• เปียแก้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kaew4762@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-11-26
  • จำนวนเรื่อง : 133
  • จำนวนผู้ชม : 429308
  • ส่ง msg :
  • โหวต 163 คน
เปิดโลกการเรียนรู้กับครูเปียแก้ว
เวทีการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/krupia
วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2552
Posted by เปียแก้ว , ผู้อ่าน : 1098 , 21:47:30 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

     "หลง" เป็นเรื่องสั้นอีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับรางวัล  นำมาให้

เพื่อนๆที่ชอบอ่านเรื่องสั้นได้อ่านกันตามสัญญาค่ะ...เมื่ออ่าน

จบแล้วบอกได้ไหมว่า....มีการหลงกี่อย่าง

       ใครทายถูกมีรางวัลให้ค่ะ....อีกแล้วนะเรา

                

                                      หลง

                                                                เขียนโดย  รัฐฐา  สมวงศ์

           

“ โฮ่ง  โฮ่ง  โฮ่ง  โฮ่ง..”

                “ โฮ่ง  โฮ่ง…”


                เสียงเห่าประสานรับกันของสุนัขต่างพันธ์สองตัว  ซึ่งอยู่ห่างกันเพียง

ขอบรั้วขวางกั้น
  แต่สามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจน  เพราะเป็นเพียงรั้วโปร่งที่

ทำจากไม้ระแนง  วางเป็นแนวตั้งอย่างมีระเบียบ  แม้ว่าจะมองดูเก่าไปตามกาล


เวลา  บ่งบอกถึงอายุของบ้านสองหลัง  ที่มีรูปแบบการสร้าง  บ่งบอกถึงรสนิยม

และฐานะความเป็นอยู่ที่ดูจากภายนอกแล้วไม่แตกต่างกันมากนัก

                “ค่าไฟคร๊าบ…..” ลากเสียงยาวตรงคำว่าครับ จากชายวัย 60 ปี 

ตะโกนบอกเจ้าของบ้านอย่างสุภาพ “ไง……เจ้าสดชื่น”  เป็นคำทักทายด้วยน้ำ

เสียงที่คุ้นเคย หยอกล้อกับเจ้าสุนัขสายพันธุ์ชิสุเพศเมีย  สีขาวแซมสีน้ำตาลอ่อน

ได้อย่างเหมาะเจาะ

                “เท่าไหร่คะ..ลุงอิน”  หญิงเจ้าของบ้านวัย 40 ปีถาม

                “570 บาท ครับ”

                “ลุงอินสบายดีนะคะ”

                “ครับ..สบายดีครับ  ขอบคุณมาก” ลุงอินตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ  และ

ถามถึงเจ้าของบ้านที่อยู่ติดกัน       ”ไม่ทราบว่าคุณแสงจันทร์แกอยู่บ้านหรือ

เปล่า”

                “น่าจะอยู่นะคะ    เมื่อตอนเช้ายังเห็นอยู่เลยค่ะ”  พร้อมกับหันหน้าไป

ทักทายเจ้าสุนัขขนเกรียนสีดำทั้งตัว ที่ใช้สองขาหน้าเกาะรั้วบริเวณด้านหน้า ที่

เบาเสียงเห่าลงไป  แต่หางก็ยังแกว่งไกว  ประหนึ่งว่ารู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับ

เจ้าของเสียงที่ทักทาย

 

                คุณแสงจันทร์  เดินออกจากบ้าน  หลังจากได้ยินเสียงออดดังขึ้นไม่

นาน  พร้อมคำทักทาย

                “ลุงอิน..เท่าไหร่คะ”

                “ 1,850  บาท ครับ “  หญิงวัย 43 ปี  ยื่นแบ็งค์พัน 2 ใบ ให้  เหมือนรู้มา

ก่อนว่า  ค่าไฟของที่บ้านจะต้องประมาณนี้  พร้อมกับเงินทอนจากลุงอิน 150

บาท  กล่าวคำขอบคุณ และเดินกลับเข้าบ้านด้วยท่าทางวางเฉยยากแก่การเดา

อารมณ์ได้ว่า  หล่อนครุ่นคิดอะไร

                                ในเวลายามเย็นของทุกวัน  ภาพที่ผู้คนผ่านไปผ่านมามอง

เห็น  คือ เจ้าสุนัข สองตัว  ยืนด้วยสองขาหลัง  ส่วนสองขาหน้าเกาะรั้วไม้ที่ขวาง

กั้น  หางก็กวัดแกว่งไปมา  ประหนึ่งว่าจะได้คุยกันอย่างออกรสชาด

                “พี่สีนิล….หมู่นี้มองสีหน้าพี่ไม่ค่อยดีเลยนะ  มีปัญหาอะไรหรือ

เปล่า…”  เสียงเจ้าสดชื่นสุนัขสายพันธุ์ชิสุทักถาม

                “  เฮ้อ….”  เสียถอนหายใจของเจ้าสุนัขสายพันธุ์ไทยเพศเมียสีดำที่ชื่อสี

นิล  “ รู้มั๊ย…บรรยากาศในบ้านพี่ไม่ค่อยสู้ดีเลย  ทุกครั้งที่ลุงอินมาเก็บค่าไฟ  น้า

สมานมาเก็บค่าน้ำ  ลุงตู้เอาบิลค่าโทรศัพท์มาใส่ในตู้จดหมายหน้าบ้าน  พี่จะได้

ยินเสียงแม่แสงจันทร์บ่นกับพ่อวินัยทุกครั้งว่า……

                “  ทำไมค่าน้ำ  ค่าไฟ  ค่าโทรศัพท์  จึงมากมายนักก็ไม่รู้….คุณคิดดูนะ

ค่าไฟบ้านเราเดือนนี้ปาเข้าไปตั้งเกือบ 2,000  บาท  บ้านคุณทัศนีย์เขาจ่ายเพียง 

 500 กว่าบาทเท่านั้น  ทั้งๆที่บ้านเรา บ้านเขา ก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้าพอๆ กันนะ…” 

ส่วนพ่อวินัยก็ไม่ได้พูดอะไร  ท่านนั่งฟังเฉย ๆ  แต่ในแววตามีความกังวลและครุ่น

คิด  ถึงเรื่องค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว

                “  พี่ก็อยากจะช่วย….  แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยได้อย่างไร”  พร้อมกับถามคู่สนทนาว่า

                “ เธอล่ะเป็นอย่างไรบ้าง  อยู่กับแม่ทัศนีย์  สุขสบายดีมั๊ย….ท่านรัก

และดูแลเธอดีมั๊ย…  อาหารการกิน  เธอยังได้กินดีเหมือนเดิมใช่มั๊ย……”

                “พี่สีนิล….คำถามมากมาย จะให้ตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ”  สดชื่นต่อ

ว่า  แต่สีหน้า แววตา ท่าทางเต็มไปด้วยความสุข  สดชื่น  สมกับชื่อเสียจริง

                “..สบายดีค่ะ  คุณแม่ท่านดูแลหนูดีมาก ๆอาหารการกินก็อุดม

สมบูรณ์…เคยได้ยินคุณแม่พูดกับพี่ต้นกับน้องตามบ่อย ๆว่า….พวกเขารักหนู 

เขาว่า สดชื่นมันน่ารัก นะ   ช่างประจบ  หนูว่า หนูเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขามี

ความสุขนะ  เขาจะพาไปเที่ยวนอกบ้านเป็นบางครั้ง  เวลาอยู่ที่บ้านบางครั้งก็จะ

จับหนูโยนสูง ๆและรับจนเกือบจะถึงพื้นแน่ะ  ใจหายวาบทุกครั้งแต่ก็สนุก   บาง

ครั้งพวกเขาก็จะเกาท้อง  เวลาเกาท้องก็รู้สึกอยากจะนอนหลับด้วยล่ะ….”  สด

ชื่นเล่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข  และเป็นฝ่ายถามบ้าง

                “ ว่าแต่พี่เถอะ..พี่สีนิล  หมู่นี้พี่ดูซูบไปนะ  ไม่สบายหรือเปล่า”

                “ สบายดี “  สีนิลตอบแล้วก้มหน้านิ่งไปพักหนึ่ง  แล้วพูดว่า

                “ พี่ไม่รู้ว่าควรจะพูดให้เธอฟังดีหรือเปล่า”

                “ เราเป็นเพื่อน  เป็นพี่น้องกันนะ  เล่ามาเถอะค่ะ”

                “ สดชื่น รู้มั๊ย..”   สีนิลเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงขาดหายเป็นช่วง ๆ

                “ ในแต่ละวันพี่กินอาหารไม่ค่อยอิ่มเลยล่ะ  พี่มีความรู้สึกว่า  ที่บ้าน

กำลังมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายภายในบ้าน  และพวกเขากำลังตัดค่าอาหารของพี่

ลง  เคยได้ยินคุณพ่อพูดว่า…”อาหารของเจ้าสีนิลงด ๆมันบ้างก็ได้  และเดี๋ยวนี้

มันชักซนมากขึ้นทุกวัน  รถยนต์ที่จอดอยู่มันก็ตะกุยตะกายจนเป็นรอยทั้งคันแล้ว 

แถมยังชอบฉี่ใส่ล้อรถอีก  ผมล่ะเบื่อมันจริง ๆ..”

 

                “ สดชื่นเอ๊ย….สดชื่น…เข้าบ้านลูก”  เสียงของพี่ต้นลูกชายคนโตของ

บ้านเรียก

                “ ไปก่อนนะพี่สีนิล  พรุ่งนี้เจอกันใหม่”  พูดจบเจ่าสดชื่นกระโดดเพียงไม่

กี่ก้าว  ก็ถึงประตูหน้าบ้าน  หยุดรอที่หน้าประตูแล้วหันมามองพี่สีนิล  เหมือนกับ

จะบอกว่า  ให้สีนิลกลับเข้าบ้านด้วยเหมือนกัน

                  รุ่งอรุณของวันใหม่  ท้องฟ้าแจ่มใส  เพื่อรอรับแสงตะวันที่กำลังโผล่ขึ้น

จากขอบฟ้าอย่างช้า ๆ บรรยากาศเช่นนี้เหมาะอย่างยิ่งที่มวลมนุษย์ทุกคนน่าจะ

ได้มาออกสัมผัส  สูดรับเอาไอแห่งความสดชื่นเข้าสู่ภายในของร่างกาย…..เหมือน

อย่างครอบครัวของคุณทัศนีย์  ห้าชีวิต พ่อแม่ ลูกอีก 2 คน  และสุนัขน่ารักอีก 1

ตัว  ออกวิ่งกึ่งเดินบนถนนสายเล็ก ๆภายในหมู่บ้าน  และปฏิบัติเช่นนี้เกือบทุก

วัน  เมื่อเสร็จภาระกิจการออกกำลังกาย  คุณทัศนีย์ก็รีบอาบน้ำแต่งตัว  เสร็จแล้ว

ก็นำของที่เตรียมไว้สำหรับตักบาตร  ออกมายืนรอพระ  ซึ่งออกมารับบิณฑบาตใน

เวลานี้ของทุกวัน

                ในเวลาที่ใกล้เคียงกัน  พฤติกรรมและกิจกรรมของคนภายใต้หลังคาที่

อยู่เคียง และห่างกันเพียงรั้วกัน  ก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  คุณแสงจันทร์จะเป็น

คนแรกที่ตื่นเช้าขึ้นมา  และสิ่งที่เธอพบเห็น คือ  ร่องรอยจากการที่ลูกชายสองคน

วัย 16 และ 18 ปี ซึ่งเป็นวัยใกล้เคียงกับลูกชายของคุณทัศนีย์

                “เฮ้อ…”เสียงถอนหายใจเบา ๆ พร้อมกับเสียงบ่นพึมพำอยู่คนเดียว 

“ลืมปิดสวิตช์ไฟคอมพิวเตอร์อีกแล้ว  สงสัยเมื่อคืนเปิดอินเตอร์เน็ต แชตกันทั้งคืน 

เด็กสมัยนี้มันเป็นอะไรของมัน  มองดูเหมือนฉลาดแต่ไร้ปัญญา….โทรทัศน์ก็ไม่

ปิดสวิตช์ที่เครื่อง  น้ำก็ปิดไม่สนิท…ทำไม่เป็นอย่างนี้นะลูก…”  เสียงบ่นพึมพำคง

ไม่มีใครได้ยิน  เพราะลูกชาย สองคนคงยังนอนหลับอยู่ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดด้วย

แล้วกว่าจะตื่นก็คงจะเที่ยงวัน…ส่วนสามีอีกสักพักก็คงจะตื่นขึ้นมาทำกิจวัตร

ประจำวัน..ดื่มกาแฟ  อ่านข่าว  เปิดโทรทัศน์  ถึงแม้วันเสาร์อาทิตย์ในช่วงเช้าจะมี

แต่รายการของเด็ก ๆ  แต่ก็เปิดด้วยความเคยชิน 

                “…ไอ้สีนิล  เอาอีกแล้วนะเอง..”  ได้ยินเสียงคุณวินัยตะโกนด้วยความ

โกรธ  หลังจากดื่มกาแฟ และเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ แล้วเดินออกนอกบ้าน

แล้วตะโกนเรียกภรรยา

                “ คุณแสงจันทร์ คุณออกมาดูนี่  เห็นรอยขีดข่วนที่รถผมมั๊ย  เห็นมั๊ย   ..

ฝีมือไอ้สีนิลมัน  ผมทนไม่ไหวแล้วนะ  บอกว่าไม่ให้เลี้ยงมันตั้งแต่แรกแล้ว  ก็ไม่ฟัง

กัน  เห็นผลงานของมันมั๊ยล่ะ…”  พูดจบก็เดินหายเข้าไปในบ้าน

                 หลายวันต่อมา ขณะที่คุณแสงจันทร์กำลังจัดเตรียมอาหารเช้า

                “ แม่ครับ..แม่ครับ “  เสียงเมธาลูกชายคนเล็กเตะโกน “ สงสัยพี่เมธี ไม่

สบายครับแม่  ยังไม่ยอมตื่นเลย และตัวก็ร้อนจี๋”

                คุณแสงจันทร์รีบวิ่งมาดูลูกชายคนโตที่นอนซมอยู่บนเตียงนอน  พร้อม

กับเอาหลังมือแตะที่หน้าผาก และเขย่าตัวเบา ๆ

                “ เมธี…เมธี  ได้ยินเสียงแม่มั๊ยลูก ดูซี ตัวร้อนจี๋เลย  ไปหาหมอกันดีกว่า

นะ  ลาโรงเรียนสัก 2-3 วัน เดี๋ยวแม่จะเช็ดตัวให้”..พูดจบก็เดินไปหยิบกะละมังใบ

เล็กนำไปใส่น้ำและหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำบิดจนเกือนแห้งแล้วไปเช็ดตัว

ให้ลูกชาย  และเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ

                “แม่เคยบอกแล้วว่าอย่านอนดึก  มันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยที่ต้องมา

เสียเวลานั่งแชตถึงใครก็ไม่รู้ที่รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้าง  เสียทั้งค่าไฟ  ค่าชั่วโมงเน็ต 

และยังมาเจ็บไข้ได้ป่วยอีก…..ประเดี๋ยวทานอะไรเสียสักหน่อย  แล้วไปหาคุณ

หมอกัน….” และพูดต่อว่า “  ลูกควรชวนน้องออกกำลังกายบ้างนะ  ทางที่ดีก็ควร

ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ  เพื่อให้ร่างกายของเราแข็งแรง  เอาไว้ต่อสู่กับโรคภัย

ที่มันร้ายแรงขึ้นทุกวัน”

                  ในเย็นวันนี้ก็เหมือนกับทุก ๆ วัน ที่คุณทัศนีย์สังเกตเห็นเจ้าสดชื่นออก

มายืนเกาะอยู่ริมรั้ว  และส่งเสียงเห่า  เหมือนจะเรียกเพื่อนคู่หูข้างบ้าน   แต่ก็ไร้

วี่แวว  จนคุณทัศนีย์ต้องเรียกเจ้าสุนัขน้อยเข้าบ้าน

                “ สดชื่นเอ๊ย…สดชื่น..เข้าบ้านเถอะลูก”  เมื่อเห็นเจ้าสดชื่นยังยืนเกาะ

อยู่ริมรั้วไม่ยอมเข้าบ้าน  คุณทัศนย์จึงต้องเดินออกมาอุ้มพาเข้าบ้าน  แล้วพูดคุย

กับเจ้าสุนัขตัวน้อยว่า

                “  วันนี้เย็นมากแล้ว  เข้าบ้านก่อนนะลูกนะ…เอาไว้มีโอกาสแม่จะถาม

คุณแสงจันทร์ให้นะว่า  เจ้าสีนิลไปไหน  ไม่เห็นหลายวันแล้ว……สีนิลไม่อยู่ก็มอง

เหงาเหมือนกันนะ…..”

                “ โฮ่ง โฮ่ง..”  เสียงห่าตอบรับเหมือนรับรู้และเข้าใจกับคำพูดของแม่

ทัศนีย์

                 เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเห็นคุณแสงจันทร์ที่นำขยะออกมาทิ้งในถังขยะหน้าบ้าน

                “ คุณแสงจันทร์คะ  หมู่นี้  ไม่เห็นเจ้าสีนิลหลายวันแล้ว  คู่หูเขาเกาะรั้ว

คอยทุกวันเลย”  คุณทัศนีย์เอ่ยถามและยิ้มอย่างเป็นมิตร พร้อมกับหันหน้าไป

มองเจ้าสดชื่นที่นั่งทำตาปริบ ๆ  แต่เมื่อเห็นคู่สนทนามีสีหน้าที่เศร้าหมอง เมื่อเอ่ย

ถามถึงสีนิล  สังเกตเห็นน้ำตาคลอเบ้า  แม้ว่าเจ้าตัวพยายามสะกดอารมณ์

บางอย่างและกลั้นน้ำตาเอาไว้ก็ตาม

                “มีอะไรพอที่ดิฉันจะช่วยได้มั๊ยคะ….เราเป็นเพื่อนบ้านกันนะคะ  คุณไว้

ใจดิฉันได้ค่ะ”

                “  พวกเรารู้แล้วว่าความรักความผูกพันไม่ว่าระหว่างคนกับคน หรือคน

กับสัตว์  มันเป็นความรู้สึกที่ดีที่เราควรจะรักษามันไว้  ไม่ใช่ทำลาย……ดิฉันรู้สึก

ละอายใจจริงๆค่ะที่เราทำแบบนี้…”  พูดมาถึงตรงนี้ผู้เล่าก็ต้องหยุดนิ่ง   เพราะ

เหมือนมีก้อนอะไรมาจุกที่คอจนพูดอะไรไม่ออก…แต่หลังจากที่พยายามควบคุม

ความรู้สึกได้แล้วจึงพูดต่อว่า

                “…พวกเราไม่น่าเอาสีนิลไปปล่อยทิ้งเลย”

                “ คุณเอามันไปปล่อยทิ้งหรือคะ”  ผู้ฟังถามด้วยความตกใจและคิดไม่

ถึงว่าที่สีนิลหายไปเพราะเจ้าของบ้านเอาไปทิ้ง

                “ ฉันเสียใจจริง ๆ นะคะ..แต่วันรุ่งขึ้นพวกเราก็ตามไปที่วัดเพื่อรับมัน

กลับ  ….และยังตามไปอีกหลายครั้ง  แต่ไม่เจอ  พวกเราเห็นแล้วว่าเราทำไม่ถูก 

เคยอยู่ด้วยกันก็หลายปี  มันอาจทำผิดไปบ้าง  แต่เราก็ไม่น่าจะทำอย่างนี้เลย 

และการทำแบบนี้ก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา  แต่มันกลับทำให้ทุกคนในบ้านซึมเศร้า 

เพราะความคิดถึงมัน…“  ยิ่งพูดถึงสีนิลผู้เป็นเจ้าของบ้านก็น้ำตาไหลพรากยากที่

จะฝืนกลั้นอีกต่อไป

                “ ใจเย็น ๆ นะคะ  ดิฉันคิดว่า  เจ้าสีนิลอาจจะกำลังหาทางกลับบ้าน จึง

ไม่เจอกับคุณตอนที่ไปรับมันกลับบ้าน”

 

หนึ่งเดือนต่อมา

“ ค่าไฟคร๊าบ…” ลุงอินตะโกนอย่างสุภาพ

“ เท่าไหร่ ลุงอิน”  คุณทัศนีย์ถาม

“ 543 บาท ครับ “

“เท่าไหร่ ลุงอิน”  คุณแสงจันทร์ถาม  หลังจากที่ได้ยินเสียงลุงอิน

“675 บาท  ครับ “  ลุงอินตอบอย่างอารมณ์ดี  แต่สีหน้าเต็มไปด้วยความ

สงสัย  จึงอดถามไม่ได้

“ขอโทษนะครับ….ขอถามหน่อยเถอะว่า  ทำไมค่าไฟจึงได้ลดลงฮวบฮาบ

อย่างนี้”

“ บอกตรง ๆนะลุง  ทุกครั้งที่มีการเรียกเก็บค่าไฟ ค่าน้ำ  ค่าโทรศัพท์  รู้สึก

อายจริง ๆ  เพราะมันมากกว่าชาวบ้านเขา…ก็ไม่มีเทคนิคอะไรมากมาย

หรอกค่ะ  แต่ได้พูดคุยกับทุกคนในครอบครัวถึงปัญหาต่าง ๆ  และวิธีการ

ที่ช่วยกันประหยัด  เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดเงินทองภายในบ้านให้

เหลือเก็บแล้ว  ยังเป็นการช่วยชาติทางอ้อมด้วย  นอกจากจะช่วยชาติ

แล้ว  ยังช่วยโลกของเราด้วยนะลุง…”

“ก่อนอื่นก็ปิดเครื่องปั๊มน้ำ  เพราะน้ำประปาบ้านเราก็มีกำลังแรงดีอยู่แล้ว 

ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปั๊มน้ำเลย  ลุงรู้มั๊ยประหยัดเงินต่อเดือน  สาม ถึงสี่

ร้อยบาทเชียวนะลุง  และเครื่องใช้ภายในบ้านทุกอย่างเมื่อเลิกใช้ก็ถอด

ปลั๊กทุกครั้ง  ซึ่งทุกคนภายในบ้านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี”  และพูด

ต่อว่า

“ การรีดผ้าก็เหมือนกัน  เมื่อเสียบปลั๊กแล้ว  ก็ควรรีดครั้งละหลาย ๆตัว

หรือรีดให้เสร็จสิ้นไปเลย  ได้ยินเจ้าหน้า กฟผ.  กล่าวถึงเรื่องรีดผ้าว่า รีด

ผ้า 1 ตัว เสียค่าไฟเท่ากับรีดผ้า 10 ตัว  เชียวนะลุง”

“  อ๋อ.. เป็นอย่างนี้นี่เอง  ค่าไฟถึงได้ลดฮวบฮาบแบบนี้  ขอบคุณมากครับ

ที่เล่าให้ฟัง  ผมไปก่อนนะครับ…จะไปเก็บค่าไฟบ้านอื่นต่อ…”  พูดจบลุง

อินก็ควบรถจักรยานยนต์คันเก่าเพื่อนคู่ใจไปต่ออย่างช้าๆ

 “บอกตรง ๆนะคะ คุณทัศนีย์ว่า…ดิฉันได้แบบอย่างการดำเนินชีวิตบางอย่าง

จากบ้านคุณมาปรับใช้  อย่างเช่น  การออกกำลังกาย  มันทำให้สุขภาพเราแข็ง

แรง  ก็ไม่ต้องเสียเงินเสียทองเป็นค่ายาค่าหมอ  คุณว่าจริงมั๊ย….”  คุณแสงจันทร์

พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข

“ จริงค่ะ  ดิฉันเห็นด้วย”  คุณทัศนีย์ตอบ  และทันใดนั้น…

โฮ่ง…โฮ่ง….

” เอ๊ะ…..นั่นเจ้าสีนิลใช่มั๊ยคะ”  คุณทัศนีย์ชี้ให้คุณแสงจันทร์ดูสุนัขสีดำ

ผอมโซ  เนื้อตัวมอมแมม  เดินโซซัดโซเซมาทางที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่

“ ใช่ค่ะ..ใช่…สีนิลจริง ๆ  สีนิล   ..สีนิลเอ้ย  เป็นยังไงบ้างแก….ฉันขอโทษ

“  คุณแสงจันทร์โผเข้าไปกอดเจ้าสีนิล ด้วยน้ำตานองหน้า และอุ้มมันเข้า

บ้าน  หลังจากที่ขอตัวกลับเข้าบ้าน

“ สีนิลกลับมาแล้ว ๆ  ๆ ทุกคนเห็นมั๊ย สีนิลกลับมาแล้ว” เสียงคุณแสง

จันทร์ตะโกนบอกสมาชิกในครอบครัวด้วยความดีใจ  ทุกคนต่างวิ่งเข้ามา

หาและสวมกอด ลูบคลำ  ประหนึ่งอยากจะบอกว่า “ขอโทษ”  ส่วนเจ้าสี

นิลก็มองทุกคนความงุนงง  แม้ว่าสายตาจะเหนื่อยล้าก็ตาม

“ ฉันขอโทษนะสีนิล”  คุณวินัยเอ่ยเพียงสั้น ๆ พร้อมกับกอดและลูบหัวมัน

เบา ๆ  และบอกให้ลูกชายทั้งสองคนเอามันไปทำความสะอาด  ส่วนคุณ

แสงจันทร์ก็เตรียมอาหารให้สีนิล

 

“ โฮ่ง  โฮ่ง..ๆ ๆ ๆ”

“ โฮ่ง  โฮ่ง    “

เสียงเห่าของสุนัขต่างพันธุ์สองตัวเห่าประสานรับกัน ตัวหนึ่งเหมือนจะ

บอกว่า พี่มาแล้วนะ  ส่วนอีกตัวก็เหมือนจะบอกว่า ดีใจจังที่กลับมา  และ

เช่นเคย  ในเย็นวันนั้น  สดชื่น  สุนัขพันธุ์ชิสุบ้านคุณทัศนีย์ก็ออกมายืนริม

รั้วเหมือนทุกวัน  แต่วันนี้มีกิริยาท่าทางเหมือนจะรู้ว่า  เพื่อนบ้านที่รู้ใจกัน

กลับมาแล้ว.. เหมือนความคุ้นเคยเมื่อได้เวลาเจ้าสีนิลก็ออกมาบ้านเพื่อมา

พบเพื่อนเก่าด้วยความคิดถึง  แม้ร่างกายจะรู้สึกอ่อนเพลียก็ตาม

“ พี่สีนิล หายไปไหนมาตั้งหลายวัน”  เจ้าสดชื่นถาม

“พี่คิดว่า…..น่าจะเป็นวัดนะ  เพราะเห็นผู้คนมากมาย ทั้งชายและหญิง

  คนเฒ่า  คนแก่ และเด็ก  เขาคงมาเที่ยวกัน  มีชิงช้าสวรรค์  รถไต่ถัง 

สาวน้อยตกน้ำ  การแสดงลิเก  ฉายภาพยนตร์กลางแปลง  มีคนออกร้าน

ขายของมากมาย  ร้านขายของกินก็มากนะ”  สีนิลเล่าด้วยความตื่นเต้น

“ ที่เขาเรียกว่างานวัดใช่มั๊ย…”  สดชื่นถาม

“ใช่จ้ะ”  สีนิลตอบ  “แรก ๆพี่ก็ตื่นเต้น  และรู้สึกสนุกที่ได้ออกมาเปิดหูเปิด

ตา  แต่แล้ว…..แต่แล้วก็มองไม่เห็นแม่แสงจันทร์และพ่อวินัย  จึงรู้ว่าพี่คง

หลงทางกัน  พี่ตกใจมากรู้มั๊ย  มันน่ากลัวจริง ๆที่ต้องไปอยู่ท่ามกลางผู้คน

ที่เราไม่รู้จักคุ้นเคย…พี่พยายามหาทางกลับบ้านทุกวัน…ไปทางนี้ก็ไม่ใช่ 

ก็ต้องมาเริ่มต้นใหม่ที่วัด…พอไปทางนั้นก็ไม่ใช่อีก  ก็กลับมาเริ่มต้นใหม่

อีก…ทำอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ ทุกวัน ๆด้วยความอดทนล่ะ…จนกระทั่งถึงวันนี้

“  สีนิลเล่าด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น และดีใจที่สามารถกลับมาถึงบ้านได้ 

และเมื่อเห็นทุกคนดีใจเมื่อเห็นสีนิลกลับมา  สีนิลก็รู้สึกเป็นสุขยิ่งนัก

“ พี่กลับมาคราวนี้  รู้สึกว่า บรรยากาศภายในบ้านเปลี่ยนไป”

“เปลี่ยนไปยังไงคะ”

“ ทุกคนในบ้านมีความเข้าใจ  มีความสุข และ มีความรักมอบให้ซึ่งกันและ

กัน …ที่สำคัญทุกคนรักพี่ด้วยแหละ..” สีนิลโอ้อวด

 

“สีนิลเอ๊ย…สีนิล…เข้าบ้านลูก”

“โฮ่ง   โฮ่ง   โฮ่ง   โฮ่ง…”

“สดชื่น…..สดชื่นเอ๊ย  เข้าบ้านเร็ว  เย็นมากแล้ว”

“โฮ่ง  โฮ่ง  โฮ่ง   โฮ่ง “

 

….ขอให้มีความสุขนะเจ้าสีนิล…..ความจริงบางอย่างถ้ามันทำให้เราเจ็บปวดก็อย่าไปรับรู้มันเลยนะ….

 

 

จบบริบูรณ์

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Cat@ วันที่ : 12/10/2009 เวลา : 02.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

พรุ่งนี้มาอ่านนะค่ะ
เพราะว่า ใช้คอมฯ เล็ก จอเล้กจัด
อ่านยาวๆไม่ไหว

.

เชิญจ๊ะ

เปิดกรุ ..ภาพเก่า ของหนูโจ
อวด ..
เชิญ
แก้เซ้ง กับการเมือง ..
มาอ่านเรืองเล่นๆ กันดีก่า
ตอน


* เืลือกตั่งหาเสียง ไม่นอนหลับทับสิทธิ์ ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
kruhnoi วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!.        (kruhnoi ครูหน่อย)...


ตามมาอ่านเรื่องดีดีค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
จันทร์จ๋า วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/janja

ที่บ้านก็หลงคะหายไปเลยจนป่านนี้

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พอเพียงที่เพียงพอ วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Porjai2499

สวัสดีครับ

ขอบคุณครับที่แวะไปเยี่ยมกัน

ตัวหนังสือที่ผมใช้ ผมใช้ JasmineUPC 16- 24

โดยพิมพ์ลง Word ก่อน พร้อมตกแต่งสีให้เรียบร้อย

แล้วก็ copy มาวางครับ เป็นอันเสร็จพิธี

ข้อควรระวังคือ อย่าตกแต่งแก้ไขข้อความ

ที่ copy มาในช่องที่ post

เพราะจะทำให้ตัวหนังสือมีการเปลี่ยนไป

ไม่ได้ดังที่คาดหวังไว้ กว่าจะได้ก็ลองผิดลองถูกอยู่นาน

บัดนี้ก็ได้ผลงานดังที่เห็นแล้วครับ

ลองทำดูนะครับ ขอให้โชคดีครับ



ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คนบ้านใหม่ วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krunoppol
ครูบ้านทุ่งชายทะเล

มาหลงอีกรอบหนึ่ง...

น่าทำเป็น 2 ตอนนะครับ..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
yai2333 วันที่ : 03/10/2009 เวลา : 01.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

เรื่องราวน่ารักมากครับ..

สุดท้ายความสุขก็กลับคืนสู่บ้าน

อบอุ่นทุกชีวิตทุกอารมณ์





...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พอเพียงที่เพียงพอ วันที่ : 01/10/2009 เวลา : 20.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Porjai2499

สวัสดีครับ

ให้จินตนาการและข้อคิดดี
แต่ต้องใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษครับ


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เปียแก้ว วันที่ : 30/09/2009 เวลา : 20.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krupia

ทำไงดีล่ะ...มีแต่คนบ่น555ว่าตัวจิ๋ว
เดี๋ยวจะลองไปแก้ดูนะคระ.....
สงสัยเละตุ้มเป๊ะ....
อายคุณคนโทใส่น้ำจัง..
อุตส่าห์สอน...แต่ลูกศิษย์คนนี้มิได้เรื่องเอาเสียเลย
อิๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 30/09/2009 เวลา : 00.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

อ่านแล้ว.
ไม่จบครับ..ปวดตามาก.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 29/09/2009 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

โฮ่ง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตัวหนังสือเล็กไปนิด
โฮ่ง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
tatuk วันที่ : 29/09/2009 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

font จิ๋วมากๆ
ขอเวลาตั้งหลักก่อนจะหลงไปมากกว่านี้คร้าบ...


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ทะเลไร้คลื่น วันที่ : 29/09/2009 เวลา : 21.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talay
http://www.oknation.net/blog/yeewawa/2009/11/17/entry-1 " ลูกหลานสายน้ำตาปีเมืองปักษ์ใต้ "

สวัสดีค่ะ น่าอ่านจังค่ะ

แต่ตัวเล็กไปนิ๊ดดดดด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]