• ธมกร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tungsakasome@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-27
  • จำนวนเรื่อง : 227
  • จำนวนผู้ชม : 523959
  • ส่ง msg :
  • โหวต 187 คน
ทุ่งสักอาศรม และ ครูกานท์
ธมกร,ครูกานท์,ศิวกานท์ เป็นนามเรียกขานสมมุติขลัง ทุ่งสักอาศรมบ่มพลัง จริงจังจริงใจไมตรี :::: คือแขกของโลกอีกใบหนึ่ง โลกซึ่งมีวันคืนของพื้นที่ ไม่ทำโลกให้รกหรอกคนดี ชีวิตนี้ไม่นานก็ผ่านไป...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/krugarn
วันศุกร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2557
Posted by ธมกร , ผู้อ่าน : 1182 , 20:56:26 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

คุณภาพการศึกษาไทยบนความเปล่าไร้คุณภาพบริหาร (๒)
*****************************************

...สืบเนื่องจากที่กล่าวไปในโพสต์ที่แล้วว่า สาเหตุที่การศึกษาของไทยตกต่ำนั้น ประเด็นสำคัญเกิดจากการบริหารและระบบบริหารขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้บริหารส่วนใหญ่ยังขาดคุณภาพ ทางวิชาการและขาดจิตวิญญาณในการทำงานการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่โยงใยลึกลงไปถึงวิถีของการเข้าสู่ตำแหน่งที่ยังขาดเครื่อง มือและระบบคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพและคุณธรรม การวิ่งเต้นและการซื้อตำแหน่งทั้งโดยตรงและโดยอ้อมยังเป็นเรื่องที่มีอยู่ จริง

...ผลกระทบของการมีผู้บริหารที่ขาดคุณภาพทางวิชาการนอกจากที่กล่าวไว้ใน โพสต์ที่แล้วแล้วนั้น ก็ยังก่อให้เกิดผลพวงตามมาอีกมากมายนัก เป็นต้นว่าการวางแผนงานวิชาการที่ขาดประสิทธิภาพ การจัดวางตัวบุคลากรไม่เหมาะที่เหมาะทาง การกำกับดูแลไม่เป็นโล้เป็นพาย ตลอดจนการส่งเสริมพัฒนาครูและผู้เรียนก็ฉาบฉวย สร้างภาพมากกว่าสร้างผล อีกทั้งสร้างสิ่งลวงตาลวงใจผู้ปกครองและชุมชนที่ไม่ลึกซึ้งกับการศึกษาที่ ถูกที่ควรจริงแท้ให้หลงเชื่อ หลงคล้อยตาม เช่น สร้างรั้ว สร้างป้าย สร้างอาคารโก้หรู สร้างวัตถุสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ให้ดูดี และสร้างเทคโนโลยีให้น่าชื่อถือว่ามีสื่อมีเครื่องไม้เครื่องมือพัฒนาการ เรียนการสอนอย่างดียิ่ง

...จากความเปล่าไร้ในระดับเขตพื้นที่หรือระดับสำนักการศึกษาและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง จะก่อให้เกิดงานนโยบาย งานแผนงาน งานสั่งการ งานรายงาน งานข้อมูลต่างๆ งานอบรม และรวมไปถึงการศึกษาดูงานที่สักแต่ว่า “ได้ทำ” พอให้ผู้มีหน้าที่ได้มีงานตามสายของตน แต่ไม่ค่อยจะได้ผลจริงจัง ไม่มีการติดตามกำกับดูแลและช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ เห็นได้จากกิจกรรมมหกรรมวิชาการต่างๆ ที่สิ้นเปลืองงบประมาณไปโดยมิได้ผลคุ้มค่า การอบรมหรือการประชุมที่ซ้ำซ้อนไม่แม่นตรงต่อเป้าหมายที่แท้จริงของปัญหาการ เรียนการสอน มหกรรมกีฬาที่สูญเสียเวลาไปกับการซ้อม การเตรียมการ และการแข่งขันไปเป็นอันมาก

...ในระดับโรงเรียนที่พลอยสะเปะสะปะตามหน่วยงานข้างบน ต่างก็งมอยู่กับงานเอกสาร งานข้อมูล งานแผนงาน งานรายงาน และงานกิจกรรมมายาภาพ ที่อาจใช้จริงเพียงเล็กน้อย แต่จะทำเพียงสักแต่ว่าให้มี ให้เหมือน ให้เป็นไปตามแบบตามระเบียบ ตามคำสั่ง หรือตามนโยบายอีกนับอเนกอนันต์กองพะเนิน ซึ่งเมื่อโรงเรียนต้องแบ่งแรงงานและเวลาของครูไปใช้เพื่องานที่เปล่าเปลือง เหล่านั้นเป็นอันมาก ก็จะเป็นผลกระทบกับเวลาของจัดการเรียนการสอนอย่างมิต้องสงสัย ครูไม่ค่อยได้มีเวลาจัดเตรียมการสอน ไม่มีเวลาลงลึกกับกิจกรรมแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหาที่เกี่ยวกับกระบวนการเรียนการสอนและปัญหาเฉพาะตัวของเด็กๆ แต่ละคน

...นอกจากปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ที่เป็นปัญหาคู่บ้านเมืองในวันนี้ แล้ว ก็ยังมีปัญหาอ่านไม่เป็นเขียนไม่เป็น ไม่รักการอ่าน คิดวิเคราะห์ไม่ได้ และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ ครูยังไม่ได้สอนตามเป้าหมายของ “ตัวชี้วัด” ที่ สพฐ.พัฒนาหลักสูตรมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ต่างยังคงเปิดหนังสือเรียนสอนไปทีละบทเป็นส่วนใหญ่ แม้จะมีการพูดถึงและสร้างหน่วยการเรียนรู้เพื่อแก้เกี้ยวว่าสอนตาม “ตัวชี้วัด” กันอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็หาได้ทำจริงใช้จริงตามนั้นไม่ เพียงทำไว้ให้ ผอ.โรงเรียน หรือ ศน. หรือ สมศ.ตรวจเสียมากกว่า ซึ่งสาเหตุที่ครูมิได้ลงลึกกับเรื่อง “ตัวชี้วัด” อย่างจริงจัง หรือไม่ได้สอนเพื่อเป้าหมายมาตรฐานหลักสูตรจริงแท้ ก็เพราะการบริหารวิชาการของผู้บริหารที่ไร้คุณภาพไม่ได้นำพาให้เกิดการเรียน รู้ ปฏิบัติ และพัฒนาการเรียนการสอนกันอย่างแม่นตรงนั่นเอง

...ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญต่อมาตรฐานคุณภาพที่เป็นผลกระทบสืบเนื่องจาก ประเด็นที่กล่าวข้างต้น ก็คือ การจัดจำนวนนักเรียนแต่ละห้องเรียนมากเกินกว่าจะประกันคุณภาพได้ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดกลางและโรงเรียนขนาดใหญ่ มักจัดจำนวนเด็กต่อห้องเรียนละ ๓๐-๔๕ คน ยิ่งเมื่อเป็นชั้น ป.๑ ที่จะต้องดูแลทักษะการอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานด้วยแล้ว เมื่อมีจำนวนเด็กมาก ก็ยากที่จะทำได้ ทั้งที่มาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดจำนวนเด็ก ๒๕ คนต่อครู ๑ คน แต่โรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไปจัดจำนวนแบบยัดทะนานเกินกว่า มาตรฐาน ทั้งนี้เพื่อให้เหลือครูไปทำงานเอกสาร งานพัสดุ งานการเงิน งานโครงการต่างๆ งานธุรการ และงานกิจกรรมต่างๆ อีกสารพัด กระทั่งหลงทางจนลืมไปว่าแท้แล้วโรงเรียนและครูมีหน้าที่จัดการเรียนการสอน ที่ดีที่สุดเพื่อเด็กๆ ต่างหาก

...ถ้าจะจัดการเรียนการสอนให้มีมาตรฐานที่ครูสามารถควบคุมคุณภาพได้ทั่วถึง นั้น จำนวนเด็กต่อห้องเรียนไม่ควรเกิน ๒๕ คน ทราบมาว่าที่ประเทศฟินแลนด์ซึ่งจัดการการศึกษาได้ดีเป็นอันหนึ่งของโลกนั้น กำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้อง ๑๒-๒๐ คนเท่านั้น

ทุกปัญหาที่กล่าวมานี้แก้ไม่ยากหรอก แต่มันยากที่คนไม่คิดจะแก้...
พวกเขาจึงเลือกที่จะลอยมาลอยไป และอยู่ไปวันๆ
คุณ...จะเป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้น หรือคิดทำอะไรที่แตกต่าง

*****************
ทุ่งสักอาศรม
๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗
 
รูปภาพ : คุณภาพการศึกษาไทยบนความเปล่าไร้คุณภาพบริหาร (๒)
*****************************************

...สืบเนื่องจากที่กล่าวไปในโพสต์ที่แล้วว่า สาเหตุที่การศึกษาของไทยตกต่ำนั้น ประเด็นสำคัญเกิดจากการบริหารและระบบบริหารขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากผู้บริหารส่วนใหญ่ยังขาดคุณภาพทางวิชาการและขาดจิตวิญญาณในการทำงานการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่โยงใยลึกลงไปถึงวิถีของการเข้าสู่ตำแหน่งที่ยังขาดเครื่องมือและระบบคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพและคุณธรรม การวิ่งเต้นและการซื้อตำแหน่งทั้งโดยตรงและโดยอ้อมยังเป็นเรื่องที่มีอยู่จริง 

...ผลกระทบของการมีผู้บริหารที่ขาดคุณภาพทางวิชาการนอกจากที่กล่าวไว้ในโพสต์ที่แล้วแล้วนั้น ก็ยังก่อให้เกิดผลพวงตามมาอีกมากมายนัก เป็นต้นว่าการวางแผนงานวิชาการที่ขาดประสิทธิภาพ การจัดวางตัวบุคลากรไม่เหมาะที่เหมาะทาง การกำกับดูแลไม่เป็นโล้เป็นพาย ตลอดจนการส่งเสริมพัฒนาครูและผู้เรียนก็ฉาบฉวย สร้างภาพมากกว่าสร้างผล อีกทั้งสร้างสิ่งลวงตาลวงใจผู้ปกครองและชุมชนที่ไม่ลึกซึ้งกับการศึกษาที่ถูกที่ควรจริงแท้ให้หลงเชื่อ หลงคล้อยตาม เช่น สร้างรั้ว สร้างป้าย สร้างอาคารโก้หรู สร้างวัตถุสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ให้ดูดี และสร้างเทคโนโลยีให้น่าชื่อถือว่ามีสื่อมีเครื่องไม้เครื่องมือพัฒนาการเรียนการสอนอย่างดียิ่ง

...จากความเปล่าไร้ในระดับเขตพื้นที่หรือระดับสำนักการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะก่อให้เกิดงานนโยบาย งานแผนงาน งานสั่งการ งานรายงาน งานข้อมูลต่างๆ งานอบรม และรวมไปถึงการศึกษาดูงานที่สักแต่ว่า “ได้ทำ” พอให้ผู้มีหน้าที่ได้มีงานตามสายของตน แต่ไม่ค่อยจะได้ผลจริงจัง ไม่มีการติดตามกำกับดูแลและช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ เห็นได้จากกิจกรรมมหกรรมวิชาการต่างๆ ที่สิ้นเปลืองงบประมาณไปโดยมิได้ผลคุ้มค่า การอบรมหรือการประชุมที่ซ้ำซ้อนไม่แม่นตรงต่อเป้าหมายที่แท้จริงของปัญหาการเรียนการสอน มหกรรมกีฬาที่สูญเสียเวลาไปกับการซ้อม การเตรียมการ และการแข่งขันไปเป็นอันมาก 

...ในระดับโรงเรียนที่พลอยสะเปะสะปะตามหน่วยงานข้างบน ต่างก็งมอยู่กับงานเอกสาร งานข้อมูล งานแผนงาน งานรายงาน และงานกิจกรรมมายาภาพ ที่อาจใช้จริงเพียงเล็กน้อย แต่จะทำเพียงสักแต่ว่าให้มี ให้เหมือน ให้เป็นไปตามแบบตามระเบียบ ตามคำสั่ง หรือตามนโยบายอีกนับอเนกอนันต์กองพะเนิน  ซึ่งเมื่อโรงเรียนต้องแบ่งแรงงานและเวลาของครูไปใช้เพื่องานที่เปล่าเปลืองเหล่านั้นเป็นอันมาก ก็จะเป็นผลกระทบกับเวลาของจัดการเรียนการสอนอย่างมิต้องสงสัย ครูไม่ค่อยได้มีเวลาจัดเตรียมการสอน ไม่มีเวลาลงลึกกับกิจกรรมแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหาที่เกี่ยวกับกระบวนการเรียนการสอนและปัญหาเฉพาะตัวของเด็กๆ แต่ละคน 

...นอกจากปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ที่เป็นปัญหาคู่บ้านเมืองในวันนี้แล้ว ก็ยังมีปัญหาอ่านไม่เป็นเขียนไม่เป็น ไม่รักการอ่าน คิดวิเคราะห์ไม่ได้ และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ ครูยังไม่ได้สอนตามเป้าหมายของ “ตัวชี้วัด” ที่ สพฐ.พัฒนาหลักสูตรมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ต่างยังคงเปิดหนังสือเรียนสอนไปทีละบทเป็นส่วนใหญ่ แม้จะมีการพูดถึงและสร้างหน่วยการเรียนรู้เพื่อแก้เกี้ยวว่าสอนตาม “ตัวชี้วัด” กันอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็หาได้ทำจริงใช้จริงตามนั้นไม่ เพียงทำไว้ให้ ผอ.โรงเรียน หรือ ศน. หรือ สมศ.ตรวจเสียมากกว่า ซึ่งสาเหตุที่ครูมิได้ลงลึกกับเรื่อง “ตัวชี้วัด” อย่างจริงจัง หรือไม่ได้สอนเพื่อเป้าหมายมาตรฐานหลักสูตรจริงแท้ ก็เพราะการบริหารวิชาการของผู้บริหารที่ไร้คุณภาพไม่ได้นำพาให้เกิดการเรียนรู้ ปฏิบัติ และพัฒนาการเรียนการสอนกันอย่างแม่นตรงนั่นเอง 

...ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญต่อมาตรฐานคุณภาพที่เป็นผลกระทบสืบเนื่องจากประเด็นที่กล่าวข้างต้น ก็คือ การจัดจำนวนนักเรียนแต่ละห้องเรียนมากเกินกว่าจะประกันคุณภาพได้ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดกลางและโรงเรียนขนาดใหญ่ มักจัดจำนวนเด็กต่อห้องเรียนละ ๓๐-๔๕ คน ยิ่งเมื่อเป็นชั้น ป.๑ ที่จะต้องดูแลทักษะการอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานด้วยแล้ว เมื่อมีจำนวนเด็กมาก ก็ยากที่จะทำได้ ทั้งที่มาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดจำนวนเด็ก ๒๕ คนต่อครู ๑ คน แต่โรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไปจัดจำนวนแบบยัดทะนานเกินกว่ามาตรฐาน ทั้งนี้เพื่อให้เหลือครูไปทำงานเอกสาร งานพัสดุ งานการเงิน งานโครงการต่างๆ งานธุรการ และงานกิจกรรมต่างๆ อีกสารพัด กระทั่งหลงทางจนลืมไปว่าแท้แล้วโรงเรียนและครูมีหน้าที่จัดการเรียนการสอนที่ดีที่สุดเพื่อเด็กๆ ต่างหาก

...ถ้าจะจัดการเรียนการสอนให้มีมาตรฐานที่ครูสามารถควบคุมคุณภาพได้ทั่วถึงนั้น จำนวนเด็กต่อห้องเรียนไม่ควรเกิน ๒๕ คน ทราบมาว่าที่ประเทศฟินแลนด์ซึ่งจัดการการศึกษาได้ดีเป็นอันหนึ่งของโลกนั้น กำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้อง ๑๒-๒๐ คนเท่านั้น

ทุกปัญหาที่กล่าวมานี้แก้ไม่ยากหรอก แต่มันยากที่คนไม่คิดจะแก้...
พวกเขาจึงเลือกที่จะลอยมาลอยไป และอยู่ไปวันๆ 
คุณ...จะเป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้น หรือคิดทำอะไรที่แตกต่าง 

*****************
ทุ่งสักอาศรม
๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลงรอยทาง

คำร้อง-ทำนอง : ศิวกานท์ ปทุมสูติ และ คฑาวุธ ทองไทย ::: ดนตรี-ขับร้อง : คฑาวุธ ทองไทย (มาลีฮวนน่า)

View All
<< กรกฎาคม 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]