• ธมกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tungsakasome@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-27
  • จำนวนเรื่อง : 227
  • จำนวนผู้ชม : 524109
  • ส่ง msg :
  • โหวต 187 คน
ทุ่งสักอาศรม และ ครูกานท์
ธมกร,ครูกานท์,ศิวกานท์ เป็นนามเรียกขานสมมุติขลัง ทุ่งสักอาศรมบ่มพลัง จริงจังจริงใจไมตรี :::: คือแขกของโลกอีกใบหนึ่ง โลกซึ่งมีวันคืนของพื้นที่ ไม่ทำโลกให้รกหรอกคนดี ชีวิตนี้ไม่นานก็ผ่านไป...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/krugarn
วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม 2551
Posted by ธมกร , ผู้อ่าน : 3503 , 22:19:21 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ni_gul โหวตเรื่องนี้

     

...

ไม่รู้ฉันทลักษณ์ก็เขียนกลอนได้

.......................................................................................................................................................

ศิวกานท์ ปทุมสูติ

...

...

     ผมขอสารภาพว่า  ผมเป็นครูภาษาไทยที่เคยหลงทางมาแล้ว  โดยเฉพาะในเรื่องของการสอนนักเรียนเขียนกาพย์กลอน   นั่นก็คือผมเคยสอนแบบเริ่มต้นด้วยการเปิดประตูสู่ความรู้จักรูปแบบฉันทลักษณ์  ชักโยงให้เด็กๆ เข้าใจนิยามความหมาย  อธิบายแผนผัง  ยกตัวอย่างบทประพันธ์ชั้นดี  แล้วก็ชี้ให้เห็นข้อกำหนดนิยมต่างๆ ของร้อยกรองแต่ละประเภทที่สำคัญ   จากนั้นให้ผู้เรียนฝึกเขียนตามขั้นตอนและกิจกรรม 

     การสอนในลักษณะดังกล่าว   ดูเผินๆ ก็น่าจะเป็นการสอนที่ดี  และผมก็เชื่อว่าครูภาษาไทยโดยทั่วไปก็คงจะสอนแบบเดียวกันนี้    แต่ผมกลับได้พบความจริงจากประสบการณ์ดังกล่าวว่านั่นเป็นการสอนที่สร้างบาปแก่วิชาการประพันธ์ไทยอย่างใหญ่หลวง   เป็นบาปที่ซุกซ่อนที่ทั้งครูและนักเรียนต่างก็ไม่รู้ตัว   คือไม่รู้ตัวว่ากำลังสร้างคอกขังแก่ถ้อยคำและจินตนาการที่งดงาม   ก่อให้เกิดความยากลำบาก  ความอึดอัดตีบตัน  และความรู้สึกเบื่อหน่ายในการเรียนแก่นักเรียนทีละเล็กทีละน้อย  จนกระทั่งพวกเขาสะสมพฤติกรรมเชิงปฏิปักษ์หรือปฏิเสธวิชานี้ขึ้นภายใน  ทั้งไม่รู้สึกรักที่จะเขียนและอ่านงานร้อยกรอง

  แต่ทางเลือกใหม่ที่ผมพบในวันนี้ ก็คือทางสายเก่าในรากเหง้าวิถีของชาวบ้านนั่นเอง  

    ผมได้คำตอบจากพ่อเพลงแม่เพลงพื้นบ้านหลายต่อหลายคนว่า  การหัดเพลง  ไม่ว่าจะหัดร้องหรือหัดด้นเพลงก็ตาม   ต่างก็เริ่มต้นมาจากการหัดร้องเพลงครูหรือเนื้อร้องของเก่ากันมาก่อนทุกคน   หัดร้องตามครู (ซึ่งอาจจะเป็นรุ่นปู่รุ่นย่า รุ่นพ่อรุ่นแม่ หรือรุ่นพี่)  หัดเป็นลูกคู่รับเพลง  เป็นคอสองคอสามตามโอกาส  หัดปรบมือเข้าจังหวะ  หัดเล่นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะเพลงชนิดต่างๆ  ซึ่งก็จะเป็นเพลง ขึ้นทีละเล็กละน้อย  จนรู้สึกกลมกลืนรื่นไหลอยู่ในชีวิต   เมื่อได้เนื้อร้องต้นแบบสะสมไว้เป็นต้นทุนมากเข้า   ถึงคราวร้องเล่นก็สามารถยักย้ายแยกด้นเป็นตัวเป็นตนของตัวเองได้มากขึ้นตามลำดับ   นานวันเข้าก็แก่กล้า   มีทางเลือกมีทางเดินเป็นของตนเองที่ชัดเจนตามแต่ภูมิปัญญา  ความฝักใฝ่  และความแตกฉานของแต่ละบุคคล   วิถีของนักเพลงชาวบ้านไม่มีใครเลยที่เริ่มหัดเพลงจากการเรียนรู้เรื่องฉันทลักษณ์ (จากตำราหรือจากแผนผังใดๆ) แม้บางคนไม่เคยเรียนหนังสือก็ยังสามารถร้องเพลงได้และผูกเพลง (แต่งเพลง) ได้อย่างน่าอัศจรรย์

   ในทำนองเดียวกัน  เด็กๆ หรือผู้ใหญ่คนใดก็ตามที่ร้องเพลงลูกทุ่ง  ลูกกรุง  สตริงส์  หรือเพลงที่เรียกชื่ออย่างอื่นใดก็ดี   ต่างก็ร้องตามเพลงต้นแบบที่มีคนอื่นร้องมาก่อน   ร้องได้โดยไม่ต้องเรียนรู้เรื่องฉันทลักษณ์เพลง  หรือโน้ตเพลง  หรือหลักการแต่งเพลงเหล่านั้น   จากการร้องได้   ก็แต่งเพลงล้อหรือเพลงแปลงได้   บางคนที่สนใจมาก  รักมากชอบมาก  ก็อาจถึงขั้นลองแต่งเนื้อใหม่ทำนองใหม่ขึ้นเอง  เรียนรู้ลักษณะการแต่งเพลง (ฉันทลักษณ์เพลง) จากการสังเกตเพลงของครูเพลงต่างๆ ที่สร้างสรรค์ไว้   สังเกตคำสัมผัสคล้องจอง  ท่วงทำนองในแต่ละท่อนแต่ละตอน  สังเกตเสียงสังเกตคำ  โวหาร  และการเดินทางของเนื้อหา   ลองผิดลองถูกด้วยรักด้วยสนุก  มีความสุขในการคิดการแต่ง   จนกระทั่งบางคนอาจไต่บันไดไปถึงขั้นเป็นศิลปินนักร้องหรือนักแต่งเพลงผู้มีชื่อเสียง   ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะมีวิถีที่มาในทำนองเดียวกันนี้  เป็นการฝึกหัดจากของจริงและตัวตนที่แท้จริง  หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นการเรียนรู้ทฤษฎีในจากการปฏิบัติ  มิใช่เรียนปฏิบัติจากทฤษฎี  

    การฝึกหัดแต่งกลอนหรือร้อยกรองประเภทใดก็ตาม   วิธีที่ดีที่สุดที่ผมพบในขณะนี้ก็คือ  การให้นักเรียนหัดอ่านกลอน  ท่องกลอน  หรือจะขับขานสร้างสรรค์ทำนองอย่างไรก็ได้ (ตามที่สนุกจะทำ)  เลือกกลอนดีๆ  กาพย์ดีๆ  โคลงดีๆ  หรือฉันท์ดีๆ  ที่กระทบใจ (โดนใจ) หรือจับใจนักเรียนเป็นต้นแบบ อาจใช้ทั้งการอ่านนำ อ่านตาม อ่านร่วมกัน หรือท่อง หรือขับขาน ฯลฯ ให้เกิดบรรยากาศของความรื่นรมย์และรื่นรสสม่ำเสมอ  ต่อเนื่อง  กลมกลืนในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวัน   จากนั้นจึงค่อยลองแต่ง  โดยไม่ต้องให้ความรู้เรื่องรูปแบบ หรือแผนผังฉันทลักษณ์  อาจจะใช้วิธีแต่งแปลงล้อเลียนก็ได้  เช่น

                       ใดใดในโลกล้วน         อนิจจัง

                   คงแต่บาปบุญยัง            เที่ยงแท้

                   เป็นเงาติดตัวตรัง           ตรึงแน่น  อยู่นา

                   ตามแต่บาปบุญแล้          ก่อเกื้อรักษา

                                                                                           (ลิลิตพระลอ) 

                             ใดใดในโลกล้วน         อนิจจัง

                   คนบ่ดูหนังสือยัง            สอบได้

                   คนดูหัวแทบพัง             สอบตก

                   เพราะเหตุฉะนี้ไซร้          อย่าได้ดูมัน

                                                               (พบที่ผนังห้องสุขาของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน กทม.)

    โคลงแปลงล้อเลียนที่ยกมานี้มีนัยบอกอะไรอยู่หลายอย่าง  แต่ในที่นี้จะเลือกพูดถึงแต่กรณีของการแต่งร้อยกรองที่ผู้แต่งโคลงบทนี้กระทำ   นั่นคือผู้แต่งรายนี้เป็นผู้ที่มีต้นทุนความทรงจำ ทั้งคำและจังหวะโคลงต้นแบบมาก่อน  ครั้นเมื่อมาได้รับความบันดาลใจบางอย่าง (เกี่ยวกับการดูหนังสือและการสอบ) เข้าก็เกิดแรงขับให้เขียนโคลงล้อเลียนเชิงเสียดสีบทนี้ได้  และเป็นการเขียนได้อย่างโดนใจผู้อ่าน (ผู้มีประสบการณ์ร่วม) ได้ไม่น้อยทีเดียว   นี่คือการเขียนตามวิถีธรรมชาติของศิลปะภาษาที่แฝงพลังอยู่ในชีวิต ที่มีต้นทุนแห่งต้นแบบอยู่อย่างเพียงพอ  

    ข้อควรระวังเป็นสำคัญอย่างยิ่งก็คือ  ครูจะต้องไม่มัวไปใส่ใจจับผิดเรื่องรูปแบบฉันทลักษณ์   ปล่อยให้นักเรียนเขาค่อยค้นหา  ค้นพบข้อสังเกต  ทั้งองค์ความรู้และความคิดจากประสบการณ์การลองผิดลองถูกด้วยตัวของเขาเอง   ถ้านักเรียนสงสัยไต่ถาม  ครูก็อาจจะตอบอธิบายพอให้กระจ่างเฉพาะเรื่องเฉพาะกรณี   ไม่ควรอธิบายความรู้ทั้งหมดทั้งมวลที่ครูรู้   เพราะว่าวิธีสอนแบบบอกความรู้ นั้นได้ผลน้อยนัก

   สิ่งที่ครูควรจะให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพิจารณาผลงานของนักเรียนก็คือ  การให้ความสนใจเรื่องราวที่พวกเขาเขียน   ครูควรแสดงความสนใจใคร่รู้ใคร่ติดตาม  โดยอาจจะชวนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด   ความบันดาลใจ  เป็นต้นว่า  มีอะไรกระตุ้นหรือมีอะไรเป็นทุนความคิดความรู้สึกจึงเขียนเรื่องดังกล่าว   ต้องการจะบอกอะไรมากกว่าเนื้อหาถ้อยคำที่ปรากฏหรือไม่   มีอุปสรรคในการใช้คำหรือการเขียนตรงไหนบ้าง   เมื่อครูใช้วิธีดังที่ว่านี้  จะทำให้นักเรียนมีความตื่นตัวทางความคิด  ได้แง่มุมจากการสังเกตความคิดของคนอื่นซึมซับสู่การพัฒนากระบวนการคิดของตนเองให้งอกงามยิ่งขึ้น   จะทำให้การเขียนครั้งต่อๆ ไปของแต่ละคนมีความรัดกุมและพิถีพิถันต่อการนำเสนอเนื้อหาโดยธรรมชาติของแรงขับภายในที่ได้รับการกระตุ้นและพัฒนาอย่างถูกวิธี

       เมื่อนักเรียนไม่รู้สึกยาก  ไม่ต้องพะวงกังวลกับรูปแบบฉันทลักษณ์ในการเขียนร้อยกรองเบื้องต้นของเขา   พวกเขาก็จะก้าวเดินไปบนถนนกาพย์กลอนด้วยความมั่นใจ  สบายใจ  มีความสุข  ในขณะเดียวกันครูก็จัดกระบวนการเรียนการสอนให้เกิดความงอกงามทางความคิดและคุณค่าของงานของพวกเขาเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ   วันหนึ่งก็จะถึงการขัดเกลารูปแบบฉันทลักษณ์ให้ลงตัวถูกต้องและดีงามสมบูรณ์ได้เองในที่สุด

   ผมจึงอยากเชิญชวนให้ครูภาษาไทยทั้งหลายลองหันมาสอนนักเรียนแต่งกาพย์กลอนกันด้วยวิธีนี้ดู   แล้วท่านจะพบว่าความเครียด  ความอึดอัดตีบตัน  และความรู้สึกเบื่อหน่ายวิชาการประพันธ์ของนักเรียนจะลดลง   นักเรียนของท่านจะมีความรักภาษาวรรณศิลป์เพิ่มขึ้น   ในที่สุดก็จะนำพาให้พวกเขารักภาษาไทย  และรักครูภาษาไทยมากขึ้น  ซึ่งเราต่างก็ต้องการเช่นนั้นมิใช่หรือ

:::เพลงอาศรมร่มรัก:::

:::คำร้อง-ทำนอง : ศิวกานท์ ปทุมสูติ:::

:::เรียบเรียงเสียงประสาน-ขับร้อง : ศักดิ์สิริ มีสมสืบ:::




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ni_gul วันที่ : 21/05/2014 เวลา : 01.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ลองผิดลองถูกด้วยรักด้วยสนุก มีความสุขในการคิดการแต่ง
...
ใช่เลยค่ะครู ฉันใช้วิธีนี้ฝึกแต่งโคลงผิดๆ ถูกๆ มาพร้อมๆ กับที่เข้ามาเล่นโอเคนี่ละค่ะ (๒๕๕๒)

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ni_gul วันที่ : 21/05/2014 เวลา : 01.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

เรียกได้ว่าเป็นการเรียนโดยวิธีธรรมชาติสินะคะครู

บทนี้ที่เคยเห็นมา(หลายสิบปีแล้ว)ค่ะ
ของเก่าแต่เดิมเขาว่าไว้ดังนี้

@ใดใดในโลกล้วน .... อนิจจัง
คนบ่ดูหนังสือยัง ......... สอบได้
คนดูแทบหัวพัง .......... สอบตก_____/เอกคำที่ 3 ค่ะ
ด้วยเหตุฉะนี้ไซร้..........อย่าได้ดูมัน ฯ

(ไม่ทราบนามผู้แต่ง)

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
skinhead วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 20.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

งานเขียนอยากให้เปิด
จิต
ปล่อยวาง
แสดงสิ่งที่
รู้สึกตัว

ปล.
ด้วยความเคารพ
อาจารย์ครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
walkaway วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ake-yanee
สิ่งที่เขียนคือสิ่งที่เห็นและเป็นจริงเสมอ

คุณครูศิวกานท์ค่ะ..ตามอ่านมาหลายบล็อกแล้วค่ะ..เจอบล็อกนี้เข้า..ลมใส่เลยค่ะ..ตัวอักษรเล็กทุกบรรทัดเลยค่ะ..ปวดตามากๆ..ช่วยหน่อยค่ะ..จะตามมาอ่านอีกครั้งนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ธมกร วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 11.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krugarn

ในหนังสือ "กลวิธีสอนเด็กเรียนเขียนบทกวี" บทแรก เปิดประตูสู่ทางแห่งการเรียนรู้และฝึกฝนว่า...
:::
:::
กินครูเป็นอาหารวันละบท
เล่นล้ออรรถรสวันละหน
อ่านเขียนวันละครั้งอย่างแยบยล
ผลิดอกออกผลจากต้นรัก

"ครูกานท์"
:::

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุมหาญาณโพธิสัจ วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/taimahayan
ธรรมะวิถีไทเซน  มหาสารคาม

..ขอบคุณแทนเด็กๆ ที่มีคุณครูภาษาไทย ที่กล้า..
เปิดกะลาที่คลุมครอบ
ออกนอกคอกที่กอดกุม
กฏเกณฑ์ข่มเหงคุม
เก็บกักจิตอิสรา
..ลองเอาบทเสภาดังๆในอดีต มาให้เด็กๆแร็บโย้ ลองดู รับรองว่า พอถึงเวลาเรียนภาษาไทย เด็กมากันตรึมแน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
supameeh วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/digitalmedia
เปิดโลกทัศน์ ดิจิตอลมีเดีย

ผมชอบแนวคิดนี้ครับ

แนวคิดนอกกรอบที่ว่าด้วยการสร้าง "แรงบันดาลใจ"
ให้เิกิดแก่ผู้เรียน ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้ว

การฝึกฝนอย่างถูกต้อง ตามแบบ ตามระบบ
จะถูกเก็บเกี่ยวโดยผู้ที่มีความรักในด้านนี้ไปเอง
อย่างคู่ขนานกันไป ...

ชื่นชมครับ โหวตเลย!

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
naitiwa วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 13.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...

สวัสดีครับ
ดีใจได้เจอครูที่นี่
จะแวะมาอ่านเรื่อย ๆ ครับ
แหะ แหะ
สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ย่าดา วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 12.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

แต่งกลอนที่ยากยิ่งนักสำหรับย่า
แต่ก็ชอบอ่านนะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

เมื่อตอนจากสุพรรณเข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพปีแรก
คุณครูภาษาไทยให้ผมอ่านทำนองเสนาะโคลงสี่ (ยอมรับว่าไม่เคยอ่านทำนองเสนาะ)

ผมก็อ่านว่า "เซี้ยงลือเซี้ยงเล่าอ้างฯ" ที่ผมคิดว่าไพเราะแล้ว และที่สุพรรณก็ออก "เสียง" เป็น "เซี้ยง" ทั้งนั้นรวมทั้งที่ได้เคยฟังจากขับเสภาด้วย

แต่คุณครูท่านนั้นบอกว่าผิด ใช้ไม่ได้เลย ต้องหัดใหม่

ผมงงมากเลย ท่านคึกฤทธิ์ก็บอกว่าภาษาไทยเป็นเสียงดนตรี ยิ่งสำเนียงสุพรรณยิ่งเป็นดนตรีมากๆ

ทำไมกลายเป็นผิดไปได้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงวอ วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

เอาไป ๑ โหวต ถูใจมากครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มรณฐิโต วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ok-na

ไม่ว่ากลอนโคลงกาพย์หรือถูกฉาบว่าเป็นบทกวี
ล้วนมาจากสมองคนสติดีดีที่มีเวลาคิดไตร่ตรอง
ประกอบกับจิตใจที่ไหวอ่อนแลท่วงคำทำนอง
ทำให้มันคล้องให้มันจองใช่อยู่ในกรงขังฉันทลักษณ์

บ้าสิ้นดี
ต้องมีวิถีทรลักษณ์
เป็นกรอบเป็นกรงกันกัก
กวีตะหวักตะบวย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 07.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

สนับสนุนอาจารย์ค่ะ
หนูเคยเขียนสักวาบทแรกเมื่อ ป.๕ ว่า
....สักวาลาแล้วเพื่อนแก้วเอ๋ย ก่อนนี้เคยใกล้ชิดสนิทสนม.............
โดยไม่ได้เก่งอะไรและไม่เคยเรียนฉันทลักษณ์ แต่อาศัยความชอบ เขียนได้ด้วยความจำประสาเด็ก จำเอาว่าจังหวะกลอนตกสัมผัสเป็นช่วงๆ ที่ใดบ้าง เสียงสูงๆต่ำๆ ท้ายวรรคติดหู ก็ทำตามนั้น เชื่อว่าเพราะท่องอาขยานมาตั้งแต่ ป.๑ (นักวิชาการตอนนี้บอกไม่ให้สอนเด็กจำ???)
เมื่อได้เรียน หันมาดูสักวา ป.๕ ก็เห็นว่าถูกต้องทุกรายละเอียด แม้สัมผัสใน ที่ไม่ใช่สัมผัสบังคับ และรายละเอียดเสียงท้ายวรรคไม่ผิดพลาด
แต่พอมาสอนกลับหลงทางเช่นที่อาจารย์กล่าวไว้ในย่อหน้าแรกค่ะ
ตัวครูภาษาไทยเอง ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ก็เขียนกลอนไม่ได้ สอนเด็กแบบงุบงิบ ผ่านๆ ข้ามๆ อ้างไม่มีเวลา ไม่จำเป็น ไม่ถนัด สารพัดเรื่อง วรรณคดีไทยมีร้อยกรองก็ไม่อาจอธิบายความหมาย คำศัพท์ง่ายๆ ที่ครูวิชาอื่นแปลได้ แต่ครูภาษาไทยแปลไม่ได้ เป็นที่มาของคำดูแคลนว่า ไม่มีปัญญาเรียนอะไรจึงมาเรียนภาษาไทย เขาเหล่านี้คงโยนตำราเล่มที่ ๔ ของพระยาศรีสุนทรโวหารทิ้ง เพราะตัวเองไม่อาจเข้าใจ
ไม่ทราบศักดิ์ศรีที่โดดเด่นของคนเอกไทยซึ่งเป็นที่หวังของผู้คนหายไปอยู่ที่ใดแล้ว ไม่อยากได้ยินคำว่า ไม่มีปัญญาเรียนอะไรก็ให้ไปเรียนเอกภาษาไทยค่ะ
ด้วยความเคารพ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

มีบ้าง บางครั้งที่ไม่อยากอยู่ในกรอบค่ะ

คนที่เขียนกลอน
แล้วฉันทลักษณ์ถูกต้องด้วย
ถ้าแค่หาคำให้คล้องจอง
อ่านแล้วก็เฉย ๆ น่ะค่ะ

แต่หากผู้เขียนเลือกคำที่เรียบง่าย
หากเมื่อเชื่อมโยงกับคำอื่น ๆ แล้วดูมีความหมายพิเศษได้
จะชอบมากกว่า การเขียนกลอนแบบครูภาษาไทยค่ะ

แม่สีไฟพูดตรงยังงี้ล่ะค่ะ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
iamnarch วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 22.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narch

รักการอ่านกลอน..อยากแต่งกลอนเป็นบ้าง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ชาลี วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaleejang
แผ่นดินนี้สอนให้ฉันรู้จักคุณค่าของชีวิต

กลอนพอได้แล้ว

แต่โคลงหนูยังทำไม่ได้เลยค่ะคุณครู

หนูจะพยายามแต่งแล้วเอามาให้คุณครูตรวจดูนะคะ


"ชาลี"

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลงรอยทาง

คำร้อง-ทำนอง : ศิวกานท์ ปทุมสูติ และ คฑาวุธ ทองไทย ::: ดนตรี-ขับร้อง : คฑาวุธ ทองไทย (มาลีฮวนน่า)

View All
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]