*/
  • kwant
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 160377
  • จำนวนผู้โหวต : 130
  • ส่ง msg :
  • โหวต 130 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 1 กันยายน 2553
Posted by kwant , ผู้อ่าน : 4394 , 21:44:16 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

"วิคเตอร์ บูท" เรื่องจริงไม่อิง ฮอลลีวู้ด

ทำเนียบขาวกร้าว เรียก ฑูตไทยประจำกรุงวอชิงตันดี.ซี.เข้าพบ

มารู้จักพ่อค้าแห่งความตายและบ้านเกิด Victor Bout, like you never seen before This is the first of a video collection about Victor Bout. What is in here is never seen before, and I got plenty to go. I like this man, I like the struggle, the survival, and the way he makes big power houses and all corrupt media cry. He shall win his fight, and this is where it all began

วิคเตอร์ บูท ค้าความตายกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ : Victor Bout, the six billion dollar man

เมื่อกลุ่มตาลีบันจี้เครื่องบินขนส่งของ วิคเตอร์ บูท More about Victor Bout hijacked aircraft

สหรัฐแถลงการณ์และฟังเสียงบูท 'Merchant of Death' arrested in Thailand

ฟังเสียงบูท Russia promises 'Merchant of Death' help

Thailand to extradite 'arms smuggler'

 

                กลายเป็นคดี “รัฐสามเส้า” ไปแล้วสำหรับกรณี "วิคเตอร์ บูท" เจ้าของยา เจ้าพ่อแห่งความตาย เมื่อบอล (วิคเตอร์ บูท) อยู่ในเท้ารัฐไทยซึ่งยังไม่ตัดสินใจจะส่งให้ใครยิงประตูระหว่าง ตำรวจโลก-สหรัฐ หรือเจ้าพ่อจัตุรัสแดง-รัสเซีย  ซึ่งประเทศมหาอำนาจทั้งสองประเทศต่างได้ชื่อเป็นมหามิตรของประเทศไทย ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน หลังการจับกุมเมื่อ วันที่ 6 มี.. 2551 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 893/2551 ลงวันที่ 4 มี.. 2551 ข้อหาร่วมกันจัดหาและรวบรวมทรัพย์สิน เพื่อการก่อการร้าย โดยจับกุมได้ที่ห้อง วี.ไอ.พี. ภายในร้านอาหารชั้น 27 โรงแรมโซฟิเทล ย่านสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ขณะนี้เรื่องของ "วิคเตอร์ บูท" ได้กลายเป็นการเมืองระหว่างประเทศมหาอำนาจที่ต้องไทยต้องตั้งหลักอย่างมีสติ เพื่อบาลานซ์เกมมหาอำนาจครั้งนี้ เนื่องจากปมปัญหานี้ละเอียดอ่อนและอ่อนไหวยิ่งนัก ไทยจึงต้องอาศัยหลักกฎหมายควบคู่ไปกับการทูตระหว่างประเทศ เพื่อประวิงเวลาไม่ให้ปัญหาปะทุเดือด หลังยกแรกศาลชั้นต้นได้ตัดสินไม่ให้ส่งตัววิตเตอร์ บูทไปขึ้นศาลสหรัฐ แต่ยกสอง ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับให้ส่งตัว วิคเตอร์ บูท ไปขึ้นศาลที่สหรัฐ เนื่องจากมองว่าไม่ใช่คดีการเมือง เชื่อว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์รู้ดีว่า ยังไม่จำเป็นต้องตัดสินใจชูตบอลทันที ..แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์จะเลี้ยงบอลแบบไหน ได้นานแค่ไหน คงต้องอาศัยจังหวะ และมองตาพี่เบิ้มทั้งสองไว้ให้ดีแบบ...อย่าคลาดสายตา  เพราะพี่เบิ้มทั้งสองต่างมีคุณกับไทยทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต อย่าลืมว่าในอดีตสมัยรัชกาลที่ 5 พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ของรัสเซีย ได้ช่วยไทยไม่ให้ชาติตะวันตกมารุกรานไทยเป็นเมืองขึ้น รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากรัสเซียเป็นตลาดท่องเที่ยวที่เติบโตรวดเร็ว และทวีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวไทยมากขึ้น  ชนิดที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา ต้องจ้างพนักงานรัสเซียไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากรัสเซียโดยเฉพาะ ยังไม่นับการเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ไทยต้องไม่มองข้าม ส่วนสหรัฐเจ้าของคดีโดยตรงเล่นบทตำรวจโลกแบบไม่เกรงใจใคร หรือไทย อยู่แล้ว ทั้งการนำเครื่องบินเจ็ตมาจอดรอรับตัว แบบกดดันซึ่งๆ หน้า แถมยังมีคำสั่งตรงจากทำเนียบขาวเรียกตัวนายดอน นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัคราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตันดี.ซี.เข้าพบ จึงไม่ต้องสงสัยว่า  ไทยกำลังตกอยู่ในอิทธิพลของมหาอำนาจแบบยังหาทางออกไม่เจอ...ตามที่ท่านจะได้พิจารณาจากบทความของสื่อไทยในนิวยอร์ค  ต่อไปนี้

ประเทศไทย กับ "วิคเตอร์ บูท" (Viktor Bout) พ่อค้าความตาย

 

 โดย...เจ นิวยอร์ก

 นอกจากเรื่องการเมืองแล้ว ประเทศไทยยังเป็นที่จับตาของชาวโลกอีกเรื่องคือ นายวิคเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซียที่ถูกตำรวจไทยจับกุมได้เมื่อปี 2008 โดยการร่วมมือกับตำรวจสหรัฐฯ

 นายคนนี้มีความสำคัญแค่ไหน.. อย่างน้อยอาชีพค้าอาวุธของเขาก็เป็นแรงบันดาลใจให้มีการสร้างหนังเรื่อง Lord of War เมื่อปี 2005 นำแสดงโดย นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage) และหนังสือเรื่อง "Merchant of Death" (พ่อค้าความตาย) โดยหนังสือจะมีความใกล้เคียงกับชีวิตจริงของนายวิคเตอร์มากกว่า

 วิคเตอร์ บูท เกิดเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 1967 ในรัสเซีย (แต่หน่วยข่าวกรองจากอัฟริกาใต้บอกว่าเขาเป็นชาวยูเครน) เคยทำงานให้กับกองทัพแห่งชาติโดยมีหน้าที่แปลภาษาเพราะเขาพูดได้อย่างคล่องแคล่วถึง 6 ภาษา ต่อมาก็ออกมาทำธุรกิจเองที่เขาบอกคนอื่นๆ ว่าเขาทำธุรกิจรับขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

 แต่สหรัฐอเมริกาโดยหน่วยข่าวกรองของ CIA บอกว่าเขาเป็นนักค้าอาวุธสงครามอันดับต้นๆ ของโลก เขาจึงได้รับฉายาว่า "พ่อค้าความตาย" 

เขาเริ่มธุรกิจค้าอาวุธช่วงการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เพราะมีอาวุธสงครามและเครื่องบินส่งสินค้าถูกทิ้งร้างเป็นจำนวนมาก และไม่เป็นที่ต้องการ เขาจึงเดินทางหาลูกค้าตามประเทศต่างๆ ทั้งประเทศแองโกล่า, คองโก, เซียร่าลีออน, ลิเบอเรีย, รวันดา, โซมาเลีย, ฟิลิปปินส์, อิรัค, และอาฟกานิสถาน คาดว่ามนุษยชาตินับล้านคนต้องทนทุกข์ทรมานหรือเสียชีวิตจากอาชีพของเขา 

ในช่วงทศวรรษ 1990 และทศวรรษ 2000 เขาส่งสินค้าส่วนใหญ่ไปประเทศต่างๆ ในทวีปแอฟริกา และตะวันออกกลาง ซึ่งช่วงทศวรรษ 1990 จะมี 11 ประเทศในทวีปอัฟริกาที่อยู่ในภาวะสงครามระหว่างประเทศและสงครามกลางเมือง ซึ่งการค้าอาวุธจำนวนมากในช่วงสงคราม ก็เหมือนการเทน้ำมันลงบนกองไฟ 

เขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการค้าอาวุธให้กับกองกำลังตาลีบันและศัตรูของตาลีบันในอัฟกานิสถานเพื่อให้ห้ำหั่นกันเอง และยังถูกกล่าวหาว่าค้าอาวุธและขนทองคำออกจากอัฟกานิสถานให้กับกลุ่มอัลเคดาร์อีกด้วย 

เขายังถูกสหรัฐฯ ประนามว่าค้าอาวุธให้กับศัตรูของสหรัฐฯ และกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ เพื่อมาเข่นฆ่าทหารอเมริกัน 

แต่แน่นอนทั้งหมดนี้วิคเตอร์ไม่เคยยอมรับ เขาจะยืนยันคำพูดเดิมๆ ว่า เขาทำธุรกิจรับขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ 

เนื่องจากนายวิคเตอร์ขายอาวุธให้ประเทศต่างๆ จึงมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับกองทัพของประเทศต่างๆ มากมาย เพราะมีการทำธุรกิจร่วมกัน จึงทำให้เขารอดการถูกจับกุมเพราะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ คอยให้ความช่วยเหลือ จึงไม่น่าแปลกใจว่ารัฐบาลของรัสเซียก็ต้องการให้ปล่อยตัววิคเตอร์ เพราะเขาก็ต้องมีความสัมพันธ์อย่างดีกับรัฐบาลของรัสเซียเช่นกัน

 

             

          

นายวิคเตอร์ถูกจับได้ในประเทศไทยโดยตำรวจไทยและสหรัฐวางแผนล่อซื้ออาวุธสงครามเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2008 และศาลชั้นต้นตัดสินในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2009 ให้เขาเป็นอิสระและส่งตัวกลับประเทศรัสเซีย แต่สหรัฐอเมริกาแสดงทีท่าไม่พอใจ และยื่นอุทรณ์ โดยแสดงหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติม 

ตั้งแต่จับกุมตัวนายวิคเตอร์ได้ในช่วงสองปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้รับความกดดันจากทั้งสองประเทศมหาอำนาจมาโดยตลอด  

คดีนี้ไม่ใช่คดีเล็กๆ แต่เป็นคดีระดับชาติ และมีสองชาติมหาอำนาจงัดข้อกัน 

ถ้าศาลไทยปล่อยตัวนายวิคเตอร์ อะไรจะเกิดขึ้น? นายวิคเตอร์จะกลับไปค้าอาวุธต่ออย่างแน่นอน และที่แย่กว่านั้นคือผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ ถือว่าคดีนี้เป็นเรื่องใหญ่ของเขา 

แต่ถ้าไทยส่งตัวนายวิคเตอร์ให้สหรัฐฯ นายบารัค โอบามาจะได้รับการชื่นชมจากชาวอเมริกัน และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไทยจะดีขึ้น แต่ไทยก็จะมีปัญหากับประเทศรัสเซียตามมา 

ไทยตกอยู่ในภายใต้ภาวะกดดันของสองชาติมหาอำนาจซะแล้ว... 

ก่อนหน้าที่ศาลอุทรณ์จะตัดสินคดีไม่นาน ทางสหรัฐฯ ประเมินว่านายวิคเตอร์อาจจะได้รับการปล่อยตัว ทางทำเนียบขาวจึงแสดงท่าทีแข็งกร้าวและยกเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องด่วนที่สุด พร้อมเรียกนายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัคราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตันดี.ซี.เข้าพบ เพื่อส่งสัญญาณว่าคดีนี้เป็นคดีสำคัญของทำเนียบขาวเลยทีเดียว 

ในที่สุด ศาลอุทรณ์ของไทยก็ได้ตัดสินเป็นที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2010 ให้ส่งตัวนายวิคเตอร์ให้สหรัฐฯ ดำเนินคดี 

และก็เป็นไปตามคาด หลังจากคำตัดสินของศาลอุทรณ์ นาย Sergey Lavrov รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของรัสเซียก็ได้เรียกทูตไทยประจำประเทศรัสเซียไปพบเพื่อแสดงความไม่พอใจ พร้อมให้ข่าวกับนักข่าวทั่วโลกว่า คำตัดสินของไทยนั้น ไม่ถูกหลักกฏหมายและเป็นเรื่องการเมือง ศาลไทยถูกแรงกดดันอย่างสูงจากต่างชาติ ซึ่งเขาไม่ระบุว่าเป็นชาติใด 

เรื่องนี้ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย ต้องออกมาพูดว่า ศาลไทยตัดสินคดีตามหลักฐานและพยาน อย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีการแทรกแซงจากชาติใดทั้งสิ้น 

นายเค้นท์ กูดแมน (Kent Goodman) นักเขียนชาวอเมริกัน ออกมาแสดงความเห็นว่าที่สหรัฐฯ ต้องการตัววิคเตอร์เพราะการขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจค้าอาวุธสงคราม โดยบอกว่า 90 เปอร์เซนต์ของตลาดอาวุธในทวีปอัฟริกานั้นอยู่ภายใต้การทำงานของวิคเตอร์ และสหรัฐเพียงต้องการกำจัดคู่แข่งทางการค้าเท่านั้น (ดูวีดีโอข่าวและสัมภาษณ์เค้นท์ กูดแมน ด้านล่าง)

 ตอนนี้คำตัดสินได้สิ้นสุดแล้ว แต่รัฐบาลรัสเซียคงไม่ยอมหยุดแค่นี้  

สุดท้ายศาลไทยถูกกดดันจากสหรัฐฯ จริงหรือไม่? นายวิคเตอร์ควรถูกนำไปดำเนินคดีที่สหรัฐหรือไม่? ขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณกันเองครับ

 ที่มา : ThaiNewYork.com รายงาน

http://www.thainewyork.com/find-1601.html

 

     

 

ย้อนที่มาของคำพิพากษาศาลชั้นต้น 29 เมษายน 2551

เบิกความไต่สวนคำร้องส่ง วิคเตอร์ บูท เจ้าพ่ออาวุธรัสเซียให้สหรัฐฯ ดำเนินคดี ไต่สนคำร้องคดีพ่อค้าความตาย ปลัดกต.เบิกความระบุสหรัฐฯ-รัสเซียต้องเคารพอำนาจอธิปไตย ย้ำไทยยึดหลักนิติรัฐ-นิติธรรม ยันไม่มีการเมืองแทรกแซง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 เมษายน 2551 ที่ห้องพิจารณาคดี 909 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานคดีหมายเลขดำที่ อผ.3 / 2551 ที่อัยการฝ่ายต่างประเทศ เป็นโจทก์ ยื่นคำร้องขอส่งตัว นายวิคเตอร์ อนาโตลเจวิช บูท (Viktor Bout) หรือบอริส (Boris) หรือ วิคเตอร์ บัท (Viktor But หรือ Viktor Budd) หรือวิคเตอร์ บูลาคิน (Viktor Bulakin) หรือวาดิม มาโควิช อมินอฟ (Vadim Markovich Aminov) สัญชาติรัสเซีย อดีตเคจีบี ผู้ต้องหาค้าอาวุธสงครามระดับโลก เป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยการสืบพยานพยานในวันนี้ ศาลได้เรียก นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ มาเป็นพยานเพื่อสอบถามเกี่ยวกับข้อกฎหมายอนุสัญญาภาคีต่างประเทศ ซึ่งศาลได้อธิบายให้โจทก์ -จำเลย ฟังว่า พยานดังกล่าวเป็นส่วนที่ศาลได้รียกมาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อ เท็จจริงที่ครบถ้วน ตามที่ พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 กฎหมายฉบับใหม่ที่ออกมาบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2551 ให้อำนาจศาลเรียกพยานมาสอบถามเพิ่มเติมได้ โดยนายวีระศักดิ์ กล่าวตอบคำถามศาลเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตามอนุสัญญาต่างประเทศว่า การขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ทางการสหรัฐ ยื่นคำร้องขอมานั้น เป็นการปฏิบัติตามสนธิสัญญาซึ่งไทย รัสเซีย และสหรัฐ ต่างก็เป็นสมาชิกในสหประชาชาติ ส่วนการจะมีภาระผูกพันต่อการปฏิบัติอนุสัญญาหรือไม่ ก็ต้องดูว่าได้มีลงนามเป็นภาคีในอนุสัญญาแล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่เซ็นก็ยังไม่มีผลการบังคับ

ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับอนุสัญญาเจนีวาว่าด้วยการก่อการร้าย ปี ค.ศ.1949 มีการลงนามไว้อย่างไร นั้นนายวีระศักดิ์ กล่าวว่า จะขอทำหนังสือแจ้งรายละเอียดส่งให้ศาลภายหลัง เมื่อศาลถามว่าแล้วในต่างประเทศมีกฎหมายต่อวิธีการปฏิบัติที่จะส่งผู้ร้าย ข้ามแดนอย่างไร นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ตัวอย่างในประเทศสหรัฐ ฯ แคนาดา และประชาคมยุโรป หรืออียู ส่วนใหญ่มีกฎหมายภายในประเทศเกี่ยวกับการก่อการร้าย ส่วนประเทศรัสเซีย จะเป็นอย่างไรพยานไม่ทราบ

สำหรับองค์กรก่อการร้ายที่สหรัฐฯ ระบุในคำร้องเพื่อขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนคดีนี้ พยานก็เคยได้ยินชื่อกลุ่ม FARC ว่าเป็นขบวนการติดอาวุธอยู่ในประเทศโคลัมเบีย แต่ทั้งนี้กลุ่ม FARC ดังกล่าวจะมีชื่อเป็นองค์กรก่อการร้ายหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับภาคีอนุสัญญา ว่าระบุอย่างไร แต่ทราบว่าในประเทศสหรัฐ แคนาดา และประชาคมยุโรป ระบุชื่อ FARC เป็นองค์กรก่อการร้าย

เมื่อศาลถามว่า ก่อนหน้านี้สื่อ ได้ใช้ชื่อกลุ่ม FARC ว่า เป็นกบฏและค้ายาเสพติด นั้นถูกต้องหรือไม่ นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าสหประชาชาติ ระบุให้กลุ่มFARC เป็นองค์กรก่อการร้ายหรือไม่ และเมื่อศาลถามถึงกรณีที่มีสื่อต่างประเทศและทางการรัสเซีย กล่าวถึงการพิจารณาคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน นายวีระศักดิ์ ตอบศาลว่า ทางการไทย ได้ชี้แจงแล้วว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปฏิบัติตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม ซึ่งการพิจารณาคำร้องขอดังกล่าวถือเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยในส่วนของศาล ที่ให้เป็นดุลยพินิจผู้พิพากษาในการพิจารณา โดยที่รัฐบาลไทย และการเมืองไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงศาล ซึ่งทั้งประเทศไทย สหรัฐ และรัสเซีย ควรต้องเคารพการอำนาจอธิปไตยและใช้ดุลยพินิจของศาลที่จะมีคำตัดสินต่อไป โดยไม่อาศัยการพิจารณาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เมื่อศาลถามย้ำว่า การซื้อค้าอาวุธสงคราม เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ นายวีระศักดิ์ ตอบว่า ขึ้นอยู่กับลักษณะผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งโดยทั่วไปการซื้อขายอาวุธโดยรัฐบาลจะเป็นไปตามข้อปฏิบัติทางการที่กำหนด ขึ้น

ภายหลังนายวีระศักดิ์ เบิกความเสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดสืบพยานที่ได้ออกหมายเรียกมาสอบถามเพิ่มเติมอีกในส่วนของ นายวีรชัย พลาศรัย อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 19 พฤษภาคม นี้ เวลา 09.00 น.

ขณะที่นายวีระศักด์ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวย้ำถึงคำเบิกความในวันนี้ว่า ตนได้เบิกความ ในประเด็นกว้างๆ ที่ไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกฎหมาย เนื่องจากตนไม่ได้มีส่วนในการพิจารณาคำร้องคดีนี้ตั้งแต่ต้น แต่ทั้งนี้จะได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกฎหมายอนุสัญญาเจนีวาว่าด้วย การก่อการร้าย และอื่นๆ ให้ศาลทราบภายหลังโดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ส่วนความเห็นเกี่ยวกับข้อกฎหมาย และหลักปฏิบัติการส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามอนุสัญญา ฯ อธิบดีกรมสนธิสัญญา ฯ จะเป็นผู้เบิกความให้ศาลทราบต่อไป

ที่มา :  ศาลสั่งออกหมายเรียกสำเนาจับกุมสอบสวนวิคเตอร์ บูท  

 http://news.quickze.com/content_เบิกความไต่สวนคำร้องส่ง_2806.html

   

  

 

   

ย้อนที่มาศาลชั้นต้นยกคำร้องส่งตัวอดีตเคจีบีนักค้าอาวุธชื่อก้องโลก 11 สิงหาคม  2551

ทูตสหรัฐฯงงศาลยกคำร้องส่งตัวอดีตเคจีบีนักค้าอาวุธชื่อก้องโลกข้ามแดน ชี้เป็นคดีการเมืองต้องห้ามตามกฎหมาย เจ้าตัวโผกอดลูกเมียร่ำไห้ ถูกขังต่อ3วันรออัยการตัดสินใจยื่นอุทธรณ์หรือไม่  

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่งยกคำร้องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ที่พนักงานอัยการฝ่ายต่างประเทศ เป็นโจทก์ยื่นคำร้องขอส่งตัวนายวิคเตอร์ อนาโตลเจวิช บูท (Viktor Bout) หรือบอริส (Boris) หรือวิคเตอร์ บัท (Viktor But หรือ Viktor Budd) หรือวิคเตอร์ บูลาคิน(Viktor Bulakin ) หรือวาดิม มาโควิช อมินอฟ ( Vadim Markovich Aminov ) สัญชาติรัสเซีย อดีตเคจีบี ผู้ต้องหาค้าอาวุธสงครามระดับโลก เป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

คดีนี้กระทรวงการต่างประเทศยื่นคำร้องผ่านพนักงานอัยการต่างประเทศ ว่า

จำเลยขายอาวุธสงคราม เครื่องบินรบ  จรวดขีปนาวุธ จรวดมิสไซล์  ปืนไรเฟิลรายใหญ่ที่สุดของโลก นำไปจำหน่ายให้ ขบวนการฟาร์ช ที่ผลิตยาเสพติดโคเคน และนำเงินจากการจำหน่ายไปซื้ออาวุธจากจำเลยเพื่อต่อสู้กับรัฐบาลโคลัมเบีย และโจมตีพลเมือง และทรัพย์สินของสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯได้รวบรวมหลักฐานและ ยื่นฟ้องศาลเซ้าท์ เทิร์น ดิสตริก เมืองนิวยอร์ค แล้ว  ข้อหาร่วมสมรู้ร่วมคิดในการฆ่าผู้อื่นเจ้าพนักงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา , ร่วมสมรู้ร่วมคิดในการจัดหาและใช้อาวุธสงครามต่อต้านอากาศยาน และร่วมสมรู้ร่วมคิดในการสนับสนุนอย่างมีสาระสำคัญให้กับองค์การก่อการร้ายต่างประเทศ ซึ่งละเมิดกฎหมายสหรัฐฯและเป็นความผิดที่มีโทษเทียบตามกฎหมายไทย ประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 135/1 - 3  โดยกำหนดโทษจำคุกไม่น้อยกว่า  1  ปี  และคดียังไม่ขาดอายุความตามกฎหมายของสหรัฐฯ รวมทั้งไม่ใช่ความผิดทางการเมือง หรือเป็นความผิดทางทหารโดยเฉพาะ ตามบทบัญญัติ พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 และสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา จึงขอให้ศาลมีคำสั่งส่งตัวจำเลยกลับไปดำเนินคดียังศาลสหรัฐฯด้วย 

จำเลยให้การปฏิเสธ อ้างว่า

            ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย แต่เป็นนักธุรกิจ เดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อเจรจาขายเครื่องบิน และถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และไทยหลายคนเข้าจับกุม และแจ้งข้อหาก่อการร้าย พาไปพบห้องพัก ซึ่งพบเพียงของใช้ส่วนตัว พาไปคุมขังที่กองปราบ เกลี้ยกล่อมให้ไปพิจารณาคดีที่สหรัฐ ฯ แต่พยานไม่ยอม ส่วนข้อกล่าวหาที่สหรัฐ ฯ ระบุว่า เข้าไปประเทศโคลัมเบีย เพื่อพบกับตัวแทนขบวนการ ฟาร์ช เพื่อเจรจาให้การสนับสนุนเรื่องอาวุธ ไม่เป็นความจริง ขอให้ศาลยกคำร้องด้วย เพราะหากถูกส่งตัวไปสหรัฐฯ ก็จะถูกดำเนินคดีอื่น

 ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า

คดีนี้เป็นคดีทางการเมือง ซึ่งต้องห้าม ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2472 และสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหรัฐหรือไม่ ได้ความจากพยานโจทก์ ซึ่งเป็นหัวหน้าสืบสวนสอบสวน และรวบรวมข้อเท็จจริงชาวสหรัฐ ฯ  ว่า จำเลยได้ขายอาวุธให้แก่ขบวนการฟาร์ช ซึ่งได้ต่อสู้ทางการเมืองกับรัฐบาลโคลัมเบียมานานทศวรรษ เพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งเป็นไปตามอุดมการณ์ และเสรีภาพ ดังนั้นการที่จำเลย ถูกแจ้งข้อหาร่วมมือกับขบวนการฟาร์ช จึงเป็นการกระทำที่มีจุดประสงค์ และมุ่งหวังทางการเมือง 

ที่โจทก์อ้างว่า

                จำเลยร่วมมือกับขบวนการฟาร์ชโจมตี เจ้าหน้าที่  พลเรือน  และทรัพย์สินของสหรัฐฯนั้น ก็เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ มีหลักฐานมาสนับสนุนให้เห็นอย่างชัดแจ้ง ทั้งพยานโจทก์ก็ไม่ได้เบิกความยืนยันว่า การที่จำเลยค้าอาวุธจำนวนมาก ซึ่งปกติคนเพียงคนเดียวไม่น่าจะทำได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจอย่างถูกต้องจากทางการรัสเซีย จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง  และมีคำสั่งให้ปล่อยตัวจำเลยภายใน 72 ชั่วโมง นับจากทราบคำสั่ง เว้นแต่พนักงานอัยการจะแจ้งความจำนงยื่นอุทธรณ์คดีภาย 72 ชั่วโมง ก็ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างอุทธรณ์

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

            ในวันนี้มีภรรยา และบุตรสาวของนายวิคเตอร์ รวมทั้งญาติพี่น้อง พร้อมเจ้าหน้าที่กงสุลใหญ่สถานทูตรัสเซียประมาณ 20 คน เดินทางมาให้กำลังใจ ส่วนฝ่ายสหรัฐฯมีอุปทูตและเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งมาสังเกตการณ์ และสื่อมวลชนต่างประเทศจำนวนมากที่มารายงานข่าว ภายหลังทราบคำพิพากษา นายวิคเตอร์ ได้เข้าสวมกอดภรรยา บุตรสาว ซึ่งร้องไห้ด้วยความดีใจและญาติได้ตะโกนคำว่า WIN WIN  ซึ่งหมายถึงชัยชนะ  

ด้านนายเจมส์ เอ็นทวิสเซิล อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า

                 รู้สึกผิดหวังและมึนงงกับผลการตัดสินของศาล เพราะคิดว่าข้อเท็จจริงของคดีนี้เข้าหลักเกณฑ์ในการส่งตัวนายวิคเตอร์เป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้กับสหรัฐฯ ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน  จากนี้จะหารือกับรัฐบาลไทยเพื่อให้อัยการดำเนินการอุทธรณ์คดี  อย่างไรก็ตามขอขอบคุณตำรวจ อัยการ และกระทรวงการต่างประเทศของไทยที่พยายามร่วมกันทำคดีนี้มาตั้งแต่ต้น 

ขณะที่ นายโสภณ เกษมพิบูลย์ไชย พนักงานอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศ กล่าวว่า

หากกระทรวงการต่างประเทศของไทยสั่งให้ยื่นอุทธรณ์ก็จะต้องยื่นคำร้องภายใน 72 ชม.เพื่อให้ศาลทราบว่าคดีนี้อุทธรณ์จะได้คุมขังนายวิคเตอร์ไว้ระหว่างอุทธรณ์ตามคำสั่งของศาล  จากนั้นมีเวลา 30 วันในการเขียนคำอุทธรณ์และจะต้องต่อสู้ทุกประเด็นที่ศาลไม่รับฟัง

 ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

 

  

ขอบคุณภาพ : อินเตอร์เตอร์เน็ต



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kwant วันที่ : 01/09/2010 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kwant

มหากาพย์ "วิคเตอร์ บูท" ยังหาตอนจบไม่เจอ โปรดติดตามอย่างต่อเนื่อง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน