*/
  • กุมุท
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-11-22
  • จำนวนเรื่อง : 60
  • จำนวนผู้ชม : 297514
  • จำนวนผู้โหวต : 33
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
รักพี่มีบาป

เสียงเพลงต้นฉบับคือ คุณสุริยัน บุญยศ

View All
วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553
Posted by กุมุท , ผู้อ่าน : 5444 , 05:02:24 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

       เมื่อท่านได้เข้ามาแล้ว เห็นบทความยาวๆเช่นนี้ และข้อความที่น่าเบื่อหน่ายกรุณาอย่าหยุดอ่าน โปรดอ่านและคิดต่อไปด้วยสติ และพิจารณญาณต่อไป เพราะเรื่องนี้เป็นประโยชน์สำคัญกับตัวของท่าน

       คุณค่าทางโภชนาการ น้ำมันเป็นแหล่งพลังงานที่มีสูงมาก โดยไขมัน 1 กรัม จะให้พลังงานถึง 9 แคลอรี มากกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตกว่า 2 เท่า ในไขมันมีกรดที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้แก่ กรดไลโนเลอิค ไลโอเลนิค และกรดอะแรคิโดนิคแม้ว่าร่างกายจะสร้างไขมันทั้ง 3 ชนิดนี้ได้ แต่ก็ไม่สามารถหากรดทั้ง 3 ได้จากอาหารชนิดอื่น ดังนั้นผู้ที่ลดความอ้วน จึงไม่ควรงดไขมันด้วย

       ไขมันช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน ซึ่งได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค การย่อยไขมันจะย่อยได้ช้ากว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตมาก ไขมันจะอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้นานกว่าอาหารอื่น ผู้ทานไขมันจึงรู้สึกอิ่มนาน

        การเหม็นหืนของน้ำมัน

หมายถึง การที่ไขมันมีกลิ่นปกติขณะเก็บ การที่ไขมันจะเหม็นช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา เราควรเก็บไขมันและน้ำมันไว้ในที่ที่ปิดมิดชิด การเหม็นหืนของไขมัน เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมี 2 แบบ ดังนี้

1.การเหม็นหืนเนื่องจากออกซิเจน ในระหว่างที่เก็บ กรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ จะได้สารเพอร์ออกไซด์ซึ่งมีกลิ่นหืน กรดไขมันมีแขนคู่หลายอันเหม็นหืนเร็วกว่ากรดไขมันที่มีแขนคู่เพียงอันเดียว ในช่วงแรก ปฏิกิริยาการเหม็นหืนจะเป็นไปอย่างช้าๆ แต่ในช่วงหลังจะเร็วขึ้น การเติมไฮโดรเจน จะช่วยให้ไขมันเหม็นหืนช้าลงบ้าง น้ำมันพืชเหม็นหืนช้ากว่าน้ำมันสัตว์ ทั้งที่น้ำมันพืชมีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวมากกว่า แต่น้ำมันพืชมีปริมาณวิตามินอีที่เป็นสารป้องกันออกซิเจนอยู่แล้วตามธรรมชาติ การเหม็นหืนของน้ำมันป้องกันได้ โดย เก็บไขมันในภาชนะที่ทึบแสง อากาศเข้า
ไม่ได้ และต้องเก็บไว้ในที่เย็น

2.การเหม็นหืนเนื่องจากน้ำ วิธีนี้เกิดขึ้นน้อยกว่าการเติมออกซิเจน ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ นม เมล็ดพืชต่างๆ และอาหารที่แช่เย็นแข็ง การเหม็นหืนในที่นี้เกิดจากโมเลกุลของไขมันไตรกลีเซอไรด์ถูกย่อยด้วยน้ำย่อยไลเปสเมื่อมีน้ำอยู่ด้วย ได้ไขมันโมเลกุลสั้นๆที่มีกลิ่นหืน คือ กรดบิวไทริค ไลเปส อยู่ในอาหารที่มีไขมัน ถูกทำลายได้ด้วยความร้อน การเหม็นหืนจึงเกิดขึ้นเฉพาะ
อาหารที่ผ่านความร้อนไม่สูงมาก หรือความร้อนที่ไม่มากพอที่จะทำลายเอนไซม์ การเหม็นหืนจึงป้องกันโดยใช้ความร้อนทำลายเอนไซม์ และระวังอย่าให้มีน้ำปนในไขมัน

กรรมวิธีผลิตไขมันชนิดต่างๆ

1.การเจียว คือการให้ความร้อนจนน้ำมันแตกออกจากเซลล์ การสกัดน้ำมันออกจากสัตว์มักใช้วิธีนี้ วิธีที่จะสามารถแยกให้ไขมันออกมาเร็วขึ้นคือ นำเนื้อของสัตว์ในส่วนที่มีไขมันมากมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และบางๆ ความร้อนสูงจากการหุงต้ม จะทำให้เซลล์ไขมันแตก และมีน้ำมันไหลออกมา ซึ่งทำให้มีรสดี

2.การบีบน้ำมัน เป็นการบีบน้ำมันออกจากเมล็ดพืชโดยใช้ความดันสูง วิธีทำในขั้นแรกคือ นำเมล็ดพืชที่ต้องการสกัดไปล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออก แล้วนำไปบด ต่อจากนั้นนำไปผ่านความร้อนเพื่อให้ไขมันบางส่วนออกจากเซลล์ได้ง่ายขึ้น ต่อมาก็นำไปเข้าเครื่องบีบน้ำมัน ซึ่งมีความดันสูงเป็นตัวบีบบีบเซลล์ให้แตกจนมีน้ำมันไหลออกมา เมื่อน้ำมันหมดจึงแยกส่วนที่เป็นกากออก

3.การใช้ตัวทำละลาย เป็นการสกัดน้ำมันออกจากพืชเช่นเดียวกัน การทำน้ำมันถั่วเหลืองมักใช้วิธีนี้ มีวิธีการในการสกัดคือ ทำให้เมล็ดพืชเป็นแผ่นบางๆ แล้วนำไปแช่ในตัวทำละลาย ที่นิยมใช้คือ อีเทอร์ เบนซิน ไฮโดรคาร์บอนที่มีคลอรีนเป็นส่วนประกอบ เฮกเซน และคาร์บอนไดซัลไฟด์ เมื่อละลายไขมันออกมาแล้ว ก็จะแยกตัวทำละลายออกจากน้ำมันโดยการระเหย

        น้ำมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร

1.น้ำมันหมู คนไทยในสมัยก่อนนิยมใช้น้ำมันหมู บางคนทำน้ำมันหมูเองโดยการนำมันหมูมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไปเจียว คุณภาพของหมูขึ้นอยู่กับตำแหน่งของมันหมู น้ำมันที่เจียวจากมันเปลวที่อยู่รอบๆไต มีคุณภาพดีกว่าน้ำมันที่เจียวจากมันหมูแข็ง

2.ไขวัว ได้จากการเจียวไขมันวัวที่มีอุณหภูมิต่ำ (32องศสเซลเซียส) เป็นเวลาหลายวันจนน้ำมันบางส่วนแข็งตัว ส่วนที่แข็งตัวเป็นไขมันชื่อ โอลิโอสเตียรินส่วนที่ไม่แข็งตัวเป็นน้ำมันโอลีโอ ใช้วิธีกรองแยกให้ออกจากกันได้ แต่ก่อนใช้น้ำมันโอลีโอทำเนยเทียม จึงเรียกชื่อเนยเทียมว่า โลีโอมาร์การีน ปัจจุบันนอกจากจะทำเนยเทียมแล้ว ยังสามรถนำไปทำเป็นวัตถุดิบในโรงงานขนมปัง และขนมหวานประเภทลูกกวาด

3.เนย ได้จากการแยกมันเนยออกจากนม อาจทำจากนมวัว หรือนมจากสัตว์ชนิดอื่นๆได้ วิธีการแยกคือ คนแรงๆให้ไขมันที่กระจายอยู่ในนมมารวมตัวกันแยกออกจากส่วนที่เป็นน้ำได้ ส่วนวิธีที่ผลิตเนยในโรงงานอุตสาหกรรมคือ นำครีมเฉพาะที่มีคุณภาพดีมาลดกรดด้วยการเติมโซเดียมไบคาร์บอเนต แมกนีเซียมออกไซด์ หรือแคลเซียมคาร์บอเนต ใช้ขบวนการพาสเจอร์ไรด์ในการฆ่าจุลินทรีย์ที่ไม่ดีออก แล้วเติมเชื้อจุลินทรีย์ที่เหมาะสมลงไป บ่มไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ในระยะนี้จุลินทรีย์จะเจริญเติบโต แล้วจะผลิตกรดแลคติคทำให้มีกลิ่นและรสชาติดี ต่อมานำครีมไปปั้นจนได้เนยเหลว แยกเนยอกจากส่วนที่เป็นน้ำ แล้วเติมเกลือลงไป 2.5-3% เพื่อช่วยทำให้สามารถเก็บเกลือได้นานขึ้นตีให้เข้ากัน แลเวห่อด้วยกระดาษอลูมิเนียมหรือกระดาษไข แล้วเก็บไว้ในตู้เย็น

3.น้ำมันพืช ส่วนใหญ่จะผลิตจากเมล็ดพืชที่มีไขมันสูง เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด งา รำ ฯลฯ วิธีสกัดน้ำมันพืชคือ บีบน้ำมัน แล้วใช้ตัวทำละลายสกัด หลังจากนั้นก็นำสารไปกำจัดกลิ่น ฟอกสี เพื่อให้ได้น้ำมันที่บริสุทธิ์

4.น้ำมันสลัด คือน้ำมันพืชที่ไม่แข็งตัวในตู้เย็น จึงเหมาะที่จะนำมาทำเป็นน้ำสลัด น้ำมันสลัดส่วนใหญ่ต้องผ่านขบวนการแช่เย็นแล้ว shortening คือน้ำมันที่ผ่านกระบวนการ เติมไฮโดรเจน จนเปลี่ยนจากสภาพของเหลวกลายเป็นของแข็งที่อุณหภูมิธรรมดา บางชนิด
ทำจากน้ำมันสัตว์หรือน้ำมันพืชแต่เพียงอย่างเดียว บางชนิดก็ใช้ปนกัน เมื่อผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนแล้ว ต้องกำจัดกลิ่นเช่นเดียวกันกับน้ำมันพืช แล้วต้องเติม โมโนกลีเซอไรด์ และไดกลีเซอไรด์ ลงไปเพื่อให้เป็นตัวทำให้สารกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ต่อจากนั้นก็ทำให้แข็ง ตีให้ได้มีเนื้อเข้มข้นตามที่ต้องการ shortening จัดอยู่ในไขมันประเภท soft fat เหมือนกับน้ำมันหมูและน้ำมันเนย(มีความนุ่มและหนืดเมื่อประกอบอาหาร ผสมกับเครื่องปรุงต่างๆง่าย)

5.มาร์การีน คือเนยเทียม ใช้ไขมันพืชหรือสัตว์แทนมันเนย เนยเทียมมีการผลิตขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1870 เมื่อนโปเลียนประกาศให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำเนยเทียมขึ้นได้ นักเคมีชาวฝรั่งเศสชื่อ Me' ge-Mouriez ทำเนยเทียมขึ้นจากไขวัว ต่อมาจึงมีผู้ทำจากน้ำมันหมู หลังสงครามโลกครั้งที่1เริ่มใช้น้ำมันพืชแทนเนยเทียม โดยให้น้ำมันพืชผ่านกระบวนการ เติมไฮโดรเจนจนได้จุดหลอมตัว และมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเนยมากที่สุดแล้วจึงนำมาทำให้ละลาย ใส่ลงไปในนมพร่องมันเนยที่บ่มด้วยจุลินทรีย์ที่เหมาะสม เติมเกลือ และสารกันบูด กรรมวิธีหลังจากนั้นก็ทำเหมือนเนย

        บทบาทของน้ำมันขณะประกอบอาหาร

       ไขมันเป็นตัวช่วยที่เพิ่มรสชาติอาหาร คนไทยนิยมน้ำมันหมู ชาวตะวันตกนิยมเนย

 อิมัลชัน เป็นของผสมระหว่างของเหลว 2 ชนิด การทำน้ำสลัดเป็นการทำให้เกิดอิมัลชันชนิดน้ำมันเป็นหยดเล็กๆอยู่ในน้ำ ไขมันหยดใหญ่รวมตัวได้ง่ายกว่าไขมันหยดเล็ก ดังนั้นจึงต้องให้ไขมันเป็นหยดเล็กๆ เพื่อที่จะทำให้คงสภาพอิมัลชันได้นาน ตามบ้านจะใช้วิธีเขย่า
เพื่อให้ไขมันแตกตัวเป็นหยดเล็กๆ ตามโรงงานอุตสาหกรรมใช้วิธีโฮโมเจนไนส์ คือการดันให้ไขมันผ่านรูเล็กๆ เมื่อได้ไขมันที่เป็นหยดแล้ว ต้องเติมตัวอิมัลซิฟายเออร์ลงไป สารนี้จะหุ้มรอบๆหยดของน้ำมันอิมัลซิฟายเออร์ที่ใช้ในการทำน้ำมันสลัดเป็นสารโมเลกุลใหญ่ ไข่แดงเป็นตัวอิมัลซิฟายเออร์ที่ดีที่สุด

การทอด ไขมันเป็นตัวนำความร้อนที่ให้อาหารสุก ให้รสชาติดี และช่วยในการหล่อลื่นไม่ให้อาหารติดภาชนะที่ทอด คุณสมบัติของไขมันที่สัมพันธ์กับการทอดคือ จุดสลายตัวของน้ำมัน และกลิ่นหรือรสของไขมันที่ติดไปกับอาหาร

    ปัจจัยที่ทำให้อาหารอมน้ำมันขณะทอด

       เวลาและอุหภูมิที่ใช้ในการทอด การใช้อุณหภูมิต่ำทำให้ต้องใช้เวลานาน ยิ่งทอดนาน อาหารก็จะยิ่งอมน้ำมันไว้มาก ภาชนะที่ทอดควรเป็นภาชนะที่นำความร้อนได้ดีไม่ควรทอดอาหารทีละหลายๆชิ้น เพราะจะทำให้อุณหภูมิของน้ำมันต่ำลง ทำให้อาหารอมน้ำมันได้มากขึ้น พื้นผิวของอาหารที่สัมผัสกับน้ำมัน อาหารชิ้นเล็กจะอมน้ำมันน้อยกว่าชิ้นใหญ่ อาหารที่มีพื้นผิวสัมผัสมากจะอมน้ำมันมากกว่าอาหารที่มีพื้นผิวสัมผัสเรียบ จุดที่เป็นควันของน้ำมัน อาหารอมน้ำมันมากเมื่อใช้น้ำมันที่มีจุดเป็นควัน ส่วนประกอบของอาหาร อาหารที่มีน้ำตาลและไขมันมาก จะอมน้ำมันมาก

        เมื่อได้ทราบอย่างนี้ ก็เหลือแต่ท่านว่าจะเลือกอะไรที่ท่านควรใช้ จะใช้น้ำมันพืชหรือน้ำมันจากสัตว์ดี สุดแต่วิจารณญาณของท่านเอง ซึ่งผมไม่อาจจะชี้นำท่านได้

ขอขอบพระคุณบทความดีๆจาก thaigoodview.com มา ณ ที่นี้ด้วย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
กุมุท วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kumut
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ความคิดเห็นที่ 5
เด็ดสารตี่ วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 10.52 น.
http://www.oknation.net/blog/srikho
ip : 124.120.97.86/124.120.97.86


ช่วงนี้หมอสั่ง งดของมันค่ะ

.......สวัสดีครับ สงสัยเป็นโรคกรดไหลย้อนรึเปล่าครับนี่ แหมโรคนี้กำลังเป็นที่นิยมกันในเมือง(ผมได้ข่าวว่าที่เมืองไทยเป็นกันเยอะ) ขอโทษด้วยนะครับ ที่ละลาบละล้วง แต่ยังไงก็ขออวยพรให้หายวันหายคืนครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กุมุท วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kumut
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ความคิดเห็นที่ 4
หวานหวาน วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 08.07 น.
http://www.oknation.net/blog/warnwarn
“ หนทางอันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ ”
ip : 118.172.52.154/118.172.52.154

สวัสดีค่ะคุณเบรฟฯ
ขอบคุณข้อมูลดีๆค่ะ
หวานหวานใช้น้ำมันดอกทานตะวันค่ะ
ใช้น้ำมันงาด้วย

ใช้น้ำมันอะไรถึงสวยล่ะคะ...อยากสวยอะค่ะ
โหวตให้แล้ว ต้องตอบมานะคะ

.......สวัสดีครับคุณหวานหวาน แหม..คิดถึงจังเลยครับ เห็นหายเงียบไปหลายวัน ไม่สบายหรือมีธุระมากน๊า ยังไงละก็ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ ด้วยความห่วงใย อ้อ..ขอบคุณครับสำหรับคะแนนโหวต
น้ำมันที่ทำให้สวยไม่น่าจะมีนะครับ แต่มีอย่างนึงที่ทำให้สวย ดังที่คุณผ่องศรี วรนุช เธอร้องน่ะครับ "กินข้าวกับน้ำพริก สิจ๊ะ ถึงได้สะได้สวย" สงสัยอันนี้แหละครับ ที่จะเป็นความสวยของสาวๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
กุมุท วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kumut
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ความคิดเห็นที่ 3
Ae^ วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 08.04 น.
http://www.oknation.net/blog/chae-reu-mai
ip : 115.31.138.43/115.31.138.43


เป็นข้อมูลที่ดีค่ะ

.......ครับ ผมได้ข้อมูลเชิงลึกกว่านี้แต่เอามาลงไม่ได้ เดี๋ยวมีปัญหาครับ เพียงแต่บอกได้แค่นี้อ้อมๆเอาเนาะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กุมุท วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kumut
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ความคิดเห็นที่ 2
จ่าจินต์ วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 07.38 น.
http://www.oknation.net/blog/jawee
สิ่งที่มีค่าของผมไม่ได้อยู่ที่การมองเห็นหากแต่เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น
ip : 58.11.81.121/58.11.81.121

มารับทราบข้อมูลครับผม..

.......ขอบคุณครับ ที่มาเยี่ยมเยือนกันบ่อยๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กุมุท วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 13.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kumut
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ความคิดเห็นที่ 1
คนช่างเล่า วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 05.49 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า... เชิญชวนลองใช้อีเมลย์ในการโปรโมตบล็อก
ip : 124.120.79.206/124.120.79.206

แม่ จะชอบซื้อเปลว น้ำมันหมู ขาวล้วน รอบๆไต มาเจียว
ครั้ง ก็เอาหมู่สามชั้น เจียวใส่ โถไว้ เพื่อผัดผักบุ้งให้ลูกๆกินครับ

.......สมัยผมเป็นเด็กๆจำได้ว่า คุณแม่ท่านให้ซื้อมันหมูเอามาเจียวเอาน้ำมัน ไว้ใช้ทำกับข้าวก็ทำกินกันไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย แถมกากหมูก็ใช้ทำเป็นกากหมูหวานก็ได้ ทานแกล้มกับแกงส้มอร่อยครับ หรือไม่ก็ทำข้าวคลุกกะปิ ใส่กากหมูอร่อยอย่าบอกใครเชียว

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เด็ดสารตี่ วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/srikho

ช่วงนี้หมอสั่ง งดของมันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
หวานหวาน วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 08.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong


สวัสดีค่ะคุณเบรฟฯ
ขอบคุณข้อมูลดีๆค่ะ
หวานหวานใช้น้ำมันดอกทานตะวันค่ะ
ใช้น้ำมันงาด้วย

ใช้น้ำมันอะไรถึงสวยล่ะคะ...อยากสวยอะค่ะ
โหวตให้แล้ว ต้องตอบมานะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Ae^ วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 08.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

เป็นข้อมูลที่ดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 07.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@


มารับทราบข้อมูลครับผม..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 11/02/2010 เวลา : 05.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

แม่ จะชอบซื้อเปลว น้ำมันหมู ขาวล้วน รอบๆไต มาเจียว
ครั้ง ก็เอาหมู่สามชั้น เจียวใส่ โถไว้ เพื่อผัดผักบุ้งให้ลูกๆกินครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน