• ธมกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tungsakasome@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-27
  • จำนวนเรื่อง : 227
  • จำนวนผู้ชม : 523593
  • ส่ง msg :
  • โหวต 187 คน
ทุ่งสักอาศรม และ ครูกานท์
ธมกร,ครูกานท์,ศิวกานท์ เป็นนามเรียกขานสมมุติขลัง ทุ่งสักอาศรมบ่มพลัง จริงจังจริงใจไมตรี :::: คือแขกของโลกอีกใบหนึ่ง โลกซึ่งมีวันคืนของพื้นที่ ไม่ทำโลกให้รกหรอกคนดี ชีวิตนี้ไม่นานก็ผ่านไป...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/krugarn
วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน 2556
Posted by ธมกร , ผู้อ่าน : 1383 , 15:04:11 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ศุภศรุต , แม่มดเดือนMarch และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

การศึกษาไทยยุคสู่ประชาคมอาเซี่ยน
สอบตกมาตรฐานชาวบ้าน!

ขณะนักการศึกษาของรัฐกำลังเร่งตอบโจทย์การศึกษาเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซี่ยน ลองพูดคุยไต่ถามชาวบ้านชาวเมืองกันดูสักหน่อยไหมว่า พวกเขาคาดหวังและต้องการอะไรบ้างในการส่งลูกหลานไปโรงเรียน คำตอบที่มักได้ยินได้ฟังและมีกระแสเสียงไปในทำนองเดียวกันก็คือ ต้องการให้ลูกหลาน

๑.อ่านออกเขียนได้
๒.มีความรู้
๓.เป็นคนดี

แค่นั้นเองที่ต้องการ, พวกเขามิได้สนใจว่า โรงเรียนผ่านการประเมินของ สมศ.หรือไม่ ไม่ได้ใส่ใจว่าครูได้ตำแหน่งทางวิชาการใดๆ กันบ้าง ไม่ได้ตื่นเต้นกับสื่ออุปกรณ์หรือเทคโนโลยีต่างๆ ที่โรงเรียนจัดซื้อมาอวดตาลวงใจ และมิได้ให้ความสำคัญกับถ้วยโล่รางวัลนั่นนี่ที่โรงเรียนได้มา แต่มักจะพิจารณาเพียงว่า ถ้าลูกหลานไม่ออกเขียนไม่ได้ หรือที่มักพูดเป็นภาษาชาวบ้านว่า “ไม่รู้หนังสือ” นั่นหมายถึงทั้งอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้และไม่มีความรู้ ก็จะหาโอกาสย้ายลูกหลานออกไปเรียนที่อื่นนอกชุมชน ไปตามกระแสซึ่งฟังมาว่าเป็นโรงเรียนที่ดีกว่า ซึ่งหลายรายก็ตกอยู่ในภาวะจำยอม ‘หนีเสือปะจระเข้’

ตีโจทย์กันให้แตกเถิดว่า ๓ ข้อของชาวบ้านนั้นที่แท้จริงคืออะไร และโรงเรียนทั้งหลายในวันนี้ได้ทำให้บรรลุถึงที่สุดของเจตนาหรือไม่

หากพิจารณาอย่างวิเคราะห์เชื่อมโยงก็จะเข้าใจได้ไม่ยากเลย แค่เรื่องอ่านออกเขียนได้ทุกวันนี้ก็ยังเป็นปัญหากันอยู่ทั้งประเทศ ทั้งโรงเรียนที่สังกัด สพป., สพม. และ สช. แม้ผู้เรียนส่วนที่อ่านออกเขียนได้ก็อยู่ในภาวะภาษาไทยไม่แข็งแรง ส่งผลกระทบถึงการเรียนวิชาอื่นไม่รู้เรื่อง เบื่อหน่ายการเรียน ไม่กระตือรือร้นในการเรียนรู้ ไม่รักการอ่าน ไม่ใฝ่รู้ ในที่สุดก็กลายเป็นบริบทของปัญหา อ่านจับใจความไม่ได้ อ่านคิดวิเคราะห์ไม่เป็น อ่านตีโจทย์ไม่แตก เอ็นทีตก โอเน็ตต่ำ...รวมความอยู่ในคำว่า ‘ไม่มีความรู้’ ไม่เป็นที่พึงพอใจของพ่อแม่และผู้ปกครอง

เมื่อเด็กๆ ตกอยู่ในสภาพการณ์ตามข้อ ๑ (อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้) และข้อ ๒ (ไม่มีความรู้) ก็ส่งผลกระทบเป็นลูกคลื่นต่อไปอีก ไม่สามารถบรรลุข้อ ๓ (ความเป็นคนดีที่พึงประสงค์) แต่กลับบ่มเพาะความไม่ตั้งใจเรียน หนีเรียน ขาดเรียน แม้ส่วนหนึ่งที่ยังทนนั่งอยู่ในห้องเรียนก็กลายเป็นเด็กมีปมด้อย ขาดศักดิ์ศรีและเกียรติยศ ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง ขาดกำลังใจที่จะขยันหมั่นเพียร เพราะเรียนไม่รู้เรื่อง ถูกกดดันและเก็บกดความก้าวร้าว เกเร เหลวไหลติดตามมา ขณะอยู่ในโรงเรียนอาจจะยังไม่แสดงตัวในด้านลบมากนัก แต่เมื่อออกนอกโรงเรียน หรือจบจากโรงเรียนตามเกณฑ์ที่ครูเข็นให้ผ่านๆ ไป ก็ไม่มีทักษะในสาระการเรียนรู้มากนัก กลายเป็นวัยรุ่นเหลือขอ ใช้ชีวิตเหลวไหลไปกับกระแสสังคมด้านเสื่อม ติดยา ตั้งแก๊ง มั่วสุมอบายมุข และพฤติกรรมทางเพศ...ท้องไม่พร้อม เป็นพ่อเป็นแม่ที่ขาดคุณภาพ สร้างเด็กที่ขาดคุณภาพรุ่นต่อไปอีก ตามด้วยปัญหาสังคมอีกสารพัดสารพัน

เด็กๆ หลายคนที่พ่อแม่เคี่ยวเข็ญให้เรียนต่อ ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่มีต้นทุนของทักษะวิชาการที่เพียงพอ ก็เรียนๆ ไปตามแกน ไร้แก่นสาร พอผลักให้ตัวเองพ้นงานไร่งานนา ไม่ต้องทำการทำงานอะไร ทั้งยังแบมือขอค่าเทอมและค่าใช้จ่ายจากพ่อแม่ได้มากกว่าเดิม หนักไม่เอาเบาไม่สู้ เรียนไม่จบก็มี หรือจบอย่างไม่มีคุณภาพก็มาก ก็เห็นๆ กันอยู่ทุกหมู่บ้าน ชุมชน และตรอกซอกซอยชีวิตที่เสื่อมโทรม

สำหรับกลุ่มเด็กที่เรียนดี เพราะสติปัญญาดี พ่อแม่ช่วยใส่ใจดี หรือรวมถึงกระบวนการป้อนติวสรรพวิทยาสารพัดจัดให้ ก็จะมีปัญหาของการขาดทักษะชีวิต หย่อนจริยธรรม หรือเก่งแต่เห็นแก่ตัว กลุ่มนี้ก็มีไม่น้อย เป็นผลิตผลภัยเงียบที่บ่อนเสาะสังคมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เรื่องนี้สามารถดูได้จากผลิตผลชีวิต ที่วันนี้พวกเขามีตัวตนทนโท่อยู่ในฐานะผู้นำและตัวแทนสังคม ทั้งระดับตำบล เทศบาล จังหวัด รัฐสภา ข้าราชการ และพนักงานลูกจ้าง...ที่ฉ้อฉล เช้าชามเย็นชาม ย่อหย่อนประสิทธิภาพในการทำงาน...นั่นอย่างไร รวมถึงผู้บริหารและข้าราชการครูก็มิได้แตกต่างกัน ล้วนมาจากผลพวงของการศึกษาผลิตสร้างแบบผิดทิศผิดวิถีที่ควรจะเป็นนั่นเอง

เด็กดี คนดี ข้าราชการดี และครูดี ที่รอดปากเหยี่ยวปากกาแห่งความเสื่อมดังกล่าวมาได้ วันนี้กลายเป็นชนกลุ่มน้อยที่น่าเป็นห่วงยิ่งนัก บ้างก็กำลังจะถูกกลืน กลายพันธุ์ หวั่นไหว ท้อแท้ อ่อนแอเกินกว่าจะทัดทานระบบและหมู่ชนคนเสื่อม ที่ยังพอดำรงตนอยู่ได้ก็มักต้องเป็นสนลู่ลมบ้าง เอาหูไปนาเอาตาไปไร่บ้าง ก้มหน้าทำหน้าที่ไปวันๆ บ้าง บ้างโชคดีหน่อยก็สามารถเกาะกลุ่มภูมิปัญญาที่เข้มแข็งประคับประคองกันไว้ พอให้บ้านเมืองนี้หายนะช้าลงเท่านั้นเอง

รวมความว่าการศึกษาโดยภาพรวมที่จัดการเรียนการสอนกันอยู่ทุกวันนี้ สอบตกทั้งสามข้อ!

---------------------------

ปล. หากถามถึงทางออกจากวังวนของความเสื่อมดังกล่าว พลิกอ่านได้จากบางบทความที่นำเสนอก่อนหน้าในเว็บบล็อกนี้

ทุ่งสักอาศรม
อา.๒๓มิย๕๖
รูปภาพ : การศึกษาไทยยุคสู่ประชาคมอาเซี่ยน
สอบตกมาตรฐานชาวบ้าน!

ขณะนักการศึกษาของรัฐกำลังเร่งตอบโจทย์การศึกษาเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซี่ยน ลองพูดคุยไต่ถามชาวบ้านชาวเมืองกันดูสักหน่อยไหมว่า พวกเขาคาดหวังและต้องการอะไรบ้างในการส่งลูกหลานไปโรงเรียน คำตอบที่มักได้ยินได้ฟังและมีกระแสเสียงไปในทำนองเดียวกันก็คือ ต้องการให้ลูกหลาน

๑.อ่านออกเขียนได้
๒.มีความรู้
๓.เป็นคนดี

แค่นั้นเองที่ต้องการ, พวกเขามิได้สนใจว่า โรงเรียนผ่านการประเมินของ สมศ.หรือไม่ ไม่ได้ใส่ใจว่าครูได้ตำแหน่งทางวิชาการใดๆ กันบ้าง ไม่ได้ตื่นเต้นกับสื่ออุปกรณ์หรือเทคโนโลยีต่างๆ ที่โรงเรียนจัดซื้อมาอวดตาลวงใจ และมิได้ให้ความสำคัญกับถ้วยโล่รางวัลนั่นนี่ที่โรงเรียนได้มา แต่มักจะพิจารณาเพียงว่า ถ้าลูกหลานไม่ออกเขียนไม่ได้ หรือที่มักพูดเป็นภาษาชาวบ้านว่า “ไม่รู้หนังสือ” นั่นหมายถึงทั้งอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้และไม่มีความรู้ ก็จะหาโอกาสย้ายลูกหลานออกไปเรียนที่อื่นนอกชุมชน ไปตามกระแสซึ่งฟังมาว่าเป็นโรงเรียนที่ดีกว่า ซึ่งหลายรายก็ตกอยู่ในภาวะจำยอม ‘หนีเสือปะจระเข้’

ตีโจทย์กันให้แตกเถิดว่า ๓ ข้อของชาวบ้านนั้นที่แท้จริงคืออะไร และโรงเรียนทั้งหลายในวันนี้ได้ทำให้บรรลุถึงที่สุดของเจตนาหรือไม่

หากพิจารณาอย่างวิเคราะห์เชื่อมโยงก็จะเข้าใจได้ไม่ยากเลย แค่เรื่องอ่านออกเขียนได้ทุกวันนี้ก็ยังเป็นปัญหากันอยู่ทั้งประเทศ ทั้งโรงเรียนที่สังกัด สพป., สพม. และ สช. แม้ผู้เรียนส่วนที่อ่านออกเขียนได้ก็อยู่ในภาวะภาษาไทยไม่แข็งแรง  ส่งผลกระทบถึงการเรียนวิชาอื่นไม่รู้เรื่อง เบื่อหน่ายการเรียน ไม่กระตือรือร้นในการเรียนรู้ ไม่รักการอ่าน ไม่ใฝ่รู้ ในที่สุดก็กลายเป็นบริบทของปัญหา อ่านจับใจความไม่ได้ อ่านคิดวิเคราะห์ไม่เป็น อ่านตีโจทย์ไม่แตก เอ็นทีตก โอเน็ตต่ำ...รวมความอยู่ในคำว่า ‘ไม่มีความรู้’ ไม่เป็นที่พึงพอใจของพ่อแม่และผู้ปกครอง 

เมื่อเด็กๆ ตกอยู่ในสภาพการณ์ตามข้อ ๑ (อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้) และข้อ ๒ (ไม่มีความรู้) ก็ส่งผลกระทบเป็นลูกคลื่นต่อไปอีก บ่มเพาะความไม่ตั้งใจเรียน หนีเรียน ขาดเรียน แม้ส่วนหนึ่งที่ยังทนนั่งอยู่ในห้องเรียนก็กลายเป็นเด็กมีปมด้อย ขาดศักดิ์ศรีและเกียรติยศ ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง ขาดกำลังใจที่จะขยันหมั่นเพียร เพราะเรียนไม่รู้เรื่อง ถูกกดดันและเก็บกดความก้าวร้าว เกเร เหลวไหลติดตามมา ขณะอยู่ในโรงเรียนอาจจะยังไม่แสดงตัวในด้านลบมากนัก แต่เมื่อออกนอกโรงเรียน หรือจบจากโรงเรียนตามเกณฑ์ที่ครูเข็นให้ผ่านๆ ไป ก็ไม่มีทักษะในสาระการเรียนรู้มากนัก กลายเป็นวัยรุ่นเหลือขอ ใช้ชีวิตเหลวไหลไปกับกระแสสังคมด้านเสื่อม ติดยา ตั้งแก๊ง มั่วสุมอบายมุข และพฤติกรรมทางเพศ...ท้องไม่พร้อม เป็นพ่อเป็นแม่ที่ขาดคุณภาพ สร้างเด็กที่ขาดคุณภาพรุ่นต่อไปอีก ตามด้วยปัญหาสังคมอีกสารพัดสารพัน 

เด็กๆ หลายคนที่พ่อแม่เคี่ยวเข็ญให้เรียนต่อ ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่มีต้นทุนของทักษะวิชาการที่เพียงพอ ก็เรียนๆ ไปตามแกน ไร้แก่นสาร พอผลักให้ตัวเองพ้นงานไร่งานนา ไม่ต้องทำการทำงานอะไร ทั้งยังแบมือขอค่าเทอมและค่าใช้จ่ายจากพ่อแม่ได้มากกว่าเดิม หนักไม่เอาเบาไม่สู้ เรียนไม่จบก็มี หรือจบอย่างไม่มีคุณภาพก็มาก ก็เห็นๆ กันอยู่ทุกหมู่บ้าน ชุมชน และตรอกซอกซอยชีวิตที่เสื่อมโทรม  

สำหรับกลุ่มเด็กที่เรียนดี เพราะสติปัญญาดี พ่อแม่ช่วยใส่ใจดี หรือรวมถึงกระบวนการป้อนติวสรรพวิทยาสารพัดจัดให้ ก็จะมีปัญหาของการขาดทักษะชีวิต หย่อนจริยธรรม หรือเก่งแต่เห็นแก่ตัว กลุ่มนี้ก็มีไม่น้อย เป็นผลิตผลภัยเงียบที่บ่อนเสาะสังคมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เรื่องนี้สามารถดูได้จากผลิตผลชีวิต ที่วันนี้พวกเขามีตัวตนทนโท่อยู่ในฐานะผู้นำและตัวแทนสังคม ทั้งระดับตำบล เทศบาล จังหวัด รัฐสภา ข้าราชการ และพนักงานลูกจ้าง...ที่ฉ้อฉล เช้าชามเย็นชาม ย่อหย่อนประสิทธิภาพในการทำงาน...นั่นอย่างไร รวมถึงผู้บริหารและข้าราชการครูก็มิได้แตกต่างกัน  ล้วนมาจากผลพวงของการศึกษาผลิตสร้างแบบผิดทิศผิดวิถีที่ควรจะเป็นนั่นเอง 

เด็กดี คนดี ข้าราชการดี และครูดี ที่รอดปากเหยี่ยวปากกาแห่งความเสื่อมดังกล่าวมาได้ วันนี้กลายเป็นชนกลุ่มน้อยที่น่าเป็นห่วงยิ่งนัก บ้างก็กำลังจะถูกกลืน กลายพันธุ์ หวั่นไหว ท้อแท้ อ่อนแอเกินกว่าจะทัดทานระบบและหมู่ชนคนเสื่อม ที่ยังพอดำรงตนอยู่ได้ก็มักต้องเป็นสนลู่ลมบ้าง เอาหูไปนาเอาตาไปไร่บ้าง ก้มหน้าทำหน้าที่ไปวันๆ บ้าง  บ้างโชคดีหน่อยก็สามารถเกาะกลุ่มภูมิปัญญาที่เข้มแข็งประคับประคองกันไว้ พอให้บ้านเมืองนี้หายนะช้าลงเท่านั้นเอง

รวมความว่าการศึกษาโดยภาพรวมที่จัดการเรียนการสอนกันอยู่ทุกวันนี้ สอบตกทั้งสามข้อ!

---------------------------

ปล. หากถามถึงทางออกจากวังวนของความเสื่อมดังกล่าว พลิกอ่านได้จากบางบทความที่นำเสนอก่อนหน้าในเฟซนี้

ทุ่งสักอาศรม
อา.๒๓มิย๕๖



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 24/06/2013 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

โรงเรียน ชุมชนและครอบครัวต้องทำงานประสานกันค่ะ
จุดเริ่มต้นที่จะทำให้เด็กตระหนักถึงคุณค่าของการศึกษาก็คือบ้านนั่นแหล่ะค่ะ
การศึกษาต้องเริ่มตั้งแต่วันแรกเมื่อเด็กเกิด นี่พูดอย่างเกินๆไปหน่อย แต่เป็นเรื่องจริงค่ะ
แต่ถ้าครูไม่มีคุณภาพ บางทีทางบ้านก็ช่วยไม่ไหวเหมือนกัน
อุปกรณ์และเทคโนโลยี่ไม่สำคัญเท่าคุณภาพของครูนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 23/06/2013 เวลา : 23.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

ขนาดนายก ยัง พูดผืดพูดถูก
แล้วเด็ก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ยามครับ วันที่ : 23/06/2013 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ครบถ้วน รวบรัด และชัดเจน

ทุกย่อหน้ามีประเด็นมากครับ ผมคิดว่า คงใช้เวลาแก้กันอีกนาน ปัญหาเรื่องนี้

ผมเห็นผู้ใหญ่ในแวดวงการศึกษา เริ่มออกมาเปรยๆ แล้วล่ะ ว่า การศึกษาของเด็กไทย ไม่ใ่ช่ความรับผิดชอบของกระทรวงเท่านั้น ผู้ปกครองก็ควรร่วมมือด้วย

นาทีนี้เราหวังพึ่งกลไกของรัฐบาลไม่ได้จริงๆขอรับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลงรอยทาง

คำร้อง-ทำนอง : ศิวกานท์ ปทุมสูติ และ คฑาวุธ ทองไทย ::: ดนตรี-ขับร้อง : คฑาวุธ ทองไทย (มาลีฮวนน่า)

View All
<< มิถุนายน 2013 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]