*/
  • kwunk-log-cabin
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-09-11
  • จำนวนเรื่อง : 102
  • จำนวนผู้ชม : 28723
  • จำนวนผู้โหวต : 13
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


การขอสถานะความช่วยเหลือห้ามจำหน่าย
การเลือกเมนูและการดำเนินการ
0 คน
การสำรองวัตถุและข้อมูล
1 คน
การสำรองวัตถุและข้อมูลสำหรับภาวะฉุกเฉิน
0 คน

  โหวต 1 คน
วันจันทร์ ที่ 15 เมษายน 2562
Posted by kwunk-log-cabin , ผู้อ่าน : 169 , 11:28:06 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

[๑][919] Atha kho bhikkhave sakko devanamindo deve tavatimse
anunayamano tayam velayam ima gathayo abhasi
         yassa saddha tathagate            acala supatitthita
         silanca yassa kalyanam            ariyakantam pasamsitam
         sanghe pasado yassatthi         ujubhutanca dassanam
         adaliddoti tam ahu              amogham tassa jivitam
         tasma saddhanca silanca         pasadam dhammadassanam
         anuyunjetha medhavi                 saram buddhanasasananti.
[๑][๙๑๙] อถ โข ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท เทเว ตาวตึเส
อนุนยมาโน ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ
         ยสฺส สทฺธา ตถาคเต            อจลา สุปติฏฺฐิตา
         สีลญฺจ ยสฺส กลฺยาณํ            อริยกนฺตํ ปสํสิตํ
         สงฺเฆ ปสาโท ยสฺสตฺถิ         อุชุภูตญฺจ ทสฺสนํ
         อทฬิทฺโทติ ตํ อาหุ              อโมฆํ ตสฺส ชีวิตํ
         ตสฺมา สทฺธญฺจ สีลญฺจ         ปสาทํ ธมฺมทสฺสนํ
         อนุยุญฺเชถ เมธาวี                 สรํ พุทฺธานสาสนนฺติ ฯ
[๑][๙๑๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้นแล ท้าวสักกะจอมเทพเมื่อ จะทรงพลอยยินดีกะพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ จึงได้ตรัสคาถาเหล่านี้ในเวลานั้นว่า
บุคคลใด มีศรัทธาตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ในพระตถาคต มีศีลงามที่พระอริยะเจ้า พอใจสรรเสริญ มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์และมีความเห็นตรง บัณฑิตทั้งหลาย เรียกบุคคลนั้นว่า เป็นคนไม่ขัดสน ชีวิต ของบุคคลนั้นไม่เปล่าประโยชน์ เพราะ เหตุนั้น บุคคลผู้มีปัญญา เมื่อระลึกถึง คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึง ประกอบเนือง ๆ ซึ่งศรัทธา ศีล ความ เลื่อมใส และความเห็นธรรมเถิด.

 คำอาณัติสัญญา ถึงวากยะ เสียงคำพากย์ อักขระมคธ[๑] แลเสียงพากย์อักขระสยาม บอกตามสมมุติแล้ว ว่าชื่อ อันซึ่งเป็นคาถาของพระอินทร์[๑] มีมาใน ทฬิททสูตร[๑] ฉะนั้น.

อนุทินจดคำผิด ลำนำ ที่ ๓๒

สมมุติ อินทระบัณฑิต
 

ในบทแห่งพระอักษรสยาม ฉบับ ๙๑ เล่ม


 
ว่า อุบบัติ
 
        ภิกษุเหล่านั้นได้กล่าวทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้า พระองค์ ในเวลาหลังอาหารกลับจากบิณฑบาตแล้ว ได้นั่งประชุมกันในโรงกลม ใกล้ไม้กุ่มน้ำ แล้วเกิดสนทนาธรรมกันขึ้นเกี่ยวด้วยบุพเพนิวาสว่า. บุพเพนิวาส แม้เพราะเหตุนี้ บุพเพนิวาสแม้เพราะเหตุนี้ ดังนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เรื่องนี้แลที่พวกข้าพระองค์พูดค้างไว้ พอดีพระองค์เสด็จมาถึง.

        พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอปรารถนา หรือไม่ที่จะฟังธรรมีกถา ซึ่งเกี่ยวด้วยบุพเพนิวาส ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เป็นการสมควรแล้วที่พระผู้มีพระภาคจะพึงทรงกระทำ ธรรมีกถาซึ่งเกี่ยวด้วยบุพเพนิวาส ข้าแต่พระสุคต เป็นการสมควรแล้วที่พระ ผู้มีพระภาคจะพึงทรงกระทำธรรมีกถาซึ่งเกี่ยวด้วยบุพเพนิวาส ภิกษุทั้งหลายได้ ฟังพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว จักได้ทรงจำไว้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้นพวกเธอจงฟังจงใส่ใจให้ดีเถิด เราจักกล่าว- ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพุทธพจน์นี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายนับแต่นี้ไป ๙๑ กัป ที่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธ เจ้า พระนามว่าวิปัสสีได้เสด็จอุบัติขึ้นในโลก นับแต่นี้ไป ๓๑ กัป ที่พระผู้มี พระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าสีขี ได้เสด็จอุบัติขึ้นในโลกใน กัปที่ ๓๑ นั่นเอง พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า เวสสภู ได้เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในภัททกัปนี้แหละ พระผู้มีพระ ภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่ากกุสันธะ ได้เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ในภัททกัปนี้แหละ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า โกนาคมนะ ได้เสด็จอุบบัติขึ้นในโลก ในภัททกัปนี้แหละ พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่ากัสสปะ ได้เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ในภัทท กัปนี้แหละ เราผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในบัดนี้อุบัติขึ้นแล้วในโลก.


หมวดหมู่ คำผิดที่ตรวจพบ :
ด้วย พระสุตตันตปิฎก ๑๓-๒-๒๑
 

พระอนุยนต์อักษร สยาม


 
ความว่า
 
   ร่างคำอธิบาย ที่ ๓๒ 

   อนุยนต์ ศัพท์ ว่า อุบัติ 

   แปลว่า

   การเกิด, การเริ่ม, กำหนดอันย่อมเห็น ซึ่งการเกิดแล้ว, คำนี้ตรงข้าม และคล้ายกับคำว่า “จุติ” ที่แปลว่า ความจบสิ้น การเลื่อนไปสู่การแปรเปลี่ยน, คำว่า อุบัติ ก็เหมือนกัน คือการเคลื่อนขึ้นสู่ภพใหม่ จากภพสู่ภพ แต่ว่าเป็นการเกิดขึ้น, การใดเริ่มลักษณะ ตามขณะ ๆ ที่ปรากฏออก หรือที่ได้ ประสูติ ด้วยองค์นั้น ก็ว่า อุบัติ, การบังเกิด ครั้งเหตุ ระยะของกาล การสำแดงอะไรเช่นนั้นออกมาได้ ใช่ทั้งนั้น ว่าคือ “อุบัติ” ได้มีอุบัติการณ์ปรากฏขึ้น แล้วชื่อ เกิดแต่เหตุนั้น อาศัยเหตุ ว่า อุบัติ
 

คำพิจารณา การตรวจ อ่านตรวจ ครั้งที่ ๑ โดย : นาย อินทร์ บัณฑิตอินทร์ (อ อ่าง)


คอมเมนต์ถูกปิด
เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก