*/
  • popladda
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : popladda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2010-01-22
  • จำนวนเรื่อง : 333
  • จำนวนผู้ชม : 921830
  • จำนวนผู้โหวต : 704
  • ส่ง msg :
  • โหวต 704 คน
สงกรานต์ปี๒๕๕๕

สงกรานต์บ้านเรา

View All
<< ธันวาคม 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม 2555
Posted by popladda , ผู้อ่าน : 3030 , 09:02:47 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 13 คน คุณโส , TheSuphan และอีก 11 คนโหวตเรื่องนี้

       ผมกำลังพยายามจะเขียนถึ่งเรื่องที่คุณธาริตออกมาทำท่าขึงขังแถลงข่าวให้ชาวบ้านตกอกตกใจเรื่องแจ้งข้อกล่าวหาคุณอภิสิทธิ์กับคุณสุเทพอยู่พอดี  ปรกติผมไม่ชอบเขียนอะไรยาวๆ อยากจะเขียนให้สั้นๆเข้าใจง่ายๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

พอดีไม่ทันได้เริ่มเขียนไปเจอบทความนี้ของท่านเปลวสีเงิน ในไทยโพสต์เข้าก่อน  อ่านแล้วชัดเจนดีมาก ขออนุญาตลอกมาให้อ่านเลยดีกว่าครับ

 

  " อื้อฮือ...ฟังนายธาริต เพ็งดิษฐ์ แถลงตั้งข้อหา "อภิสิทธิ์-สุเทพ" ร่วมฆ่าโดยเจตนาเล็งเห็นผล โดยแจกแจงพฤติกรรม ๒ ฆาตกรทุกขั้นตอนแล้ว ผมว่า ต้องตัดหัวเดี๋ยวนี้เลย จึงจะสมใจธาริต-สะใจ นปช. คดีนี้มีเงื่อนไขทางกฎหมาย แต่ธาริตไม่พูดเลย เมื่อกันยาผมเคยเขียน กระบวนการ "ฆาตกรรมอย่างวิสามัญ" ไว้ ก็จะยกมาเป็น "ฉบับเพิ่มเติม" ในการพิมพ์ครั้งที่ ๒ เพราะข้อเท็จจริง เขียนใหม่ มันก็อันเดิมนั่นแหละ!
    คดีการตายแท็กซี่เสื้อแดง "นายพัน คำกอง" ที่ศาลอาญานัดฟังคำสั่งไปเมื่อ ๑๗ ก.ย.๕๕ หลายคนเข้าใจว่า "เป็นคำพิพากษา" โดยศาลระบุว่า ทหารร่วมกันยิงตามคำสั่ง "กระชับพื้นที่" ของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์และรองฯ สุเทพ เมื่อปี ๒๕๕๓ และ "อภิสิทธิ์-สุเทพ" ต้องมีความผิดฐานฆ่าคนตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘
    ฟังจากปากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ค่อยเข้าใจถึงความสลับซับซ้อนของระเบียบและขั้นตอนกฎหมาย รวมถึงภาษากฎหมาย อาจหลงเข้าใจอย่างนั้นจริงๆ ว่า ศาลตัดสิน "ทหารฆ่าประชาชน" โดยนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเป็นคนสั่งในฐานะ ผอ.ศอฉ.!
    เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง จะได้ไม่นำไปโหมกระพือให้เข้าใจกันผิดๆ ไม่อย่างนั้น เมื่อถึงวันที่ศาลตัดสินจริงๆ ถ้าคำพิพากษาออกมาไม่เป็นอย่างที่ตัวเอง "หลงเข้าใจ" ก็จะยกพวกมาตะโกนกันอีกแหละว่า...๒ มาตรฐาน! 
    ก็จะบอกว่า นี่ไม่ใช่คำตัดสิน "คดีนายพัน คำกอง" จากศาล เป็นเพียง "ไต่สวนการตาย" ในชั้นสอบสวนเท่านั้น ยังไม่มีโจทก์ ไม่มีจำเลย ไม่มีการฟ้อง ยังไม่มีใครผิด-ใครถูกใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงขั้นตอนนำคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาความให้เป็นไปตามตัวบท-กฎหมายเท่านั้น 
    คือวัน-เวลา-เหตุการณ์ ที่นายพันตายนั้น เป็นการตายใน "สถานการณ์ฉุกเฉิน" ที่ทหารต้องออกมาปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ฉุกเฉิน และทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และตามมาตรา ๓ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายใน 
    การตายใน "ภาวะไม่ปกติ" กฎหมายมีระเบียบ-ขั้นตอนให้ปฏิบัติต่างไปจากการตายในคดีฆ่ากันตายทั่วไป ฉะนั้น กรณีนายพัน คำกอง นี้ ขั้นแรก อัยการต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนการตายก่อน เพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่า คนตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อไหร่ สาเหตุอะไร รวมถึงพฤติการณ์ที่ตาย
    นั่นก็คือ ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๐ ก่อน โดยเฉพาะการตายเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ทหาร การชันสูตรพลิกศพต้องให้เป็นไปตาม ม.๑๕๐ กำหนด 
    พูดภาษาชาวบ้าน คือการ "วิสามัญฆาตกรรม" หรือ "ฆาตกรรมอย่างวิสามัญ" จากพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ทำหน้าที่ตามกฎหมาย ถึงแม้กฎหมายระบุ พนักงานเจ้าหน้าที่ทำฆาตกรรมอย่างวิสามัญเป็นไปตามกรอบกำหนด ไม่มีความผิด ไม่ต้องรับโทษทัณฑ์ใดๆ ก็ตาม
    แต่ในการทำคดี ตำรวจต้องทำตามมาตรา ๒๘๘ "ฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย" มีโจทก์ มีจำเลย ถูกฟ้องศาล แล้วศาลจะเป็นผู้ตัดสินเองว่า ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ทำฆาตกรรมอย่างวิสามัญนายพัน คำกอง หรือรายอื่นๆ ในลักษณะเดียวกันนี้ เข้าเกณฑ์ไม่ต้องรับโทษหรือไม่?
    คดีคนร้ายต่อสู้-ขัดขืนการจับกุมของตำรวจ แล้วถูกตำรวจยิงตายอย่างที่เห็นบ่อยๆ นั่นก็เรียกว่า "พนักงานเจ้าหน้าที่ทำฆาตกรรมอย่างวิสามัญ" เข้าลักษณะเดียวกันนี้
    ตำรวจที่ฆ่าโจร ก็ต้องตกเป็นผู้ต้องหา "ฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย" ตามมาตรา ๒๘๘ เหมือนที่นายธาริตกำลังตั้งข้อหากับนายอภิสิทธิ์-นายสุเทพ นั่นแหละ ต้องถูกดำเนินคดีส่งอัยการ อัยการนำฟ้องศาล ตกเป็นจำเลย เพื่อให้ศาลตัดสินว่า..... 
    ที่ตำรวจวิสามัญโจรก็ดี ที่เจ้าพนักงานทหารร่วมยิงนายพันตาย ตามคำสั่ง ศอฉ. ซึ่งมี "อภิสิทธิ์-สุเทพ" เป็นหัวหน้าศูนย์ ก็ดี นั่นเป็นการปฏิบัติหน้าที่ "ฆาตกรรมอย่างวิสามัญ" เข้าข่ายไม่มีความผิด ไม่ต้องรับโทษใดๆ ตามกรอบกฎหมายระบุหรือไม่?
    นี่คือขั้นตอนปฏิบัติทั่วไป ศาลพิจารณาแล้วตัดสินอย่างใด ก็เป็นอย่างนั้น ที่สำคัญคือ ในชั้นนี้นายธาริตไม่ควรพูดเชิงหลอกล่อให้ นปช.ปักใจตามสรรพคุณข้อหาที่จาระไนให้โทนไปทางว่า ๒ คนนี้ แน่ชัด...ฆาตกรสั่งฆ่าประชาชน!
    เพื่อการติดตามคดีนี้ ผมจะนำ "องค์ประกอบเหตุการณ์" อันเป็นไปตาม "ข้อบัญญัติกฎหมาย" มาให้ท่านได้ค่อยๆ ทำความเข้าใจกัน จะได้ไม่ติดปลายเบ็ดอธิบดี DSI และเมื่อศาลตัดสินใจจะไม่วุ่นวะ-วุ่นวายว่า เอ๊ะ...ทำไมเป็นอย่างนี้    ก็ดูจากที่ศาลไต่สวนการตายนายพัน คำกอง เมื่อ ๑๗ ก.ย.ไปเลย ศาลมีคำสั่งว่า.......
    "ผู้ตายชื่อนายพัน คำกอง ตายที่หน้าที่สำนักงานขายคอนโดมิเนียมชื่อไอดีโอคอนโด ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง เหตุและพฤติการณ์ที่ตายเกิดจากการถูกลูกกระสุนปืนขนาด .223 (5.56 มม.) จากอาวุธปืนที่ใช้ในราชการสงคราม ที่เจ้าพนักงานทหารร่วมกันยิงไปที่รถยนต์ตู้หมายเลขทะเบียน ฮค-8561 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายสมร ไหมทอง เป็นผู้ขับ แล้วลูกกระสุนปืนไปถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย ในขณะเจ้าพนักงานทหารกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบปิดล้อมพื้นที่ควบคุมตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)"
    ก็ชัดเจน เที่ยวตัดตอนพูดแต่ว่า "ทหารยิง" แต่ไม่พูดให้ครบประโยคที่ศาลระบุถึงการถูกยิงตายว่า "ในขณะเจ้าพนักงานทหารกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบ ปิดล้อมพื้นที่ตามคำสั่งของ ศอฉ."
    การที่ DSI โดยนายธาริตตั้งข้อหา "อภิสิทธิ์-สุเทพ" ว่า ร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙, ๘๓ และ ๒๘๘ หลังศาลมีคำสั่งในคดีไต่สวนสาเหตุการตายแล้วนั้น ตั้งข้อหาก็ไม่มีใครว่า 
    แต่นายธาริต ฐานะผู้ใหญ่ ควรใช้ดุลยธรรมอธิบายในส่วนที่กฎหมายคุ้มครองการกระทำของนายอภิสิทธิ์-สุเทพ และทหารให้ชาวบ้านเข้าใจด้วย ไม่ควรพูดเบี่ยงไปทางแนว "ผิดเพราะเป็นฆาตกรสั่งฆ่าประชาชน" โดดๆ
    จริงๆ แล้ว ที่ นปช.ชุมนุมเมื่อปี ๒๕๕๓ นั่นตะหาก ที่ศาลสั่ง "ไม่คุ้มครอง"!
    ผมจะช่วยรื้อความจำให้ หลังฆ่าทหารที่สี่แยกคอกวัว นปช.คึกขยายแนวป่วนเมือง ครั้นทหารจะเข้าไปสลายการชุมนุม ๒๒ เม.ย.๕๓ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็เป็นโจทก์ไปยื่นคำฟ้องต่อศาลแพ่ง ขอให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามนายอภิสิทธิ์สั่งทหารเข้าสลายการชุมนุมอย่างเด็ดขาด
    ศาลแพ่ง วันที่ 22 เมษายน 2553 ระหว่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ โจทก์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน เป็นจำเลย 
    พิเคราะห์คำฟ้องประกอบข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการไต่สวนในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นหนึ่งในแกนนำผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ในนามของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งได้ชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนินกลาง และถนนราชดำเนินนอก เพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรี (จำเลยที่ 1) ยุบสภา ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 2553 เป็นต้นมา 
    ต่อมาวันที่ 3 เม.ย. โจทก์และผู้ร่วมชุมนุมบางส่วนได้เคลื่อนย้ายไปชุมนุมในบริเวณสี่แยกราชประสงค์อีกแห่งหนึ่ง ครั้นวันที่ 7 เม.ย. จำเลยที่ 1 โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 ยังมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่พิเศษ 1/2553 จัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และตั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี (จำเลยที่ 2) เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน กับมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่พิเศษ 2/2553 ตั้งจำเลยที่ 2 เป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานของหัวหน้าผู้รับผิดชอบ พนักงานเจ้าหน้าที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง 
    ก่อนเกิดเหตุจำเลยทั้งสองได้ประกาศให้โจทก์ และ นปช. ออกจากพื้นที่การชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ต่อมาวันที่ 10 เม.ย. จำเลยทั้งสองร่วมกันออกคำสั่งให้ทหารจำนวนมากเข้าไปในบริเวณพื้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และพื้นที่ต่อเนื่อง โดยประกาศว่าเพื่อเป็นการขอพื้นที่คืนจากผู้ชุมนุม ในวันเดียวกันนั้น เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกำลังฝ่ายทหารกับประชาชนผู้ชุมนุม โดยกำลังฝ่ายทหารใช้ปืนยิงกระสุนยาง ระเบิดก๊าซน้ำตา ฯลฯ ในที่สุด ปรากฏว่ามีประชาชนและทหารเสียชีวิต จำนวน 25 คน และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก 
    กรณีมีเหตุที่จะออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามคำขอของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์และผู้ร่วมชุมนุมไปชุมนุมในที่สาธารณะบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ถนนราชดำริถึงแยกศาลาแดง และถนนพระรามที่ 1 ถึงห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน อันเป็นการปิดกั้นกีดขวางการใช้เส้นทางคมนาคม และการใช้ยานพาหนะของประชาชนโดยทั่วไป ย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่สำคัญ เกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตปกติสุขของประชาชน เป็นการจำกัดเสรีภาพในการเดินทาง และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จึงมีเหตุจำเป็นที่จำเลยทั้งสองต้องใช้มาตรการขอพื้นที่คืน หรือที่โจทก์เรียกว่าเป็นการสลายการชุมนุมได้ ทั้งนี้ เพื่อให้สังคมกลับสู่สภาวะปกติ และเกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชน 
    ดังนั้น ที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามจำเลยทั้งสองใช้กำลังทหารเข้าไปสลายการชุมนุมโดยเด็ดขาด จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ศาลจะมีคำสั่งตามคำขอข้อนี้ได้ 
    อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการดังกล่าวเป็นเหตุให้มีทหาร และประชาชนเสียชีวิต 25 คน และได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก แม้ขณะนี้ยังไม่อาจทราบได้ว่าเป็นผลจากการกระทำของฝ่ายใด แต่การที่มีทหารและประชาชนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับปัจจุบันนี้ยังปรากฏว่ามีการชุมนุมของ นปช.อยู่อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ดังกล่าว และน่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองอาจออกคำสั่งใดๆ เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ในการชุมนุม ย่อมมีเหตุผลเพียงพอที่ศาลจะออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในส่วนนี้แก่โจทก์ได้ 
    จึงมีคำสั่งว่า หากจำเลยทั้งสองจะกระทำการใดๆ ในการขอพื้นที่คืนหรือสลายการชุมนุมของผู้ร่วมชุมนุม ให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความเหมาะสม มีลำดับขั้นตอนตามหลักสากล ทั้งนี้ จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก 
    นางวิไลลักษณ์ อินทุภูติ 
    นางอรนิตย์ พฤกษฎาจันทร์
    ทั้งหมดนี้ นายธาริตก็รู้ เพราะร่วมอยู่ใน ศอฉ.ด้วย ฉะนั้น ควรพูดให้สมผู้ใหญ่ที่พึงมีหิริ โอตตัปปะ ไม่ต้องโป๊สีจนเวอร์อย่างที่แถลงเมื่อวาน (๖ ธ.ค.) หรอกว่า...
    "........การสั่งใช้อาวุธปืน การสั่งใช้พลซุ่มยิง และอื่นๆ โดยมีการออกคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรจากนายสุเทพ และได้อ้างไว้ในคำสั่งด้วยว่า เกิดจากการสั่งของนายกฯ อย่างชัดเจน สอดคล้องกับพยานบุคคลที่ร่วมอยู่ใน ศอฉ.ว่านายอภิสิทธิ์ได้รับรู้ สั่งการ และพักอาศัยอยู่ในศูนย์ ศอฉ.ตลอดเวลา และที่สำคัญคือ การสั่งการของบุคคลทั้ง ๒ กระทำอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง จึงบ่งชี้ได้ว่า เป็นเจตนาเล็งเห็นผลร่วมกันสั่งการ"
    ก็ทำคดีมีอภิสิทธิ์-เทพเป็นจำเลย ส่งอัยการฟ้องศาลไปตามระบบเถอะ..ธาริต ทั้งหมดที่เสริมสีนั้น ไว้เป็นหน้าที่ศาลท่านพิจารณาเองว่า "การขอคืนพื้นที่หรือสลายการชุมนุม จนเป็นเหตุให้นายพัน คำกอง ตายนั้น เป็นการดำเนินการเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความเหมาะสม มีลำดับขั้นตอนตามหลักสากล" ตามที่ศาลได้สั่งไว้หรือเปล่า?
    อย่ายกคดี "ฆาตกรรมอย่างวิสามัญ" ไปเบี่ยงประเด็นพูดนอกกรอบ พ.ร.บ.สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ใช้ขณะนั้น และการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และตามมาตรา ๓ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในของนายอภิสิทธิ์-สุเทพ 
    นายธาริตครับ...
    ท่านเป็นข้าราชการสนองงานรัฐบาลได้เยี่ยม แต่แบบนี้ระวัง...ท่านจะต้องมีชีวิตอยู่ชนิดที่ ตัวเองก็ยังเกลียดตัวเอง!."

 

                      จากไทยโพสต์  http://thaipost.net/news/071212/66273

 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 popladda ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Payont วันที่ : 07/12/2012 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

ธาริตเลือกจุดจบของเขาแล้ว
จุดจบที่คงไม่โสภาเท่าไหร่

ความคิดเห็นที่ 8 popladda ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ดงละดอน วันที่ : 07/12/2012 เวลา : 19.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 7 popladda ถูกใจสิ่งนี้ (1)
su วันที่ : 07/12/2012 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

ลิ้นสบัดแฉก เกล็ดเปลี่ยนสีไปตามสภาพ เป็นคุณสมบัติของสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด.

ความคิดเห็นที่ 6 popladda ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชายสามหยด วันที่ : 07/12/2012 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

แถลงแบบ ไม่อายฟ้าดินเลย ด้านมากๆ

ความคิดเห็นที่ 5 popladda ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 07/12/2012 เวลา : 13.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ขอบคุณค่ะ คุณตายูริ
เวลาเห็นหน้าตัวเองบนกระจกเงา คนบางคนรู้สึกอยากอาเจียนบ้างไหมนะ

ความคิดเห็นที่ 4 popladda ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 07/12/2012 เวลา : 13.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ธาริต "จิ้งจก" เปลี่ยนสีได้ทันทีทันควัน เกิดชาติหน้าใหม่ขอให้เป็น "จิ้งเหลน" เพราะตัวลื่นดี

ความคิดเห็นที่ 3 popladda ถูกใจสิ่งนี้ (1)
มือใหม่ วันที่ : 07/12/2012 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thanapornk

ไม่มีความละอายแก่ใจ แม้แต่นิดเดียว

ความคิดเห็นที่ 2 popladda ถูกใจสิ่งนี้ (1)
หวานหวาน วันที่ : 07/12/2012 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

ยุค"เงินง้าง"นี่ทำให้เราได้เห็นเรื่องแปลกๆนะคะคุณตายูริ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
popladda วันที่ : 07/12/2012 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lamjuan

คนเป็นตำรวจ เป็นอัยการเป็นพนักงานสอบสวน มีโอกาสให้คุณให้โทษกับผู้คนได้มากมาย แต่ก็มีกฎหมายกำกับการทำหน้าที่ไว้ ถ้าทำหน้าที่ไม่สุจริตคิดจะช่วยพวกตัวเองและแกล้งคนอื่นเขา นอกจากประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งเป็นบททั่วไปเรื่องปฏิติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบแล้ว ยังมีมาตรา 200 ที่บัญญัติว่า
“ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดๆในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
ถ้าการกระทำหรือไม่กระทำนั้น เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องรับโทษ รับโทษหนักขึ้น หรือต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท”

ใครทำอะไรไว้ก็ต้องระวังตัวให้ดี เป็นถึงอธิบดีก็อาจนอนคุกได้นะจะบอกให้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน