*/
  • ไกอาร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 270
  • จำนวนผู้ชม : 555706
  • จำนวนผู้โหวต : 1347
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1347 คน
And The Souther All Stars is coming

The Summer is here :)

View All
<< เมษายน 2021 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านคิดว่าการลงทุนแบบใดดีที่สุด ณ ปัจจุบัน
ฝากธนาคารเพื่อดอก
15 คน
ลงทุนซื้อเฟรนไชส์สักอัน
34 คน
ปล่อยกู้นอกระบบ
23 คน
เล่นหุ้น
34 คน
ซื้อทองเก็บไว้
36 คน
ซื้อที่ดิน
69 คน

  โหวต 211 คน
วันจันทร์ ที่ 5 เมษายน 2564
Posted by ไกอาร์ , ผู้อ่าน : 359 , 15:10:56 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ไกอาร์ โหวตเรื่องนี้

 

   

            กลับมากันอีีกครั้งสำหรับหนังเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องของความสามารถพิเศษในการย้อนเวลากลับไปได้ ซึ่งเป็นหนังที่สร้างออกมาได้อย่างน่าหลงใหลและในยุคช่วงปี 2000 ต้น ๆ แทบจะไม่มีภาพยนตร์เรื่องใดในทำนองนี้ที่ทำออกมาได้น่าสนใจเท่าหนังเรื่องนี้ The Butterfly Effect เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญแนววิทยาศาสตร์อเมริกันออกฉายในปี 2004 เขียนบทและกำกับโดย Eric Bress และ J. Mackye Gruber นำแสดงโดย Ashton Kutcher และ Amy Smart ชื่อเรื่องหมายถึง ผลกระทบห่วงโซ่ของผีเสื้อ ซึ่งเป็นสถานการณ์สมมุติยอดนิยมที่แสดงให้เห็นว่าความแตกต่างแค่เพียงเล็กน้อยในตอนแรกที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเลย กลับอาจนำไปสู่ผลที่อาจไม่คาดคิดหรือคาดไม่ถึงได้มากเพียงใดเมื่อเวลาผ่านไป จากผลกระทบเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้น

  

              Kutcher รับบทเป็น Evan Treborn นักศึกษาวิทยาลัยอายุ 20 ปี ร่วมกับ Amy Smart ในฐานะที่พวกเค้าเป็นรักในวัยเด็กของกันและกัน Kayleigh Miller วิลเลียม ลี สก็อตต์รับบทเป็น Tommy และ Elden Henson รับบทบาทเป็นเด็กเพื่อนบ้านของพวกเขาที่ชื่อเลนนี่ ในชีวิตประจำวันของ Evan เค้าต้องประสบกับอาการหน้ามืดและความจำเสื่อมตลอดวัยเด็ก และต่อมาในวัย 20 ปีของเขา Evan พบว่าเขาสามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปเพื่ออาศัยอยู่ในอดีตของตัวเองในช่วงเวลาที่มืดมนเหล่านั้นได้ โดยมีจิตใจที่เป็นผู้ใหญ่ของเขาที่ใช้การได้ติดอยู่กับร่างกายที่อายุน้อยกว่าของเขา เขาพยายามเปลี่ยนเหตุการณืที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยการใช้ความสามารถของเขาในการย้อนกลับไปเปลี่ยนพฤติกรรมในอดีตและกำหนดสิ่งต่าง ๆ เสียใหม่ให้เหมาะสมกับตัวเองและเพื่อน ๆ แต่ผลที่ตามมาโดยไม่ได้ตั้งใจสำหรับทุกคนก็ได้เกิดขึ้นตามมาในรูปแบบที่เค้ากำหนดมันไม่ได้และมันไม่ได้เป็นไปตามแนวทางที่เค้าต้องการเสมอ ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอเรื่องราวชีวิตของตัวละครในช่วงอายุ 7 และ 13 ปีอย่างมากและนำเสนอผลลัพธ์ทางเลือกในปัจจุบันหลายประการในขณะที่ Evan พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงอดีตก่อนที่จะตัดสินผลลัพธ์สุดท้ายที่จะต้องเกิดตามมา จากความพยายามที่จะฝืนธรรมชาติแห่งความเป็นไปของดวงชะตา

             หนังเรื่องนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ออกมาไม่ค่อยจะดีนัก แต่ก็ประสบความสำเร็จทางการออกฉายโดยสร้างรายได้ที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียวเมื่อทำเงินไปถึง 96 ล้านดอลลาร์จากงบประมาณการสร้างหนังแค่เพียง 13 ล้านดอลลาร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัล Pegasus Audience Award ในเทศกาลภาพยนตร์ Brussels International Fantastic Film Festival และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมจาก Saturn Awards และ Choice Movie: Thriller ใน Teen Choice Awards แต่แพ้ Eternal Sunshine of the Spotless Mind ที่มีจิม แครี่ กัน เคท วินสเลทมานำแสดงออกมาได้อย่างดีในหนังที่คว้ารางวัลเรื่องนี้ไป และ The Texas Chainsaw Massacre ภาพยนตร์อีกเรื่องจาก New Line Cinema ตามลำดับ

 

         มันเกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายอย่างนึงขึ้น ในวัยเด็กของพวกเขาที่เมื่อเหล่าเด็กน้อยกลุ่มนี้เติบโตขึ้น Evan Treborn และเพื่อน ๆ ของเขา Lenny และ Kayleigh Miller และ Tommy พี่ชายของ Kayleigh ได้รับผลกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรงหลายครั้ง ซึ่งหนึ่งในผลที่มีคือ Evan เองมักจะมีอาการหมดสติไปดื้อ ๆ  ความชอกช้ำเหล่านี้รวมถึงการถูกบีบบังคับให้มีส่วนร่วมในการถ่ายทำสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยพ่อแท้ ๆ ของเคย์ลีห์และทอมมี่ ตัวของอีแวนเองก็เคยเกือบจะถูกบีบคอจนตายโดยพ่อของเขาJason Treborn ที่ตัวสถาบันกักกันคนป่วยทางจิต เพราะพ่อของเขาพยายามจะเตือนและห้ามการใช้ความสามารถของเขาในการย้อนกลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งพ่อของเค้าถูกผู้คุมในสถาบันฆ่าตายต่อหน้าต่อตาเขา พวกเด็ก ๆ กลุมนี้เผลอไปฆ่าแม่และลูกสาวที่เป็นทารกของเธอ โดยไม่ได้ตั้งใจขณะเล่นกับดินระเบิดกับเพื่อน ๆ และได้เห็นสุนัขของเขาถูกเผาทั้งเป็นโดยเพื่อนของอีแวนเองที่ชื่อทอมมี่ที่มีจิตอาฆาตเค้าจากการได้เห็นน้องสาวตัวเองต้องไปถ่ายวิดิโอเด็กแบบลามกโดยพ่อเค้าเองเป็นผู้กำกับ

 

         อีก 7 ต่อมาในขณะที่อีแวนกำลังเล่นหยอกล้อกับหญิงสาวในห้องนอนหอพักของเขา อีแวน ได้พบว่า เมื่อเขาอ่านหนังสือวารสารวัยรุ่นเล่มหนึ่งอยู่อย่างจดจ่อ เขาสามารถย้อนเวลากลับไปและสามารถเข้าไปสู่เหตุการณ์ซ้ำ ๆ บางส่วนของอดีตของเขาได้ และเขาเองพยายามจะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดไปในอดีต ในเรื่องของการเดินทางข้ามเวลาของเขา อีแวนเองได้อธิบายถึงสาเหตุที่เหมือนเป็นพลังผลักดันให้เค้าสามารถเดินทางข้ามเวลาได้ ซึ่งมันเกิดจากความกดดัน หดหู่ เบื้องลึกของเขาเองเมื่อครั้งที่เขาประสบกับการเผชิญหน้ากับสิ่งเลวร้ายในตอนเป็นเด็ก เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่เขาเติบโตผู้ใหญ่เมื่อเขาใช้สติของเขารำลึกถึงช่วงเวลาอย่างเช่น ช่วงเวลาที่พ่อของเขาบีบคอเขาตอนอยู่ที่สถาบันทางจิตเวช เมื่อพ่อของตระหนักได้ว่า อีแวนได้ย้อนเวลาเข้าช่วงเป็นเด็กตอนไปเยี่ยมพ่อตัวเองและเค้าเริ่มที่จะพยายามแบ่งปัน ความรู้สึกทุกข์ทรมานใจจากการเดินทางข้ามเวลาของเค้าให้กับพ่อตัวเอง อย่างไรก็ตามมีผลที่ตามมาจากการแก้ไขทางเลือกของเขาซึ่งทำให้ชีวิตปัจจุบันของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก ตัวอย่าง เช่นเส้นแบ่งเวลาของเขานำไปสู่อนาคตทางเลือกที่เขาพบว่าตัวเองต้องถูกเปลี่ยนไปตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตนเองพยายามย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น ในโลกปัจจุบันเค้าเป็นทั้งนักศึกษา ในวิทยาลัย มีเป็นกลุ่มชมรมชายหนุ่มในมหาวิทยาลัย หรือจนกระทั่งต้องกลายเป็นผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังในข้อหาฆาตกรรมทอมมี่และในบางสถานการณ์เค้ากลายเป็นผู้ที่ต้องถูกตัดแขนขาทั้ง 2 ข้าง ในที่สุดเขาก็ตระหนักว่าแม้ว่าความตั้งใจที่จะแก้ไขอดีตจะเป็นเรื่องที่ดี แต่การกระทำของเขาก็กลับไปสร้างผลกระทบที่คาดไม่ถึงตามมา ซึ่งทั้งเขาหรือเพื่อนอย่างน้อยหนึ่งคนจะต้องเป็นผู้ที่รับกับการทนทุกข์ทรมานอย่างน่าสยดสยอง ยิ่งไปกว่านั้นการดูดกลืนความทรงจำใหม่ ๆ ที่ถมทับเข้าไปในหัวสมองของเค้าเองจากการย้อนกลับไปมาในอดีต ที่มีข้อมูลในความทรงจำทบกันเป็ยจำนวนหลายสิบปี จากระยะเวลาที่สะสม ทางเลือกที่เขาทำทำให้สมองของเขาถูกทำลายและเลือดกำเดาไหลออกมาอย่างรุนแรง ในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุปว่าเขาและเพื่อน ๆ ของเขาจะไม่มีอนาคตที่ดีได้เลย ตราบเท่าที่เขายังคงพยายามที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอดีตและเขาก็ตระหนักดีว่าเขากำลังทำร้ายพวกเขาเองมากกว่าการแทนที่จะช่วยให้เหตุการณ์ในอนาคตมันดีขึ้นอย่างที่คาดหวังเอาไว้

 

            อีวานเดินทางกลับไปครั้งสุดท้าย ในวันที่เขาได้พบกับเคย์ลีห์รักครั้งแรกของเขาในวัยตอนเด็ก เขาตั้งใจทำให้เธอเสียใจเพื่อที่เธอและทอมมี่ จะเลือกที่จะอยู่กับแม่ของพวกเขาในละแวกบ้านที่แตกต่างกันแทนที่จะอยู่กับพ่อเมื่อพวกเขาหย่าร้างกันในเวลาต่อมา ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ตกอยู่ภายใต้การเลี้ยงดูที่ถูกทำลายตัวตยในวัยเยาว์ แต่พวกเขาจะไม่ได้เติบโตมาพร้อมกับ Evan ในอนาคตและมีชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จ ส่วน Evan เองก็ตื่นขึ้นมาในหอพักของวิทยาลัยโดยที่ Lenny ก็กลายเป็นเพื่อนร่วมห้องของเขาในหอพักนั่นเอง ในการทดสอบการเปลี่ยนอนาคตครั้งสุดท้าย อีแวนได้ถามเลนนี่ว่า เคย์ลีห์อยู่ที่ไหนเลนนี่ตอบว่า "ใครคือเคย์ลีห์" เมื่อรู้ว่าทุกอย่างได้ถูกแก้ไขไปในทางที่ดีและเรียบร้อยแล้วในครั้งนี้ อีแวน จึงทำการเผาวารสารและวิดีโอเรื่องราวของเขาเองเพื่อจะเป็นการหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนไทม์ไลน์ของชีวิตเขาและคนที่เขารักอีก

 

            ใน 8 ต่อมาในนิวยอร์กซิตี้ อีแวนออกจากอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งและเดินผ่าน Kayleigh แฟนเค้าในวัยเด็กที่ถูกเปลี่ยนอนาคตไปแล้วพวกเค้าได้เดินสวนกันไปที่ถนน แม้ว่าเธอจะเดินผ่านไปเพียงชั่วครู่และพวกเค้าสบตากัน แต่ทั้งคู่ก็ได้ตัดสินใจที่จะเดินต่อไป ผู้กำกับได้ทำการตัดต่อในรูปแบบที่มีฉากจบที่แตกต่างกันเอาไว้ด้วย โดยฉากจบมีเรื่องของอีแวนว่า เมื่อสมองของเขาได้รับความเสียหายอย่างมากและเขาตระหนักได้ว่าเขามีความมุ่งมั่นที่จะเข้าไปอยู่ในสถานบำบัดทางจิตเวช ซึ่งเขาเองจะไม่มีโอกาสค้นพบกับความสามารถและเข้าถึงการเดินทางข้ามเวลาของเขาได้ อีแวน พยายามอย่างมากที่จะเปลี่ยนไทม์ไลน์ชีวิตของตัวเอง โดยการพยายามดูวิดิโอที่เป็นเรื่องราวของครอบครัวของพ่อของเขาซึ่งจะเห็นภาพของแม่ของ อีแวน ก่อนหน้านี้ เธอกำลังจะให้กำเนิดอีแวน อีแวนได้พยายามใช้พลังในการเดินทางกลับไปยังช่วงเวลานั้นและบีบคอตัวเองในครรภ์แมี ด้วยสายสะดือเพื่อป้องกันไม่ให้คำสาปหลายชั่วอายุคนในตระกูลของเขาดำเนินต่อไปสอดคล้องกับฉากเสริมที่มีหมอดูลายมือกำลังบอก อีแวนและแม่ของเขาว่า "คุณไม่มีเส้นชีวิต" และเขา "ไม่ได้เป็นส่วนนึงของโลกใบนี้" จากนั้นเคย์ลีห์ถูกมองว่าเป็นเด็กในไทม์ไลน์ใหม่โดยเลือกที่จะอยู่กับแม่แทนที่จะเป็นพ่อของเธอและภาพตัดต่อในฉากต่อมาแสดงให้เห็นว่าชีวิตของตัวละครในวัยเด็กคนอื่น ๆ กลับกลายเป็นการได้รับความรักและมีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าลดลง

 

https://www.youtube.com/watch?v=B8_dgqfPXFg&ab_channel=AdsNTrailers

https://www.youtube.com/watch?v=2L2dyDpd7LA&ab_channel=Movieclips

https://www.youtube.com/watch?v=T8zO9rDKmyA&ab_channel=assaad33

https://www.youtube.com/watch?v=1TqRcAl_928&ab_channel=Movieclips

https://www.youtube.com/watch?v=z-3ETV74ygs&ab_channel=Movieclips

https://www.youtube.com/watch?v=EkptyQec_LM&ab_channel=Movieclips

 

ส่วนเสริม

ในทฤษฎี    Chaos Theory หรือผลกระทบจากความโกลาหลอลหม่านของผีเสื้อ คือการพึ่งพาเงื่อนไขเริ่มต้นที่ละเอียดอ่อนซึ่งการเปลี่ยนแปลงแค่เพียงเล็กน้อยในสถานะหนึ่งของระบบ ไม่เชิงเป็นเส้นรูปแบบที่ถูกกำหนดเพราะมันมีหลายทางออกของปัจจัยที่จะสามารถส่งผลให้เกิดความแตกต่างอย่างมากในความเป็นไปในเหตุการณ์ต่อมา คำนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับผลงานของ Edward Lorenz นักคณิตศาสตร์และนักอุตุนิยมวิทยา เขาตั้งข้อสังเกตว่าเอฟเฟกต์ของผีเสื้อนั้นมาจากตัวอย่างเชิงเปรียบเทียบของรายละเอียดของพายุทอร์นาโด (เวลาที่แน่นอนของการก่อตัวเส้นทางที่แน่นอน) ซึ่งได้รับอิทธิพลแค่เพียง จากการรบกวนเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่นผีเสื้อที่อยู่ห่างไกลกระพือปีกเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน จนเป็นเหตุให้เกิดพายุตามมา ลอเรนซ์ค้นพบผลกระทบเมื่อเขาสังเกตการวิ่งของแบบจำลองสภาพอากาศของเขาด้วยข้อมูลสภาพเริ่มต้นที่ถูกปัดเศษในลักษณะที่ดูเหมือนไม่สำคัญ เขาตั้งข้อสังเกตว่าแบบจำลองสภาพอากาศจะล้มเหลวในการสร้างผลลัพธ์ของการให้มันดำเนินไปด้วยข้อมูลสภาพเริ่มต้นที่ไม่ได้อยู่ในระบบปิด การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเริ่มต้นเพียงเล็กน้อยได้สร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปอย่างมากมายมหาศาล

ความคิดที่ว่าสาเหตุเล็ก ๆ อาจมีผลกระทบอย่างมากในสภาพอากาศก่อนหน้านี้ได้รับการยอมรับจากนักคณิตศาสตร์และวิศวกรชาวฝรั่งเศส Henri Poincaré นักคณิตศาสตร์และนักปรัชญาชาวอเมริกัน Norbert Wiener ก็มีส่วนในทฤษฎีนี้เช่นกัน งานของ เอ็ดเวิร์ด ลอเรนซ์ วางแนวคิดเรื่องความไม่มีเสถียรภาพของชั้นบรรยากาศของโลกเข้ากับฐานเชิงปริมาณและเชื่อมโยงแนวคิดเรื่องความไม่เสถียรกับคุณสมบัติของระบบพลวัตขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นเชิงเส้น แนวคิดผลกระทบแบบผีเสื้อกระพือปีกนั้น ถูกนำมาใช้นอกบริบทของวิทยาศาสตร์สภาพอากาศเป็นคำกว้างสำหรับสถานการณ์ใด ๆ ที่การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยควรเป็นสาเหตุของผลตามมาที่ใหญ่กว่า จากระบบที่ไม่สามารถกำหนดได้ในแง่ของความสามารถในการคาดเดา การตรวจสอบทฤษนี้ซ้ำเมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ให้เห็นว่ามีการนำเสนอความท้าทายครั้งใหญ่ที่สำคัญต่อแนวคิดที่ว่าจักรวาลของเรามีขีดจำกัดและสิ่งที่กำหนดเทียบได้กับเนื้อหาที่นำเสนอโดยศาสตร์ของฟิสิกส์ควอนตัม ซึ่งมีรูปแบบที่อาจเชื่อมโยงอยู่กับกฎของ Butterfly effect.

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน