*/
  • kwant
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 160320
  • จำนวนผู้โหวต : 130
  • ส่ง msg :
  • โหวต 130 คน
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม 2553
Posted by kwant , ผู้อ่าน : 13508 , 16:43:34 น.  
หมวด : ตำรวจ-อาชญกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน มะอึก , ลูกแม่ลำดวน และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 มาแล้ว !!  คู่มือ ตำรวจ EOD แนะนำป้องกันภัยระเบิด   

               

จากกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น  “City of Angle” แต่ในวันนี้กรุงเทพฯ กำลังจะเปลี่ยนเป็น “City of Bomb” เมืองหลวงที่มีการวางระเบิดป่วนเมืองกว่า 18 ครั้งนับตั้งแต่วันที่มีการวางระเบิดพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 53 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งครั้งที่ 18 เป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 53  ได้เกิดระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี  โดยจากการตรวจสอบคาดว่าจะเป็นระเบิดทีเอ็นที 10ก.ก. เเต่สาเหตุ น่าจะเกิดจากความผิดพลาดการประกอบระเบิดของนายสมัย วงศ์สุวรรณ สมาชิกนปช.สังกัดกลุ่มเชียงใหม่ ที่เกิดเหตุพบเเบตเตอรี่ 12 โวลต์ เเละสายไฟจำนวนหนึ่ง เครื่องวัดมัลติมิเตอร์ ชิ้นส่วนถังน้ำยาเเอร์ เเผงวงจรต่อเวลา เเละถังดับเพลิง  ซึ่งวัตถุพยานทั้งหมดนี้สามารถเชื่อมโยงได้ใน 3 คดี คือ ที่หน้ารร.สันติราษฎร์วิทยา ที่ลานจอดรถกระทรวงสาธารณสุข ลานจอดรถห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน  เเต่3 พื้นที่ดังกล่าว สามารถเก็บกู้ระเบิดได้  นอกจากนี้ยังโยงไปยังระเบิดที่สนามม้านางเลิ้งได้ด้วย 

ต่อมาช่วงสายวันที่ 7 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น ได้รับแจ้งพบวัตถุระเบิดบริเวณโค่นต้นไม้ ในซอยประชาชื่น 31 แขวง-เขตบางซื่อ   พบวัตถุระเบิดขว้างแบบ MK2 มีสลัก และกระเดื่องครบ แต่ไม่มีดินระเบิด สภาพเก่าสนิมเกรอะ ลักษณะคล้ายระเบิดซ้อม จึงดำเนินการเก็บกู้ และส่งตรวจตามขั้นตอน คาดเจ้าของคงกลัวความผิด สำหรับจุดที่พบอยู่ห่างจากบ้าน นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ เพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น

และเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 7 ต.ค. ตำรวจ สน.บางรัก รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีคนพบวัตถุระเบิดภายในห้องเช่า ในอาคารพาณิชย์ เลขที่ 566/49 ซอยกิจพาณิชย์ ถนนพระราม 4 แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก ไปตรวจสอบพร้อมหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี และทหารกรรมสรรพาวุธ  พบที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย (เก่า) ย่านสะพานเหลือง ประมาณ 1 กิโลเมตร โดยในห้องชั้นบนซึ่งคนเช่าเพิ่งย้ายออกไปเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา พบลูกระเบิดอาร์พีจี 4 ลูก พร้อมเครื่องยิง อาวุธปืนอาก้าและกระสุน 750 นัด ถูกซุกซ่อนในกระเป๋าห่อด้วยผ้าชนหนู 

เพียง 2 วัน กรุงเทพฯ กลายเป็นสถานที่ซ่องสุมสรรพอาวุธสงครามร้ายแรงที่ผู้ก่อการร้ายหวังใช้วินาศกรรมเมืองหลวงประเทศไทย นับเป็นข้อมูลที่น่าสะพรึงกลัวตรงตามข่าวเชิงลึกของศอฉ. ดีเอสไอ และตำรวจ  ชีวิตของคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ได้เพิ่มความเสี่ยงขึ้นมาอย่างเท่าเทียมกันคือภัยจากการวางระเบิด และเป็นที่เศร้าใจว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระเบิดมักเป็นประชาชนผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ใดๆ ทั้งสิ้น  เพื่อห้การใช้ชีวิตในประจำวันมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น จึงขอแนะนำความรู้จาก พ.ต.ท.เกรียงไกร คุ้มบำรุง นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ  EOD-ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด รื่อง  การป้องกันอันตรายจากวัตถุระเบิด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หลายกรณี ในลักษณะต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของเราเอง

ระเบิดที่สมานเมตตา แมนชั่น

ศพนายอภิรักษ์ จากระเบิดสมานเมตตา แมนชั่น

 

ข้อแนะนำเกี่ยวกับ การป้องกันอันตรายจากวัตถุระเบิด 

  โดย พ.ต.ท.เกรียงไกร คุ้มบำรุง

ความหมายของดินระเบิดและวัตถุระเบิด

ดินระเบิด คือ วัตถุทางเคมีชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อเกิดการลุกไหม้จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีและมีความร้อนสูงมาก มีเปลวเพลิง เป็นแก๊ส และมีอำนาจในการผลักดันไปในทุกทิศทุกทางที่เท่าๆ กัน

วัตถุระเบิด คือ สารเคมีชนิดหนึ่งจะแข็งอ่อนนุ่ม หรือเป็นของเหลวก็ตาม ซึ่งเมื่อเกิดปฏิกิริยากับความร้อน และจะกลายเป็นแก๊ส วัตถุระเบิด เมื่อเกิดการระเบิดจะขยายการระเบิดหรือมีแรงผลักดัน ไปทุกทิศทุกทาง ที่เท่าๆ กัน แต่จะมีความดันลงด้านล่างมากกว่า ทั้งนี้ เพราะแรงดึงดูดของโลก

สรุปนิยามศัพท์ของวัตถุระเบิด (Explosive) คือ สารใดๆ เมื่อถูกความร้อน แรงกระแทก หรือการเสียดสี แล้วจะแปรสภาพจากเดิม กลายเป็นแก๊สที่มีปริมาณมากขึ้น ทำให้เกิดความดัน และความร้อนจำนวนมาก

การก่อการร้ายที่พบเห็น ได้แก่ การลอบวางเพลิง การลอบสังหาร การจับและกักขังตัวประกัน การจี้ยานพาหนะ การใช้อาวุธทำร้ายร่างกาย และการลอบวางระเบิด เป็นต้น

ทำไมต้องใช้วิธีลอบวางระเบิด

-โอกาสที่จะเป็นข่าวใหญ่และได้รับความสนใจ

-ผลทางด้านการเมือง

-ผลทางด้านจิตวิทยา

-เพื่อทำลายชีวิตและทรัพย์สิน

ประเภทของวัตถุระเบิด แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ วัตถุระเบิดแรงสูง และวัตถุระเบิดแรงต่ำ

วัตถุระเบิดแรงต่ำ จะแปรสภาพจากของแข็งเป็นแก๊ส ได้ค่อนข้างต่ำหรือช้ามาก ตั้งแต่ 2 ชั่วโมง ถึงประมาณ 400 เมตรต่อวินาที ได้แก่ พลุ ดอกไม้เพลิง เป็นต้น

วัตถุระเบิดแรงสูง จะแปรสภาพในลักษณะสลายตัวอย่างรวดเร็ว เรียกว่า การประทุ มีความเร็วในการลุกไหม้ถึงขนาดประทุ ประมาณ 1,000 - 8,500 เมตร/วินาที สามารถให้เกิดการทำลายฉีกขาดต่อสิ่งแวดล้อม หรือเป้าหมายได้ เช่น TNT, C4 เป็นต้น

พันตำรวจโท เกรียงไกร คุ้มบำรุง

  

การแบ่งวัตถุระเบิดตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้

1. วัตถุระเบิดทางพลเรือน มักใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เหมืองหิน ใช้ผสมในเคมีภัณฑ์ต่างๆ

2. วัตถุระเบิดทางการทหาร ใช้ในการบรรจุเครื่องกระสุน หรือสิ่งประดิษฐ์ทางสงคราม

3. วัตถุระเบิดแสวงเครื่อง ผลิตขึ้น โดยผู้ที่มีความรู้ทางด้านเคมีทั่วไป ไม่มีมาตรฐานแน่นอน เป็นผลผลิตของนักก่อการร้าย หรือผู้ไม่หวังดีต่อสังคม

กรณีพบวัตถุต้องสงสัย

-ถามหาเจ้าของ 

         -เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุนั้น

-ปิดกั้นห้ามคนเข้า – ออก

-เตรียมการอพยพในส่วนที่เกี่ยวข้อง

-แจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยต่างๆ

-ถ้าทำการเคลื่อนย้ายให้ทำการเคลื่อนย้ายในระยะไกล

-จัดหาสถานที่สำหรับพื้นที่ที่ปลอดภัย

การสังเกตหีบห่อพัสดุและจดหมายต้องสงสัย 

-ส่งมาจากสถานที่หรือบุคคลที่ไม่คุ้นเคยหรือรู้จัก

-มีน้ำหนักมากทางด้านใดด้านหนึ่ง

-มีน้ำหนักมากเกินกว่าที่ควรเป็น

-มีสายไฟยื่นออกมาหรือมีเทปปิดไว้

-มีลักษณะเหมือนมีสปริงทางด้านบน ด้านล่าง ด้านข้าง

-มีรูเล็กๆ ที่หีบห่อ

-สังเกตเห็นรอยเปื้อนเหมือนคราบน้ำมันและอาจมีกลิ่น

กรณีพบเครื่องกระสุนและวัตถุระเบิด 

-เตรียมข้อมูล สถานที่พบ ขนาด สี รูปร่าง น้ำหนัก ใครเป็นผู้พบ พบเมื่อใด

-ตัววัตถุระเบิดมีอุปกรณ์อะไรที่เห็น เช่น สายไฟ กระเดื่อง เป็นต้น

-ใช้เชือกปิดกั้นไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไป

-รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 โดยด่วน

 

กรณีเหตุขู่วางระเบิด ประชาชนควรปฏิบัติอย่างไร

ส่วนใหญ่การขู่วางระเบิดจะใช้โทรศัพท์เป็นสื่อในการติดต่อ ทั้งนี้ เพราะผู้ประสงค์ร้ายต้องการให้เกิดควรตื่นตระหนกตกใจในทันทีทันใด การปฏิบัติตัวให้ถูกต้องของประชาชน ในการรับข่าวขู่ และการวิเคราะห์ข่าวขู่วางระเบิดนั้น จะเป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอันมาก สิ่งที่ควรปฏิบัติ เมื่อได้รับข่าวขู่วางระเบิด คือ ระงับอารมณ์อย่าตื่นเต้นตกใจ ตั้งใจฟัง อย่าขัดจังหวะการพูด จดจำคำพูดให้หมดพร้อมทั้งเวลาที่รับข่าว ใช้วาจาที่สุภาพ ถ่วงเวลาพูดให้นานๆ พยายามอัดเทปคำพูดไว้สังเกตเสียงแทรกในขณะพูด ว่ามีเสียงเครื่องจักร เสียงรถยนต์ เสียงเพลง หรือเสียงอื่นๆ หรือไม่ สังเกตลักษณะของผู้พูด ว่าเสียงหรือสำเนียงเป็นอย่างไร หญิงหรือชาย น้ำเสียงนุ่มนวล หรือจริงจังโกรธแค้น พยายามถามหาข่าว พูดขอความเห็นใจ จากนั้นให้รีบรายงานการรับข่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบโดยเร็วที่สุด และอย่าเปิดเผยข่าวแก่ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ในส่วนของการวิเคราะห์ข่าว 

ในขั้นแรกให้ตั้งสมมุติฐานในขั้นต้นว่าเป็นเรื่องจริงไว้ก่อน จากนั้นให้สืบสวนหาข้อเท็จจริงและแหล่งที่มาของข่าว พิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้ขู่วางระเบิดและความต้องการของการขู่วางระเบิด พิจารณาว่า เคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นหรือไม่ ประเมินค่าความเป็นไปได้ และความน่าเชื่อถือว่ามีเพียงใด โดยพิจารณาถึงความขัดแย้งของสังคม ในสถานที่ขู่วางระเบิดการแข่งขันทางกิจการ หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจ เมื่อคิดว่ามีทางเป็นไปได้ ให้ตกลงให้ใช้หน่วย รปภ. เข้าปฏิบัติการ (ถ้ามี) หรือเร่งแจ้งข่าวสาร ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เพื่อเข้าปฏิบัติงานและควบคุมสถานการณ์โดยเร็วที่สุด

จากผลการวิเคราะห์ได้แสดงให้เห็นว่าวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เมื่อได้รับการขู่คุกคาม มิใช่การอพยพบุคคลออกจากพื้นที่เป้าหมายในทันที สำหรับเหตุผลในกรณีนี้ คือ ส่วนมาก ผู้ที่ลอบนำระเบิดไปวาง มักจะมีขีดจำกัดในการนำระเบิดไปวางในพื้นที่เป้าหมาย บ่อยครั้งที่ตรวจสอบพบว่ามักจะวางไว้ใกล้กับช่องทางเข้า-ออก ของอาคาร ฉะนั้น การอพยพบุคคลไปภายนอกอาคาร อาจกลับกลายเป็นการเคลื่อนที่เข้าหาวัตถุระเบิด ฉะนั้นการปฏิบัติที่เหมาะสมที่สุด คือ ให้ทุกคนยังคงอยุ่ที่เดิมจนกว่าจะได้ประเมินสถานการณ์ และพึงระลึกไว้เสมอว่า จะไม่มีใครสามารถประเมินค่าสถานการณ์ได้รวดเร็ว และดีที่สุดเท่ากับบุคคลที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ เพราะเหตุว่าบุคคลที่อยู่ในพื้นที่นั้นจะทราบดีว่าสิ่งของชิ้นใดเคยอยู่ หรือแปลกปลอมเข้ามาใหม่ หรือมีผู้รับฝากสิ่งของไว้ในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 12 ชั่วโมง

MK2

-พึงระลึกไว้เสมอว่า ความปลอดภัยของบุคคลเป็นความต้องการสูงสุดของการอพยพ

-การอพยพบุคคลออกไปทุกครั้งที่มีการขู่คุกคาม จะทำให้สูญเสียความจริงและคงามน่าเชื่อถือ

-ปัจจัยสำคัญ 2 ประการ ที่สามารถป้องกันบุคคลจากอำนาจการระเบิดได้ คือ ระยะทาง และที่กำบัง

-อันตรายที่เกิดจากระเบิดมาจากองค์ประกอบ 3 ประการ คือ แรงระเบิด คลื่นการระเบิด สะเก็ดระเบิด และความร้อน

-ความร้อนที่เกิดจากการระเบิดเป็นสิ่งที่มีอันตรายน้อยที่สุด และถูกจำดัอยู่ในบริเวณแคบๆ นอกจากในบริเวณใกล้เคียงนั้นมีวัสดุเชื้อเพลิงซึ่งจะเสริมให้เกิดเพลิงลุกไหม้ลุกลามออกไป

-ระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากการแตกกระจายของกระจก เพราะอาจทำให้ตาบอด หรือเกิดบาดแผลฉกรรจ์ ตามร่างกายได้ เศษกระจกสามารถปลิวกระจายได้ ในระยะไกล ฉะนั้นแม้ว่าจะหลบอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วก็ตาม ต้องพยายามอยู่ห่างไกลจากบานกระจก

-ผนังห้องหนาๆ สามารถใช้เป็นที่กำบังป้องกันอันตรายจากแรงระเบิดและสะเก็ดระเบิดได้

-นำวัสดุสิ่งของส่วนตัวออกไป เช่น กระเป๋าถือ เพื่อความสะดวก ในการตรวจค้นและเพื่อลดงานของเจ้าหน้าที่ตรวจค้นเอง

-เปิดประตู และหน้าต่างทุกบาน เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดจากแรงอัด ของคลื่นการระเบิด

-งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด (ดังปลั๊กออก) เพื่อกำจัดเสียงรบกวนขณะเจ้าหน้าที่ตรวจค้นเข้ามาดำเนินการ

-ปิดสวิทช์ที่แผงควบคุมทั้งหมด และจัดเจ้าหน้าที่ควบคุมไว้

-อาจเหลือบุคคลที่สมัครใจอยู่ และให้รออยู่ที่ใด เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้น มาถึงจะได้ดำเนินการได้ทันที

ระเบิดแสวเครื่อง

M26

M67

กรณีพบวัตถุต้องสงสัย ประชาชนควรปฏิบัติอย่างไร

ส่วนใหญ่วัตถุต้องสงสัยนี้จะอยู่ในรูป หีบ ห่อ กล่อง หรือกระเป๋า ซึ่งส่วนมากจะมีสาเหตุมาจากได้รับของมาแล้ว ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ส่งมา ในขณะเดียวกัน ผู้รับก็มักจะเป็นผู้ที่มีความหวาดระแวงในเรื่องวัตถุระเบิดอยู่แล้ว หรือบางที คนรับก็รู้ว่าใครเป็นคนส่งมา แต่ทว่าไม่มีความไว้วางใจในผู้ส่ง หรือ อาจจะด้วยสาเหตุอื่น เช่น พบว่าวางอยู่โดยไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ หรือ มีคนไม่รู้จักเอามาให้ หรือ อ้างว่าได้รับฝากจากผู้อื่นให้เอามาให้ หรือ อื่นๆ

เมื่อผู้พบ หรือ ผู้รับของ เกิดสงสัยหรือกลัวว่าจะเป็นภาชนะบรรจุระเบิดอย่างที่นิยมเรียกกันว่าเป็นกล่องระเบิด หรือกระเป๋าระเบิด ควรรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ หรือหน่วยรั้บแจ้งเหตุของกรมตำรวจ เช่น 191 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับแจ้งเหตุจะแจ้งให้ ชุดตรวจเก็บกู้วัตถุระเบิดทราบทันที โดยที่เจ้าหน้าที่จะไปดูแลสถานที่นั้น ๆ ให้รอจนกว่าชุดตรวจเก็บกู้วัตถุระเบิดจะไปดำเนินการ

 ถ้าใครพบวัตถุต้องสงสัยให้สอบถามหาเจ้าของและแหล่งที่มาของวัตถุนั้น และห้ามแตะต้องรบกวน เพราะถ้าเป็นระเบิดของจริง อาจจะเกิดการระเบิดได้ทันที จากนั้น ให้รีบดำเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยด่วน ในขณะเดียวกันต้องอพยพผู้คนและทรัพย์สินมีค่า หรือ เชื้อเพลิงออกไปในรัศมีอย่างน้อย 100 เมตร ขึ้นไป (ถ้าสามารถทำได้) ถ้าวัตถุที่พบนั้นวางอยู่ในห้อง ในอาคาร ให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน เพื่อลดอำนาจการทะลุทะลวงของสะเก็ดระเบิด และอย่าเคลื่อนย้ายวัตถุนั้นๆ โดยเด็ดขาด และควรจัดหาคนที่อยู่ในที่กำบังที่ปลอดภัย เพื่อไว้คอยกันคนอื่นๆ ไม่ให้เข้าไปรวบกวนวัตถุดังกล่าว 

ผู้พบวัตถุต้องสงสัย ควรจะทำการสอบสวนหาข้อมูลขั้นต้น เกี่ยวกับสิ่งของที่พบ เพื่อเป็นการเตรียมข้อมูลให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสำรวจหาทิศทางเข้าออก และเตรียมการให้ความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อความรวดเร็วในการปฏิบัติหน้าที่และรักษาความปลอดภัย 

การเคลื่อนย้ายคนจำนวนมาก ออกจากที่เกิดเหตุภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเรื่องยุ่งยาก และง่ายที่จะเกิดอันตราย นอกจากว่าได้มีการควบคุมเป็นอย่างดี ฉะนั้นการวางแผนเพื่อเป็นการกำหนดหนทางปฏิบัติในการอพยพเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง การตอบสนองที่เหมาะสมเมื่อได้รับการคุกคาม คือ การอพยพบุคคลออกจากพื้นที่เป้าหมายให้หมดในทันที อย่างไรก็ตามควรจะได้พิจารณาเปรียบเทียบระหว่างความรวดเร็ว และความปลอดภัย ว่าสิ่งใดเหมาะสมกับพฤติกรรมของเหตุการณ์มากกว่ากัน และควรพิจารณาต่อไปอีกว่าบริเวณใดเหมาะสม และเป็นไปได้มากที่จะอพยพไปยังบริเวณนั้น ซึ่งโดยหลักการแล้ว เหมือนจะไม่มีอะไรยุ่งยาก แต่ตามข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติแล้ว มิใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

 

V40

RPG

ปืนอาร์ก้า

กรณีเกิดเหตุระเบิดแล้ว ประชาชนควรปฏิบัติอย่างไร

ผู้ประสบเหตุควรตรวจดูว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ถ้ามีต้องรีบให้การช่วยเหลือ และนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยด่วน และขณะเดียวกันต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และให้อพยพผู้คนออกไปในพื้นที่ที่ปลอดภัย และห้ามเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ดดยพลการ เพื่อป้องกันการระเบิดซ้ำสองและเพื่อไม่ให้วัตถุพยานหลักฐานต่างๆ ที่คนร้ายได้กระทำขึ้นสูญหาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในเรื่องของความปลอดภัย และการติดตามผู้กระทำผิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุในกรณีที่มีการระเบิดเกิดขึ้นแล้ว เราพบว่าบางแห่งมีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และทรัพย์สินเสียหาย หรือ ทรัพย์สินเสียหายอย่างเดียว บางครั้งอาจจะเกิดเพลิงไหม้ด้วย

ดังนั้น ในการป้องกันสถานที่เกี่ยวกับภัยจากวัตถุระเบิด จึงต้องเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย ตลอดจนเครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้ด้วย

แนวทางที่จะป้องกันการถูกลอบวางระเบิด 

การป้องกันการถูกลอบวางระเบิดนั้น มีลักษณะที่กระทำได้ยาก เพราะส่วนใหญ่เป็นการกระทำของบุคคลที่มุ่งประสงค์ร้าย โดยใช้จังหวะ และโอกาสในขณะที่ผู้อื่นขาดความระมัดระวัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะป้องกันไม่ได้เลย ทางกรมตำรวจได้พยายามวางแนวทางป้องกันไว้แล้วหลายด้าน เช่น ได้เผยแพร่แนวทางป้องกันอันตราย จากวัตถุระเบิดให้แก่ประชาชนในสถานที่ และโอกาสต่างๆ ตลอดจนจัดวิทยากรผู้ชำนาญทางวัตถุระเบิด ไปใช้การบรรยายในเรื่องนี้แก่ภาครัฐบาล และภาคเอกชน ให้รู้จักป้องกันตนเอง และทรัพย์สินให้พ้นภัยจากวัตถุระเบิด ซึ่งนับเป็นแนวทางอันหนึ่งที่จะสร้างมวลชนสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นระหว่างประชาชนด้วยกัน และระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สรุปหากได้รับโทรศัพท์ว่าจะมีการวางระเบิด ให้ใจเย็น ตั้งสติ และสังเกตลักษณะเสียงคนร้ายให้ดี พยายามสอบถามรายละเอียดลักษณะของระเบิดและสถานที่ให้มากที่สุด แล้วรีบแจ้งผู้บังคับบัญชา เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบเร็วที่สุด หลังจากนั้นพยายามแจ้งข่าวเรื่องการวางระเบิดให้ผู้เกี่ยวข้องทราบเท่านั้น ไม่ควรกระจายข่าวเป็นวงกว้าง เพราะจะสร้างความแตกตื่นให้ผู้คน ทั้งนี้ ห้ามแตะต้องอุปกรณ์ที่คาดว่าจะเป็นระเบิด และห้ามผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุ หลังจากตำรวจมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้ว ตำรวจจะพิจารณาในการอพยพผู้คนหรือดำเนินการอื่นๆ ต่อไป

มาตรการรักษาความปลอดภัย

-ควรมีระบบการตรวจสอบและควบคุมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

-มีระบบควบคุมพัสดุหีบห่ออย่างรัดกุมเสมอ

-มีการควบคุมการเปิด-ปิดอาคาร และการรักษากุญแจอย่างเข้มงวด

-รั้วรอบอาคาร สถานที่ ควรมีระบบแสงสว่างอย่างเพียงพอ

-ห้องที่ไม่ได้ใช้งาน ควรปิดใส่กุญแจไว้เสมอ

-ตรวจตราบริเวณกำจัดของเสีย ที่ทิ้งขยะอย่างสม่ำเสมอ

-มีการจัดการในเรื่องสถานที่จอดรถให้เหมาะสม

-ฝึกฝนให้เจ้าหน้าที่มีการสังเกต

-ติดตามสถานการณ์รอบข้างเสมอ

  ประวัติ

พันตำรวจโท เกรียงไกร คุ้มบำรุง อาจารย์ (สบ.2) ภาควิชาการปราบปรามอาชญากรรม โรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยได้ผ่านหลักสูตรต่างๆ ดังนี้

- หลักสูตรการทำลายวัตถุระเบิด (EOD)

- หลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 74

- หลักสูตรสารวัตร รุ่นที่ 72

- หลักสูตรการสืบสวนหลังเหตุระเบิด (Post Blast)

- หลักสูตรต่อต้านการก่อวินาศกรรม

- หลักสูตรยุทธวิธีตำรวจระดับครูฝึก

- หลักสูตรการปราบปรามการก่อเหตุจลาจลร่วมกับตำรวจจากประเทศอังกฤษ

 

ที่มา  :  http://www.vcharkarn.com/varticle/40510



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จอมโจรเทวะ วันที่ : 27/11/2010 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpkk

หายไปไหนน้อ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จอมโจรเทวะ วันที่ : 09/11/2010 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpkk

โอ้โห...ยกอาวุธทำลายล้างมาแฉ

แต่ก็ไม่น่าเชื่อนะคะ อาวุธอันเล็กนิดเดียวจะสามารถทำลายผู้คนเป็นร้อยเป็นพัน...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มะอึก วันที่ : 09/10/2010 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ระเบิดเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากครับ
เพราะมีเสียงดัง และสามารถทำลายล้างได้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FriendlygirL
         Leave Well Enough Alone        

สิ่งที่ทุกคนควรรู้

ได้ประโยชน์อย่างมาก +1 โหวตค่ะ

ขอบคุณค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 08/10/2010 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

EOD หน่วยงานผม แปลว่า End Of Day

ปิดบัญชีสิ้นวันฮาๆๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน