*/
  • ไกอาร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 270
  • จำนวนผู้ชม : 555717
  • จำนวนผู้โหวต : 1347
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1347 คน
And The Souther All Stars is coming

The Summer is here :)

View All
<< มีนาคม 2021 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านคิดว่าการลงทุนแบบใดดีที่สุด ณ ปัจจุบัน
ฝากธนาคารเพื่อดอก
15 คน
ลงทุนซื้อเฟรนไชส์สักอัน
34 คน
ปล่อยกู้นอกระบบ
23 คน
เล่นหุ้น
34 คน
ซื้อทองเก็บไว้
36 คน
ซื้อที่ดิน
69 คน

  โหวต 211 คน
วันอังคาร ที่ 30 มีนาคม 2564
Posted by ไกอาร์ , ผู้อ่าน : 491 , 13:29:45 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ไกอาร์ โหวตเรื่องนี้

 

 

               Life Is Beautiful (อิตาลี: La vita è bella, การออกเสียงภาษาอิตาลี: [la ˈviːta ˈɛ bˈbɛlla]) เป็นภาพยนตร์แนวตลก - ดราม่าของอิตาลีในปี 1997 ซึ่งกำกับโดย โรแบร์โต เบนิญญี ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์ร่วมกับ Vincenzo Cerami Benigni รับบท Guido Orefice เจ้าของร้านหนังสือชาวอิตาลีเชื้อสายยิว ที่ใช้จินตนาการอันบรรเจิดของเขา เพื่อที่จะปกป้องลูกชายของเขาจากความน่าสะพรึงกลัวของการกักขังในค่ายกักกันของนาซี ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนจากหนังสือ In the End I Beat Hitler โดย Rubino Romeo Salmonìและพ่อของ Benigni ซึ่งใช้เวลา 2 ปีในค่ายแรงงานเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและทำได้ดีในเชิงของรายได้อีกด้วย หนังได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวาง โดยนักวิจารณ์ได้ยกย่องเรื่องราวการแสดงทิศทางและการรวมตัวกันของตัวละครและเรื่องราวที่ตลกขบขันแม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้เนื้อหาที่หนักมาเปลี่ยนเรื่องนี้เพื่อจุดประสงค์ในการแสดงตลกก็ตาม ภาพยนตร์ทำรายได้ไปกว่า 230 ล้านเหรียญทั่วโลกรวมถึง 57.6 ล้านเหรียญในสหรัฐอเมริกากลายเป็นภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา (รองจาก Crouching Tiger, Hidden Dragon) และหนึ่งในภาพยนตร์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล คณะกรรมการด้านการตรวจสอบภาพยนตร์แห่งชาติได้รวบรวมหนังเรื่องนี้ไว้ใน 5 อันดับแรกของภาพยนตร์ต่างประเทศที่ดีที่สุดของปี 1998

  

                  ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลกรังด์ปรีซ์ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 1998 รางวัล David di Donatello 9 รางวัล (รวมภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) รางวัล Nastro d'Argento 5 รางวัลในอิตาลี รางวัลภาพยนตร์ยุโรปแห่งปี 2 รางวัลและรางวัลออสการ์อีกถึง 3 รางวัล ได้แก่ ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมและภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงชายของ Benigni คนแรกสำหรับการแสดงชายที่ไม่ใช่นักแสงดที่ใช้ภาษาอังกฤษ เนื้อเรื่องได้ถูกสร้างตามเวลาจริงของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1939 ในราชอาณาจักรอิตาลี Guido Orefice เป็นชายหนุ่มชาวยิวที่เดินทางมาทำงานในเมือง (Arezzo ในแคว้นทัสคานี) ซึ่งลุงของเขา Eliseo เป็นเจ้าของร้านอาหาร กุยโดเป็นคนตลกและเฉียบแหลมและได้ตกหลุมรักหญิงสาวที่ชื่อ ดอร่า ต่อมาเขาพบเธออีกครั้งในเมืองที่เธอ มาทำหน้าที่เป็นครูและตั้งใจจะหมั้นกับชายในเมืองที่ร่ำรวย แต่เป็นคนที่หยิ่งผยอง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลท้องถิ่น ส่วนกุยโดเองก์มีงานประจำทำอยู่ กุยโดตั้งใจสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดเหตุการณ์แบบ "โดยบังเอิญ" หลายครั้งเพื่อแสดงให้ดอร่าได้รับรู้ความสนใจในตัวเธอ ในที่สุดดอร่าก็ได้เห็นและรับรู้ความรักและคำสัญญาของกุยโดและยอมแพ้ต่อความน่ารักและรักจริงของกุยโด เขาขโมยดอร่ามาจากงานหมั้นของเธอบนหลังม้าทำให้คู่หมั้นและแม่ของเธออับอายขายหน้ามากภายหลังทั้งคู่ ได้แต่งงานกันและมีลูกชายคนหนึ่งชื่อ Giosuè และเปิดร้านขายหนังสือด้วยกัน

 

               หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงในปีพ. ศ. 2487 เมื่ออิตาลีทางตอนเหนือถูกยึดครองโดย นาซีเยอรมนี กุยโดและลุงของเขาเอลิเซโอและกิออซูถูกยึดในวันเกิดของ โจชัว Giosuè พวกเขาและชาวยิวอีกหลายคนถูกบังคับให้ขึ้นรถไฟและถูกนำตัวไปที่ค่ายกักกัน หลังจากเผชิญหน้ากับผู้คุมและพูดคุยขอร้องเกี่ยวกับสถานะของกุยโดสามีและลูกชายของเธอว่าคงมีความเข้าใจอะไรที่ผิดพลาดไป ดอร่าเองจึงขออาสาขึ้นรถไฟไปด้วยเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับครอบครัวของเธอ อย่างไรก็ตามในขณะที่ชายและหญิงได้ถูกแยกออกจากกันในค่ายกักกัน ดอร่าและกุยโดไม่เคยเจอกันในระหว่างการกักขังเลย กุยโดดึงความโลดโผนกลเม็ดต่าง ๆ ออกมาใช้เช่น ใช้ลำโพงของค่ายเพื่อส่งข้อความทั้งในเชิงสัญลักษณ์หรือตามตัวอักษร - ไปยังดอร่าเพื่อให้เธอมั่นใจว่าเขาและลูกชายของพวกเขาปลอดภัย Eliseo ถูกฆ่าตายในห้องรมแก๊สไม่นานหลังจากที่พวกเขามาถึงสถานกักกัน Giosuè หลีกเลี่ยงการรมแก๊สของตัวเองไปได้อย่างหวุดหวิด เพราะว่าเขาเกลียดการอาบน้ำและผู้คุมคนที่ไปอาบน้ำไม่ได้พยายามที่จะติดตามเด็กคนอื่น ๆ เด็กน้อยจึงรอดไปได้ ในขณะที่เด็กคนอื่น ๆ เมื่อพวกเขาได้รับคำสั่งให้เข้าไปในห้องรมแก๊สพวกเค้ากลับเดินเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวว่ากำลังเดินไปสู่ความตาย

 

               ในค่าย Guido หลอกลูกชายตัวเองจากสถานการณ์ที่แท้จริงของสงครามที่โหดร้าย Guido อธิบายกับ Giosuè ว่าค่ายนี้เป็นค่ายเกมที่ซับซ้อน ซึ่งเขาต้องทำภารกิจที่ Guido มอบให้เขาให้ได้ และแต่ละงานจะได้รับคะแนนและใครก็ตามที่ได้รับ 1,000 คะแนนก่อนจะเป็นผู้ชนะและได้รางวัลเป็นรถถัง กุยโดบอกลุกชายว่าถ้าเขาร้องไห้และบ่นว่าต้องการแม่ของเขาหรือบอกว่าเขาหิวเขาจะเสียคะแนนในขณะที่ภารกิจหนึ่งในเกมคือเด็กผู้ชนะจะต้องทำตัวเงียบ ๆ และอยู่ในที่ซ่อนตัวจากผู้คุมค่ายซึ่งถ้าเค้าทำได้ก็จะได้รับคะแนนพิเศษเพิ่มเข้าไปอีก บางครั้ง Giosuè เองลังเลที่จะเล่นไปตามเกมอุปโลกน์ แต่ Guido ก็คอยปลอบใจเขาทุกครั้งที่จะดำเนินการในการหลอกให้ลูกชายเล่นเกมต่อ มีอยู่ช่วงหนึ่ง Guido ใช้ประโยชน์จากการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่เยอรมันและครอบครัวของพวกเขา เพื่อแสดงให้ Giosuè เห็นว่ามีเด็กคนอื่น ๆ ซ่อนตัวอยู่ในเกมนี้ด้วยและเขายังใช้ประโยชน์จาก พี่เลี้ยงเด็กชาวเยอรมันที่คิดว่า Giosuè เป็นหนึ่งในลูก ๆ ของนายทหารและเป็นเด็กที่อยู่ในการดูแลของเธอเพื่อให้เ้คาได้รับอาหารและการดูแลที่ดี Guido ได้ทำงานด้านการบริการแก่เจ้าหน้าที่เยอรมัน Guido และ Giosuè พ่อลูกเกือบจะถูกจับได้ว่าเป็นนักโทษ โดยพนักงานเสริฟอาหาร แต่สุดท้าย Guido เองก็รอดตัวมาได้จากการแกล้งทำเป็นกำลังสอนเด็ก ๆ ชาวเยอรมันทุกคนถึงวิธีการพูดคำว่า "ขอบคุณ" ในภาษาอิตาลีโดยใช้อุบายนี้จนรอดตัวออกมาได้

  

            กุยโดได้พยายามอยู่ในค่ายกักกันต่อไปจนสงครามกำลังจะจบลง เมื่อเกิดความสับสน อลหม่าน วุ่นวายในการปิดค่ายในขณะที่กองกำลังพันธมิตร กำลังรุกหน้าเข้ามาใกล้ค่้ายกักกัน เขาบอกให้ลูกชายของเขาเล่นซ่อนแอบกันโดยให้เค้าเข้าไปอยู่ในกล่องจนกว่าทุกคนจะจากไป นี่เป็นเกมและเป็นภารกิจสุดท้ายในการแข่งขันก่อนรถถังที่สัญญาไว้มาถึงและเค้าจะได้รับมันเป็นรางวัลแห่งการชนะในเกมนี้ เป็นของเขา กุยโดไปหาดอร่า แต่เขาถูกทหารเยอรมันจับได้ เจ้าหน้าที่ตัดสินใจสังหารกุยโดทิ้งซึ่งเขาถูกนำตัวไปโดยทหารชุดสุดท้ายที่กำลังจะหลบหนีออกจากที่ตั้ง ในขณะที่เขากำลังเดินไปสู่ความตาย Guido เดินผ่านกล่องของ Giosuè เป็นครั้งสุดท้ายและเค้าขยิบตาเหมือนส่งซิกแนลและยังคงทำตัวเป็นตัวละครที่ยังคงกำลังเล่นเกมกันอยู่ จากนั้น Guido ถูกยิงและถูกทิ้งให้ตายในตรอกแคบ ๆ ในบริเวณสถานกักกัน เช้าวันรุ่งขึ้น Giosuè โผล่ออกมาจากกล่องที่ร้อนอบอ้าว ขณะเดียวกันกับที่หน่วยทหารของกองทัพสหรัฐ ที่นำโดยรถถังเชอร์แมนกำลังมาถึงและตัวค่ายเองก็ได้รับการปลดปล่อย Giosuè มีความสุขมากกับการชนะในเกมเพราะเค้าได้รางวัลรถถังของเค้าแล้ว (เค้าไม่รู้ว่าพ่อของเขาตายแล้ว) เค้าคิดว่าเขาชนะในเกม รถถังและทหารอเมริกันยอมให้ Giosuè ขึ้นไปนั่งบนรถถัง ในขณะที่เดินทางไปสู่สถานที่ที่ปลอดภัย ในไม่ช้า Giosuè ก็พบกับแม่ดอร่า ในขบวนผู้อพยพออกจากค่ายกักกันและกลับมารวมตัวกับแม่ของเขาได้อีกครั้ง ในขณะที่เด็กน้อย Giosuè เล่าให้แม่ของเขาฟังอย่างตื่นเต้นเกี่ยวกับวิธีที่เขาได้รับรางวัลรถถังเช่นเดียวกับที่พ่อของเขาสัญญาไว้  

https://www.youtube.com/watch?v=pAYEQP8gx3w&ab_channel=MovieclipsClassicTrailers

https://www.youtube.com/watch?v=9lTSqc1UnLU&ab_channel=Movieclips

https://www.youtube.com/watch?v=-13ScnosXAk&ab_channel=Movieclips

https://www.youtube.com/watch?v=ccAWioDHgQM&ab_channel=Movieclips


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน