• สิงหาคุณ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sing_2547@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-02-24
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 318949
  • ส่ง msg :
  • โหวต 189 คน
เรียนรู้กับครูสิงหา
ครูสิงหาณุกูล สื่อสารเพื่อการศึกษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/krusingha
วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม 2562
Posted by สิงหาคุณ , ผู้อ่าน : 159 , 12:09:06 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เกณฑ์ประเมินการนำเสนอ ด้วยการพูด 50คะแนน

รายการประเมินที่ 1 น้ำเสียงและลีลา

1.1 เสียงดังฟังชัด ใช้ท่าทางประกอบการนำเสนอ            ได้ 15คะแนน

1.2 เสียงดังฟังชัด แสดงท่าทางเล็กน้อย                            ได้ 10 คะแนน

1.3 เสียงดังพอประมาณ ไม่แสดงท่าทาง                           ได้ 8 คะแนน

รายการประเมินที่2.บุคลิกและความตั้งใจ

2.1บุคลิกท่าทางสุภาพ แสดงความตั้งใจในการนำเสนอ  ได้ 10คะแนน

2.2ความมั่นใจ บุคลิกไม่มั่นคง                                             ได้ 7 คะแนน 

2.3 ขาดความมั่นใจ                                                              ได้ 5 คะนน

รายการประเมินที่3ความแม่นยำ ถูกต้อง

3.1การนำเสนอข้อมูลถูกต้องตามเอกสารต้นฉบับ           ได้ 10 คะแนน

3.2 การนำเสนอข้อมูล เนื้อหา บางส่วนขาดหายไป         ได้ 7 คะแนน

3.3การนำเสนอข้อมูลไม่ครบถ้วน ขาดความสมบูรณ์      ได้  5 คะแนน

รายการที่ 4 ความพร้อม ความร่วมมือในกลุ่ม

4.1 นักเรียนในกลุ่มจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ก่อนเวลา      ได้ 15 คะแนน

4.2 นักเรียนในกลุ่มจัดเตรียมตามเวลานำเสนอ                                ได้ 10 คะแนน

4.3จัดเตรียมไม่ทันเวลา การนำเสนอ                                 ได้ 8 คะแนน

ผลการวัดผลประเมินผล  1-24   คะแนน  หมายถึง  ปรับปรุง

                                    25-39  คะแนน หมายถึง   พอใช้

                                   40-50  หมายถึง  ดี

 

 ..............................

 

การเขียนโครงงาน

 

โครงงานหมายถึง กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าและลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง

 

 คามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

 

ในการศึกษาหาคำตอบในเรื่องนั้นๆ โดยมีครูผู้สอนคอยแนะนำ

 

การทำโครงงานสามารถทำได้ทุกระดับการศึกษา ทั้งรายบุคคลหรือเป็นงานกลุ่มก็ได้

 

ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงาน

 

ก.องค์ประกอบของโครงงานมี 3 ส่วนดังนี้

 

1.ส่วนต้น คือส่วนที่บอกชื่อโครงงาน หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์                                                                                ผู้รับผิดชอบ และที่ปรึกษา โครงงาน

 

2.ส่วนกลาง คือส่วนที่เป็นวิธีการดำเนินงานต่างๆ และเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำโครงงาน

 

3.ส่วนท้าย คือส่วนที่เป็นผลการดำเนินการ สรุปผลการดำเนินงาน                                                                                                     ผลที่คาดว่าจะได้รับ และข้อเสนอแนะ

 

ข. ขั้นตอนการทำโครงงาน มีหลักเกณฑ์และขั้นตอนการเขียน ดังนี้

 

1. การเลือกหัวเรื่อง หัวเรื่องของโครงงานมักจะได้จากปัญหา คำถาม                                                                                      หรือความสนใจเกี่ยวกับเรื่องต่างๆของผู้เขียนหรือได้จากแหล่งที่ช่วยกระตุ้น                                                                          ให้เกิดความคิดและความสนใจเช่นจากการอ่านหนังสือ การเข้าชมนิทรรศการ                                                                         การสังเกตปรากฏการณ์ต่างๆรอบตัว

 

2.การวางแผน การทำโครงงานต้องมีการวางแผนล่วงหน้า เพื่อให้การดำเนินงาน                                                                           เป็นไปอย่างรัดกุมและรอบคอบ

 

  เค้าโครงของโครงงาน ประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้

 

2.1 ชื่อโครงงาน ผู้รับผิดชอบ อาจารย์ที่ปรึกษา

 

2.2หลักการและเหตุผล

 

2.3วัตถุประสงค์

 

2.4 ขอบเขตการศึกษา

 

2.5.ผลที่คาดว่าจะได้รับ

 

2.6 เครื่องมือเครื่องใช้

 

2.7 วิธีดำเนินการ

 

2.8อภิปรายผล

 

2.9สรุปผลการดำเนินงาน

 

2.10 ข้อเสนอแนะ

 

3.การดำเนินงาน การลงมือปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่ระบุไว้

 

ผู้เรียนต้องพยายามทำตามแผนงาน

 

เตรียมวัสดุอุปกรณ์และสถานที่ให้พร้อม ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ

 

คำนึงถึงความประหยัดและปลอดภัยในการทำงาน ตลอดจนบันทึกข้อมูลต่างๆไว้

 

ว่าได้ทำอะไรบ้าง ได้ผลอย่างไร มีปัญหาและข้อคิดอย่างไร

 

4.การเขียนรายงาน เกี่ยวกับโครงงานเป็นวิธีสื่อสารความหมายวิธีหนึ่ง                                                                                                  

ที่จะให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด   วิธีดำเนินงาน ผลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุป

 

และข้อเสนอแนะต่างๆที่เกี่ยวกับโครงงานั้น โดยเขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย

 

ชัดเจน และครอบคลุมประเด็น

 

5. การนำเสนอผลงาน เป็นขั้นตอนสุดท้าย ของการทำโครงงาน

 

การนำเสนอผลงานสามารถทำได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความเหมาะสม

 

ของประเภทโครงงาน เนื้อหา เวลา และระดับของผู้เรียน อาจนำเสนอผลงาน

 

ด้วยการรายงานหน้าชั้นเรียน หรือนำเสนอผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ตัวอย่างโครงงาน

เรื่องการศึกษาที่มาของภาษาในการตั้งชื่อจริง

คณะผู้จัดทำ

เด็กชาย...

เด็กหญิง....

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน

นาย /นางสาว/ นาง..............................

หลักการและเหตุผล

สังคมไทยเป็นสังคมที่รับวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาในหลายๆด้าน โดยเฉพาะวัฒนธรรม                                                                 ทางด้านภาษา ซึ่งจะเห็นว่าการตั้งชื่อของคนไทยมีความหลากหลายอันเนื่องมาจาก                                                                      อิทธิพลของภาษา  สมาชิกในกลุ่มจึงสนใจที่จะศึกษาที่มาของภาษาในการตั้งชื่อจริง                                                                 และได้รวบรวมรายชื่อเพื่อจำแนกประเภทตามที่มาของภาษา

วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้รู้จักที่มาของภาษาที่นิยมนำมาตั้งชื่อจริง

2.เพื่อให้มีข้อมูลและหลักการสังเกตคำที่นำมาตั้งชื่อ

ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า

“ภาษา”ถ้อยคำที่ใช้พูด หรือเขียนเพื่อสื่อความหมายของคนกลุ่มใด

กลุ่มหนึ่ง   วงการใดวงการหนึ่ง."ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษากฎหมาย

"เสียง ตัวหนังสือ หรือกิริยาอาการที่สื่อความหมายได้ "ภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษามือ ภาษาท่าทาง"

ภาษาเขียนที่มาจากภาษาต่างๆ ที่นิยมนำมาตั้งชื่อจริง โดยสมาชิก

ในกลุ่มต้องการศึกษาที่มาของภาษาในชื่อจริง ว่าเป็นคำที่มาจากภาษาใด โดยศึกษา

จากรายชื่อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 1ห้อง ระยะเวลาในการศึกษา                                                                         วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 –17มิถุนายน  2562

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.รู้ที่มาของภาษาที่นิยมนำมาตั้งชื่อจริง

2.มีข้อมูลหลักการสังเกตคำที่นำมาตั้งชื่อ

3.ผู้เรียนได้ฝึกการพูดนำเสนอรายงาน

เอกสารและวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษา

1. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตตยสถาน พ.ศ.2542

2.ทะเบียนรายชื่อนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-2

3.หนังสือหลักภาษาไทย และหนังสือวารสารอื่นๆ

4.เครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับอินเตอร์เนต

วิธีดำเนินการ

1.รวบรวมข้อมูลรายชื่อ แล้วสมาชิกทุกคนร่วมกันแยกประเภทของรายชื่อตามภาษา

2.นำรายชื่อที่แยกประเภทภาษามาวิเคราะห์และตรวจสอบที่มากจากพจนานุกรม

3.สอบถามจากเจ้าของชื่อ ผู้รู้ ผู้ปกครอง หรือครูเพื่อให้ทราบที่มา

4.บันทึกผล นำข้อมูลมาเรียบเรียงและสรุปผลการศึกษา

อภิปรายผล

ตารางแสดงที่มาของภาษาในการนำมาใช้ตั้งชื่อจริงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-2

จำนวน 72 ชื่อ  จำแนกประเภทตามที่มาของภาษาได้ 4 ภาษาดังนี้

ภาษาบาลี-สันสกฤต  เช่น บุปผา   อัจฉรา  ทัศนียา  กมล  กรรณิการ์  สุรเชษฐ์

                                     ทวีศักดิ์  อนันต์  กมลชนก   สัญญา   ปรัชญา ปรานี   นัยนา   หฤทัย   สันติ

                                    อรอนงค์  สุรีย์   สุกัญญา  กฤษณา กชวรรณ  วิริยาพร  อุทัยวรรณ  วิจิตรา 

                                   วราภรณ์  สุจิตรา สมเกียรติ  บุษบา  ศรีวรรณ

ภาษาไทย   สมใจ   ปานใจ  สมปอง   สุดา   มะลิ   บัวแก้ว  ทอฝัน   แก้วตา

ภาษาอังกฤษ  คริสต์    แอนนา    เจนนี่    โจเซฟ    ไมเคิล    จอห์น    อัลเบิร์ต

เขมร  เพ็ญแข  ผกากรอง  จำเริญ  จำรัส   ชำนาญ   อำนวย เผดิม

สรุปผลการดำเนินงาน

ชื่อจริงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ... จำนวน 72 รายชื่อ  มีที่มาจาก                                                                                         ภาษาบาลีสันสกฤตมากที่สุด ส่วนภาษาอื่นๆมีจำนวนใกล้เคียงกัน

ข้อเสนอแนะ

เมื่อรู้ที่มาของรายชื่อนักเรียนว่ามีที่มาจากภาษาใดแล้ว ควรฝึกแปล                                                                                            ความหมายของชื่อต่างๆเหล่านั้นซึ่งจะช่วยให้มีความรู้เรื่องคำศัพท์ในภาษาต่างๆ มากขึ้น

.................

 

ที่มา ฟองจันทร์ สุขยิ่งและคณะ 2561. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทยหลักและการใช้ภาษา

                        ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551.กรุงเทพมหานคร:อักษรเจริญทัศน์.

หากจะสอนผู้เรียนเข้าใจโครงงานสักเรื่องก็น่าจะให้....

ใบความรู้เรื่องประเภทของโครงงาน

…………………

โครงงานแบ่งออกตามโครงสร้างหลักสูตรคือ

1.  โครงงานตามสาระการเรียนรู้ เป็นโครงงานที่นักเรียนต้องนำความรู้ ทักษะที่เรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้

     นั้นมาใช้ในการทำโครงงานโครงงานตามความสนใจเป็นโครงงานที่นักเรียนจัดทำตามความถนัด ความสนใจและความต้องการของนักเรียนนักเรียนจะต้องนำความรู้และทักษะในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ มาบูรณาการ ใช้จัดทำโครงงานตามที่นักเรียนสนใจ ซึ่งจะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสอดคล้องกับการดำรงชีวิตจริง

ประเภทของโครงงาน

1. โครงงานประเภทสำรวจ

    เป็นโครงงานการศึกษาสำรวจข้อมูลสำหรับดำเนินงานพัฒนา ปรับปรุง เพิ่มเติมผลงานและส่งเสริมผลผลิตให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น  ตัวอย่างเช่น

1.1 การสำรวจผลผลิตประเภทส้มเขียวหวานของเกษตรกรในท้องถิ่น

1.2 การสำรวจร้านจำหน่ายผ้าพื้นเมือง

2. โครงงานประเภททดลอง

เป็นโครงงานที่เกิดขึ้นจากการศึกษาหลักการต่างๆ ทางวิชาการแล้วนำมาค้นคว้าทดลอง เพื่อยืนยันทฤษฎีและหลักการตัวอย่างเช่น

1.1 การศึกษาสูตรขนมอบชนิดต่างๆ

1.2 การทดลองปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน

3. โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์

 เป็นโครงงานที่ส่งเสริมให้นักเรียนผลิตสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ    ที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน  คิดค้น เลือกผลิตตามความสนใจและความถนัดของตนเอง  ตัวอย่างเช่น

3.1 ผลิตของเล่น  เครื่องมือ อุปกรณ์

3.2 เครื่องบำบัดน้ำในตู้ปลาแบบประหยัด

4. โครงงานประเภทผลิตและบริการ

เป็นโครงงานที่ผลิตชิ้นงานหรือสินค้าเพื่อ จำหน่ายหรือให้บริการตัวอย่างเช่น

4.1 การผลิตพวงกุญแจเพื่อจำหน่าย

4.2 การผลิตไม้ประดับเพื่อจำหน่าย

 

 

 

ใบความรู้ที่ 2

เรื่อง รูปแบบการเขียนโครงงาน

……………..

เมื่อนักเรียนได้พิจารณาศึกษาข้อมูลต่างๆ ของโครงงานแล้ว รูปแบบโครงงานควรคำนึงถึงความถนัด ความชอบ และความสนใจ รวมทั้งความสะดวก ความเหมาะสมกับลักษณะของโครงงาน

รูปแบบการเขียนโครงงาน

แบบที่ 1  ประกอบด้วย

  1. ชื่อโครงงาน (ให้ระบุชื่อโครงงานที่ชัดเจน  กะทัดรัด เฉพาะเจาะจงว่าจะทำอะไร ศึกษาอะไร)
  2. ชื่อผู้ทำโครงงาน (ระบุชื่อนักเรียน  ชั้น  เลขที่  ที่ทำโครงงาน)
  3. ชื่อครูอาจารย์ที่ปรึกษา (ระบุชื่อ ตำแหน่ง ครูอาจารย์  ที่ให้คำแนะนำปรึกษา)
  4. ความสำคัญของโครงงาน (อธิบาย ความสำคัญ สาเหตุที่ทำเรื่องนี้ ดีอย่างไร ทำไมจึงต้องทำ  มีหลักการ ทฤษฎีใดบ้างที่สนับสนุน หรือต่อยอด ปรับปรุงมาจากใคร)
  5. จุดมุ่งหมาย (ให้ระบุว่า เมื่อทำโครงงานนี้แล้ว ได้อะไรบ้าง บอกขอบเขตของงานที่เฉพาะเจาะจง สามารถวัดและประเมินได้)
  6. การศึกษาข้อมูลของโครงงาน (เขียนข้อความที่มองเห็นแนวทางการดำเนินงาน เป็นหลักทฤษฎีหรือหลักวิชาการ หรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้น)
  7. การดำเนินงาน (ระบุวันที่เริ่มทำงาน วันสิ้นสุดโครงงาน  รวมระยะเวลาดำเนินงาน  ขั้นตอนการปฏิบัติ  ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย ผู้รับผิดชอบ หรืออธิบายการเริ่มงาน การจัดการ การจัดรูปแบบ ออกแบบ ทดลอง  เก็บข้อมูลอย่างไร มีวัสดุอุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง รวมทั้งประเมินผลและรายงาน)
  8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ระบุความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ สิ่งของ ความแปลกใหม่ ความริเริ่ม ผลงานที่ตรงจุดมุ่งหมาย รายได้ที่คาดว่าจะได้รับ)
  9. เอกสารอ้างอิง ( ระบุหนังสือ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ที่ใช้อ้างอิงทางวิชาการ)

 

แบบที่ มีหัวข้อที่แตกต่างไปจากแบบที่ 1 คือ

ข้อ 4  ชื่อหัวข้อ ความสำคัญของโครงงาน เป็นหลักการและเหตุผล

ข้อ 6  การศึกษาข้อมูลของโครงงาน เป็น วิธีดำเนินงาน

ข้อ 7  การดำเนินงาน เป็นแผนปฏิบัติงาน

ข้อ 9  เอกสารอ้างอิง เป็นข้อเสนอแนะของครูที่ปรึกษา

 

สิงหาคุณ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]