• ธมกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tungsakasome@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-27
  • จำนวนเรื่อง : 227
  • จำนวนผู้ชม : 523593
  • ส่ง msg :
  • โหวต 187 คน
ทุ่งสักอาศรม และ ครูกานท์
ธมกร,ครูกานท์,ศิวกานท์ เป็นนามเรียกขานสมมุติขลัง ทุ่งสักอาศรมบ่มพลัง จริงจังจริงใจไมตรี :::: คือแขกของโลกอีกใบหนึ่ง โลกซึ่งมีวันคืนของพื้นที่ ไม่ทำโลกให้รกหรอกคนดี ชีวิตนี้ไม่นานก็ผ่านไป...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/krugarn
วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2556
Posted by ธมกร , ผู้อ่าน : 1629 , 06:48:54 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชบาตานี โหวตเรื่องนี้

สพป.ปัตตานี เขต ๑ ชูธงอ่านออกเขียนได้

จัดอบรมครู ป.๑,๒,๓ ระดมตัวแทน ผอ.โรงเรียนเครือข่ายประกบทีม ศน.ติดตามนิเทศ...เต็มรูปแบบทุ่งสักอาศรมโมเดล
*****************************************
ข้อมูลและแนวทาง "การติดตามนิเทศอย่างมีประสิทธิภาพ"

หลักการแม่บท
การแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ

การ "แก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้" ตามหนังสือ "เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว" นั้นมีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้

๑. วิเคราะห์เหตุแห่งปัญหา
เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้มีสาเหตุมาจาก
๑.๑ ครูสอนผิดวิถีการสอนภาษาไทย
๑.๒ ครูจัดการเรียนการสอนไม่ครบกระบวนทักษะ
๑.๓ ผู้บริหารสถานศึกษาจัดวางตัวครูอนุบาลและครู ป.๑ ไม่เหมาะบุคคล รวมทั้งมอบหมายแนวทางการจัดการเรียนการสอนไม่ถูกต้อง
๑.๔ ผู้บริหาร นักวิชาการ และนักการศึกษาผู้กำหนดแผนงานและนโยบายระดับต่างๆ ไม่เข้าใจเหตุแห่งปัญหา และไม่สามารถกำหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้ถูกต้องแท้จริง

๒. การแก้ปัญหา
การแก้ปัญหาจะต้องจัดทำแผนงานโครงการเป็น ๒ โครงการสำคัญ คือ

๒.๑ โครงการป้องกันปัญหา
โครงการนี้จะต้องจัดทำอย่างจริงจังและถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหาแบบยั่งยืนที่ชั้น อนุบาล และชั้น ป.๑ นั่นก็คือ

(๑) จัดกิจกรรมการเรียนการสอน “ระดับอนุบาล” ด้วยการเตรียมความพร้อมด้านทักษะภาษาให้เด็กมีความพร้อมต่อไปนี้
-เปล่งคำและเปล่งเสียงพูดชัดเจนทุกเสียงอักขระในถ้อยคำต่างๆ ไม่น้อยกว่าระดับชั้นอนุบาลละ ๕,๐๐๐ คำ
-เปล่งเสียงท่องบทอาขยาน ร้องเพลง และพูดสื่อสารถามตอบได้ชัดเจนตามเสียงอักขระและเสียงคำควบกล้ำ
-ฟังนิทาน เรื่องเล่า และพูดถามตอบได้ชัดเจนตามเสียงอักขระและเสียงคำควบกล้ำ
-เปล่งเสียงท่องพยัญชนะ ก - ฮ และสระทั้ง ๓๒ สระ ได้ถูกฐานเสียงจนเกิดทักษะจดจำได้
-มีพัฒนาการการจับดินสอ ปรับระยะสายตา เขียนลีลาต่างๆ และวาดรูปอย่างมีทักษะสมบูรณ์ก่อนการเขียนตัวอักษร
-สามารถเขียนพยัญชนะ ก - ฮ สระทั้ง ๓๒ สระ วรรณยุกต์ทั้ง ๔ รูป และตัวเลข ๐-๙

ฝึกเตรียมทักษะด้านภาษาเพียงเท่านี้ให้ได้อย่างครบถ้วนแท้จริง ไม่ต้องฝึกอ่านและเขียนคำแต่ประการใด เพราะว่าเมื่อขึ้นชั้น ป.๑ ครู ป.๑ ก็จะนำฝึกอ่านเขียนตามลำดับทักษะเอง การฝึกอ่านเขียนก่อนวัยอันสมควร จะเป็นโทษแก่เด็กมากกว่าเป็นผลดี มิหนำซ้ำยังทำให้ครูอนุบาลไม่มีเวลาฝึกเตรียมทักษะต่างๆ ดังที่กล่าวข้างต้นให้สมบูรณ์ได้อีกด้วย

(๒) จัดการเรียนการสอนภาษาไทย ป.๑ เพื่อการอ่านออกเขียนได้อย่างมีมาตรฐาน ดังนี้
ให้ครู ป.๑ เขียนชาร์ตประกอบการสอนและสอนตามเนื้อหาแบบฝึกอย่างครบถ้วนเช่นเดียวกับครู อาสาแก้ปัญหาตามข้อ ๒.๒ ทุกประการ โดยให้สอนวันละ ๒ ชั่วโมง (เช้า ๑ ชั่วโมง บ่าย ๑ ชั่วโมง) และสอนตลอดปีการศึกษา เท่ากับสอนด้วยเวลาเป็น ๔ เท่าของครูอาสานั่นเอง จึงมั่นใจได้ ๑๐๐% ว่าเด็ก ป.๑ ทุกคนจะขึ้น ป.๒ ด้วยความมีทักษะอ่านออกเขียนได้อย่างจริงแท้

๒.๒ โครงการเฉพาะกิจแก้ปัญหาเร่งด่วนที่ชั้น ป.๒ ถึงชั้นสูงสุดของโรงเรียน
เนื่องจากเด็กที่ขึ้นจากชั้น ป.๑ มาอยู่ในชั้นเรียนต่างๆ ขณะนี้จำนวนมากยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จึงจำเป็นต้องจัดทำโครงการแก้ปัญหาเฉพาะกิจเร่งด่วน ดังนี้
(๑) สำรวจสภาพปัญหาด้วยการให้เด็กชั้น ป.๒ ขึ้นไปเขียนตามคำบอกจาก “คำทดสอบ ๕๐ คำ” โดยที่คำทดสอบนี้มีมาตรฐานพื้นทักษะระดับชั้น ป.๑ ซึ่งมีค่าความยากง่ายเฉลี่ยองค์ประกอบของคำครอบคลุม
-พยัญชนะต้นอักษรสามหมู่
-สะกดตรงมาตราทั้ง ๙ แม่
-ประสมสระไม่น้อยกว่า ๒๐ สระขึ้นไป
-รวมถึงคำควบกล้ำอักษรนำ
-และผันเสียงวรรณยุกต์
ชุดคำทดสอบ ๕๐ คำ มีให้เลือกในหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” จำนวน ๒ ชุด อาจออก “คำทดสอบ” เพิ่มเติมจากหลักการมาตรฐานดังกล่าวได้อีกตามที่เห็นเหมาะสม
ถ้าพบว่าเด็กคนใดได้คะแนนไม่ถึง ๒๕ คะแนนให้คัดจำแนกเด็กเป็นกลุ่มๆ เข้าสู่โครงการแก้ปัญหาได้เลย
(๒) จำแนกเด็กเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละไม่เกิน ๒๐ คน โดยพิจารณาให้เด็กเรียนช้าอยู่กับช้า เด็กเรียนเร็วอยู่กับเร็ว รวมทั้งดูวัยให้ใกล้เคียงกัน และดูคะแนนความสามารถที่ใกล้เคียงกันให้อยู่กลุ่มเดียวกันด้วย
(๓) จัดให้มี “ครูอาสา” เป็นผู้รับผิดชอบจัดการเรียนการสอนเพื่อการแก้ปัญหาเป็นการเฉพาะ ครูอาสาคนหนึ่งจะรับผิดชอบเด็กได้ไม่เกิน ๕ กลุ่ม หรือไม่เกิน ๑๐๐ คน แต่เพื่อให้ครูอาสาไม่เหนื่อยเกินและมีเวลาสอนซ่อมเสริมเด็กบางคนหรือ บางกลุ่มที่เรียนช้า อาจจัดให้ครูอาสาสอนไม่เกิน ๔ กลุ่ม หรือไม่เกิน ๘๐ คน
(๔) ครูอาสาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มละ ๑ ชั่วโมงต่อวัน เช่น ถ้ามีเด็ก ๕ กลุ่มก็จะต้องสอนวันละ ๕ รอบ รอบละ ๑ กลุ่มต่อ ๑ ชั่วโมง ดังนั้น ครูอาสาที่รับผิดชอบสอนวันละ ๔-๕ กลุ่ม ควรจะต้องว่างจากภารกิจอื่นอย่างสิ้นเชิง เพื่อจะได้ทุ่มเทเวลาเพื่อกิจกรรมการสอนแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
(๕) ครูอาสาเขียนชาร์ตประกอบการสอนตามแบบฝึกในหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” ของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ ตั้งแต่บทที่ ๓ ถึงบทที่ ๖ และดำเนินการสอนไปตามลำดับเนื้อหาอย่างครบถ้วน โดยใช้กิจกรรมการสอนแบบบันไดทักษะ ๔ ขั้นทุกชั่วโมง คือ

ขั้นที่หนึ่ง แจกลูก ให้ผูกจำ
ขั้นที่สอง อ่านคำ ย้ำวิถี
ขั้นที่สาม คัดลายมือ ซ้ำอีกที
ขั้นที่สี่ เขียนคำบอก ทุกชั่วโมง

(๖) ครูอาสาดำเนินการสอนแก้ปัญหาไปจนครบถ้วนเนื้อหาเป็นเวลาไม่น้อยกว่ากลุ่มละ ๙๐ ชั่วโมง หรือไม่น้อยกว่า ๔ เดือน หรืออาจเกินกว่าเวลาที่กำหนดนี้ก็ได้ ทั้งนี้ให้ถือเอาความมีสัมฤทธิผลของทักษะของเด็กแต่ละกลุ่ม (และแต่ละคน) เป็นสำคัญ
(๗) เมื่อสอนครบตามเนื้อหาในแบบฝึกดังกล่าวแล้ว ให้ครูอาสานำ “คำทดสอบ ๕๐ คำ” ที่ใช้ครั้งแรกก่อนเข้าโครงการมาทดสอบให้เด็กเขียนตามคำบอกอีกครั้ง เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการและผลสัมฤทธิ์ในการแก้ปัญหา (โดยทั่วไป ถ้าครูอาสาดำเนินการอย่างครบถ้วนตามเนื้อหาแบบฝึก กระบวนการ และขั้นตอนต่างๆ ดังที่กล่าวแล้ว โดยไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคแทรกซ้อน จะได้ผล ๑๐๐%)
(๘) จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการเสนอหน่วยงานในสังกัดรับทราบต่อไป

๓. การกำกับติดตามและนิเทศ
ฝ่ายบริหารและฝ่ายวิชาการจะต้องเรียนรู้กระบวนการ ขั้นตอน วิธีการต่างๆ จากหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” ของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ ให้เกิดความเข้าใจตรงกันกับครูอนุบาล ครู ป.๑ และครูอาสา เพื่อวางแผนงานสนับสนุน ติดตามกำกับดูแล นิเทศ และช่วยเหลือ ดังนี้
๓.๑ จัดสรรงบประมาณสนับสนุนเพื่อการจัดซื้อหนังสือ (เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว และ ก ไก่ น้อมไหว้) กระดาษ และเครื่องเขียน (เขียนชาร์ตประกอบการสอนตามแบบฝึกบทที่ ๓-๖)
๓.๒ บริหารบุคลากรและวิชาการให้เอื้อต่อกระบวนการแก้ปัญหา (มีรายละเอียดในหนังสือ)
๓.๓ ติดตามกำกับดูแล นิเทศ และช่วยเหลือ โดยสิ่งสำคัญที่ต้องกำกับให้ครูดำเนินการ คือ
(๑) ครูอนุบาลปฏิบัติการตามข้อ ๒.๑ (๑)
(๒) ครู ป.๑ ปฏิบัติการตามข้อ ๒.๑ (๒)
(๓) ครูอาสาปฏิบัติการตามข้อ ๒.๒ (๑) - (๘)

หากมีข้อสงสัย อุปสรรค และปัญหาในการดำเนินการใดๆ ที่หนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” มิได้ให้รายละเอียดหรือความกระจ่างไว้ หรือต้องการจัดอบรมครู อาจปรึกษา “ครูกานท์” (ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ) ได้ทาง
โทรศัพท์ 081-9956016 (ระหว่างเวลา 17.00 - 08.00 น.)
หรือส่ง e-mail : tungsakasome@yahoo.com
รูปภาพ : สพป.ปัตตานี เขต ๑  ชูธงอ่านออกเขียนได้

จัดอบรมครู ป.๑,๒,๓ ระดมตัวแทน ผอ.โรงเรียนเครือข่ายประกบทีม ศน.ติดตามนิเทศ...เต็มรูปแบบทุ่งสักอาศรมโมเดล
*****************************************
ข้อมูลและแนวทาง "การติดตามนิเทศอย่างมีประสิทธิภาพ"

หลักการแม่บท
การแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ

 	การ "แก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้" ตามหนังสือ "เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว" นั้นมีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้

๑. วิเคราะห์เหตุแห่งปัญหา
 	เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้มีสาเหตุมาจาก
 	๑.๑ ครูสอนผิดวิถีการสอนภาษาไทย
 	๑.๒ ครูจัดการเรียนการสอนไม่ครบกระบวนทักษะ
 	๑.๓ ผู้บริหารสถานศึกษาจัดวางตัวครูอนุบาลและครู ป.๑ ไม่เหมาะบุคคล รวมทั้งมอบหมายแนวทางการจัดการเรียนการสอนไม่ถูกต้อง
 	๑.๔ ผู้บริหาร นักวิชาการ และนักการศึกษาผู้กำหนดแผนงานและนโยบายระดับต่างๆ ไม่เข้าใจเหตุแห่งปัญหา และไม่สามารถกำหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้ถูกต้องแท้จริง

๒. การแก้ปัญหา
 	การแก้ปัญหาจะต้องจัดทำแผนงานโครงการเป็น ๒ โครงการสำคัญ คือ

 	๒.๑ โครงการป้องกันปัญหา
 	โครงการนี้จะต้องจัดทำอย่างจริงจังและถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหาแบบยั่งยืนที่ชั้น อนุบาล และชั้น ป.๑ นั่นก็คือ

 	(๑) จัดกิจกรรมการเรียนการสอน “ระดับอนุบาล” ด้วยการเตรียมความพร้อมด้านทักษะภาษาให้เด็กมีความพร้อมต่อไปนี้
 	-เปล่งคำและเปล่งเสียงพูดชัดเจนทุกเสียงอักขระในถ้อยคำต่างๆ ไม่น้อยกว่าระดับชั้นอนุบาลละ ๕,๐๐๐ คำ
 	-เปล่งเสียงท่องบทอาขยาน ร้องเพลง และพูดสื่อสารถามตอบได้ชัดเจนตามเสียงอักขระและเสียงคำควบกล้ำ
 	-ฟังนิทาน เรื่องเล่า และพูดถามตอบได้ชัดเจนตามเสียงอักขระและเสียงคำควบกล้ำ
 	-เปล่งเสียงท่องพยัญชนะ ก - ฮ และสระทั้ง ๓๒ สระ ได้ถูกฐานเสียงจนเกิดทักษะจดจำได้
 	-มีพัฒนาการการจับดินสอ ปรับระยะสายตา เขียนลีลาต่างๆ และวาดรูปอย่างมีทักษะสมบูรณ์ก่อนการเขียนตัวอักษร
 	-สามารถเขียนพยัญชนะ ก - ฮ  สระทั้ง ๓๒ สระ  วรรณยุกต์ทั้ง ๔ รูป  และตัวเลข ๐-๙

 	ฝึกเตรียมทักษะด้านภาษาเพียงเท่านี้ให้ได้อย่างครบถ้วนแท้จริง ไม่ต้องฝึกอ่านและเขียนคำแต่ประการใด เพราะว่าเมื่อขึ้นชั้น ป.๑ ครู ป.๑ ก็จะนำฝึกอ่านเขียนตามลำดับทักษะเอง การฝึกอ่านเขียนก่อนวัยอันสมควร จะเป็นโทษแก่เด็กมากกว่าเป็นผลดี มิหนำซ้ำยังทำให้ครูอนุบาลไม่มีเวลาฝึกเตรียมทักษะต่างๆ ดังที่กล่าวข้างต้นให้สมบูรณ์ได้อีกด้วย

 	(๒) จัดการเรียนการสอนภาษาไทย ป.๑ เพื่อการอ่านออกเขียนได้อย่างมีมาตรฐาน ดังนี้ 
 	ให้ครู ป.๑ เขียนชาร์ตประกอบการสอนและสอนตามเนื้อหาแบบฝึกอย่างครบถ้วนเช่นเดียวกับครูอาสาแก้ปัญหาตามข้อ ๒.๒ ทุกประการ โดยให้สอนวันละ ๒ ชั่วโมง (เช้า ๑ ชั่วโมง บ่าย ๑ ชั่วโมง) และสอนตลอดปีการศึกษา เท่ากับสอนด้วยเวลาเป็น ๔ เท่าของครูอาสานั่นเอง จึงมั่นใจได้ ๑๐๐% ว่าเด็ก ป.๑ ทุกคนจะขึ้น ป.๒ ด้วยความมีทักษะอ่านออกเขียนได้อย่างจริงแท้

 	๒.๒ โครงการเฉพาะกิจแก้ปัญหาเร่งด่วนที่ชั้น ป.๒ ถึงชั้นสูงสุดของโรงเรียน
 	เนื่องจากเด็กที่ขึ้นจากชั้น ป.๑ มาอยู่ในชั้นเรียนต่างๆ ขณะนี้จำนวนมากยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จึงจำเป็นต้องจัดทำโครงการแก้ปัญหาเฉพาะกิจเร่งด่วน ดังนี้
 	(๑) สำรวจสภาพปัญหาด้วยการให้เด็กชั้น ป.๒ ขึ้นไปเขียนตามคำบอกจาก “คำทดสอบ ๕๐ คำ”  โดยที่คำทดสอบนี้มีมาตรฐานพื้นทักษะระดับชั้น ป.๑ ซึ่งมีค่าความยากง่ายเฉลี่ยองค์ประกอบของคำครอบคลุม
 	-พยัญชนะต้นอักษรสามหมู่ 
 	-สะกดตรงมาตราทั้ง ๙ แม่ 
 	-ประสมสระไม่น้อยกว่า ๒๐ สระขึ้นไป 
 	-รวมถึงคำควบกล้ำอักษรนำ 
 	-และผันเสียงวรรณยุกต์ 
 	ชุดคำทดสอบ ๕๐ คำ มีให้เลือกในหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” จำนวน ๒ ชุด อาจออก “คำทดสอบ” เพิ่มเติมจากหลักการมาตรฐานดังกล่าวได้อีกตามที่เห็นเหมาะสม
 	ถ้าพบว่าเด็กคนใดได้คะแนนไม่ถึง ๒๕ คะแนนให้คัดจำแนกเด็กเป็นกลุ่มๆ เข้าสู่โครงการแก้ปัญหาได้เลย
 	(๒) จำแนกเด็กเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละไม่เกิน ๒๐ คน โดยพิจารณาให้เด็กเรียนช้าอยู่กับช้า เด็กเรียนเร็วอยู่กับเร็ว รวมทั้งดูวัยให้ใกล้เคียงกัน และดูคะแนนความสามารถที่ใกล้เคียงกันให้อยู่กลุ่มเดียวกันด้วย 
 	(๓) จัดให้มี “ครูอาสา” เป็นผู้รับผิดชอบจัดการเรียนการสอนเพื่อการแก้ปัญหาเป็นการเฉพาะ ครูอาสาคนหนึ่งจะรับผิดชอบเด็กได้ไม่เกิน ๕ กลุ่ม หรือไม่เกิน ๑๐๐ คน แต่เพื่อให้ครูอาสาไม่เหนื่อยเกินและมีเวลาสอนซ่อมเสริมเด็กบางคนหรือบางกลุ่มที่เรียนช้า อาจจัดให้ครูอาสาสอนไม่เกิน ๔ กลุ่ม หรือไม่เกิน ๘๐ คน
 	(๔) ครูอาสาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มละ ๑ ชั่วโมงต่อวัน เช่น ถ้ามีเด็ก ๕ กลุ่มก็จะต้องสอนวันละ ๕ รอบ รอบละ ๑ กลุ่มต่อ ๑ ชั่วโมง  ดังนั้น ครูอาสาที่รับผิดชอบสอนวันละ ๔-๕ กลุ่ม ควรจะต้องว่างจากภารกิจอื่นอย่างสิ้นเชิง เพื่อจะได้ทุ่มเทเวลาเพื่อกิจกรรมการสอนแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
 	(๕) ครูอาสาเขียนชาร์ตประกอบการสอนตามแบบฝึกในหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” ของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ ตั้งแต่บทที่ ๓ ถึงบทที่ ๖ และดำเนินการสอนไปตามลำดับเนื้อหาอย่างครบถ้วน โดยใช้กิจกรรมการสอนแบบบันไดทักษะ ๔ ขั้นทุกชั่วโมง คือ

 	ขั้นที่หนึ่ง แจกลูก ให้ผูกจำ
 	ขั้นที่สอง อ่านคำ ย้ำวิถี
 	ขั้นที่สาม คัดลายมือ ซ้ำอีกที
 	ขั้นที่สี่ เขียนคำบอก ทุกชั่วโมง

 	(๖) ครูอาสาดำเนินการสอนแก้ปัญหาไปจนครบถ้วนเนื้อหาเป็นเวลาไม่น้อยกว่ากลุ่มละ ๙๐ ชั่วโมง หรือไม่น้อยกว่า ๔ เดือน หรืออาจเกินกว่าเวลาที่กำหนดนี้ก็ได้ ทั้งนี้ให้ถือเอาความมีสัมฤทธิผลของทักษะของเด็กแต่ละกลุ่ม (และแต่ละคน) เป็นสำคัญ
 	(๗) เมื่อสอนครบตามเนื้อหาในแบบฝึกดังกล่าวแล้ว ให้ครูอาสานำ “คำทดสอบ ๕๐ คำ” ที่ใช้ครั้งแรกก่อนเข้าโครงการมาทดสอบให้เด็กเขียนตามคำบอกอีกครั้ง เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการและผลสัมฤทธิ์ในการแก้ปัญหา (โดยทั่วไป ถ้าครูอาสาดำเนินการอย่างครบถ้วนตามเนื้อหาแบบฝึก กระบวนการ และขั้นตอนต่างๆ ดังที่กล่าวแล้ว โดยไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคแทรกซ้อน จะได้ผล ๑๐๐%)
 	(๘) จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการเสนอหน่วยงานในสังกัดรับทราบต่อไป

๓. การกำกับติดตามและนิเทศ 
 	ฝ่ายบริหารและฝ่ายวิชาการจะต้องเรียนรู้กระบวนการ ขั้นตอน วิธีการต่างๆ จากหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” ของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ ให้เกิดความเข้าใจตรงกันกับครูอนุบาล ครู ป.๑ และครูอาสา เพื่อวางแผนงานสนับสนุน ติดตามกำกับดูแล นิเทศ และช่วยเหลือ ดังนี้
 	๓.๑ จัดสรรงบประมาณสนับสนุนเพื่อการจัดซื้อหนังสือ (เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว และ ก ไก่ น้อมไหว้) กระดาษ และเครื่องเขียน (เขียนชาร์ตประกอบการสอนตามแบบฝึกบทที่ ๓-๖)
 	๓.๒ บริหารบุคลากรและวิชาการให้เอื้อต่อกระบวนการแก้ปัญหา (มีรายละเอียดในหนังสือ)
 	๓.๓ ติดตามกำกับดูแล นิเทศ และช่วยเหลือ โดยสิ่งสำคัญที่ต้องกำกับให้ครูดำเนินการ คือ
 	(๑) ครูอนุบาลปฏิบัติการตามข้อ ๒.๑ (๑)
 	(๒) ครู ป.๑ ปฏิบัติการตามข้อ ๒.๑ (๒)
 	(๓) ครูอาสาปฏิบัติการตามข้อ ๒.๒ (๑) - (๘)

 	หากมีข้อสงสัย อุปสรรค และปัญหาในการดำเนินการใดๆ ที่หนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” มิได้ให้รายละเอียดหรือความกระจ่างไว้ หรือต้องการจัดอบรมครู  อาจปรึกษา “ครูกานท์” (ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ) ได้ทาง
 	โทรศัพท์ 081-9956016 (ระหว่างเวลา 17.00 -  08.00 น.)
 	หรือส่ง e-mail : tungsakasome@yahoo.com



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ชบาตานี วันที่ : 31/05/2013 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เสียดายจังค่ะอาจารย์ขา
หนูย้ายมาอยู ปัตตานี เขต ๒ เสียแล้วซิคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลงรอยทาง

คำร้อง-ทำนอง : ศิวกานท์ ปทุมสูติ และ คฑาวุธ ทองไทย ::: ดนตรี-ขับร้อง : คฑาวุธ ทองไทย (มาลีฮวนน่า)

View All
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]