*/
  • lady
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : j10md@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-15
  • จำนวนเรื่อง : 68
  • จำนวนผู้ชม : 105508
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
  • โหวต 40 คน
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม 2551
Posted by lady , ผู้อ่าน : 1699 , 20:00:01 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จาก เกาหลี ถึง อู่ตะเภา

 

“อันยง ฮาเซโย” เป็นคำกล่าว “สวัสดี” ในภาษาเกาหลี ปกติต้องเล่าเรื่องที่ไปเที่ยวมาตั้งแต่วันแรกไปเรื่อยๆ จนวันสุดท้ายที่เที่ยว แต่คราวนี้ขอเล่าวันสุดท้ายก่อนเลยละกัน จะได้ทันสถานการณ์ในช่วงนี้

บินไปเกาหลีตั้งแต่คืน 23 พฤศจิกายน กำหนดกลับคืน 27 พฤศจิกายน ได้ติดตามข่าวเมืองไทยตั้งแต่คืน 25 พฤศจิกายน ก็ดูช่อง CNN CCTV NHK Bloomberg ไม่น่าเชื่อว่าจะขึ้นเป็น Breaking news กันเลย แถมบางช่องทำเป็น Scoop พิเศษกันเลยทีเดียว เล่ายาวตั้งแต่ปฏิวัติจนถึงสถานการณ์ปัจจุบัน

ดูข่าวไปก็กังวลใจว่าจะมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นหรือเปล่า นองเลือดมั๊ย ดูแถลงการของนายกสมชายแล้วเซ็งมาก รู้สึกมันจะอึมครึมไม่มีความชัดเจน พอตอนเช้าต้องไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม ก็จะมีบริการหนังสือพิมพ์แต่เป็นภาษาเกาหลีนะ ปรากฏว่ามีภาพข่าวการปิดสนามบินของประเทศไทยด้วย เป็นข่าวใหญ่จนได้ขึ้นหน้า 1 เลย

พอคืนถัดมามีข่าวมุมไบ ของอินเดียมาเป็นข่าวใหญ่กว่า แต่ก็สลับกับข่าวของไทยนะ แสดงว่าเหตุการณ์มันร้ายแรงพอๆ กันหรือเปล่า? สื่อต่างชาติถึงได้ให้ความสำคัญ

พอถึงวันที่จะต้องกลับ ตั้งแต่เช้าก็เช็คกันละว่าจะได้กลับมั๊ย ไกด์กับทัวร์ที่มาบริการดีมากเลย พยามเต็มที่ให้เราได้กลับ ตอนใกล้เที่ยงเค้าก็บอกว่าไม่สามารถนำเครื่องลงได้ ต้องอยู่ต่ออีก 1 วัน เค้าจองที่พักให้แล้ว พอซักบ่าย 2 ก็บอกว่ามีโอกาสได้กลับ จะนำเครื่องไปลงอู่ตะเภาแต่ของยืนยันอีกที จะบอกว่าทอท. ของเราทำงานไม่ประทับใจเลย ยิ่งมีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้นคุณต้องยิ่งแสดงความเป็นมืออาชีพ ทางสายการบินขอนำเครื่องไปลงที่เชียงใหม่หรือ อุบลฯ (ทั้ง 2 ที่เป็นสนามบินนานาชาติ) ก็ไม่ยอม บอกให้ไปลงที่อู่ตะเภา ทางสายการบินก็บอกไม่เอา เนื่องจากไม่ใช่สายการบินพาณิชย์ runway สั้น ตอนบินมาบินโบอิ้งลำใหญ่ ลืมบอกไปว่าเราบินสายการบิน Korean Air จะบอกว่าเป็นโชคดีมากๆ เลย (ตอนแรกเสียใจนิดๆ เพราะไม่ได้สะสมไมล์) เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าโชคดียังไง พอตอน 4 โมงเย็นก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะสามารถนำเครื่องลงที่อู่ตะเภาได้หรือเปล่า พนง.คนนึงบอกได้ อีกคนบอกไม่ได้ยังไม่เปิดให้ลง เอาไงกันแน่ แต่ออกข่าวในประเทศไทยว่าให้ไปใช้ที่อู่ตะเภา พวกเราทั้งหมดก็เลยต้องไปรอแถวๆ สนามบินตั้งแต่ 6 โมงเย็นเพื่อจะลุ้นว่าจะได้กลับประเทศหรือเปล่า ใจจริงส่วนตัวถ้าให้ไปลงอู่ตะเภาไม่อยากไปเลย หนึ่งสนามบินพร้อมให้สายการบินพาณิชย์ลงหรือเปล่า สองคุณเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลหรือยัง ไม่ว่าจะเป็น ตม. พนง.ขนสัมภาระ ฯลฯ สาม เครื่องถึงประมาณตี 1 แล้วฉันจะออกจากอู่ตะเภาไปยังไง ช่วยบอกที

ในที่สุดก็จะได้กลับเมืองไทยแล้ว เมื่อไกด์มาบอกให้รีบขึ้นรถเพื่อตรงไปสนามบิน เครื่องจะออกเวลา 20:40 น. (หมายกำหนดการเดิมต้องบินกลับจากสนามบินอินชอน เวลา 20:10 ตามเวลาเกาหลี ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 00:05) มีเวลา Check In ประมาณ 40 นาที โอ้...เป็นการ check in และโหลดกระเป๋าที่รวดเร็วจริงๆ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะมีแต่กรุ๊ปเราที่ check in เพราะเที่ยวบินที่บินไป BKK โดนยกเลิกหมดแล้ว

 

ยัง...ยังไม่หมดห่วงยังมีต่ออีก ฮืม...ที่บอกว่าโชคดีที่บิน Korean Air เพราะว่าเค้าจะบินกลับไปรับคนเกาหลีที่ติดอยู่ในประเทศไทยต่างหาก เราถึงได้บินกลับประเทศไทย... ส่วนการบินไทยไม่ได้บินตั้งแต่วันแรกที่ปิดสนามบินแล้ว มีคนไทยตกค้างเยอะเลย เจอกันที่โรงแรมน่าสงสารมากเลย ยิ่งอยู่หลายวันค่าใช้จ่ายก็มี

เอาละ เราได้นั่งอยู่บนเครื่องแล้วยังไงก็น่าจะถึงประเทศไทยละ นั่งภาวนาว่าขออย่าให้บินไปถึงแล้วบอกไม่ให้ลงนะ เพราะว่าบินกลับไม่ได้แล้วเค้าเปลี่ยนเครื่องลำเล็กลงเพื่อให้สามารถลงที่อู่ตะเภาได้

ติ๊ก...ตอก...ติ๊ก...ตอก...อุปสรรค์เยอะจริงๆ อากาศไม่เป็นใจ เครื่องตกหลุมอากาศ 2 ครั้ง ไม่ได้นอนเลย ใช้เวลาบินประมาณ 5 ชั่วโมงกว่า และแล้วกัปตันก็ประกาศว่าจะนำเรื่องลง ดีใจจังเครื่องจะได้ลงแล้ว ตอนนี้ประมาณตี 1 แล้ว เมื่อล้อแตะ runway เท่านั้น เบรกทันที ทุกคนพร้อมใจเอามือยันเบาะหน้า ตายละ runway มันจะยาวพอมั๊ยนะ............ และแล้วก็โล่งอกทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ เครื่องวิ่งไปเรื่อยๆ รอจอด เมื่อสัญญาณปลดเข็มขัดออกได้ทุกคนหยิบของเตรียมลงจะเครื่องบิน แอร์ฯ ก็ประกาศให้นั่งรอบันไดมาเทียบก่อน เราเห็นแอร์เดินไปเดิมมาไม่รู้มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ซักพักแอร์เค้าก็เดิมมาคุยเป็นกลุ่มๆ ว่าต้องนั่งรอก่อน เนื่องจากมีบันไดแค่ 1 อันเราต้องรออีก 2 ลำให้เรียบร้อยก่อน ของเราเป็นลำที่ 3 รอไปประมาณชั่วโมงกว่าถึงจะได้ลงจากเครื่อง คิดในใจแล้วฉันจะได้กระเป๋าตอนกี่โมงนี่ ผ่านตม.เข้ามามีอยู่ 2 ช่อง นั่งรอกระเป๋าอีกที กว่าจะได้กระเป๋าก็ตี 4 กว่าแล้ว บริษัททัวร์ได้จองรถมารอรับเข้ากรุงเทพฯให้แล้ว ดีจริงๆ จะได้กลับบ้านนอน ง่วงมากๆ หิวด้วย แต่ก่อนอื่นขอโทรฯกลับที่บ้านก่อนละกัน

เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตจริงๆ ที่มีโอกาสได้นั่งเครื่องมาลงที่สนามบินอู่ตะเภา

คัมซา ฮัมนีดา (ขอบคุณ)

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ThailandNeverDie วันที่ : 29/12/2008 เวลา : 15.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandneverdie
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด..."

เร็วเลยๆ....เขียนมา

จากอู่ตระเภา แล้ว งัยต่อ

รออ่านอยู่ ง่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ThailandNeverDie วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandneverdie
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด..."

ตอนนี้อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปเยอะมากแล้วล่ะนะ

สำหรับการเมืองไทย....


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
โรสลิต้า วันที่ : 06/12/2008 เวลา : 15.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maneeapsara
มณีแห่งขุนเขา อัปสราแห่งอักษร

ดีใจที่กลับบ้านอย่างปลอดภัยค่ะ
ยีนส์เองก็ยังคิดเลยว่า
ถ้าต้องกลับเมืองไทยช่วงนั้น
สงสัยบินไปลงกัมพูชาแน่เลยค่ะ
เพราะอยากไปเที่ยวนครวัดค่ะ

เห็นข่าวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเมืองไทย
รู้สึกสงสารประเทศมาก ๆ
ทุกวันนี้ไม่อ่านข่าวเลยค่ะ
เอาเวลาทำงาน อ่านหนังสือ และเขียนงานมากกว่าค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
ขอให้มีความสุขมาก ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 04/12/2008 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

สมัยก่อน เครื่องบี 52 ก็บินขนระเบิดจากอูตะเภาไปถล่มเวียดนามอยู่ทุกวี่วัน รันเวย์คงไม่สั้นเกินไปหรอกครับ เครื่องบี 52 ก็ไม่ใช่เล็กๆ

แล้วอีกอย่าง อู่ตะเภาก็อเมริกันสร้าง เชื่อฝีมือได้ ขนาดถนนแถวนั้น รถทหารคันโตๆหนักๆวิ่งกันนัวเนีย หลายสิบปีผ่านไป ยังไม่ยุบเลย ไม่เหมือนถนนในกรุงเทพ

ผมเองก็ยังงงๆว่า ปิดสนามบินแค่ไม่กี่วัน ทำไมถึงจะเป็นจะตายกันเสียให้ได้ แล้วไอ้สนามบินที่มีอยู่ทั่วประเทศตั้งเยอะแยะ ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่เอามาใช้

ทีเมืองฝรั่ง หิมะลง ฝนตก พายุเข้า เห็นปิดสนามบินไป 4 - 5 วัน ก็ไม่เห็นว่าเขาจะเป็นจะตายอะไรกัน จะว่าไปแล้วปัญหาภัยธรรมชาติแบบนี้มันเกิดขึ้นทุกปีเสียด้วย ไม่ได้เกิดแบบนานปีทีหนแบบบ้านเรา

ถ้าย้ายบ้านเราไปอยู่เมืองฝรั่ง คงตายกันทั้งประเทศไปนานแล้ว ยามหิมะลง และต้องปิดสนามบินกันปีละหลายวัน

คิดแล้วก็ขำประเทศตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 03/12/2008 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

เป็นครั้งแรกเหมือนกันครับ ที่ได้เห็นสภาพภายในสนามบินอู่ตะเภา

โชคดีจริงๆ นะครับ ที่สายการบินเกาหลี เขาห่วงความปลอดภัยของคนชาติเขา
เลยต้องส่งเครื่องบินกลับมารับถึงอู่ตะเภานี่

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
breezy วันที่ : 03/12/2008 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/breezy1

ยินดีด้วยค่ะที่กลับมาอย่างปลอดภัย เพราะยังมีคนไทยตกค้างอยู่ต่างประเทศอีกจำนวนมาก

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Noppajorn91 วันที่ : 03/12/2008 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/CA09
...อย่าเห็นเป็นความดีเล็กน้อย แล้วจึงไม่ทำ .....อย่าเห็นเป็นความชั่วเล็กน้อย แล้วจึงกระทำ

Welcome Home นะคะ
อยู่ที่ไหนไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา..แม้คนอื่นเค้าจะคิดว่าบ้านเราไม่ปลอดภัยก็เถอะ...ว่ามั้ยคะ?
ในฐานะคนทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจการบิน อดไม่ได้ที่จะอธิบาย(ขอภัยที่ใช้เนื้อที่เปลืองนะคะ)
- ที่จริงพวกเราก็ไม่ค่อยปลื้มการท่าฯเท่าไหร่นัก (ย่อจากการท่ามากมาย?) แต่ก็ไม่อยากโยนให้เขาเป็นแพะรับบาปในทุกเรื่อง.... ตอนที่Korean Airขอลงที่เชียงใหม่/อุบลฯเหตุการณ์เพิ่งเกิดได้เพียง3วันเท่านั้น การตัดสินใจต่างๆจำต้องเป็นไปวันต่อวัน เพราะตอนนั้นยังกำหนดแผนงานอะไรไม่ได้มาก... อีกอย่างหนึ่ง สนามบินไม่เหมือนกับลานจอดรถค่ะ สนามบินเชียงใหม่ก็คล้ายกับภูเก็ตนะคะ (ต่างที่รายล้อมด้วยภูเขามิใช่ทะเล) อุบลฯกว้างขวางโอ่โถงแต่เจ้าหน้าที่อาจจะไม่พร้อม การกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ไปตามจุดต่างๆ ท่านอาจจะพิจารณาว่าควบคุมสั่งการได้ยาก...และไม่แน่ใจว่าจะถูกยึดพื้นที่อีกหรือไม่
อู่ตะเภาอยู่ในเขตทหารคงดูแลกันง่ายหน่อยมั้งคะ
....การนำเครื่องลงจอด : เป็นหน้าที่ของนักบิน ซึ่งการที่นักบินมีความคุ้นเคยกับสนามบินนั้นๆอยู่ก่อนแล้ว สามารถการันตีความปลอดภัยของผู้โดยสารและตัวเครื่องบินได้ส่วนหนึ่ง...แต่แม้นักบินจะใหม่ต่อสถานที่นั้นๆ หากสนามบินมีคุณสมบัติเหนือกว่ามาตรฐานในทุกๆด้าน บวกกับประสบการณ์บินของนักบินที่ชำนาญ ความปลอดภัยก็เป็นเรื่องวางใจได้อีกเช่นกัน....
สนามบินทั้ง2แห่ง...ปกติมีเที่ยวบินที่ขึ้น-ลงประจำอยู่แล้ว
และอาจมีเครื่องที่จอดอยู่เดิมด้วย
การเพิ่มเที่ยวบินเข้ามาอีก ต้องมีการคำนวนระยะห่างระหว่างเที่ยวบินอื่นๆอีกซับซ้อน หากผิดพลาดอาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง (ไม่แน่ใจว่าคุณยังจำเหตุการณ์เครื่องบินชนกันที่อินเดียได้หรือไม่) โดยเฉพาะเครื่องบินขนาดใหญ่ การคำนวนระยะห่างกับเครื่องบินขนาดเล็กกว่าเป็นสิ่งสำคัญ...แค่บินตามกันกระชั้นมากไป ก็อาจส่งผลให้ตกกันได้แล้ว!
เนื่องจากเป็นความเสี่ยงที่มีผลต่อชีวิตและทรัพย์สินมูลค่าสูง ก่อให้เกิดความสะเทือนขวัญต่อสาธารณชนทั่วไป การตัดสินใจอนุญาตให้สายการบินลงจอดเพิ่มจากที่มีจึงค่อนข้างใช้เวลา เพราะไม่ได้มีแต่Korean Airสายเดียวที่ขอลงนะคะ.... ในสถานการณ์วิกฤติฉุกเฉินเช่นนี้ เวลาเพียงวันเดียว นับเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างเร็วแล้วค่ะ (เร็วจนแอบน่ากลัวด้วยซ้ำ)
--------
หมายเหตุ : ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่มีแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นการปิดสนามบินหลักของประเทศจริงๆ
ฉันไม่แน่ใจว่าการท่าฯจะเคยเสนอรัฐบาลไปแล้วหรือไม่ และได้รับการตอบสนองเพียงไรจากผู้มีอำนาจ อย่าลืมนะคะว่าสนามบินอลังการงานสร้างที่ถูกปิดไปตอนนั้น ถูกสร้างอย่างเร่งด่วน...และเปิดใช้งานอย่างเร่งด่วน และโน่นและนี่เร่งด่วนไปหมด พอใช้แล้วก็อาจจะเพลินลืมไปว่ายังมีอีกหลายจุดที่บกพร่อง เพราะมันไม่เร่งด่วนเท่าความต้องการของผู้มีอำนาจใหญ่โต....

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
feng_shui วันที่ : 03/12/2008 เวลา : 07.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

“อันยง ฮาเซโย”



ขวัญรักษานะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ทนายแต๊ก วันที่ : 03/12/2008 เวลา : 07.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanyasak
ธัญศักดิ์ ณ นคร

ดีกว่าต้องนั่งเรือกลับนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Jui วันที่ : 03/12/2008 เวลา : 06.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

โชคดีครับ..ที่ได้กลับเมืองไทย
ยินดีด้วย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
aihu วันที่ : 02/12/2008 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aihu
การไม่ก้าวเดิน..ย่อมไม่ถึงซึ่งความหมาย

ขอต้อนรับกลับบ้านด้วยความสวัสดิภาพค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน