*/
  • ไกอาร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 270
  • จำนวนผู้ชม : 555721
  • จำนวนผู้โหวต : 1347
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1347 คน
And The Souther All Stars is coming

The Summer is here :)

View All
<< มีนาคม 2021 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านคิดว่าการลงทุนแบบใดดีที่สุด ณ ปัจจุบัน
ฝากธนาคารเพื่อดอก
15 คน
ลงทุนซื้อเฟรนไชส์สักอัน
34 คน
ปล่อยกู้นอกระบบ
23 คน
เล่นหุ้น
34 คน
ซื้อทองเก็บไว้
36 คน
ซื้อที่ดิน
69 คน

  โหวต 211 คน
วันเสาร์ ที่ 13 มีนาคม 2564
Posted by ไกอาร์ , ผู้อ่าน : 383 , 12:04:02 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ไกอาร์ โหวตเรื่องนี้

     

 

                  คนเราทุกคนย่อมมีจิตใจที่แสวงหาและรักในการผจญภัยและเดินทาง ไม่ว่าจะอ่านหนังสือกี่เล่มหรือดูภาพถ่ายมามากมายสัำกเท่าไหร่ ก็มิอาจให้ประสบการณ์อันลุ่มลึกและเต็มเปี่ยมเท่ากับการที่ได้ออกเดินทางไปยังที่ที่เราไม่คุ้นเคย หนังเรื่อง Before Sunrise เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ผมประทับใจอย่างมาก เพราะส่วนนึงในชีวิตของคนเรามักจะพานพบกับรูปแบบความรัก ในแบบใดแบบหนึ่งที่เข้ามาหาเราโดยไม่รู้ตัวและมันมักจะมาในรูปแบบของการเดินทางโดยที่เรามิได้เจาะจงที่จะมองหาความรักหรือความรู้สึกที่พิเศษในแบบนั้น ๆ และมันจะยิ่งเข้าถึงจิตใจส่วนลึก ๆ ของคุณได้ดีหากคุณได้มีอารมณ์บางอย่างที่เคยเกี่ยวข้องกับสิ่งสัมผัสเหล่านี้ ลองมาดูเนื้อหาของหนังเรื่องนี้กันนะครับ 

                  Before Sunrise เป็นภาพยนตร์โรแมนติกดราม่า อเมริกันปี 1995 กำกับโดย Richard Linklater และร่วมเขียนบทโดย Linklater และ Kim Krizan ภาคแรกในไตรภาคของหนังในชื่อที่ขึ้นต้นด้วย Before เป็นเรื่องที่ติดตาม Jesse (Ethan Hawke) และCéline (Julie Delpy) เมื่อพวกเขาพบกันบนรถไฟ Eurail โดยบังเอิญและได้ทำความรู้จักกันและพวกเขาก็ตัดสินใจไม่ไปขึ้นเครื่องบินที่เวียนนาเพื่อค้างคืนด้วยกัน ด้วยแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ส่วนตัว Linklater ร่วมมือกับ Krizan เพื่อพัฒนาบทภาพยนตร์ด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยร่วมงานกันในภาพยนตร์เรื่อง Slacker (1991) และ Dazed and Confused (1993) การคัดเลือกนักแสดงมีมากมาย ใช้เวลาถึง 9 เดือนก่อนที่จะได้คัดเลือก Hawke และ Delpy โดยทั้งคู่ยังมีส่วนร่วมในการเขียนบทหนังซ้ำ โดยที่ไม่ได้รับการรับรองหรือให้เครดิต การถ่ายภาพหลักเกิดขึ้นทั้งหมดในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

               พล็อตเรื่องนี้ถือว่าเรียบง่ายมาก ๆ โดยส่วนใหญ่เป็นบท พูดคนเดียวและบทสนทนาแบบสบาย ๆ พร้อมบทสนทนาที่ขยายออกไป ในขณะที่ตัวละครนำทางเราเข้าสู้ความโรแมนติกของเมืองเวียนนา ความคิดและมุมมองที่แตกต่างกันของพวกเขา เกี่ยวกับเรื่องของการใช้ชีวิตและความรักนั้นมีรายละเอียดที่น่าสนใจ โดยเจสซีเป็นคนโรแมนติกที่แกล้งทำตัวเป็นคนไม่สนโลกและ Céline ดูเหมือนจะเป็นคนที่ออกแนวโรแมนติก Before Sunrise ยังเป็นหนังที่ให้่ความสำคัญของตัวละครที่พัฒนาความรู้สึกและอ่อนไหว ไปตามห้วงเวลาและทำให้พวกเขาได้ค้นพบตัวตนของตัวเองตามเนื้อเรื่อง ก่อนที่ซันไรส์จะฉายรอบปฐมทัศน์ ในเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2538 และได้รับการปล่อยตัวในโรงภาพยนตร์ในอีก 8 วันต่อมา และประสบความสำเร็จทางการออกฉายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยทำรายได้ 5.5 ล้านดอลลาร์เทียบกับงบประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์แล้ว ตัวหนังเองก็ยังได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการสื่อฝนเรื่อง ความโรแมนติคของคนในยุคสมัยใหม่ ซึ่งเป็นทิศทางของ Linklater และการแสดง Before Sunrise ยังได้รับการจัดอันดับแบบคะแนนเต็ม 100% จาก Rotten Tomatoes และยังปรากฏอยู่ในรายชื่อของภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักวิจารณ์หลายคน โดยภาคต่อ Before Sunset เปิดตัวในปี 2547 และภาพยนตร์เรื่องที่สาม Before Midnight ออกฉายในปี 2556 

 

 

                  เรื่องราวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 1994 เจสซีพบกับ Céline โดยบังเอิญ บนรถไฟจากเมือง บูดาเปสต์และพวกเขาก็เริ่มสนทนากัน เจสซีกำลังจะไปเวียนนาเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับสหรัฐอเมริกาในขณะที่เซลีนกำลังจะกลับไปมหาวิทยาลัยในปารีสหลังจากไปเยี่ยมคุณยายของเธอ เมื่อพวกเขาไปถึงเวียนนา Jesse ขอให้ Céline ยอมโดดลงจากรถไฟและไปกับเขาโดยบอกว่าอีก 10 หรือ 20 ปีข้างทางเธออาจไม่มีความสุขกับชีวิตแต่งงานของเธอและอาจสงสัยว่าชีวิตของเธอจะแตกต่างกันอย่างไรหากเธอเลือกผู้ชายคนอื่นและสิ่งนี้ จะเป็นโอกาสที่เค้าจะได้ทบทวนตัวเองและอาจได้้ตระหนักว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น ๆ ในคำพูดของเขาที่บรรยายตัวเองว่าเขาเป็น "ผู้ชายที่น่าเบื่อและไม่มีแรงจูงใจคนเดิม" เจสซีจะต้องขึ้นเครื่องในตอนเช้าและเค้าไม่มีเงินพอที่จะเช่าห้องสำหรับคืนนั้น พวกเขาจึงตัดสินใจเที่ยวเตร่ในยามวิกาลด้วยกันในเมืองเวียนนา หลังจากเยี่ยมชมสถานที่สำคัญไม่กี่แห่งในเวียนนา พวกเขาจุมพิตกันอย่างหวานชื่นที่ด้านบนของ Wiener Riesenrad (ชิงช้าสวรรค์ที่เป็นจุดสถานที่โดดเด่นของเมืองเวียนนา) ในยามพระอาทิตย์ตกดินและแล้วพวกเขาก็ได้ เริ่มรู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่แสนโรแมนติก ในขณะที่พวกเขาเดินเตร่ไปทั่วเมืองพวกเขาก็เริ่มพูดคุยกันอย่างเปิดเผยมากขึ้นโดยมีการสนทนา ตั้งแต่หัวข้อเกี่ยวกับความรัก ชีวิตศาสนาและการสังเกตสิ่งรอบ ๆ ตัวในเวียนนา Céline บอกเจสซีว่าแฟนคนสุดท้ายของเธอเลิกกับเธอเมื่อ 6 เดือนก่อนโดยอ้างว่าเธอ "รักเขามากเกินไป" เมื่อถูกซักถามเจสซี่เผยว่าตอนแรกเขามายุโรปเพื่อที่กะจะใช้เวลากับแฟนสาว ที่กำลังเรียนอยู่ที่มาดริด แต่พวกเขาก็เลิกรากันไปไม่นานหลังจากที่เขาอยู่ที่นั่น เขาพบตั๋วเครื่องบินราคาถูกกลับบ้านผ่านเวียนนา แต่เครื่องจะยังไม่ได้ออกเดินทางอีกเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เขาจึงเลือกที่จะซื้อบัตร Eurail (ตั๋วเดินทางชนิดพิเศษสำหรับรถไฟในยุโรป) และเดินทางไปทั่วยุโรป

 

 

                  เมื่อพวกเขาเดินไปตามคลอง Donau kanal (คลองดานูบ) พวกเขาได้คุยกับ ชายคนหนึ่งซึ่งแทนที่จะขอเงินหรือการบริจาค แต่กลับเสนอให้พวกเขาช่วยเขียนบทกวี พร้อมเติมคำที่พวกเขาเลือกไว้เองลงข้างใน Jesse และ Céline ตัดสินใจเลือกคำว่า "milkshake" และในไม่ช้าก็มีการนำเสนอคำนั้นออกมาจริง ๆ ด้วยบทกวี Delusion Angel (เขียนสำหรับภาพยนตร์ โดยกวี David Jewell) ซึ่งเป็นบทกวีที่ Jesse อ้างว่าชายคนนี้เคยเขียนไว้แล้ว  ในคาเฟ่แบบเวียนนาดั้งเดิม เจสซีและเซลีนได้สนทนาทางโทรศัพท์ปลอม ๆ ซึ่งพวกเค้าเล่นกกันเอง โดยแกล้งทำเป็นว่าโทรหาเพื่อนของกันและกัน Céline เผยว่าเธอพร้อมที่จะลงจากรถไฟกับเจสซีก่อนที่เขาจะโน้มน้าวเธอเสียด้วยซ้ำ เจสซี่เผยว่าหลังจากเลิกรากับแฟนสาวเขาซื้อเที่ยวบินที่ราคาถูกกว่าไม่มากและสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ คือการหนีออกจากชีวิตที่เป็นอยู่ในตอนนั้น

 

 

               พวกเขายอมรับว่ามีแรงดึงดูดซึ่งกันและกันและค่ำคืนนั้น เป็นค่ำคืนที่ทำให้พวกเขาได้ปลดปล่อยความรู้สึกที่มีแม้ว่าพวกเขาจะเข้าใจว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลย พวกเขาตัดสินใจที่จะทำให้ดีที่สุด ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่และจบค่ำคืนด้วยความหมายของการเผชิญหน้าในความรักที่แสนโรแมนติคระหว่างพวกเขา เมื่อถึงจุดนั้นเจสซี่อธิบายว่าถ้าเลือกได้เขาจะแต่งงานกับเธอ แทนที่จะไม่ได้เจอเธออีกเลย................

https://www.youtube.com/watch?v=6MUcuqbGTxc&ab_channel=MovieclipsClassicTrailers

https://www.youtube.com/watch?v=nQpYHiB0k6k&ab_channel=MuratBirinci

https://www.youtube.com/watch?v=3yU8wRVRe7U&ab_channel=BruceHuang

https://www.youtube.com/watch?v=dSnAaf9r8Ow&ab_channel=FilmStruck

https://www.youtube.com/watch?v=gCAWjYrNBDQ&ab_channel=kinobscura

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน