*/
  • kwant
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 160377
  • จำนวนผู้โหวต : 130
  • ส่ง msg :
  • โหวต 130 คน
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน 2553
Posted by kwant , ผู้อ่าน : 1602 , 15:01:36 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน kwant โหวตเรื่องนี้

วอลล์เปเปอร์  ซัดอีกหมัดก่อนแจงคณะกรรมาธิการต่างประเทศ 

 “นายต่อพงษ์ มีเจตนาใช้วิคเตอร์ บูท โจมตีรัฐบาลไทย”

ภายหลัง ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย น.ส.ฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงภายหลังเข้าพบกับนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซีย  เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมาพบ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในฐานะตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติที่ได้รับมอบ หมายจากสภาผู้แทนราษฎร ส่วนประเด็นคำถามที่ว่าเหตุผลที่เข้าไปพบนายวิคเตอร์ เนื่องจากเป็นเรื่องการเมือง ต้องการช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่มีโอกาสจะมาชี้แจงผ่านสาธารณชน ประเด็นนำไปถูกนำพาดพิงว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าอาวุธ

               โดยในวันที่ 8 ก.ย.นี้ที่กมธ.จะเชิญผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งนายศิริโชคมาให้ข้อมูล ทั้งนี้กมธ.ขอตั้งคำถามว่าใครเป็นคนที่โกหกรายใหญ่ ใครพยายามใสร้ายพ.ต.ท.ทักษิณ หรือหาหลักฐานมาเชื่อมโยงกับการฆ่าประชาชนในวันที่ 10 เม.ย.กันแน่ และคนกลุ่มนี้แอบและซ่อนเร้นสถานะอะไรบางอย่างหรือไม่

                หลังตกเป็นเบี้ย นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ประเด็นที่ตนเข้าพบนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาชาวรัสเซียในคดีการค้าอาวุธในเรือนจำ ได้ถูกนำมาขยายผลเพื่อสร้างประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับคำท้ายินดีให้การชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร  ในวันที่ 8 ก.ย. นี้ แต่...แต่ช้าแต่  ก่อนถึงวันนั้น เดอะ วอล์ลเปเปอร์ ได้ยื่นอภิปรายฝ่ายค้าน เอ๊ย ..นายต่อพงษ์ และนางสาวฐิติมา ล่วงหน้าแล้วในวันนี้ที่ 6 ก.ย. ณ ที่ทำการเฟซบุคส์ ...เป็นการอภิปรายแบบ แฉก่อนเก็บคะแนนก่อน

นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น

นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น

หยุดฟอกทักษิณ เลิกทำลายกระบวนการยุติธรรมไทย

โดย Sirichok Sopha ณ วันที่ 6 กันยายน 2010 เวลา 10:55 น.

                ประเด็นที่ผมเข้าพบวิคเตอร์ บูท ในเรือนจำถูกนำมาขยายผลเพื่อสร้างประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมอยากให้สังคมได้แยกแยะประเด็นที่เกิดขึ้นอย่างใช้วิจารณญาณ ดังนี้

                เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาการเมืองภายในประเทศได้อย่างไร

1  สาเหตุที่เรื่องการพบกันระหว่าง ผม กับวิคเตอร์ บูท ถูกนำมาขยายผลเป็นการเมืองภายในประเทศ เกิดจาก นายจตุพร พรหมพันธุ์ นำเอาเนื้อหาในบทความของ นิติภูมิ เนาวรัตน์ มาอภิปรายในสภา โดยปรากฏข้อเท็จจริงแล้วว่า เป็นการบิดเบือน ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหาว่า ผมไปต่อรองกับวิคเตอร์ บูท ให้ใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ แลกกับการช่วยเหลือคดีในศาล ซึ่ง ทั้งวิคเตอร์ บูท และทนายความของเขา ได้ยืนยันแล้วว่า ไม่มีการต่อรองตามที่กล่าวอ้าง สะท้อนชัดถึงเจตนาที่จตุพรต้องการจะให้ร้ายกระบวนการยุติธรรมไทย ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการพิจารณาคดีของศาลไทยว่าถูกแทรกแซงจากการเมือง และกลายเป็นประเด็นให้ประเทศที่อาจไม่พอใจต่อผลคำตัดสินนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการกล่าวหารัฐบาลไทย ถือเป็นการชักศึกเข้าบ้านอีกครั้ง ซึ่งหากกรรมาธิการการต่างประเทศ มีความบริสุทธิ์ใจที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ต้องตำหนิการกระทำที่ไม่ถูกต้องของ จตุพร ไม่ใช่ยอมรับใช้ จตุพร อย่างที่กำลังดำเนินการอยู่ เพราะหากยังมีพฤติกรรมเช่นนี้ก็เท่ากับสมรู้ร่วมคิดกับจตุพรทำลายกระบวนการยุติธรรมไทย

2  ผมเข้าไปสอบถามเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ จาก วิคเตอร์ บูท หลังจากมีเบาะแสการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนศรีลังกา ซึ่งมีหลายอย่างเชื่อมโยงมาถึงเครื่องบินขนอาวุธจากเกาหลีเหนือที่ถูกจับในประเทศไทยและมีการตั้งข้อสังเกตว่าเครื่องบินลำดังกล่าวอาจจะเกี่ยวข้องกับ วิคเตอร์ บูท จึงถือว่าเป็นการไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจากเบาะแสที่ได้รับ และไม่ได้มีการใช้ข้อมูลที่ได้มาใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ แต่อย่างใด เพราะผมไม่เคยคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นศัตรูทางการเมือง แต่ที่ต้องติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเขาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคงไม่มีใครปฏิเสธว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีความเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงชนิดเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นหากข้อมูลที่ฝ่ายค้านศรีลังกากล่าวหาในประเด็นค้าอาวุธเป็นความจริงย่อมส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความมั่นคงของประเทศซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับกองกำลังติดอาวุธกลางที่ชุมนุมของคนเสื้อแดง ความจริงผมไม่จำเป็นต้องเดินทางไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเลยก็ได้ หากคิดสั้น ๆ เพียงแค่หวังผลประโยชน์ทางการเมือง ก็อาจใช้วิธีการเดียวกับที่ นายจตุพร ดำเนินการ คือ มีข้อมูลแค่หนึ่งแต่กลับไปขยายผลหลักร้อย แต่ผมไม่คิดใช้วิธีสกปรกเช่นนั้นเพราะมีความยุติธรรมในใจมากพอ จึงเลือกที่จะเดินทางไปหาข้อมูลจาก วิคเตอร์ บูท ด้วยตัวเอง โดยผมขอย้ำว่า ไม่ได้มีการอ้างถึงตำแหน่งผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีตามที่มีความพยายามจะขยายผลอยู่ในเวลานี้ เพราะผมรู้ดีว่าการที่ผมเป็นคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีทำให้ต้องระมัดระวังพฤติกรรมของตัวเองไม่ให้ส่งผลกระทบหรือสร้างความเสื่อมเสียให้กับนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะกระดิกตัวทำอะไรไม่ได้เลย เรื่องใดที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ผมไม่ลังเลที่จะทำ ถ้าผมคิดแต่จะรักษาตัวด้วยการอยู่เฉย ๆ เดินตามนายกรัฐมนตรีฉายภาพเป็นวอลเปเปอร์อย่างเดียว ผมก็คงไม่ใช่คนที่มีประโยชน์และไม่สมควรเป็นคนข้างกายนายกรัฐมนตรีด้วย

 ในกรณีนี้ผมหวังจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จาก วิคเตอร์ บูท เจตนาก็มีเพียงเท่านั้น และหากย้อนเวลาไปได้ผมก็ยังจะทำในสิ่งนี้เพราะไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องผิด เนื่องจากการเข้าพบก็ดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ ไม่มีการยุ่งเกี่ยวใด ๆ กับคดีของ วิคเตอร์ บูท ทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่ผมเสียใจจากเหตุการณ์นี้ คือ มีคนนำเอาประเด็นของผมไปให้ร้ายกระบวนการยุติธรรมของไทยให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งผมคิดว่าเป็นการกระทำที่สมควรถูกประนามอย่างยิ่ง

3 การเดินทางไปพบ วิคเตอร์ บูท ในนามกรรมาธิการการต่างประเทศของ นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น และนางฐิติมา ฉายแสง ก็เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่จะขยายผลสร้างกระแสว่ากระบวนการยุติธรรมไทยถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง สานต่อจากนายจตุพร ถือเป็นการทำร้ายและทำลายความน่าเชื่อถือของกรรมาธิการการต่างประเทศ ซึ่งควรจะปฏิบัติภารกิจในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ใช่ต่อยอดให้เกิดปัญหาทางการเมืองภายในประเทศโดยใช้ วิคเตอร์ บูท เป็นเหยื่อในการสร้างพื้นที่ข่าวโดยไม่คำนึงว่าประเทศชาติอาจได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว

4  หาก กรรมาธิการการต่างประเทศ ต้องการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติตามบทบาทที่สภามอบหมาย ในประเด็น วิคเตอร์บูท ซึ่งประเทศไทยตกอยู่ระหว่างกลางของสองประเทศมหาอำนาจ ก็ควรจะได้เสนอแนวทางในการแก้ปัญหา ย้ำจุดยืนสร้างศักดิ์ศรี รักษาเกียรติภูมิของชาติ ไม่ให้ประเทศใดมากดดัน ไม่ใช่มุ่งเน้นที่จะแก้ต่างให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ถือเป็นบทบาทที่กำลังหลงทางหรือไม่ก็มีเจตนาที่จะใช้กรรมาธิการการต่างประเทศเป็นวาระฟอกความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไร้สำนึก เหมือนเช่นที่ นายต่อพงษ์ เคยทำมาแล้ว ด้วยการถอนตัวจากการชิงตำแหน่งนายกสมาคมกอล์ฟอาชีพ เพื่อ เปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้สมาคมกอล์ฟอาชีพเป็นเครื่องมือสร้างบทบาททางการเมือง ทั้งๆ  ที่ในขณะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ มีชนักติดหลังเป็นนักโทษหนีคุกแล้ว สิ่งที่ นายต่อพงษ์ ทำได้ทำร้ายองค์กรสมาคมกอล์ฟซึ่งขณะนั้นถูกแรงกดดันอย่างหนักจากสังคม จน พ.ต.ท.ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่ง จากนั้น นายต่อพงษ์ ได้ลงสมัครในตำแหน่งนายกสมาคมกอล์ฟ แต่ถูกตบหน้าอย่างแรงจากสมาชิกในสมาคมไม่เลือกนายต่อพงษ์ เพราะไม่อาจไว้วางใจให้มาเป็นผู้นำองค์กรได้ เนื่องจากเคยทำให้องค์กรได้รับความเสียหายมาแล้ว แต่บทเรียนจากสิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ทำให้ นายต่อพงษ์ สำนึก เพราะยังมีพฤติกรรมใช้กรรมาธิการการต่างประเทศเป็นเครื่องมือฟอกความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงอยากให้ กรรมาธิการฯพิจารณาดูว่า คนอย่างนายต่อพงษ์ ยังสมควรเป็นประธานกรรมาธิการการต่างประเทศต่อไปหรือไม่ และควรร่วมกันทบทวนบทบาทของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศไม่ให้หลงทางมากไปกว่านี้

5 การนำรายละเอียดในจดหมายของ วิคเตอร์ บูท ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบจากกรมราชทัณฑ์มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน โดยเลือกเฉพาะประเด็นที่เป็นประโยชน์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และกล่าวอ้างว่า วิคเตอร์ บูทไม่ต้องการให้รัฐบาลไทยนำประเด็นของเขาไปเป็นเรื่องทางการเมือง โดยขอให้รัฐบาลเดินหน้าใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมานั้น เท่ากับ นายต่อพงษ์ มีเจตนาใช้วิคเตอร์ บูท โจมตีรัฐบาลไทยทั้ง ๆ ที่ ทุกอย่างอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลตามกระบวนการยุติธรรมของไทย สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากกรรมาธิการการต่างประเทศจะไม่ทำหน้าที่ปกป้องเกียรติภูมิของชาติแล้ว ยังยอมเป็นเครื่องมือให้กับ วิคเตอร์ บูท ซึ่งเป็นนักโทษในคดีร้ายแรง ด้วยการจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดูแลสิทธิในเรือนจำและไม่ให้รัฐบาลนำวิคเตอร์ บูท เป็นเครื่องมือทางการเมือง ทั้ง ๆ ที่ในข้อเท็จจริงคนที่ใช้วิคเตอร์ บูท เป็นเครื่องมือทางการเมืองสร้างประโยชน์ให้กับตัวเองและพรรคพวก คือ นายจตุพร และนายต่อพงษ์ กรรมาธิการการต่างประเทศ ควรจะได้พิจารณาว่าเป็นสิ่งที่สมควรกระทำหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

6 การเข้าพบ วิคเตอร์ บูท ในเรือนจำของ กรรมาธิการการต่างประเทศ ตอกย้ำว่า การเข้าพบ วิคเตอร์ บูท ของผม ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ทุกอย่างดำเนินการตามกฎระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิ์ที่จะดำเนินการได้ โดยไม่ได้มีการใช้อำนาจฝ่ายบริหารตามที่มีการกล่าวหาแต่อย่างใด

7 การให้เบอร์โทรศัพท์กับ วิคเตอร์ บูท ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะ วิคเตอร์ บูท เป็นคนขอเอง มิใช่ผมเป็นคนเสนอเบอร์ให้ นอกจากนี้ยัง เป็นเบอร์เปิดเผยที่แม้แต่ประชาชนธรรมดาขอผมก็ให้ตามปกติ อีกทั้งในขณะที่ให้เบอร์โทรศัพท์ไปก็รู้อยู่แล้วว่า วิคเตอร์ บูท ไม่สามารถติดต่อผมได้ เนื่องจากในเรือนจำไม่อนุญาติให้นักโทษใช้โทรศัพท์ ซึ่งหาก วิคเตอร์ บูท จะติดต่อก็คงต้องทำผ่านทนายความหรือบุคคลอื่นเท่านั้น และก็ไม่มีการใช้ช่องทางนี้ให้ผมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีแต่อย่างใด

สร้างปัญหาการเมืองภายในหวังให้สะเทือนการเมืองระหว่างประเทศ

1  การจับกุมตัว วิคเตอร์ บูท ในวันที่ 6 มีนาคม 2551 ยุคที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ถือว่ารัฐบาลในขณะนั้นได้ยื่นเท้าพาประเทศเข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและรัสเซียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งผมเชื่อว่าการตัดสินใจของรัฐบาลแต่ละยุคย่อมมีเหตุผล สิ่งที่ตกทอดมาก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดต่อมาต้องสานต่อ และดำเนินการอย่างดีที่สุดบนผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

2  มีการดำเนินคดี วิคเตอร์ บูท ตามกระบวนการยุติธรรมของไทย ซึ่งผู้ต้องหาก็ได้รับสิทธิในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่จนชนะคดีในศาลชั้นต้น แต่คดียังไม่จบเนื่องจากมีการยื่นอุทธรณ์ ในระหว่างที่ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำตัดสิน สหรัฐอเมริกาก็ยื่นฟ้องเพิ่มในข้อหาฟอกเงินและฉ้อโกง เนื่องจากเกรงว่าหากศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้นคดีก็จะถึงที่สุดและความหวังที่จะให้รัฐบาลไทยส่งตัววิคเตอร์ บูทไปดำเนินคดีที่สหรัฐอเมริกาก็จะมอดดับลงด้วยเช่นเดียวกัน

การยื่นฟ้องเพิ่มของสหรัฐอเมริกาเป็นบทสะท้อนที่ชัดเจนว่า ไม่มีใครรู้ว่าศาลอุทธรณ์จะพิพากษาในเรื่องนี้อย่างใด เท่ากับว่าไม่มีใครแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไทยได้ทั้งสิ้น เพราะหากสหรัฐอเมริการู้ล่วงหน้าว่าจะชนะคดีก็คงไม่ยื่นฟ้องเพิ่มจนกลายเป็นปัญหาที่ทำให้การส่งตัว วิคเตอร์ บูท ต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายยังไม่เสร็จสิ้น

3 รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกอภิสิทธิ์ ดำเนินการเรื่องนี้โดยคำนึงถึงหลักกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ด้วยการยึดหลักรักษาเกียรติภูมิของชาติไทยไม่ให้ประเทศใดมากดดันแม้ว่าทั้งรัสเซียและสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศมหาอำนาจก็ตาม ในขณะเดียวกันก็ใช้วิธีการทางการทูตสร้างความเข้าใจกับทั้งสองประเทศถึงกระบวนการตามกฎหมายของไทย และดูแล วิคแตอร์ บูท ซึ่งถือเป็นนักโทษคดีสำคัญเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งที่ทนายความของ วิคเตอร์ บูท มีความเป็นกังวลอยู่

4 การประโคมข่าวโดย นายต่อพงษ์ ที่ระบุว่า วิคเตอร์ บูท กล่าวหารัฐบาลไทยใช้เขาเป็นเครื่องมือทางการเมืองและอยากให้รัฐบาลดำเนินเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมานั้น  เท่ากับว่า นายต่อพงษ์ กำลังถูก วิคเตอร์ บูท ใช้เป็นเครื่องมือกดดันรัฐบาลไทย เพราะในสถานะผู้ต้องหาที่ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะต้องถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่สหรัฐอเมริกาหรือไม่ ย่อมทำให้ วิคเตอร์ บูท มีความหวั่นไหวเป็นธรรมดา จึงไม่แปลกที่จะกระทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เป็นบวกกับตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้จึงน่าสงสัยว่า นายต่อพงษ์ ไม่ฉลาดพอที่จะรับรู้ว่ากำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือ หรือว่าขณะนี้ทั้ง นายต่อพงษ์ และ วิคเตอร์ บูท กำลังใช้กันและกันเป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

        กรณีของ วิคเตอร์ บูท ผมพอจะเข้าใจว่าเขาทำเพื่อตัวเอง แต่การกระทำของนายต่อพงษ์ซึ่งเป็นคนไทย มีสถานะเป็นถึงประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ เล่นการเมืองแบบไม่มีขอบเขตโดยไม่คำนึงว่าสิ่งที่ทำจะส่งผลกระทบต่อการเมืองระหว่างประเทศหรือไม่ จะยังเรียกได้ว่าเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่า

 

ทั้งหมดที่ผมได้ชี้แจงไม่ใช่การแก้ตัว แต่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และผมอยากให้สังคมได้พินิจพิเคราะห์ด้วยเหตุผลว่าที่มาที่ไปของเรื่องเป็นอย่างไร คนที่สร้างเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นการเมืองมีจุดประสงค์อะไร

           ผมขอย้ำว่า ไม่มีใครแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไทยได้ สิ่งที่สังคมไทยต้องยึดให้มั่นคือ แต่ละคนอาจมีความเชื่อที่แตกต่างกันเกี่ยวกับคดีใดคดีหนึ่ง แต่ทุกคนในสังคมนี้ต้องทิ้งความเชื่อของตัวเองเคารพและเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมที่เป็นหลักของบ้านเมือง ไม่เช่นนั้นชาติก็จะไม่มีทางสงบประเทศจะเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ที่สำคัญต้องร่วมกันประนามคนที่พยายามทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศด้วย

 http://www.facebook.com/notes/sirichok-sopha/hyud-fxk-thaksin-leik-thalay-krabwnkar-yutithrrm-thiy/128867897160844



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kwant วันที่ : 06/09/2010 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kwant

คาดว่า เดอะ วอลล์เปเปอร์จะมีหมัดเด็ดโชว์สื่ออีกครั้งในวันต่อยจริง..เอ๊ย ย วันชี้แจงที่ 8 ก.ย. ยี่ห้อนี้หมัดหนักไม่มีแย็บล่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน