• สิงหาคุณ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sing_2547@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-02-24
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 320831
  • ส่ง msg :
  • โหวต 189 คน
เรียนรู้กับครูสิงหา
ครูสิงหาณุกูล สื่อสารเพื่อการศึกษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/krusingha
วันเสาร์ ที่ 13 สิงหาคม 2559
Posted by สิงหาคุณ , ผู้อ่าน : 1231 , 17:47:54 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน february26 , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

             

 ผู้แต่ง  เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์   (เจ้าฟ้ากุ้ง)

    ลักษณะคำประพันธ์   กาพย์ห่อโคลง 

คำประพันธ์ประเภทกาพย์ห่อโคลง มีลักษณะทางฉันทลักษณ์ดังนี้

 ขึ้นต้นด้วยกาพย์ยานี 1 บท แล้วตามด้วยโคลงสี่สุภาพ 1 บท 

ใจความเหมือนกัน กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง

นั้นมีกาพย์ยานีและโคลงสี่สุภาพรวม 108 คู่ และโคลงปิดท้ายมี 2 บท

   จุดประสงค์ในการแต่ง เป็นบทชมธรรมชาติ เพื่อความเพลิดเพลินในการเดินทาง
   ที่มาของเรื่อง หนังสือปริทรรศน์ วรรณคดีไทยของนายตำรา ณ เมืองใต้

เที่ยวเล่นเป็นสุขเกษม                           แสนสิ่งสนุกปลุกใจหวัง

เร่ร่ายผายผาดผัง                                   หัวริกรื่นชื่นชมไพร

               สนุกเกษมเปรมหน้าเหลือบ                   ลืมหลัง

แสนสนุกปลุกใจหวัง                                            วิ่งหรี้

เดินร่ายผายผันยัง                                                 ชายป่า

หัวร่อรื่นชื้นชี้                                                      ส่องนิ้วชวนแล

 ถอดคำประพันธ์ได้ว่า           การเที่ยวเล่นในครั้งนี้ช่างมีความสุขสนุกสนาน 

   เหลือเกินเดินอย่างรวดเร็วเข้าไปในป่า หัวร่อต่อกระซิบกันอย่างสดชื่น

รื่นเริงโดยการชี้ชวนให้ชมธรรมชาติต่างๆ

แปลความคำศัพท์

 ผาดผัง, ผายผัน  หมายถึง เดินอย่างรวดเร็ว

 หรี้ คือ เป็นคำโทโทษของ “รี่” คำโทษคือคำที่ไม่เคยใช้ไม้โท

แต่เอา   มาแปลงใช้โดยเปลี่ยนวรรณยุกต์เป็นโท เพื่อให้ได้เสียงโทตามบังคับ,

 รี่ หมายถึง อาการที่เคลื่อนเข้าไปเรื่อยไม่รีรอ

สองนิ้ว คือ ชี้นิ้ว

ลียงผาอยู่ภูเขา                       หนวดพรายเพราเขาแปล้ปลาย

รูปร่างอย่างแพะหมาย            ขนเหม็นสาบหยาบเหมือนกัน             

               เลียงผาอยู่พ่างพื้น                  ภูเขา

หนวดพู่ดูเพราเขา                                 ไปล่ท้าย

รูปร่างอย่างแพะเอา                              มาเปรียบ

ขนเหม็นสาบหยาบร้าย                         กลิ่นกล้าเหมือนกัน

 ถอดคำประพันธ์   เลียงผาอยู่บนภูเขา มีรูปร่างคล้ายแพะ

 มีหนวดงาม ปลายเขาโค้งไปข้างหน้า ขนหยาบและมีกลิ่นเหม็นสาบเช่นเดียวกับแพะ

 แปลความคำศัพท์

 เพรา , พรายเพรา  หมายถึง  งาม

 แปล้                       หมายถึง   แบนราบ

 ไปล่ท้าย                หมายถึง  ปลายโค้งไปข้างหน้า          

กระจงกระจิตเตี้ย                   วิ่งเรี่ยเรี่ยน่าเอ็นดู

เหมือนกวางอย่างตาหู             มีเขี้ยวน้อยสร้อยแนมสอง

               กระจงกระจิดหน้า                  เอ็นดู

เดินร่อยเรี่ยงามตรู                                 กระจ้อย

เหมือนกวางอย่างตาหู                           ตีนกีบ

มีเคี่ยวขาวน้อยช้อย                               แนบข้างเคียงสอง

 ถอดคำประพันธ์  กระจงเป็นสัตว์ที่มีตัวขนาดเล็กมองดูน่ารักน่าเอ็นดู

มีตาหูและตีนกีบเหมือนกวาง มีเขี้ยวน้อยสีขาวสองเขี้ยวแต่ไม่มีเขา
 แปลความคำศัพท์

 กระจิด       หมายถึง เล็กน้อย

 แนม          หมายถึง แนบ

 หน้า           หมายถึง หน้า เป็นคำโทโทษของ น่า

 กระจ้อย     หมายถึง เล็กน้อย

 เคี่ยว           หมายถึง เคี่ยว เป็นคำเอกโทโทษของ เขี้ยว

-ช้อย            หมายถึง อ่อนช้อย

 ** คำเอกโทษ หมายถึง คำที่ไม่เคยใช้เอกแต่เอามาแปลง

ใช้โดยเปลี่ยนวรรณยุกต์เป็นเอก เพื่อให้ได้เสียงเอกตามบังคับ

ฝูงลิงใหญ่น้อยกระจุ้ย            ชะนีอุ่ยอุ้ยร้องหา

ฝูงค่างหว่างพฤกษา                 ค่างโจนไล่ไขว่ปลายยาง

                ฝูงลิงยวบยาบต้น                  พวาหนา

ฝูงชะนีมี่กู่หา                                         เปล่าข้าง

ฝูงค่างหว่างพฤกษา                               มาสู่

ครอกแครกไล่ไขว่คว้าง                        โลดเลี้ยวโจนปลิว

 ถอดคำประพันธ์  ฝูงลิงขย่มต้นพวาอยู่ยวบยาบ ฝูงชะนีร้องกู่

หาคู่ของมัน ฝูงค่างกระโดดไปมาระหว่างต้นไม้ ฝูงลิงต่างพากัน

ร้องขู่ตะคอกพร้อมทั้งกระโดดไล่ไขว่คว้ากัน

แปลความคำศัพท์

 กระจุ้ย         หมายถึง  เล็กๆ

 ยวบยาบ       หมายถึง อาการที่ลิงขย่มต้นไม้ขึ้นลง

 พวา              หมายถึง  ต้นมะม่วง

 ครอกแครก   หมายถึง เสียงขู่ตะคอกของลิง

งูเขียวรัดตุ๊กแก                       ตุ๊กแกแก่คางแข็งขยัน

กัดงูงูยิ่งพัน                             อ้าปากง่วงล้วงตับกิน

               งูเขียวแลเหลื้อมพ่น               พิษพลัน

ตุ๊กแกคางแข็งขยัน                                 คาบไว้

กัดงูงูเร่งพัน                                           ขนดเครียด

ปากอ้างูจึงได้                                          ลากล้วงตับกิน

 ถอดคำประพันธ์   งูเขียวตัวเงาเป็นมันแต่ไม่มีพิษถูกตุ๊กแกคาบไว้

 ในขณะเดียวกันงูเขียวก็รัดตุ๊กแกจนต้องอ้าปากและเข้าไปล้วงตับตุ๊กแกเป็นอาหาร

 แปลความคำศัพท์

 เหลื้อม               หมายถึง เหลื้อม เป็นรูปโทโทษของ เลื่อม หมายถึงเป็น เงามัน

พันขนดเครียด  หมายถึง รัดให้แน่นมาก

ยูงทองย่องเยื้องย่าง               รำรางชางช่างฟ่ายหาง

ปากหงอนอ่อนสำอาง             ช่างรำเล่นเต้นตามกัน

               ยูงทองย่องย่างเยื้อง                รำฉวาง

รายร่ายฟ่ายเฟื่องฟาง                            เฉิดหน้า

ปากหงอนอ่อนสำอาง                           ลายเลิศ

รำเล่นเต้นงามหง้า                                  ปีกป้องเป็นเพลง

 

ถอดคำประพันธ์ นกยูงทองย่องเยื้องย่างแล้วรำแพนหางเชิดหน้าขึ้น

เห็นปากงอนอ่อนช้อย แสดงอาการรำเล่นด้วยการยกปีกขึ้นป้องตามเพลง

 แปลความคำศัพท์

 รางชาง                  หมายถึง งาม สวย เด่น
 ฉวาง                     หมายถึง ขวาง 
 รำฉลาง                 หมายถึง แผ่แพนหางออกกว้าง
 รายร่ายฟ่ายเฟื่องหาง           หมายถึง ฟายหาง เป็นกิริยาของนกยูงเวลารำแพนหาง
 หง้า                       หมายถึง  หง้า เป็นรูปโทโทษของ 
ง่า                          หมายถึง  การงอก

ไก่ฟ้าอ้าสดแสง                     หัวสุกแดงแทงเดือยแนม

ปีกหางต่างสีเแกม                  สีแต้มต่างอย่างวาดเขียน

ไก่ฟ้าหน้าก่ำกล้า                    ปากแหลม

หัวแดงแฝงเดือยแนม              เนื่องแข้ง

ปีกหางต่างสีแกม                     ลายลวด

ตัวต่างอย่างคนแกล้ง                   แต่งแต้มขีดเขียน

 ถอดคำประพันธ์  ไก่ฟ้าหน้าสุกใสมีปากแหลม หัวสีแดง กำลังแทงเดือยขึ้นมา

 ปีกหางและลำตัวมีลวดลายสวยงามเหมือนอย่างคนแกล้งแต่งสีให้มัน

 ดูหนูสู่รูงู                งูสุดสู้หนูสู้งู

หนูงูสู้ดูอยู่               รูปงูทู่หนูมูทู

ดูงูขู่ฝูดฝู้                 พรูพรู

หนูสู่รูงูงู                  สุดสู้

งูสู้หนูหนูสู้                งูอยู่

หนูรู้งูงูรู้                     รูปถู้มูทู

 ถอดคำประพันธ์  งู่ขู่หนูฟู่ๆ เพราะหนูจะเข้าไปในรูงู

งูจึงสู้กับหนู หนูก็สู้กับงู สัตว์ทั้งสองต่างก็รู้เชิงซึ่งกันและกันโดยทำเสียงขู่ใส่กัน

 แปลความคำศัพท์

 มูทู        หมายถึง มูทู คือ มู่ทู่ หมายถึง ป้าน , ไม่แหลม (ในที่นี้ลดวรรณยุกต์เอก)

 ฝู้           หมายถึง ฝู้ เป็นรูปโทโทษของ ฟู่ หมายถึง เสียงดังเช่นนั้น คือ เสียงดังฟู่ เหมือนเสียงงูเวลาขู่

 ถู้           หมายถึง เป็นรูปโทโทษของ ทู่ หมายถึงไม่แหลม

 

นกแก้วแจ้วเสียงใส                คลอไคล้คู่หมู่สาลิกา

นกตั้วผัวเมียคลา                     ฝ่าแขกเต้าเหล่าโนรี

                นกแก้วแจ้วรี่ร้อง                   เร่หา

ใกล้คู่หมู่สาลิกา                                      คลอเคล้า

นกตั้วผัวเมียมา                                      มาสู่

สัตวาฝ่าแขกเต้า                                    พวกพ้องโนรี

 ถอดคำประพันธ์ นกแก้วร้องแจ้วๆเร่หาคู่ โดยเข้าไปใกล้หมู่นกสาลิกา

ส่วนนกกระตั้วสองตัวผัวเมียกำลังสมสู่กันอยู่ ในขณะที่นกสัตวา

จะต้องฝ่านกแขกเต้าเข้าไปหานกโนรีซึ่งเป็นพวกพ้องของมัน

 แปลความคำศัพท์

 สาลิกา หมายถึง ชื่อนกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกันกับนกกิ้งโครง

ตัวสีน้ำตาลเข้ม หัวสีดำ ขอบตาและปากสีเหลือง มีแต้มขาวที่ปีก ปลายหางสีขาว

 นกตั้ว  หมายถึง นกกระตั้ว เป็นนกปากงุ้มเป็นขอ ลักษณะคล้ายนกแก้ว แต่ตัวโตกว่า

 สัตวา หมายถึง ชื่อนกชนิดหนึ่งในจำพวกนกแก้วตัวโต สีเขียวเกือบจะเป็นสีคราม

 แขกเต้า หมายถึง ชื่อของนกปากงุ้มเป็นขอ ข้างของคอคล้ายเครา ตัวผู้ปากสีแดง ตัวเมียปากสีดำ

โนรี   หมายถึง ชื่อนกปากขอคล้ายนกแก้ว ตัวมีสีสันสวยงาม

กระจายสยายซร้องนาง        ผ้าสไบบางนางสีดา

ห่อห้อยย้อยลงมา                                  แต่ค่าไม้ใหญ่สูงงาม

                กระจายสยายคลี่ซร้อง          นงพนา

สไบบางนางสีดา                                    ห่อห้อย

ยื่นเลี้อยเฟื้อยลงมา                                โบยโบก

แต่ค่าไม้ใหญ่น้อย                                  แกว่งเยื้องไปมา

 ถอดคำประพันธ์  ต้นซ้องนางคลี่ และสไบนางสีดา ต่างก็ยื่นเลื้อยห้อยลงมา

แต่ค่าคบไม้น้อยใหญ่ เมื่อยามลมพัดจะแกว่งไปมาดูสวยงามนัก

 แปลความคำศัพท์

สยายซร้องนาง     หมายถึง ซ้องนางคลี่ เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง

                          ขึ้นอยู่ตามต้นไม้อื่นๆลำต้นยาวห้อยลง แยกแขนงเป็นคู่

สไบบางนางสีดา หมายถึง สไบนางสีดา ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง

ค่าไม้                     หมายถึง ค่าคบ , ง่ามไม้ที่กิ่งแยกกัน

หัวลิงหมากลางลิง                 ต้นลางลิงแลหูลิง

ลิงไต่กระไดลิง                                      ลิงโลดคว้าประสาลิง

                หัวลิงหมากเรียกไม้                ลางลิง

ลางลิงหูลิงลิง                                         หลอกขู้

ลิงไต่กระไดลิง                                      ลิงห่ม

ลิงโลดฉวยผู้ชม                                     ฉีกคว้าประสาลิง

 

ถอดคำประพันธ์  กวีกล่าวถึงเถาหัวลิง ต้นหมากลิง และลิงบางตัว

ก็ขึ้นต้นหูลิงทำหน้าหลอกคู่ของมัน บ้างก็ไล่เถากระโดลิงขย่มเล่น

บ้างก็กระโดดฉวยชมพู่คว้ามาฉีกเล่นตามภาษาลิง

แปลความคำศัพท์

- หัวลิง หมายถึง ไม้เถาชนิดหนึ่ง ผลขนาดส้มจีน มีสันตรงกลางคล้ายหัวลิง

- หมากลางลิง หมายถึง ชื่อปาล์มชนิดหนึ่ง

- ลางลิง , กระไดลิง หมายถึง ไม้เถาเนื้อแข็งชนิดหนึ่ง เถาแบนยาว

- งอกลับไปกลับมาคล้ายขั้นบันได

- หูลิง หมายถึง ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง

- ขู้  หมายถึง ขู้ เป็นคำโทโทษของคำว่า คู่

- ชมผู้ หมายถึง ชมผู้ เป็นรูปโทโทษของคำว่า ชมพู่ หมายถึงผลไม้ชนิดหนึ่ง

ธารไหลใสสะอาด                 มัจฉาชาติดาษนานา

หวั่นว่ายกินไคลคลา                 ตามกันมาให้เห็นตัว

                ธารไหลใสสะอาดน้ำ              รินมา

มัจฉาชาตินานา                                      หวั่นหว้าย

จากสร่ายกินไคลคลา                             เชยหมู่

ตามคู่มาคล้ายคล้าย                               ผุดให้เห็นตัว

ถอดคำประพันธ์  น้ำในลำธารใสสะอาดไหลรินมา หมู่ปลานานาชนิด

ต่างพากันว่ายไปมา กินจอกและสาหร่าย โดยว่ายตามกันมาเป็นคู่ๆและผุดให้เห็นตัวด้วย

 

คำศัพท์

 มัจฉาชาติ  หมายถึง หมู่ปลา

 หวั่นหว้าย  หมายถึง ว่ายไปมา “หว้าย” เป็นรูปโทโทษของ “ว่าย”

สร่าย  หมายถึง สาหร่าย

 ข้อคิด
 1 ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ควรรักษาไว้ เพื่อให้ระบบนิเวศน์ดีขึ้น
 2 การรักษาสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติเป็นหน้าที่ของทุกคน
 3 กวีสามารถสร้างสรรค์งาน โดยอาศัยการสังเกตจากธรรมชาติ
 4 การบันทึกประวัติศาสตร์จะอาศัยข้อมูลจากวรรณคดีในแต่ละสมัย
 5 การเขียน-อ่านคำประพันธ์ ทำให้มนุษย์มีจิตใจที่ละเอียดอ่อนมากยิ่งขึ้น

     คุณค่า
     ให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ ผู้อ่านจะได้รู้จักพืช-สัตว์นานาชนิด

ทั้งที่คุ้นตาและแปลกตา ทั้งที่ปรากฏในอดีตและปัจจุบัน ในขณะเดียวกัน

ก็จะได้ศึกษาวิธีการใช้ถ้อยคำของกวีที่สามารถเลือกสรรคำที่เข้าใจง่าย

สื่อความหมายได้กระจ่างชัด สื่อจินตภาพการเคลื่อนไหว สีและเสียง

ตลอดจนการเล่นเสียงคำอย่างไพเราะ ทำให้การเสนอภาพธรรมชาติดังกล่าว

มีชีวิตชีวา น่าสนใจ แสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้ววรรณคดี

ไม่ใช่เรื่องที่อ่านยาก เข้าใจยาก หรือน่าเบื่อ 

  ที่มา http://my.dek-d.com/

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกับการศึกษาพบเห็นของจริง

จึงเป็นเรื่องที่นักเรียนประทับใจไปตลอดชีวิต...

สวนสัตว์ดุสิต แต่เดิมเรียก สวนดุสิตหรือ เขาดินวนา 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๕

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๓๘

หลังจากที่พระองค์ได้ทอดพระเนตรกิจการสวนพฤกษชาติของต่างประเทศ

และพบว่าสวนพฤกษชาติเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้ความเพลิดเพลิน 

และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน จึงมีพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้น

ในประเทศไทยบ้าง โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในพื้นที่ราบทางด้านทิศตะวันออก

ติดคลองเปรมประชากร (ถนนพระราม ๕) ด้วยการขุดสระน้ำใหญ่

ประกอบคูคลองระบายน้ำ และถนน แล้วนำดินขึ้นมาเป็นเนินเขาเกาะกลางน้ำเรียกว่า

เขาดิน และรอบๆเขาดินนั้น ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกลงพรรณไม้นานาชนิด 

สร้างขึ้นเป็นสวนพฤกษชาติ สำหรับส่วนพระองค์ เรียกว่า วนา

รวมอาณาเขตส่วนนี้ทรงโปรดเรียกว่า เขาดินวนา โดยในขั้นต้นพระองค์ให้สร้างขึ้นสำหรับ

เป็นที่ประพาส ทรงพระเกษมสำราญส่วนพระองค์ และข้าราชบริภารฝ่ายในก่อน 

ดังนั้น สวนดุสิต หรือ เขาดินวนา จึงเป็นส่วนหนึ่งในเขตพระราชฐานพระราชวังดุสิต

 ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗

ทรงมีพระราชดำริที่จะทำนุบำรุงสวนแห่งนี้ให้กว้างขวาง และดีกว่าที่เป็นอยู่

 และเปิดให้ประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วย
 
     ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕

แล้ว คณะรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงได้กราบบังคมทูล

ขอพระราชทานสวนดุสิต ให้ดำเนินการจัดทำเป็นสวนสาธารณะ 

และเป็นที่พักผ่อน หย่อนใจของประชาชน ในเวลานั้นพระองค์เจ้าทิพอาภา

เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้พระราชทานอนุมัติในนามของ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลรัชกาลที่ ๘

ให้เทศบาลนครกรุงเทพรับบริเวณสวนดุสิต หรือ เขาดินวนา สนามเสือป่า 

และสวนอัมพร มาจัดเป็นสวนสาธารณะได้

จากนั้นทางเทศบาลนครกรุงเทพ ได้จัดการย้ายกวางดาว

และสัตว์ชนิดต่างๆ มาจากสวนอัมพร และ ย้ายสัตว์บางชนิด

 เช่น จระเข้ ลิง จากสวนสราญรมย์ มาไว้ที่เขาดินวนา

และได้ขอให้ทางสำนักพระราชวัง ส่งช้างหลวงมาให้ประชาชนได้ชมในวันอาทิตย์ 

และเมื่อปรับปรุงสิ่งก่อสร้างต่างๆ เรียบร้อยแล้วทางเทศบาล นครกรุงเทพ

จึงเปิดสวนดุสิตให้ประชาชนเที่ยวชม และพักผ่อนหย่อนใจ

ได้เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๑

และให้เรียกสวนดุสิตนี้ว่า 

สวนสัตว์ดุสิต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสวนสัตว์แห่งแรกในประเทศไทย

ที่มาhttp://www.dusitzoo.org/เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม2559

 

 

 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี วันที่ : 13/08/2016 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ตั้งแต่ลูกเป็นหนุ่มก็ไม่ได้ไปเลย. นานมากๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]