*/
  • ไกอาร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 270
  • จำนวนผู้ชม : 555706
  • จำนวนผู้โหวต : 1347
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1347 คน
And The Souther All Stars is coming

The Summer is here :)

View All
<< มีนาคม 2021 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านคิดว่าการลงทุนแบบใดดีที่สุด ณ ปัจจุบัน
ฝากธนาคารเพื่อดอก
15 คน
ลงทุนซื้อเฟรนไชส์สักอัน
34 คน
ปล่อยกู้นอกระบบ
23 คน
เล่นหุ้น
34 คน
ซื้อทองเก็บไว้
36 คน
ซื้อที่ดิน
69 คน

  โหวต 211 คน
วันศุกร์ ที่ 5 มีนาคม 2564
Posted by ไกอาร์ , ผู้อ่าน : 430 , 13:56:03 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ไกอาร์ โหวตเรื่องนี้

 

   

              The Platform (สเปน: El hoyo แปล The Hole) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญแนวสังคมศาสตร์ภาษาสเปนปี 2019 กำกับโดย Galder Gaztelu-Urrutia ภาพยนตร์เรื่องนี้จัดอยู่ใน "Vertical Self-Management Center" ขนาดใหญ่สไตล์หอคอย โดยหลักการคือผู้ที่อยู่อาศัยในหอคอยที่จะมีการสับเปลี่ยนชั้นกันในทุก ๆ 30 วันระหว่างหลาย ๆ ชั้นจะได้รับอาหารผ่านทางชานชาลาซึ่งในตอนแรกเต็มไปด้วยอาหารที่ชั้นบนสุดแล้วค่อย ๆ ลดระดับลงไปตามระดับของหอคอยโดยหยุดตามระยะเวลาที่กำหนดในแต่ละชั้น ระบบนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากผู้อยู่อาศัยในระดับบนสุดจะกินมากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยแต่ละระดับจะได้รับเฉพาะของที่เหลือจากคนก่อนหน้าเท่านั้น นักแสดงหลักมี IvánMassagué, Antonia San Juan, Zorion Eguileor, Emilio Buale Coka และ Alexandra Masangkay ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตปี 2019 ซึ่งได้รับรางวัล People's Choice Award สาขา Midnight Madness ที่เทศกาลหนังโตรอนโต ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้รับข้อตกลงการสตรีมมิ่งทั่วโลกกับ Netflix เผยแพร่บนบริการสตรีมเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2563

 

            เนื้อเรื่องคร่าว ๆ คือ พ่อหนุ่ม Goreng โกเร็ง ตื่นขึ้นมาในห้องขังคอนกรีตที่มีหมายเลข 48 เพื่อนร่วมห้องขังของเขา Trimagasi ติมากาซี อธิบายว่าพวกเขาอยู่ใน "Vertical Self-Management Center" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "The Pit" ซึ่งเป็นอาคารสไตล์หอคอยที่มีการส่งอาหารผ่านทางแพลตฟอร์มที่ เดินทางจากบนลงล่างหยุดเป็นระยะเวลาคงที่ในแต่ละชั้น ผู้ที่อยู่ในระดับล่างสามารถกินได้เฉพาะในสิ่งที่อยู่เหนือออกไปและเซลล์จะถูกทำให้ร้อนหรือเย็นลงจนถึงอุณหภูมิที่ร้ายแรงหากใครก็ตามพยายามที่จะเก็บอาหารไว้ ผู้คนจะได้รับการสุ่มใหม่ในระดับใหม่ในแต่ละเดือน ผู้อยู่อาศัยแต่ละคนได้รับอนุญาตให้นำสิ่งของหนึ่งชิ้นติดตัวไปด้วย Goreng เลือกสำเนาของ Don Quixote ดอนคิโยเต้ กวีชาวสเปน และ Trimagasi เลือกเก็บไว้กับตัวเป็นมีดลับคมด้วยตนเองได้ ทริมกาซีบอกว่าเมื่อได้รับมอบหมายให้อยู่ในเลเวล 132 เขาและอดีตเพื่อนร่วมห้องขังของเขาได้ร่วมกันกิน ผู้อยู่อาศัยในชั้นอื่นที่ตกลงมา วันหนึ่งหญิงสาวบ้าเลือดที่ชื่อว่า มิฮารุ ก็โดดลงมาบนชานชาลาของพวกเขา Trimagasi อธิบายว่าเธอลงไปในหลุมทุก ๆ เดือนเพื่อค้นหาลูกของเธอ

           ขณะที่พวกเขาคุยกันมีการเปิดเผยว่า Goreng อาสาที่จะใช้เวลาหกเดือนในสถานที่เพื่อแลกกับประกาศนียบัตรและ Trimagasi รับโทษจำคุกตลอดชีวิตสำหรับข้อหาการฆาตกรรม ในช่วงเดือนแรกพวกเขากลายเป็นเพื่อนกัน แต่ในวันที่สับเปลี่ยนห้อง Goreng ก็ตื่นขึ้นมาและเค้าถูกผูกติดกับเตียงของเขาเอง พวกเขาได้รับการกำหนดใหม่ให้ไปอยู่ชั้นลึกลงไปในระดับชั้นที่ 171 ซึ่งคาดว่าแพลตฟอร์มจะว่างเปล่าไม่มีอาหารเหลือเมื่อมาถึง Trimagasi อธิบายว่าเขามีแผนที่จะตัดเนื้อของ Goreng กินเพื่อรักษาชีวิตของพวกเค้าทั้งสองคนในวันที่ไมีมีอาหารลงมาถึงอีกและถ้า Gorengยอมร่วมมือกับ เขาก็อาจรอดชีวิตต่อไปได้ ในวันที่แปดทริมกาซีอ่อนแอลงและเริ่มตัดขาของโกเร็ง แต่ถูกมิฮารุเข้ามาโจมตีขณะที่เธอลงจากชานชาลา เธอช่วยปล่อย Goreng และเขาก็ฆ่า Trimagasi มิฮารุตัดเนื้อของ Trimagasi ออกบางส่วนให้เป็นอาหารของ Goreng และกินเอง เธอดูแล Goreng แต่เธอก็ตัดสินใจออกไปจากชั้นชานชาลานั้น เมื่อเขาถามเธอเกี่ยวกับลูกของเธอ ในคืนก่อนการสับเปลี่ยนชั้น Goreng ถูกหลอกหลอนโดย Trimagasi ซึ่งอธิบายว่าตอนนี้ทั้งคู่เป็นหนึ่งเดียวกันและ Trimagasi จะไม่มีวันทิ้งเขา 5555555

 

            ในเดือนที่สาม Goreng ตื่นขึ้นมาบนเลเวล 33 พร้อมกับผู้หญิง Imoguiri และสุนัขของเธอ Rameses ที่ 2 Goreng จำได้ว่าเธอเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการที่สัมภาษณ์เขาก่อนส่งเขาไปที่ห้องขัง เธอบอกว่าเธอไม่รู้ถึงสภาพที่น่าสยดสยองและอาสาที่จะพยายามแก้ไขสิ่งต่าง ๆ เมื่อเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อิโมกุอิริ ปันส่วนอาหารของเธอและพยายามโน้มน้าวให้ผู้ชายระดับ 34 ทำเช่นนั้นเช่นกัน แต่พวกเขาไม่แคร์หรือสนใจเธอแม้แต่น้อย สองสัปดาห์ผ่านไป Goreng ขู่ว่าจะถ่ายอุจจาระลงบนอาหารหากไม่ทำเช่นนั้นและได้ผล ทั้งสองเริ่มโต้เถียงกันเกี่ยวกับวิธีการโน้มน้าวใจของพวกเขา วันหนึ่งมิฮารุได้รับบาดเจ็บโกเร็งและอิโมกุอิริจึงดูแลเธอให้กลับมามีสุขภาพแข็งแรง โกเร็งกล่าวถึงการที่มิฮารุตามหาลูกของเธอให้อิโมกุอิริ แต่อิโมกุอิริบอกว่าเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสถานที่แห่งนี้และมิฮารุเข้าไปเพียงลำพัง เธอยังอ้างว่ารู้ว่ามีทั้งหมด 200 ระดับ โกเร็งตื่นขึ้นในเดือนถัดมาที่เลเวล 202 และพบว่าอิโมกุอิริแขวนคอตัวเอง ด้วยสายตาของทริมกาซีและอิโมกุริโกเร็งกินเนื้อของเธอเพื่อเอาชีวิตรอดโดยพบกับภาพหลอนของทริมกาซีที่สั่งให้เขาทำเช่นนั้น

  

               เมื่อเริ่มต้นเดือนที่ 5 Goreng ได้รับมอบหมายให้เป็นเพื่อนร่วมห้องขังคนใหม่ของเขาบาฮารัตพยายามที่จะปีนขึ้นไปชั้นบนเพื่อพยายามหลบหนี เมื่อประมาณว่ามี 250 เลเวล Goreng โน้มน้าวให้ Baharat นั่งแท่นลงไปพร้อมกับเขาแบ่งอาหารเพื่อให้ทุกคนได้รับส่วนแบ่ง พวกเขาตัดสินใจที่จะปกป้องอาหารจนกว่าพวกเขาจะได้รับระดับต่ำกว่า 50 จากนั้นพวกเขาจะเริ่มส่งอาหารออกไป ซีเนียร์บรามบังนักโทษผู้ชาญฉลาดคนหนึ่งชักจูงให้พวกเขาส่งข้อความเชิงสัญลักษณ์ไปยังฝ่ายบริหารในรูปแบบของการทิ้งอาหารจานเดียวไว้โดยไม่ได้แตะต้อง (พานาคอตต้า) เมื่อพวกเขาลงไปไกลกว่านั้นพวกเขาก็แจกปันอาหารบางส่วนให้กับนักโทษ แต่บางคนกลับโจมตีพวกเค้าในกลุ่มผู้ที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือ ระหว่างทางพวกเขาพบมิฮารุต่อสู้กับผู้ต้องขังอีกสองคนและพยายามช่วยเธอ แต่เธอถูกฆ่าและพวกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส Goreng และ Baharat เดินลงมาเรื่อย ๆ ในที่สุดก็ถึงระดับ 333 ที่ชานชาลาหยุดลง โกเร็งสังเกตเห็นเด็ก - ลูกสาวของมิฮารุ - ซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง เขาลงจากชานชาลาตามด้วยบาฮารัตอย่างลังเลเพียงเพื่อให้ชานชาลาดำดิ่งลงไปข้างล่าง โดยทิ้งอาหารเอาไว้ข้างหลัง แม้บาฮารัตจะไม่เต็มใจ แต่พวกเขาก็ให้อาหารสาวน้อยด้วยพานาคอตต้าที่ไม่ถูกแตะต้องที่พวกเขาบันทึกไว้เป็น "ข้อความ" สำหรับผู้ดูแลระบบ

 

               Goreng ฝันถึงบาฮารัตที่กำลังบอกเขาว่า "ผู้หญิงคนนั้นคือผู้ส่งสาร์น" วันรุ่งขึ้น Goreng พบว่า Baharat เสียชีวิตโดยมีเลือดออกจากอาการบาดเจ็บที่ถูกทำร้าย Goreng พาเด็กไปด้วยเมื่อถึงชานชาลา พวกเขาลงไปที่ด้านล่างของหลุม.............. ภาพยนตร์ของสเปนเรื่องนี้เผยแพร่ในเครือของ Netflix ในชื่อ The Platform นี้สำหรับผมแล้วเป็นหนังที่สื่อถึงความต่ำตมสุดของความเป็นมนุษย์เมื่อคนเราจะต้องถูกบีบบังคับให้เลือกระหว่างความต้องการพื้นฐานและศ๊ลธรรมต่อเพื่อนร่วมโลก ความเห็นแก่ตัวและการเล่นเกมเพื่อเอาชีวิตรอด หากจะว่าไปแล้วในสังคมในโลกปัจจุบันก็ไม่ได้มีข้อแตกต่างในบริบทจากในหนังที่เรารับชมกันเท่าไหร่เพียงแต่ มันมีเรื่องของการใช้รูปแบบของสังคมบางอย่างเข้ามาเป็นกลไกที่ดำเนินการใช้ความรุนแรงที่ดูต่างออกไปจากการนำเสนอในหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายหรือกฎหมู่ หรือช่องว่างทางศีลธรรมของกฎ ยังมีคนส่วนนึงและอาจจะเป็นส่วนใหญ่ของโลกใบนี้ด้วยซ้ำที่ยังต้องการการช่วยเหลือและแบ่งปันของเราทุกคน ที่ในสมัญสำนึกของเราควรเชื่อและให้คุณค่าแห่งการแบ่งปันให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

            Galder Gaztelu-Urrutia ผู้กำกับ กล่าวว่าข้อความสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ "มนุษยชาติจะต้องก้าวไปสู่การกระจายความมั่งคั่งอย่างยุติธรรม" ด้วยการสำรวจความสำคัญของความคิดริเริ่มของแต่ละบุคคลในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่วิพากษ์วิจารณ์ทั้งระบบทุนนิยมและ "ระบบสังคมนิยม" บทภาพยนตร์มีพื้นฐานมาจากบทละครของเดวิดเดโซลาและเปโดรริเวโรซึ่งมีการเพิ่มองค์ประกอบทางกายภาพและการกระทำเพื่อให้เหมาะสมกับภาพยนตร์มากขึ้น ซึ่งต้องมีการนำมาเขียนใหม่เพื่อที่จะสื่อและให้เข้าถึงผู้คนได้ "อย่างกว้างขวาง" เพื่อแปลงบทละครที่ยังไม่เคยมีการผลิตให้เป็นบทภาพยนตร์มาก่อน ผู้กำกับกล่าวว่ามันเป็น "การทดสอบที่แสนทรมาน" เนื่องจากนักเขียนจะต้องปกป้องวิสัยทัศน์ทางศิลปะของตนและไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาอะไรบางอย่างที่ต่้างออกไป

 

            ห้องขังปูนซีเมนต์ถูกสร้างขึ้นเพื่อการผลิตในโรงงานกาชาดในท่าเรือในบิลเบา ผู้อำนวยสร้างพยายามหาเซลล์ห้องขังที่ดู "เรียบง่ายแต่มีความแข็งกระด้างและสื่อออกมาให้อึดอัดจนแทบจะทนไม่ได้" ซึ่งเน้นความรู้สึกของสัดส่วนสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่ออกแบบมาอย่างจงใจ สร้างเซลล์คอนกรีตเพียงสองชั้น การสร้างห้องขังหลายชั้นที่ยื่นออกมาด้านบนและด้านล่างแต่ละเซลล์ (มองเห็นได้จากรูตรงกลางของแต่ละเซลล์) ถูกเพิ่มเข้าไปในหลังการถ่ายทำโดยใช้เอฟเฟ็กต์ภาพเข้าช่วย ผู้อำนวยการกล่าวว่าหอคอยแนวตั้งของเซลล์ห้องขัง "แสดงถึงความเย็นชาที่ลดลงอย่างไร้มนุษยธรรมของ Vertical Self-Management Center"  ผู้กำกับระบุว่า "อาหารที่หรูหราฟุ่มเฟือย" ของภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวละครในเรื่องซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ทางสุนทรียภาพกับสถาปัตยกรรมของเรือนจำ การจัดแสดงอาหารรสเลิศที่หรูหราถูกนำเสนอบน" เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่เว่อวังสไตล์กับแวร์ซาย " แสดงให้เห็นถึง "ความปรารถนาที่มากเกินไปของคน ที่จะเร้าอารมณ์และกระตุ้นแรงผลักดันข้างในใจ" ซึ่งในที่สุดก็ "ไร้เหตุผล" เมื่อแท่นที่ใกล้จะว่างเปล่าถึงขั้นต่ำลงไปเรื่อย ๆ ผู้ต้องขังที่หิวโหยในระดับล่างจะไม่เหลือความรู้สึกทางสุนทรียภาพในความเปนคนอีกต่อไป  ผู้กำกับยอมรับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่จะรับชม แต่เขาบอกว่าจุดประสงค์ของแนวทางนี้คือการสร้างการอภิปรายและการถกเถียงของผู้ชมเกี่ยวกับข้อความทางการเมือง  เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความรุนแรงที่โหดร้ายและการกินเนื้อคนของภาพยนตร์ผู้กำกับกล่าวว่า "หลุมฝังศพเป็นภาพสะท้อนสังคมของเรา [ดังนั้น] มันไม่สามารถซ่อนความรุนแรงได้มันต้องแสดงให้เห็นว่าคาเราด้วยกันเองฉีกทึ้งทำร้ายกันเองอย่างไร" 

               ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้นักแสดงสองคนที่ถูกคัดเลือกจากประเภท; IvánMassaguéและ Antonia San Juan ซึ่งเป็นที่รู้จักในบทบาทตลกได้รับเลือกให้แบ่งเบาเรื่องที่มีน้ำหนักของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยการเพิ่ม "อารมณ์ขันแบบประชดประชันและสถิตยศาสตร์" หนังเรื่องนี้ถ่ายทำตามลำดับเวลาในขณะที่นักแสดงหลักIvánต้องลดน้ำหนักไปมากถึง 12 กิโลกรัม (26 ปอนด์) ในการถ่ายทำหกสัปดาห์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของร่างกาย ผลการตอบรับที่ได้ในผู้รวบรวมบทวิจารณ์ Rotten Tomatoes ภาพยนตร์เรื่องนี้มีคะแนน 80% จาก 89 บทวิจารณ์โดยมีคะแนนเฉลี่ย 7.13 / 10 ความเห็นที่สอดคล้องกันที่สำคัญของเว็บไซต์วิจารณ์ระบุไว้ว่า: "แม้ว่าบางครั้งอาจรู้สึกสับสน แต่ The Platform เป็นหนังระทึกขวัญแนวดิสโทเปียที่สร้างสรรค์และน่าดึงดูดใจ" ในเรื่อง Metacritic ภาพยนตร์เรื่องนี้มีคะแนนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 73 จาก 100 คะแนนจากนักวิจารณ์ 15 คน ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการวิจารณ์ใหม่หลังจากได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่โควิด -19 ระบาด แซมโจนส์ใน The Guardian แนะนำว่ามันเป็น "นี่เป็นอุทาหรณ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับชีวิตในช่วงเวลาของเราในวิกฤติไวรัสโคโรนาและมันเหมือนเป็นการมองลึกลงไปภายในตัวคนเราเองว่าวิกฤตสามารถเกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่การแบ่งชนชั้นของสังคมมนุษย์เท่านั้น แต่มันเป็นสิ่งที่อาจได้มาจากสัญชาตญาณดิบที่เห็นแก่ตัวที่ฝังอยู้ในดีเอ็นเอของเราเอง 

https://www.youtube.com/watch?v=RlfooqeZcdY&ab_channel=Netflix

https://www.youtube.com/watch?v=vVY-zUfFmo0&ab_channel=EdLavina


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน