๆ ก็ได้กลิ่นดอกแก้วหอมฉุนติดจมูกขึ้นมาทันทีจนชะงักและคิดแปลกใจว่า ฤดูนี้ดอกแก้วไม่บานมากมายจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งขนาดนี้นี่นา อีกอย่างนี่ก็ชั้นสาม เขาเรียนที่นี่มาสี่ปีไม่เคยได้กลิ่นดอกแก้วหอมฉุนถึงเพียงนี้

          ยังไม่ทันคิดอะไรต่อ จิตรกรก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งเดินตรงมายังเขา ฟังจากเสียงดูรีบร้อนชอบกล เมื่อมองไปทางประตูห้องก็พบร่างของเพื่อนสามคน

          “อ้าว ไอ้เลข ไอ้ชัย ไอ้จ๊วต มาได้ไงวะ ดึกๆ ดื่นๆ”

          ทั้งสามมองหน้าจิตรกรด้วยแววตาตระหนกพร้อมกับกล่าวขึ้น

          “ไอ้จิตร...แก้ว แก้ว...”

          “หืม? แก้วทำไม?”

          “แก้วตายแล้ว...!!!”

          “ไอ้บ้า!!  อย่ามาเล่นกับกูแบบนี้ ไม่ตลกนะเว้ย!! มา...กินกาแฟกัน”

          “แก้วตายแล้วไอ้จิตร”

          ชัยพูดเสียงขึงขัง จิตรกรนั้นกลับหัวเราะด้วยความขบขัน

          “ฮๆๆ ไอ้บ้า กูเพิ่งอยู่กับแก้วเมื่อเย็นนี้เอง นี่ก็เพิ่งส่งขึ้นแท็กซี่กลับบ้านเมื่อตอนสองทุ่มครึ่ง”

          “หา!!!...”

          เพื่อนทั้งสามร้องเสียงลั่น

          “ไอ้...ไอ้จิตร...แก้วตายเมื่อบ่ายวันนี้นะ...ที่หน้าบ้านเค้าน่ะ ยัยเจี๊ยบโทรมาบอกกู แก้วทะเลาะกับพ่อแล้ววิ่งออกจากบ้าน แล้วก็ถูกรถชนที่ริมถนนหน้าบ้านนั่นเอง...แล้ว...แล้ว แก้วมาหามึงที่นี่!!!???

 

          บรรยากาศมืดสนิทรอบกายทำให้นักศึกษาชั้นปีหนึ่งค่อยๆ กระแซะเบียดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว อากาศเย็นลงจนยอดหญ้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำค้าง มีเพียงแสงตะเกียงริบหรี่สี่ห้าดวงที่วางอยู่ตรงหน้าผู้เล่าเรื่อง หันไปรอบกายก็เรียงรายไปด้วยหมู่สถูปเจดีย์โบราณ ทั้งทรงพุ่มข้าวบิณฑ์และทรงจอมแห กลุ่มนักศึกษานั่งนิ่งแทบไม่ได้ยินแม้เสียงหายใจเมื่อผู้เล่หยุดเล่า...

          ตรงนี้คือบริเวณวัดเจดีย์เจ็ดแถวในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ที่นักศึกษาคณะมัณฑนศิลป์ทุกรุ่นต้องมาศึกษาในวิชาศิลปะปริทรรศหรือที่เรียกสั้นๆ ว่าวิชาเซอร์เวย์

          “แล้วไงต่อคะพี่ปั้น แก้วตายจริงๆ เหรอ?”

          แคทรียาถามทำลายความเงียบขึ้น

          “อืม เค้าว่ากันว่าแก้วจะออกมาหาจิตรกรแต่พ่อไม่ยอมให้มา คงห่วงลูกนั่นล่ะ เห็นว่ามีการทะเลาะกันรุนแรงเรื่องที่แก้วกับจิตรมีอะไรกันแล้ว พอทะเลาะกันรุนแรงแก้วก็เครียด แล้ววิ่งหนีอกจากบ้านให้รถชน แต่เค้าสันนิษฐานว่าแก้วอาจจะไม่ได้ตั่งใจฆ่าตัวตายนะ คนเราบางครั้งเครียดมากๆ ก็ลืมตัวได้ แบบว่าเบลอน่ะ”

          ปั้นสาธยายเรื่องต่อ

          “แล้ว...มันเรื่องจริงรึเปล่าครับพี่ปั้น ผมฟังพี่เล่ามาสองปีแล้ว” แจ๊คถามขึ้นบ้าง

          “ไม่รู้ว่ะ พี่ก็ฟังมาอีกทีเหมือนกัน เรื่องนี้เล่าต่อกันมาหลายรุ่นแล้ว ถ้าเป็นเรื่องจริงพี่จิตรกรของเราคงอายุหกสิบกว่าแล้วมั้ง ฮะๆ”

ปั้นอธิบายไปยิ้มไป ทำให้บรรยากาศรอบกายหายวังเวงลงบ้าง

เป็นธรรมเนียมหรือเปล่าไม่มีใครยืนยัน แต่ทุกปีที่มีการมาค้างที่ศรีสัชนาลัย ตกดึก พี่ๆ กลุ่มหนึ่งที่ติดตามมาเที่ยวด้วยทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิชานี้ก็พากันตั้งวงที่ริมแม่น้ำยม ส่วนพี่อีกกลุ่มหนึ่งก็เป็นผู้ช่วยอาจารย์พารุ่นน้องถือตะเกียงกระป๋องคนละดวง เดินเป็นแถวยาวเหยียดเข้าไปสัมผัสอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยยามค่ำคืน

เมื่อมาถึงบริเวณวัดช้างล้อมรุ่นพี่ผู้ชายตัวโตๆ ก็รวบรวมตะเกียงนำขึ้นไปวางบนองค์เจดีย์เป็นชั้นๆ จนสว่างไสวไปทั่ว ถึงตอนนี้บรรดาตากล้องทั้งหลายก็ยกขาตั้งมาวางเรียงรายกดชัตเตอร์กันฉับๆ ลั่นไปหมด ทั้งถ่ายบรรยากาศ ทั้งถ่ายรูปกันเองเป็นที่สนุกสนาน ขณะที่ท่านอาจารย์เปรื่องก็เล่าถึงตำนานเก่าแก่ของเมืองศรีสัชนาลัยให้ฟัง สร้างความประทับใจให้นักศึกษาปีหนึ่งยิ่งนัก

          เมื่อบรรยากาศเงียบสงบลง นักศึกษาบางกลุ่มก็เดินกลับไปยังบ้านพักของกรมศิลปากรที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ บางคนก็หอบถุงนอน ผ้าห่ม ผ้าพลาสติกมาแอบนอนคุยกันที่มุมเจดีย์ห่างกันเป็นระยะๆ ส่วนท่านอาจารย์เปรื่องเจ้าของวิชาที่ชอบพูดติดปากว่า “ถ่ายรูปเลย ถ่ายไว้ๆ อีกหน่อยก็จะไม่มีให้เห็นแล้ว ถ่ายเลยๆ อย่าเสียดายฟิล์ม” ท่านก็หอบอุปกรณ์การนอนขึ้นวัดเขาพนมเพลิงไปด้วยเหตุผลสั้นๆ

          “เรานอนกรนเสียงดังว่ะ”

         

          “พิมไม่ได้เอาถุงนอนมาเหรอ”

          อารัติเดินสำรวจความเรียบร้อยของน้องๆ จนมาถึงฐานเจดีย์แห่งหนึ่ง พบภาพพิมพ์กับเพื่อนสามสี่คนนั่งคุยกันอยู่...อ่ะ...ปั้นกับแจ๊คก็มาอยู่ตรงนี้ด้วย

          “ไม่ได้เอามาค่ะพี่อาร์ต...ก็ไม่นึกว่าจะมานอนกลางแจ้งอย่างนี้ แต่พิมมีผ้าห่มค่ะ บรรยากาศดีแบบนี้ไม่อยากทิ้งเพื่อนๆ ไปเลย ขอนอนตรงนี้กับเพื่อนๆ นะคะ”

          ภาพพิมพ์ตอบเสียงใส

          “ก็ดีอยู่หรอก บรรยากาศแบบนี้หาดูไม่ได้ง่ายๆ แต่เดี๋ยวดึกมากๆ น้ำค้างคงจะลงเยอะจนผ้าห่มเปียกหมดเชียวล่ะ ดูสิทุกคนเค้ามีถุงนอนกันหมด เอางี้ เอาของพี่ไป” อารัติพูดพลางส่งถุงนอนให้ภาพพิมพ์

          “อ้าว แล้วพี่อาร์ตไม่ใช้หรือคะ”

          “ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่จะไปนั่งคุยกับอาจารย์ที่ริมแม่น้ำ คงไม่ได้นอนง่ายๆ ถ้าง่วงคงจะเข้าไปนอนในบ้าน ตรงนั้นอุ่นพอไม่ต้องใช้ถุงนอนก็ได้”

          ภาพพิมพ์รับถุงนอนจากอารัติมาสวมเข้าแล้วรูดซิบปิด พร้อมห่มผ้าห่มสีน้ำเงินลายสก็อตข้างในอีกชั้นหนึ่ง

          “โอ...อุ่นดีจังค่ะ กลับไปพิมต้องซื้อถุงนอนไว้ใช้บ้างแล้ว”

          “งั้นพี่ไปดูด้านโน้นก่อนนะ” อารัติสรุป แต่ปั้นรั้งไว้

          “อย่าเพิ่งไปสิไอ้อาร์ต เรากำลังจะเล่นผีถ้วยแก้วกัน อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน บรื๋อออออ”

          “อ้าว ไอ้ปั้น กลัวแล้วจะเล่นทำไมวะ”

          “เหอะน่า...อยู่กันหลายๆ คนอุ่นใจดี ไอ้แจ๊คเอาอุปกรณ์มา”

          หลังคำสั่งของปั้น แจ๊คก็หยิบกระดาษแผ่นโตออกมาวางที่เสื่อกลางวง เป็นกระดาษที่มีตารางเป็นช่องๆ เขียนตัวอักษรและตัวเลขภาษาไทยและอังกฤษเอาไว้ จากนั้นแจ๊คก็หยิบแก้ววิสกี้เล็กๆ มาวางคว่ำลงบนกระดาษตรงจุดที่เขียนว่า “ที่พัก” แล้วจึงหยิบธูปออกมาหนึ่งดอกแล้วจุด...

          “จะคุยกับใครดี” ปั้นถามเสียงต่ำ

          “คุยกับแก้วสิคะ” แคทรียาออกความเห็นขณะที่ตัวเองก็กอดภาพพิมพ์แน่น

          “เอางั้นเลยหรือ?”

          “ค่ะ....”

          ถึงตอนนี้สาวๆ ที่บ่นว่าอยากเล่นผีถ้วยแก้วเริ่มขยับตัวเบียดชิดเข้าหากันมากขึ้นทุกที อารมณ์ต่อเนื่องตั้งแต่หัวค่ำทำให้บรรยากาศตอนนี้วังเวงยิ่งนัก แจ๊คส่งธูปให้ปั้น เขารับธูปมาแล้วพนมมือไหว้ หลับตาส่งเสียงงึมงำอยู่สักครู่ก็ยกแก้วที่คว่ำอยู่ขึ้นนิดหนึ่ง แล้วปล่อยควันธูปเข้าไปในแก้วจากนั้นจึงคว่ำไว้อย่างเดิม

          “เรียบร้อย...เขามาแล้ว”

          “หืม...ง่ายยังงั้นเชียวรึคะ” แคทรียาถามพลางหัวเราะคิกคัก รู้สึกว่าพี่ปั้นจะอำเก่งไปหน่อย

          “ไม่เชื่อรึ” ปั้นถามเสียงต่ำอีกแล้ว

          “ไม่เชื่ออ่ะค่ะ”

          “งั้นเรามาพิสูจน์กัน ทุกคนล้อมวงเข้ามา ตั้งสมาธิแล้วเอาปลายนิ้วแตะที่ก้นถ้วยเบาๆ” ปั้นสั่ง ทุกคนต่างทำตามโดยดีไม่เว้นแม้แต่อารัติ

          “แล้วจะรู้ได้ว่าเป็นพี่แก้วจริงๆ อาจจะเป็นสัมภเวสีมาสวมรอยก็ได้นะ เขาตายที่กรุงเทพ กว่าจะนั่งรถมาถึงสุโขทัย...ไกลนะ” อารัติติง

          “ไอ้บ้า!! ระดับจิตวิญญาณเขาใช้อินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงกันแล้วโว้ย...ถ้าไม่แน่ใจก็เช็คดูได้นี่” 

ปั้นพูดเสียงต่ำอีกแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมต้องพูดเสียงต่ำ...ว่าแล้วปั้นก็หันไปพูดกับผีถ้วยแก้ว

“ขอถามชื่อหน่อยครับ”

แก้ววิสกี้ขนาดเล็กที่มีปลายนิ้วของนักศึกษาแตะอยู่เบาๆ เริ่มขยับนิดๆ แล้วเลื่อนออกจาก “ที่พัก” ไปหยุดอยู่ตามตัวอักษรต่างๆ

------ก้------

“อูย...ใช่จริงๆ ด้วย” แจ๊คออกอาการเสียงสั่น

“ใครดันแก้วรึเปล่าคะ?” แคทรียาทำเสียงดุเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว

“เอ่อ...ดันแก้วไหนอ่ะ...แก้วบนกระดาษนี่...หรือแก้วแฟนพี่จิตร” ปั้นทำเสียงสั่นตามแจ๊ค

“พี่อย่ามาอำ ถ้วยแก้วเนี่ยอ่ะค่ะ...ใครดันหรือเปล่า?” แคทยังไม่เลิกดุ

...ทุกคนส่ายหน้า...

“งั้นถามหน่อยครับ แฟนพี่แก้วชื่ออะไร” ปั้นถามต่อ

จิ------------------

“อืม...แม่นแฮะ” อารัตินึกสนุกจึงผสมโรงด้วย

“เขาอาจฟังพี่ปั้นเล่าเมื่อกี้ก็ได้นะครับ” แจ๊คยังไม่เชื่อ

“อืม...งั้นเช็คนิดนึง...แม่ของพี่แก้วชื่ออะไรครับ...”

กิ-----------------ลั้-----------

“ขออีกตัวครับ...อ่านไม่ออก”

-------------------

“กิมลั้ง!!! ใช่เจ้าของร้านขนมหม้อแกงที่เราแวะวันก่อนหรือเปล่า อิอิ” แจ๊คตั้งข้อสังเกต

ทะ--------ลึ่----------

“อูย...โดนผีด่า...” แจ๊คครางเบาๆ

“แม่แก้วเขาชื่อกิมลั้งจริงๆ” เสียงทุ้มใหญ่ดังมาจากด้านหลัง ทุกคนหันไปมองก็เห็นเงาตะคุ่มของอาจารย์เปรื่องยืนอยู่ด้านหลัง

“หา!!! จริงหรือครับ/คะอาจารย์!!” ทุกคนอุทานเกือบจะพร้อมกัน อาจารย์เปรื่องพยักหน้าตอบแล้วเดินจากไป

บรรยากาศตอนนี้กลับสงบนิ่ง ไม่มีเสียงหัวเราะคิกคักเหมือนตอนเริ่มตั้งวงแล้ว

“เอ่อ...ถามอะไรได้บ้างคะ” แคทรียาถามเสียงสั่น

ทุ-------------------------------รื่-----------------------------

          “’งั้นขอถามว่า...เนื้อคู่ของพี่อาร์ตชื่ออะไรคะ”

          “อ้าว!! งานเข้าแล้วสิ...จะถามไปทำไมอ่ะแคท” อารัติโวย

          “ก็แคทอยากรู้นี่คะ” แคทตอบยังไม่ทันขาดคำ ถ้วยแก้วก็เคลื่อนไปมาบนกระดาษ

          -------------------#

          “ภา...พี่ภา...?” แคทรียาคราง “แคทไม่เชื่อหรอก...ใครดันแก้วแน่ๆ...เอ๊ะ แก้วขยับต่อ....?”

อากาศรอบๆ เจดีย์เย็นลงทุกขณะจนเรียกได้ว่าหนาว...จู่ๆ ก็มีลมกรรโชกแรงมาวูบหนึ่ง สมาชิกผีถ้วยแก้วต่างขนหัวลุกซู่ไปตามๆ กัน แล้วถ้วยแก้วที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ก็สะดุดล้มลง!!!

“ว้าย!!!”

“เฮ้ย!! ถ้วยล้ม!!” ใครคนหน่งตะโกนขึ้น

“ซวยล่ะสิ!!” ปั้นคราง

“ซวยยังไงคะ” ภาพพิมพ์ที่กำลังอึ้งอยู่กับคำตอบของผีถ้วยแก้วถามขึ้นบ้าง

“ก็...ถ้าผีหลุดออกมาจากถ้วยแก้วโดยเราไม่ได้เชิญออก วิญญาณจะวิ่งเข้าไปสิงคนที่ดวงซวยที่สุดในวง!!” ปั้นตอบ

“อูย...แล้วใครจะซวยล่ะนี่” แจ๊คถามเสียงสั่น

         

          ฟ้าสางแล้ว...

          ภาพพิมพ์ตื่นก่อนคนอื่น เพื่อนๆ ยังขดตัวหลับกันอยู่ในถุงนอน เธอพับผ้าห่มแล้วม้วนถุงนอนเก็บเรียบร้อยแล้วหิ้วกลับไปยังบ้านพัก ทิ้งเพื่อนๆ ให้นอนกันอยู่อย่างนั้น

          บริเวณหน่วยศิลปากรริมแม่น้ำยมยามเช้าตรู่อย่างนี้ อากาศเย็นเฉียบจนภาพพิมพ์ต้องกระชับเสื้อกันหนาวแนบตัว มองไปยังสองฝั่งแม่น้ำเห็นไอหมอกไหลเอื่อยอยู่เหนือสายน้ำชวนให้คิดถึงเรื่องของจิตรกรกับแก้วที่พี่ปั้นเล่าเมื่อคืน...ถ้าบุคคลทั้งสองมีตัวตนจริงๆ เขาคงจะเคยมาที่นี่ มาเรียนวิชานี้ และอาจจะเคยนั่งเคียงกันชมสายหมอกริมแม่น้ำยมตรงนี้ ช่างเป็นฉากที่โรแมนติกเอามากๆ เลยทีเดียว...

ขณะที่ภาพพิมพ์กำลังจะก้าวเท้าขึ้นบ้านพัก ก็เห็นอารัตินอนขดตัวอยู่ตรงระเบียง มีเพียงแจ๊กเก็ตตัวเดียวที่ให้ความอบอุ่น เห็นแล้วภาพพิมพ์ก็ทั้งเอ็นดูและสงสาร ที่อารัติต้องมานอนหนาวอย่างนี้ก็เพราะยกถุงนอนให้เธอเมื่อคืน

          ภาพพิมพ์ขยับเข้าไปหาร่างนั้น พลางคลี่ผ้าห่มสีน้ำเงินลายสก๊อตห่มให้อารัติ เขางัวเงียลืมตาขึ้นมามอง

          หญิงสาวส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มก่อนเอ่ยเบาๆ

          “หลับต่ออีกหน่อยเถอะค่ะ ยังไม่มีใครตื่นเลย”

          ภาพพิมพ์นั่งลงข้างๆ แล้วยกศีรษะอารัติมาวางไว้ที่ตักของเธอต่างหมอน อารัติหลับตาลงอีกครั้งด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

          คณะนักศึกษาที่ไปทัวร์สุโขทัยครั้งนี้ กลับมาด้วยท่าทีคึกคะนองไม่สิ้นสุด ตัวดำปี๋ด้วยแดดกล้าพร้อมฟิล์มที่ถ่ายแล้วไม่ต่ำกว่าคนละห้าม้วน แถมด้วยภาพจากกล้องดิจิตอลอีกนับพันภาพ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
RTOM วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monetpapa

สวัสดีครับครูอุ๋ย ..มาตอบ Tag..ตามที่ครูเอส่งไปครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมีจิตรกรOK..ก็ขอสมัครเป็นสมาชิกไว้ร่วงหน้าก่อนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 15/05/2009 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

เกือบพลาดตอนนี้แน่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
nilsamai วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

ตอนเรียนไปวาดรูปต่างจวต้องเล่นผีถ้วยแก้วทุกที เล่นไปกลัวไป

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ตาพรานบุญ วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ta-pran-boon
ตาพรานบุญ

ต้องมนต์สวนแก้วเข้าอีกคน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 00.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

“แก้วตายแล้ว...!!!”
ขนลุกเลย

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ยากันยุง วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 23.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newgeneration
ส่วนหนึ่งของชีวิต คือ จิตสาธารณะ

สนุกดีค่ะ ระทึกใจ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
พู่กัน วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkue

มาเยี่ยมครับครู

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
โคมทอง วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

ท่านประธานค่ะ โคมทองเอา Tag ครูเอมาส่งค่ะ..
http://www.oknation.net/blog/larnpikul

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
แฝดนรก วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 17.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nicharda
 เราชื่อ สุ

สวัสดีค่ะ สนุกจังเลยค่ะครูอุ๋ย นิทานเล่าต่อกันมา

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
วิตามินบี วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


มาอ่าน
เผื่อฝึกเขียนนิยายบ้าง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
โคมทอง วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

สนุกจังเลย..เขียนดีมากค่ะ...อ่านไปขนลุกไป แต่ว่ายังไม่จบใช่ไหมค่ะ ท่านประธาน...
เอามาลงอีกนะค่ะ จะรออ่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Kibangkok วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..


แอบเข้ามาอ่านนิยายครับ เรื่องจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้นะนี่

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
veerin วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

อ่านตอนนี้แล้วขนลุกเลยค่ะ

หลอกกันนี่นา

เขียนดีจังค่ะ สนุกน่าติดตาม

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 08.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ลิงค์อัพเดทค่ะ
..... พันธกิจ สะดุดรัก วันที่ 16 .....
http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai/2009/05/12/entry-1

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
WorryAboutYOU วันที่ : 11/05/2009 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vision

คิดถึง...บรรยากาศ
ศาลาดนตรี
สวนแก้ว
ตึกประยุกต์
กลุ่มปู...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
fonsasami วันที่ : 11/05/2009 เวลา : 21.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fonsasami
http://www.namfardress.com 

สนุกดีค่ะ กำลังลุ้นว่าจะมีใครโดนผีสิ่งอยู่เชียวจบตอนซะแล้ว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ฝากลม

ฝากลม

View All
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]