*/
  • ไกอาร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 270
  • จำนวนผู้ชม : 555702
  • จำนวนผู้โหวต : 1347
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1347 คน
And The Souther All Stars is coming

The Summer is here :)

View All
<< มีนาคม 2021 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านคิดว่าการลงทุนแบบใดดีที่สุด ณ ปัจจุบัน
ฝากธนาคารเพื่อดอก
15 คน
ลงทุนซื้อเฟรนไชส์สักอัน
34 คน
ปล่อยกู้นอกระบบ
23 คน
เล่นหุ้น
34 คน
ซื้อทองเก็บไว้
36 คน
ซื้อที่ดิน
69 คน

  โหวต 211 คน
วันจันทร์ ที่ 22 มีนาคม 2564
Posted by ไกอาร์ , ผู้อ่าน : 403 , 15:38:13 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ไกอาร์ โหวตเรื่องนี้

 

  

            จะมีใครสักกี่คนบ้างที่รับรู้หรือจะยอมรับรู้และสังเกตุสิ่งผิดปกติบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเมล็ดพันธุ์พืชผล หรือไม้หลักที่เป็นอาหารหลายชนิดของคนเราบนโลกใบนี้ นานมาแล้วมนุษย์เรากำเนิดมาบนโลกที่อุดมสมบูรณ์และจักรวาลได้มอบความเหมาะสมทางอากาศและดินน้ำ ให้เกิดการผลิตแหล่งอาหาร ที่ให้ผลออกมาในรูปของพืชพรรณ ธัญญาหารรวมไปถึงสัตว์น้อยใหญ่ชนิดต่าง ๆ และแล้วการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีอันละืิ้งความล้าหังได้เริ่มก่อตัวขึ้นเป็นลำดับดังนี้ (Alvin Toffler) เป็นผู้สร้างนิยามแห่งลูกคลื่นโดย หลังจากการปฎิวัติในคลื่นลูกที่ 1 การปฎิวัติเขียว มนุษย์เลิกการเร่ร่อนและล่าสัตว์ และอาศัยอยู่ตามถ้ำทางธรรมชาติ โดยสาเหตุหลักคือ เมื่อคนเรารู้จักการเพาะปลุกจึงเกิดการย้ายถิ่นฐานลงมาปักหลักในที่ราบลุ่มที่มีผืนดินสมบูรณ์และมีแหล่งน้ำรองรับในการเพาะปลูกพืชผลทางทางการเกษตร

          

          เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนเข้าสู่คลื่นยุคที่ 2 ของการปฎิวัติอุตสากรรมที่เป็นรอยต่อไปยังคลื่นลูกที่ 3 ที่เกาะเกี่ยวกันและสร้างผลกระทบที่น่าใจหายขึ้น กล่าวคือเมื่อในอดีตกาลไม่มีใครเป็นเจ้าของสายพันธุ์พืชผล เพราะทุกคนสามารถนำเอาเมล็ดของพืชผลไปปลูกได้ตามใจชอบ ไม่มีการสร้างรหัสทางพันธุกรรมขึ้นมาเพื่อทำการผูกขาด สายพันธุ์พืข ดังนั้นมนุษย์ยุคแรก ๆ จึงโชคดีกว่าคนในยุคปัจจุบัน ที่ไม่สามารถย้อนกลับไปสู่การได้มาของธรรมชาติที่ไม่ถูกดัดแปลงอีกต่อไป จะเพาะปลูกอะไรก็ได้และไม่ต้องไปซื้อเมล็ดที่ถูกตั้ดต่อพันธุกรรมมาจากบรรษัทข้ามชาติ ที่ยึดถือกฎหมายที่ดูจะเอื้อกับ คนจำนวนหยิบมือเดียวบนโลกใบนี้ คุณเคยสังเกตุรึไม่ว่าเมื่อ20 ปีที่แล้ว แม้คุณจะปลุกพืชผลที่ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์มาจากบริษัทขนาดใหญ่ มันก็ยังให้ผลและเมล็ดพันธุ์ในรุ่นที่ 2 ก็ยังพอจะเพาะปลูกและเจริญเติบโตได้ดี แม้จะไม่ให้ผลอีกก็ตาม แต่ณ ปัจจุบันนี้ ไม่เพียงแต่ไม่เจริญเติบโตได้มันยังเหมือนราวกับว่า ต้นจากเมล็ดเหล่านี้ในรุ่นที่ 2 ถูกตั้งโปรแกรมออกมาให้ตายทันทีที่ผลิใบที่ 3 ของการงอกออกจากเมล็ดไม่ว่าสภาวะ อากาศ น้ำ และ ดินจะพร้อมเท่าไหร่ก็ตาม  จะมีสักกี่คนที่ทำการทดลองและทำการสังเกตุสิ่งเหล่านี้ จะมีพืชพรรณเหลืออยู่อีกกี่มากน้อยสำหรับคนที่ต้องการจะทำการเพาะปลุกพืชผลพวกนี้เอาไว้ ยิ่งความเจริญทางวัตถุและเทคโนโลยีก้าวไปเร็วเท่าไหร่ การผูกขาดก็มากขึ้นตามเป็นเงา โดยมีความชอบธรรมในแบบฉบับที่ กลุ่้มคนเพียงหยิบมือเดียวเป็นคนที่ร่างกฎและกติกา 

    

 

         เรามักจะพูดถึงยุคแห่งคลื่นลูกที่ 4 “สังคมแห่งองค์ความรู้” ปัจจัยแห่งยุคก็คือความรู้ เครื่องมือแห่งยุคคือศาสตร์แขนงต่างๆ เช่น nanotechnology, biotechnology, pharmaceutical เป็นต้น ยกตัวอย่างปัจจุบันในประเทศ สหรัฐอเมริกามีประชากรเพียง1% เท่านั้นที่เป็นสังคมของคลื่นลูกที่ 1 ประชากรถึง 70% นั้นอยู่ในคลื่นลูกที่ 4 และประชากรส่วนที่เหลืออยู่ในสังคมคลื่นลูกที่ 2 และ 3 สุดท้ายตัวคลื่นลูกที่ 5 “สังคมแห่งปัญญา” หรือเราอาจเรียกมันได้ว่า “ปราชญสังคม” เป็นยุคของนักคิด การบูรณาการความรู้และใช้ปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สังคมใดสามารถพาตนสู่การเป็นปราชญสังคมได้สำเร็จ สังคมนั้นจะอยู่ต้นแถวของโลก ซึ่งสิ่งที่น่าตั้งคำถามเหล่านั้นตามมา คือ มันใช่สังคมแบบไทย ๆ หรือไม่ มันใช่สังคมในแบบที่เราเออออ และยอมรับชะตากรรมหรือแม่้แต่จะยอมรับว่า วันนี้แม่้คุณอยากจะได้ปลูกพืชผักผลไม้อะไรสักอย่าง โอกาสที่คุณจะได้สิ่งของที่พระเจ้าประทานมาให้กับโลกผืนโลกเรานี้ได้ค่อย ๆ หมดลมหายใจลงไปกับการใช้ความรู้ความฉลาดเพื่อการทำการค้าและเอาสิ่งที่เป็นสมบัติของมนุษยชาติไปเป็นของคนไม่กี่คนจากคนบนโลกใบนี้ที่มีจำนวนกว่า 7,800 ล้านคน พวกเราควรมีทางเลือกเพื่อตัวเราเองมากกว่านี้ เฉกเช่นอดีตบรรพบุรุษของเราที่เริ่มรู้จัก การเพาะปลูกตั้งแต่ในอดีตกาล

     

https://www.youtube.com/watch?v=7TmcXYp8xu4&ab_channel=Kurzgesagt%E2%80%93InaNutshell


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน