*/
  • ไกอาร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 233
  • จำนวนผู้ชม : 537668
  • จำนวนผู้โหวต : 844
  • ส่ง msg :
  • โหวต 844 คน
And The Souther All Stars is coming

The Summer is here :)

View All
<< มีนาคม 2021 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านคิดว่าการลงทุนแบบใดดีที่สุด ณ ปัจจุบัน
ฝากธนาคารเพื่อดอก
15 คน
ลงทุนซื้อเฟรนไชส์สักอัน
34 คน
ปล่อยกู้นอกระบบ
23 คน
เล่นหุ้น
34 คน
ซื้อทองเก็บไว้
36 คน
ซื้อที่ดิน
69 คน

  โหวต 211 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม 2564
Posted by ไกอาร์ , ผู้อ่าน : 305 , 16:43:55 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ไกอาร์ โหวตเรื่องนี้

              

            คุณเคยคิดมั้ยว่าถ้าจู่ ๆ โลกใบนี้ทั้งใบจะกลายเป็นโลกที่มีเหลือแค่คุณกับคนรักของคุณเท่านั้นไมม่เหลือใครบนโลกใบนี้อีกเลย พวกคุณจะดำเนินชีวิตไปอย่างไร หลาย ๆ คนคงมองว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคู่รักที่จะได้อยู่คู่กันตลอดไปบนโลกที่รกร้าง และคงจะโรแมนติคไม่น้อย มีภาพยนตร์เรื่องหนุ่งที่ชื่อ BOKEH ได้ทำให้คอนเซปเหล่านี้เสมือนจริง และถ่ายทอดภาพความงดงามแบบเหงา ๆ ในแบบฉบับประเทศซีกโลกเหนือแถบสแกนดิเนเวียออกมาได้อย่างสวยงามเปี่ยมพลังแต่คงซึมลึกลงไปในความเหงา ของประเทศไอซ์แลนด์ เราลองมาดูเนื้อหาคร่าว ๆ ของหนังเรื่องนี้กันครับ Bokeh เป็นภาพยนตร์ดราม่านิยายวิทยาศาสตร์ปี 2017 ที่เขียนและกำกับโดย Geoffrey Orthwein และ Andrew Sullivan แสดงภาพของคู่รัก Maika Monroe และ Matt O'Leary ที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันสองคนในไอซ์แลนด์ที่พบว่าคนอื่น ๆ บนเกาะหายไปอย่างลึกลับ ฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติซานตาบาร์บาราและเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2017

            เนื้อหาคร่าว ๆ ของเรื่อง คือ นักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน Jenai และ Riley เดินทางมาถึงไอซ์แลนด์และเยี่ยมชมสถานที่สำคัญหลายแห่ง Riley ใช้กล้อง Rolleiflex ของพ่อและฟิล์มจำนวนมากมายในการถ่ายภาพ เมื่อ Jenai ตั้งคำถามว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบที่จะกล้องดิจิทัลสมัยใหม่ Riley บอกว่าเขาชอบจับภาพความไม่สมบูรณ์ของช่วงเวลานั้นมากกว่าให้ชิปคอมพิวเตอร์แก้ไขข้อผิดพลาดทั้งหมดโดยอัตโนมัติ พวกเขาไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าแก่และปุโรหิตเล่าประวัติบางส่วนให้พวกเขาเรียกยุคก่อนคริสต์ศักราชที่เรียบง่าย เจนนัยได้กล่าวว่าพ่อของเธอเป็นนักเทศน์แม้ว่าเธอจะบอกว่าโบถส์คริสตจักรของพ่อไม่สวยเท่าไหร่ หลังจากออกจากงานในคืนนี้ Jenai ดูเหมือนจะตื่นขึ้นมากลางดึกและมีปัญหาในการกลับไปนอนหลับ เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อชมวิวเธอเห็นแสงเหนือกะพริบแปลก ๆ ในระยะไกล

  

            ชั่วโมงต่อมาไรลีย์ปลุกเจนไนเพื่อทานอาหารเช้า พวกเขารู้สึกผิดหวังที่พบว่าที่พักของพวกเขาไม่มีบริการอาหารเช้าจากนั้นก็รู้สึกสับสนเมื่อพบว่าไม่มีพนักงาน พวกเขายังคงประสบปัญหาในการค้นหาคนอื่นเมื่อออกไปถนนว่างเปล่าร้านค้าไม่มีพนักงานและไม่มีใครรับสาย พวกเขามองเห็นรถที่กำลังวิ่งอยู่และไม่สามารถหาเจ้าของได้จึงเหมาะสม ขณะที่พวกเขาคุยกันถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ว่าทำไมเมืองนี้จึงว่างเปล่า เจนไนพยายามติดต่อครอบครัวของเธอในอเมริกาซ้ำแล้วซ้ำเล่า พลังงานและน้ำยังคงทำงานอยู่ แต่สถานีโทรทัศน์ถ่ายทอดสดจะถ่ายทอดสัญญาณทดสอบเท่านั้น เมื่อเกิดความสับสนไรลีย์และเจนไนกลับไปที่โรงแรมหลังจากรับประทานอาหารไม่พบว่ามีการอัปเดตเว็บไซต์อะไรเลยตั้งแต่เมื่อวานนี้

      ไรลีย์ยังคงมองโลกในแง่ดีและแนะนำให้พวกเขาใช้ประโยชน์สูงสุดจากสถานการณ์ เขาพาพวกเขาไปช้อปปิ้งสนุกสนานในที่สุดพวกเค้าก็ได้รถ SUV มาสองคันพร้อมสินค้าจากร้านค้าที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้าง เขาสนุกกับตัวเองด้วยการถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ  ส่วน Jenai ในสถานที่ที่สวยงามเช่นนี้แต่มันแฝงไปด้วยความหดหู่ลึก ๆ  Jenai เริ่มจมดิ่งสู่ความเศร้าและคิดถึงชีวิตเก่า ๆ ของเธอ เธอรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้น ๆ เมื่อไรลีย์ทำร้ายตัวเองระหว่างการเล่นแผลง ๆ และผาดโผนเธอพยายามกดดันให้เขาสัญญาว่าจะไม่เล่นอะไรที่เสี่ยงอีกต่อไป เมื่อเสบียงของพวกเขาเริ่มหายากเจนไนและไรลีย์จึงถูกบังคับให้ปันส่วน ไรลีย์โกรธเจนไนเมื่อเขากินอาหารที่เน่าเสีย จากคำขอร้องที่เป็นข้อตกลงกันตามวันหมดอายุของอาหาร เขาบอกว่าเขาสามารถจะเริ่มทำฟาร์มเพื่อหาทางผลิตอาหารให้ได้มากขึ้นหากจำเป็นจะต้องทำ แต่เธอยืนยันว่า พวกเขาจำเป็นที่จะต้องทำตามข้อตกลงที่คุยกันไว้

 

              เมื่อเห็นเจไนอารมณ์ไม่ดีไรลีย์จึงพยายามให้กำลังใจเธอโดยพาเธอไปที่กองขยะซากของเครื่องบินที่เขาไปพบโดยบังเอิญ ไรลีย์เรียกมันว่าภาพแห่งอารยธรรมอันสวยงาม แต่ Jenai เห็นเพียงแค่การย้อนเตือนความจำถึงโลกแห่งความตายที่พวกเขาอาศัยอยู่ในตอนนี้ หลังจากที่ Jenai ถูกครอบงำโดยเมืองที่เสื่อมโทรมไรลีย์แนะนำให้พวกเขาไปตั้งแคมป์ สำรวจกระท่อมพวกเขาพบชายชราที่ไม่น่าจะมีอยู่จริงในโลกที่ดูรกร้างไปแล้วที่ชื่อนิลส์ หลังจากที่พวกเขาให้อาหารและน้ำแก่เขา เขาได้อธิบายว่าเขาออกจากเมืองก่อนเวลาและกลับไปที่กระท่อมของเขา ในตอนแรกรู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบผู้รอดชีวิตอีกคนไรลีย์รู้สึกท้อแท้กับท่าทีพ่ายแพ้ของนิลส์ นิลเล่าเรื่องชีวิตในบ้านของเจไนในฐานะชายหนุ่มเขาทิ้งครอบครัวมาเป็นเวลานานเพื่อหาเงินในอาชีพที่เป็นชาวประมง เมื่อเขากลับมาเขาพบว่าพวกเขาเปลี่ยนไป รวมทั้ง Jenai ดูรู้สึกกระวนกระวายใจ เมื่อเขาบอกว่าเขาไม่ได้มีแนวคิดที่จะต่อต้านเรื่องเหล่านี้ที่มันเกิดขึ้นมา เนื่องจากเขาเชื่อว่าการต่อสู้กับพระประสงค์ของพระเจ้าไม่มีประโยชน์อะไร ซึ่งเขาบอกว่าถึงยังไงมันก็ไม่มีทางกู้มนุษยชาติกลับมาได้อีก

  

               เช้าวันรุ่งขึ้นไรลีย์บอก Jenai ว่านิลเสียชีวิตแล้ว เมื่อคิดย้อนกลับไปถึงเรื่องของปรัชญาชีวิตของนิล เธอถามว่าทำไมพวกเขาถึงต้องฝังศพให้นิล ไรลีย์ยืนยันที่จะทำเพราะ "มันคือสิ่งที่เราจะทำ" หลังจากที่พวกเขากลับไปที่เมือง Jenai ก็หมกมุ่นอยู่กับการค้นหาผู้รอดชีวิตมากขึ้น ไรลีย์แนะนำว่าเธอกำลังมองหาคำตอบที่ไม่มีคำตอบและควรพยายามใช้ชีวิตใหม่ให้ดีที่สุดแทน Jenai เปิดอีเมลรอการตอบกลับมาหาเธอบนแล็ปท็อปอย่างตื่นเต้น แต่ความหวังก็ถูกทำลายลงไปเมื่ออีเมลที่เธอได้รับกลับเป็นภาพที่ส่งมาจาก Riley เองที่กระตือรือร้นในการทำการถ่ายภาพไอซ์แลนด์ในฤดูกาลที่เปลี่ยนไป ไรลีย์เมื่อเขากลับมาที่พักเค้าเกิดความกังวลอย่างมาก เมื่อพบว่าเจนไนเอารูปภาพที่เค้าทำไว้แล้วออกมาทิ้งไว้ให้เขา เค้าพยายามออกไปมองหาเธอจนทั่ว..........

 

 https://www.youtube.com/watch?v=pehNvPr80zQ&ab_channel=ZeroMedia

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน