*/
  • ปุยเอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kwannee1260@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-11-20
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 8237
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
วันพุธ ที่ 16 พฤษภาคม 2561
Posted by ปุยเอง , ผู้อ่าน : 401 , 05:39:00 น.  
หมวด : Blog Kids

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่มดเดือนMarch , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

ใครจำความฝันหรือจินตนาการของตัวเองตอนเด็กๆได้บ้าง........

  สำหรับเรามีหลายเรื่องที่จดจำได้ดี  เราชอบท้องฟ้า ชอบนอนมองก้อนเมฆที่เกาะกันเป็นกลุ่มใหญ่ ลอยอ้อยอิ่งอยู่บนท้องฟ้า  เคยฝันอยากได้ชิงช้าที่ผูกติดกับก้อนเมฆและขึ้นนั่งบนนั้นแล้วล่องลอยไปกับก้อนเมฆ  เคยฝันอยากเป็นกระเป๋ารถเมล์...สมัยเด็กๆเวลาขึ้นรถเมล์แล้วกระเป๋ารถเมล์เขย่ากระบอกตั๋วที่มีเหรียญสตางค์ดังคลุกๆรู้สึกมันเท่ห์มาก   วันดีคืนดีก้อปีนขึ้นยอดต้นตะขบเอาผ้าขึ้นไปผูกเปลเป็นรถเมล์  ลมพัดมาทีรถเมล์ก้อโยกไหว..มันได้อารมณ์ฟินสุดๆ   และมีอีกหลายๆเรื่องที่เราสร้างสรรปั้นแต่งขึ้นมาตามจินตนาการของเด็ก....ความฝันเหล่านี้ย้อนมาให้ความสุขทุกครั้งที่นึกถึง

    อาทิตย์ที่แล้วได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่องหนึ่งเป็นหนังที่ดูแล้วมีความสุข  อิ่มเอิบ เหมือนได้ย้อนกลับไปเติมเต็มความฝันในวัยเด็ก เป็นหนังที่คนเป็นพ่อ-แม่ ครู หรือคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กๆควรได้ดูอย่างยิ่ง

    หนังเรื่อง “Childhood”(หรือ Barndom) เป็นหนังสารคดีที่พาเราไปดูโรงเรียนอนุบาลเล็กๆในประเทศนอร์เวย์ที่มีชื่อว่า Aurora Kindergarden ซึ่งรับดูแลสอนเด็กก่อนเข้าโรงเรียนวัย 1-7 ปี  เนื้อเรื่องโฟกัสไปที่กลุ่มชมรม 6 ขวบ โดยผู้ถ่ายทำสารคดีได้เฝ้าติดตามบันทึกการดำเนินชีวิตของเด็กๆเหล่านี้ตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม โดยไม่มีการขัดจังหวะด้วยการสัมภาษณ์ หรือพูดคุยใดๆ  หากทำตัวเหมือนแมลงที่บินตามดูพฤติกรรมเด็กๆ  จนภาพที่ออกมาเป็นภาพยนตร์ดูเป็นธรรมชาติราวกับเราร่วมเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั่นด้วย  

ที่โรงเรียนเราไม่เห็นหนังสือเรียน ไม่เห็นกระดานดำ  หรือแม้แต่โต๊ะเรียน  เห็นแต่ห้องโล่งๆ  เด็กๆใช้ห้องเรียนธรรมชาตินอกห้องเรียนเป็นส่วนใหญ่  เนื่องจากโรงเรียนนี้เขาสอนแบบ WALDORF EDUCATION หรือการเรียนรู้ผ่านการเล่นและประสบการณ์จริงโดยเฉพาะจากธรรมชาติ  ดูหนังเรื่องนี้เราเหมือนจะหลุดเข้าไปอยู่ในโลกจินตนาการของเด็กอย่างไม่มีขอบจำกัด  เด็กๆจะเล่นกันได้อย่างเสรี  ไม่มีการแข่งขัน  ไม่ต้องแก่งแย่ง ชิงดี  ไม่มีแรงกดดันยัดเยียดสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับวัยเด็กอย่างพวกเขา  พวกเขาเรียนรู้ชีวิตผ่านการเล่น โดยมีครูคอยเฝ้าสังเกตและคอยแก้ปัญหาให้  ไม่มีการดุด่าว่ากล่าว นอกจากฟัง ฟัง และก้อฟังปัญหาของเด็กๆ   ในระยะเวลาหนึ่งปีเราจะเห็นแต่เด็กๆเล่น  เล่น และเล่น    โดยมีครูคริสโตเฟอร์ที่ใจดีพาเด็กชมรม 6 ขวบออกนอกห้องเรียนเป็นพักๆ   เด็กๆเรียนรู้จากจการเล่นในชีวิตจริงของเขา  ได้เข้าป่าตัดต้นไม้มาทำม้าประจำตัว   เด็กๆจะได้รับแจกมีด และเดินเข้าป่าไปหาตัดไม้ที่ตนเองถูกตาต้องใจและค่อยๆเหลาไม้ให้กลึงด้วยตัวเอง  เด็กบางคนแรงไม่พอครูถึงจะเข้ามาช่วย  ระหว่างเดินป่าหาไม้ เด็กๆบางคนเห็นมด จับมดมาลองกิน พร้อมชักชวนเพื่อนๆ  เด็กๆมีเรื่องชวนพูดชวนคุยกันตลอดทาง แล้วแต่ว่าจะเจอะเจออะไร    เมื่อกลับเข้าสู่ห้องเรียนเด็กๆมานั่งเย็บหัวม้าของตัวเอง โดยมีครูคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำข้างๆ   แต่ละคนคิดเอง ตกแต่งเองว่าอยากให้ม้าของตนเป็นแบบไหน  เมื่อเสร็จสิ้นเราจึงเห็นม้าหลากหลายแบบ สีสัน ทรงผมของม้าเป็นไปตามเอกลักษณ์ของเจ้าของ   ช่วงหน้าหนาวที่มีหิมะโปรยปราย เด็กๆจะออกมาเผชิญความหนาวด้วยเสื้อผ้ากันหนาวครบครัน เด็กบางคนกอบหิมะกินแล้วจินตนาการว่ามันคือหมากฝรั่ง  บางคนก้มไปเลียน้ำแข็งที่เกาะกันเป็นก้อนบนพื้นดิน  เมื่อถึงวันคริสมาสเด็กๆได้ทำขนมปังกินกันเอง   พวกเขาได้เห็นได้เรียนรู้ชีวิตของนกในรังน้อยๆตั้งแต่เริ่มทำรัง ออกไข่ ฟักไข่จนลูกออกมาเป็นตัวและตายในที่สุด   เด็กๆได้หัดทำของเล่นด้วยกัน สร้างตัวละครเอง แล้วครูก้อเอาตัวละครเล่านั้นมาเล่าเป็นเรื่อง  ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่เราตามดูเด็กในโรงเรียนแห่งนี้ เราเห็นแต่เด็กเล่น  เล่น และเล่น เด็กๆปล่อยจินตนาการของเขาได้อย่างอิสรเสรีโดยไม่มีการขีดกรอบไว้ให้ มีบางบทบางตอนทำเอาอึ้งตะลึงกับความคิดของเด็กๆเหล่านั้น  เหล่าคุณครูทำหน้าหน้าที่เพียง รับฟังปัญหา ไม่ยัดเยียดความรู้ใดๆ ไม่สร้างกรอบแนวใดๆ หากแต่คอยสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสสร้างศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ปล่อย ให้เด็กๆได้มีโอกาสสร้างโลกของเขาด้วยจินตนาการ ความคิดความฝันที่เขามีด้วยตัวเอง  แล้วเราจะได้เห็นว่าโลกของเขามันหน้าตื่นตาตื่นใจเพียงใด    

 

         บางถ้อยคำจาก  - มาร์เกร็ธ โอลิน ผู้กำกับ "Childhood โรงเรียนริมป่า"

        "การเพ่งความสนใจไปที่ผลการเรียนและการแข่งขัน เป็นปรากฏการณ์ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ในโรงเรียนทุกระดับไม่เว้นแม้แต่อนุบาล เราเร่งรีบให้เด็กได้เรียนรู้วิชาการกันตั้งแต่อายุน้อยลงๆ ทุกที ฉันห่วงใยว่าเรา -ทั้งคนที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง, สังคม และตัวเด็กๆ เอง- กำลังพลาดโอกาสที่จะเห็นเด็กๆ พัฒนาตัวตนของตนเองขึ้นมา เพราะเรามองข้ามความเป็นจริงที่ว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพแตกต่างกัน   

      ใน Childhood เราจะเฝ้าสังเกตเด็กวัย 1-7 ขวบในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งซึ่งใช้ชีวิตตลอดหนึ่งปีไปกับการเล่นอย่างเสรี ในแบบที่แตกต่างจากที่เราพบกันทั่วไปทุกวันนี้ เราจะได้เห็นว่าการเล่นทำหน้าที่อะไรในชีวิตของเด็ก, มิตรภาพระหว่างเพื่อนสำคัญอย่างไร, ความสัมพันธ์อันเต็มไปด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่มีบทบาทแบบไหน และเราจะได้รับโอกาสให้เข้าไปสังเกตอย่างใกล้ชิดต่อ 'การเล่นอันลี้ลับของเด็กๆ' ซึ่งผู้ใหญ่อย่างเราๆ ไม่มีทางทำความเข้าใจได้ไปหมดทุกอย่าง 

       Childhood เป็นหนังเล็กๆ ที่เรียบง่าย แต่ขณะเดียวกันมันก็คือการส่งเสียงประท้วงและเรียกร้อง ผ่านเรื่องของเด็กๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ที่ซึ่งพวกเขาได้เล่นอย่างสุขสงบ และมีต้นไม้คอยสอนให้พวกเขาเรียนรู้วิธีเติบโต ตามจังหวะและท่วงทำนองของตนเอง"- มาร์เกร็ธ โอลิน

                    

           ขอขอบคุณ Documentary Club ที่นำหนังสารคดีดีๆมาให้ได้ชม



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปุยเอง from mobile วันที่ : 16/05/2018 เวลา : 19.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ttgarden
Wannee

@แม่มดเดือนMarch ขอโทษทีนะคะมือบังเอิญไปกดลบคอมเม้นของคุณ
ไม่แน่ใจว่าที่ Central World ยังฉายอยู่ไม๊..ลองเข้าไปเช็คที่FB ของ Documentary Club ดูนะคะ เค้าจะแจ้งรอบการฉายให้ทราบอยู่เรื่อยๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน