*/
  • ไกอาร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 231
  • จำนวนผู้ชม : 536601
  • จำนวนผู้โหวต : 828
  • ส่ง msg :
  • โหวต 828 คน
And The Souther All Stars is coming

The Summer is here :)

View All
<< กุมภาพันธ์ 2021 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28            

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านคิดว่าการลงทุนแบบใดดีที่สุด ณ ปัจจุบัน
ฝากธนาคารเพื่อดอก
15 คน
ลงทุนซื้อเฟรนไชส์สักอัน
34 คน
ปล่อยกู้นอกระบบ
23 คน
เล่นหุ้น
34 คน
ซื้อทองเก็บไว้
36 คน
ซื้อที่ดิน
69 คน

  โหวต 211 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564
Posted by ไกอาร์ , ผู้อ่าน : 358 , 18:19:42 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ไกอาร์ โหวตเรื่องนี้

   
            


            หากจะกล่าวถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ตัวคนเมือง กทม.และรอบ ๆ ปริมณฑลโดยที่ไม่นับเรื่องราว
ของไวรัส โควิด19 คงจะหนีไม้พ้นเรื่องฝุ่นละอองพิษขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ทุกครั้งที่ผมขับรถขึ้นทางด่วน
หรืออยู่บนตุกอาคารที่สูง สิ่งที่เห็นได้โดยรอบคือหมอกหนาทึบที่คลุมรอบ ๆ กทม. สิ่งหนึ่งที่แวบเข้ามาใน
ห้วงความคิด ก็คืออนิเมชั่นเรื่อง Lorax ที่เป็นเรื่องราวของความสัมพันธ์ทางสิ่งแวดล้อมกับคนเรา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นไม้ใบหญ้าและคุณภาพอากาศ ในหนังเรื่องนี้มีรายละเอียดการสร้างค่อนข้างนาน
มาแล้วในเวอชั่นเก่าก่อน ดังรายละเอียดตามนี้นะครับ

         The Lorax (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Dr.Seuss 'The Lorax)เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้แนวมิวสิคัลแอนิเมชั่น
คอมเมดี้ของอเมริกาปี 2012 ที่ผลิตโดย Illumination Entertainment และสร้างจากหนังสือเด็กของ
Dr.
Seuss ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวโดย Universal Picturesเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2012 ซึ่งเป็นวันเกิดครบรอบ
108 ปีของ Seuss การดัดแปลงครั้งที่สองของหนังสือเล่มนี้ (ต่อจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นพิเศษทางโทรทัศน์
ปี 1972) ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากหนังสือโดยขยายเรื่องราวของ Lorax และ Ted ซึ่งเป็นเด็กชายที่
ไม่มีชื่อ
ก่อนหน้านี้ที่ไปเยี่ยม Once-ler นักแสดงประกอบไปด้วย Danny DeVito ในฐานะ Lorax, Ed Helms
         รับบท Once-ler และ Zac Efron รับบท Ted ตัวละครใหม่ที่นำมาใช้ในภาพยนตร์ ได้แก่ Audrey, Ted 
(พากย์เสียงโดย Taylor Swift), Aloysius O'Hare, บารอนอากาศผู้ชั่วร้าย (พากย์เสียงโดย Rob Riggle),
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ที่หลากหลายจากนักวิจารณ์แต่ทำรายได้ทั่วโลก 348.8 ล้านดอลลาร์ด้วย
งบประมาณ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


         เนื้อเรื่องของหนังมีอยู่ว่า Ted Wiggins เด็กชายอายุ 12 ปีอาศัยอยู่ใน Thneedville ซึ่งเป็นเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบที่มีพืชพันธุ์ไม้และชีวิตของวงศ์พืชต่างๆ เป็นของเทียมที่ประดิษฐ์ขึ้นมาล้วน ๆ  เท็ดสนใจออเดรย์นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและตัดสินใจที่จะสร้างความประทับใจให้กับเธอด้วยการค้นหา "ต้นไม้จริง ๆ" ซึ่งนอร์มาคุณย่าของเขาเล่าตำนานกาลครั้งหนึ่งให้เขาฟังทำหใ้เค้ารู้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับต้นไม้ เท็ดจึงตัดสินใจออกจาก Thneedville เพื่อค้นหา Once-ler เมื่อออกไปสู้โลกนอกกำแพงเมืองพลาสติกของเค้าTed พบว่าโลกภายนอกเป็นดินแดนรกร้างที่แห้งแล้งและปนเปื้อนไปด้วยมลพิษ เขาได้พบกับ Once-ler ผู้ซึ่งยินยอมที่จะเล่าเรื่องราวของต้นไม้ให้เขาฟัง ซึ่งสำเร็จลงได้ด้วยความพยายามที่จะติดต่อพูดคุยกับ Once-ler อยู่หลายครั้ง ครั้งหนึ่งที่เขาออกจากบ้านเท็ดพบกับ Aloysius O'Hare นายกเทศมนตรีผู้ละโมบของ Thneedville ซึ่ง เค้าคือเจ้าของบริษัทขายออกซิเจนบรรจุขวดให้กับเมืองที่เต็มไปด้วยมลพิษ เมื่อนายกเทศมนตรีรู้ว่าต้นไม้และออกซิเจนที่ต้นไม้ผลิตได้อย่างอิสระนั้นเป็นภัยคุกคามต่อธุรกิจของเขาโอแฮร์กดดันให้เท็ดอยู่ในเมือง แต่เท็ดยังคงยืนกรานที่จะไปหา Once-ler 

 

        และเมื่อเค้าได้พบกับ Once-ler แล้ว Once-ler จึงเล่าว่าในฐานะที่อดีตเค้าเคยเป็นนักประดิษฐ์อายุน้อยเขามาถึงป่าอันเขียวชอุ่มของบรรดาสัตว์และพืชพรรณต้นไม้ที่ชื่อว่า Truffula ได้อย่างไร เค้าได้พยายามที่จะตัดต้นไม้จาเค้าต้องเผชิญหน้ากับ Lorax ผู้พิทักษ์ป่าที่เป็นเสมือนเทพารักษ์ที่เป็น "ตัวแทนของต้นไม้" หลังจากพยายามบังคับให้ Once-ler ออกไป Lorax เทพารักษ์ ก็โน้มน้าวให้เขาไม่ทำร้ายต้นไม้อีกต่อไป เมื่อใช้ต้นทรัฟฟิวลา Once-ler ได้สร้าง "Thneed" ซึ่งเป็นผ้าที่มีประโยชน์หลายอย่างซึ่งกลายเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ จนกระทั่งญาติของเท็ดผู้ที่ไร้ยางอายของเขาชักชวนให้เขากลับมาตัดต้นไม้เพื่อผลิต Thneeds จำนวนมากซึ่งทำผลกำไรอย่างมหาศาล แต่การตัดไม้ทำลายป่ามากจนเกินไปทำให้เกิดมลภาวะเพิ่มขึ้น ๆ  หลังจากเก็บเกี่ยวต้น Truffula ต้นสุดท้ายแล้ว Once-ler ก็ถูกทอดทิ้งโดยครอบครัวของเขาและกลายเป็นฤๅษี Once-ler ถูกทิ้งให้อกหักและรู้สึกผิดอย่างน่าละอายที่ทำลายป่า ด้วยการไปหลบและอยู่อาศัยพื้นที่ที่ไม่มีใครอาศัยอยู่นอกเมือง Lorax เทพารักษ์ผินป่า จึงส่งสัตว์ออกไปเพื่อหาที่อยู่ใหม่และหายไปบนท้องฟ้า Lorax ทิ้งคำอำลาสุดท้ายคำเดียวไว้บนกองหินเล็ก ๆ ว่า : "เว้นเสียแต่ว่า"

  

 

         Once-ler ได้มอบเมล็ด Truffula เมล็ดสุดท้ายให้กับเท็ด ด้วยความหวังว่าเขาจะสามารถปลูกป่าและทำให้คนอื่น ๆ ในเมืองหันกลับมาสนใจการปลูกต้นไม้กันอีกครั้ง เท็ดกลับบ้านเพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์ซึ่งได้รับการเฝ้าระวังและช่วยกันดูแลจากคนทั่วทั้งเมืองของ O'Hare โดยขอความช่วยเหลือจากออเดรย์และครอบครัวของเขาเท็ดถูกสะกดรอยโดยโอแฮร์ไปยังใจกลางเมืองจนในที่สุด โอแฮร์ก็ทำการปลุกระดมประชาชนเพื่อต่อต้านเท็ดโดยบอกพวกเขาว่าต้นไม้เป็นอันตรายและเป็นสิ่งสกปรก แต่เท็ดก็ได้ใช้เครื่องขุดดินเพื่อล้มส่วนหนึ่งของกำแพงเมือง แล้วมันก็เผยให้เห็นสิ่งแวดล้อมภายนอกที่ถูกการทำลายล้างอย่างรุนแรงจากการเสียสมดุลทางธรรมชาติ ด้วยแรงบันดาลใจจากความเชื่อมั่นของเท็ดเหล่าประชาชนจึงหันมากดดันโอแฮร์จนในที่สุดเมล็ดพันธุ์ไม้อันสุดท้ายก็ได้รับการปลูกในเวลาต่อมา เวลาผ่านไปและที่ดินเริ่มฟื้นตัว ต้นไม้ใหม่แตกหน่อและทำให้สัตว์ต่าง ๆ ยอมกลับมาและ Once-ler ที่แก่ชราแล้วจึงได้หวนกลับมาหา Lorax อีกครั้งหนึ่ง  ภาพยนตร์เรื่องนี้จบลงด้วยคำพูดของดร. Seuss: ว่า"ถ้าไม่มีคนอย่างคุณที่จะใส่ใจในเรื่องที่มันแย่ ๆ แบบนี้ มันก็จะไม่มีอะไรที่จะดีขึ้นได้ มันไม่มีทางเลย"

  


               อันที่จริงแล้วปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นภัยเงียบใกล้ตัวที่เรามักมองข้ามอยู่เสมอหากเพียงแต่ว่า
พวกเราทุกคนจะใส่ใจในสิ่งรอบ ๆ ตัวและให้เกียรติกับธรรมชาติที่เกื้อกูลชีวิตของเรา กทม. ควรเป็นเมือง
สีเขียวด้วยความเหมาะสมทั้งทางกายภาพและแหล่งน้ำ มากกว่าประเทศอย่างเช่น สิงคโปร์ที่แทบไม่มีความ
พร้อมอะไรในมือเลยนอกจากความพร้อมเพรียงกันของประชากรบนเกาะที่ขาดน้ำจืด หนังเรื่องนี้จึงเหมาะ
อย่างมากที่จะนำมาให้เด็ก ๆ และเยาวชนของเราได้ดูและซึมซับความรักที่ควรจะมีให้กับต้นไม้ใบหญ้า
และสัตว์ต่าง ๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมโลก สำหรับวันนี้ผมขอตัวไปก่อนนะครับ

https://www.youtube.com/watch?v=dNMBVVdrMKo&ab_channel=UniversalPictures


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน