• ใบไม้ไกลต้น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : legolas_ton@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 87718
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
+++แล้วแต่+++
It’s just another ordinary miracle today.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lancelot
วันเสาร์ ที่ 4 ตุลาคม 2551
Posted by ใบไม้ไกลต้น , ผู้อ่าน : 4581 , 20:21:20 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ว่าด้วยเรื่อง.....Update My Life....Thinking....P.S.......

วันนี้มีวิธีการกิน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ฉบับเด็กภูธรมานำเสนอครับ

แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับเจ้ามะม่วงหิมพานต์กันก่อนดีกว่า

มะม่วงหิมพานต์ (Anacardium occidentale) เป็นไม้ดอกยืนต้น ในวงศ์Anacardiaceae มะม่วงหิมพานต์เป็นพืชพื้นเมืองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล ซึ่งเรียกเป็นภาษาโปรตุเกสว่า Caju (ผล) หรือ Cajueiro (ต้น) ปัจจุบันเติบโตแพร่หลายทั่วไปในภูมิภาคเขตร้อน เพื่อใช้ประโยชน์จากเมล็ด และผลของมัน

ในประเทศไทย มะม่วงหิมพานต์พบได้ทั่วไปในภาคใต้ และมีชื่อเรียกตามสำเนียงภาษาถิ่นใต้แตกต่างกันไป เช่น หัวครก ยาร่วง ยาโรย กาหยู กาหยี ม่วงเล็ดล่อ ม่วงเม็ดล่อ เป็นต้น

บ้านผม(สุราษฎร์ธานี) เรียก ม่วงเล็ดล่อ (มะม่วงเมล็ดโผล่)

คราวนี้มาดูกันว่า ถ้าจะเอาเม็ดมะม่วงหิมพานต์มากิน ฉบับเด็กภูธรนั้น ทำกันยังไงครับ

๑. เตรียมเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบครับ

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

๒. ก่อกองไฟขึ้นมาด้วยเศษไม้ทั่วไปที่หาได้

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

๓. นำเมล็ดใส่ภาชนะแล้วตั้งไฟ คั่วด้วยไฟร้อนๆ

 !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

๔. ให้ไฟลุกแรงๆ จะมียางที่ขับออกมาจากเมล็ดมะม่วงฯ (ระวังกระเด็นใส่หน้า เดี๋ยวจะไม่หล่อ)

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

๕. นำไฟเผาลงในภาชนะที่ใช้คั่วได้เลย เพื่อให้ไฟเผายางที่ออกมาจากเมล็ดมะม่วงฯ ให้หมด ปล่อยให้ไฟเผาเมล็ดมะม่วงฯ จนเปลือกไหม้และยางแห้ง ระวังจะไหม้ถึงเนื้อด้านใน

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

๖.เสร็จแล้ว คว่ำภาชนะลงดินเลยครับเพื่อดับไฟ (ฉบับเด็กภูธรแท้ๆ อย. ตรวจสอบนี่ไม่ผ่านนะ)

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

๗.ดับไฟที่เผาเมล็ดมะม่วงฯ ให้หมด ระวังร้อนด้วยเน้อ

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

๘. นำเมล็ดที่เผาแล้วมาต่อยเปลือกที่โดนเผาไฟออก

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

๙.จะได้เนื้อด้านในที่สุกแล้ว ไม่มียาง นำมากินได้

เป็นไงบ้างครับสำหรับ วิธีการแบบเด็กภูธรๆ ได้บรรยากาศดีครับ

@!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!@

สำหรับที่มีขายในตลาด แพคห่ออย่างดี ลักษณะการทำก็แบบเดียวกันนี่ละครับ คือเอาไปคั่วเหมือนเกาลัด จากนั้นนำมาต่อยเปลือกเอาเนื้อด้านใน แล้วนำไปอบเกลือ หรืออาจจะเอาเมล็ดสดๆ ไม่ต้องคั่วไฟ ผ่าเอาเนื้อด้านในแล้วอบ ก็สามารถทำได้





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Tukjung วันที่ : 10/10/2008 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tukjung

ขอบคุณนะคะที่เข้ามาเยี่ยมชมที่บ้าน

โดนใจก้อเข้ามาอ่านกันบ่อยๆนะคะ

มือใหม่ค่ะ...ยังไม่มีลูกเล่นอะไรเลย

ที่ไร่ตุ๊กจังก้อมีสวนมะม่วงหิมพานต์

แต่ให้คนงานเก็บไปขายเลย...

ระวังจะโดนยางมันนะคะ..

ห้ามเอาปากไปกัดเชียว
ยางมันร้ายกัดปากแหว่งเชียว

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
จอมโจร วันที่ : 08/10/2008 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JomJone
ทุกเรื่องที่อยากเขียน เรื่องราวมากมายในชีวิต ทั้งด้านดีและด้านเลว

ของโปรด

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Johnatheo วันที่ : 06/10/2008 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/johnatheo

บ้านผม แถวสงขลาเรียก หัวรก ครับ
บ้านผมเวลาจะคั่วแต่ละที ต้องใช้ปี๊บเลยละครับ
กลิ่นจะหอมรสชาดและอร่อยอยางยิ่ง
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
chailasalle วันที่ : 06/10/2008 เวลา : 02.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

รู้แต่อร่อย ทำไมกว่าได้กินยากจัง

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
chailasalle วันที่ : 06/10/2008 เวลา : 02.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

รู้แต่อร่อย ทำไมกว่าได้กินยากจัง

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
workingwomen วันที่ : 06/10/2008 เวลา : 00.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arada

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ น่าทานมากค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันนะค่ะ

ขอให้มีความสุขกับสิ่งดีดีในทุกๆวันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
บักเขื่อขื่น วันที่ : 06/10/2008 เวลา : 00.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/minoritytribe
กตตน์

อย่างงเลยครับท่านที่เห็นในบล็อกบักเขือขื่นนะคือภาษาส่วยครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ยอดเยี่ยมเลยค่ะ กระทุ้นี้ แหมเข้ามา ไม่ผิดหวังเลยนะ ได้รู้วิธีการ ...ต้องการรู้มานานแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ศาลาไทย วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/salathai
Happiness Always : มีความสุขสม่ำเสมอ

+1

เพิ่งกลับบ้านที่นครฯ มา
ทำเอาคิดถึงบ้าน อยากอยู่นาน ๆ
แถวบ้านเรียก "หัวโม่ง" หรือ "หัวครก"
ก็คือเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั่นแล

เด็ก ๆ ถึงฤดูแล้วตระเวณเก็บ
เอามาคั่วแบบลูกทุ่งอย่างในภาพเลย
และแล้ว โดนยางถลอกปอกเปิดหมด
แง ๆ แต่ก็ยังคิดถึงไม่หาย มันหย่อยนี่นา

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 18.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FriendlygirL
         Leave Well Enough Alone        


ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ บ้านที่ชุมพรก็เรียกม่วงเล็ดล่อเช่นกันค่ะ สบายดีนะคะ แวะมาอ่านและทักทายกันค่ะ สวัสดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ก้อยไกด์ วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 18.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/koiguide

อร่อยมากๆ ชอบทานสุดๆ

ขอบคุณนะคะ ที่แวะทักทายคร่า...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ฟิวเจอร์ วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cwichuda

กว่าจะได้กินของอร่อยลำบากน่าดู

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ทนายแต๊ก วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanyasak
ธัญศักดิ์ ณ นคร


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ฉัตร/ณ/สมุย วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 14.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chatsamui
CHAT@HAdyai

น่าหรอยจัง นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ เมื่อก่อน ทุบกันจนมือไม้ดำ บางอันก็ผงเพราะทุบกับอิฐและทุบแรงไปหน่อย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
โม้งหัวครก วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/think49
ข้าราชฯ

หรอยแรง .............. นิ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนไกล วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 00.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jasmin

เคยแต่ยืนมองไกลๆ
แบบว่าเขากลัวว่าเราจะร้อนมั้ง
แถวๆ เกาะลันตาค่ะ..

ไปเที่ยว แล้วแวะซื้อเมล็ดมะม่วง
+ ยืนดูอยู่ห่างๆ กับวิธีการทำของเขา


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ธาตุดินน้ำลมไฟ วันที่ : 04/10/2008 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/omikami

เอ่อ สอบถามหน่อยครับ ทำไงให้มันแสดงเป็นเรื่องย้อนหลัง แทน วันที่ย้อนหลัง สำหรับอ่านเรื่องอ่ะครับ ขอบคุณครับ
ไปที่

Permalink : http://www.oknation.net/blog/manual/2008/05/13/entry-1 อ่านต่อ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
plsforgiveme วันที่ : 04/10/2008 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plsforgiveme
@#@# อ ย า ก ม า ก ทุ ก ข์ ม า ก #@#@

ขอบคุณค่ะ

ชอบกินเม็ดมะม่วงหิมมพานต์ แต่กินเยอะทีไรจะปวดหัวทุกที

นิทานเรื่องนี้เพิ่งเคยได้ยิน(อ่าน)ค่ะ +1 สำหรับนิทานใหม่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ใบไม้ไกลต้น วันที่ : 04/10/2008 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lancelot

แถมนิดนึงครับ ที่มาของชื่อที่เรียกว่า "ยาร่วง"

ครั้งหนึ่งหัวหน้าเทวดาบนสวรรค์เกิดป่วยขึ้นมา เหล่าเทวดาทั้งหลายต่างพากันไปเสาะแสวงหาผลไม้ชนิดต่าง ๆ มาคั้นเอาน้ำทำยารักษา แต่ก็ยังไม่หาย ตกกลางคืนเทพเจ้าผู้เป็นใหญ่องค์หนึ่งได้มาเข้าฝันว่า ผลไม้ที่สามารถรักษาอาการป่วยครั้งนี้ได้นั้นมีอยู่ต้นเดียวและมีผลอยู่ลูกเดียวเท่านั้น อยู่ในป่าหิมพานต์ ลักษณะเป็นผลสีเหลือง ต้นเป็นไม้ใหญ่มีใบหนา แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมทั่วบริเวณที่ขึ้นอย่างกว้างขวาง

เมื่อเทวดาทั้งหลายทราบเรื่องก็พากันเหาะไปเก็บมาให้ ครั้นได้กินยาที่คั้นจากน้ำผลไม้ แล้วหัวหน้าเทวดาก็หายป่วยอย่างอัศจรรย์ ฝ่ายต้นแม่ของผลไม้นั้น เมื่อถูกเด็ดลูกไปก็ร้องไห้เสียใจเหมือนแม่ที่ถูกคนอื่นมาพรากลูกไปจากอก จากกนั้นอีกหลายร้อยปีต่อมาจึงออกผลมาอีกผลหนึ่ง และต้นไม้นั้นก็มีอายุมากใกล้จะตายแล้ว ผลของมันจึงคิดว่าถ้าแม่ตาย มันคงอยู่ไม่ได้ เพราะไม่มีต้นแม่คอยหล่อเลี้ยงอาหาร จึงคิดจะคายเม็ดออกมาให้หล่นสู่พื้น เพื่อที่จะได้งอกเป็นต้นพันธุ์ต่อไป

ฝ่ายหัวหน้าเทวดาเห็นผลต้นไม้ที่เคยใช้เป็นยากำลังคายเมล็ดเกือบจะร่วงลงดินอยู่แล้วก็ตวาดไปว่า "อย่าร่วง" ด้วยวาจาสิทธิ์ เมล็ดผลไม้นั้นก็ติดห้อยอยู่กับผลด้านนอกมาตราบทุกวันนี้ คำว่าอย่าร่วงต่อมาได้เพี้ยนไปเป็น "ยาร่วง" ซึ่งเป็นชื่อเรียกมะม่วงหิมพานต์ของชาวใต้ ต่อมาเพี้ยนจากยาร่วงมาเป็น "มะม่วง" และเนื่องจากต้นพันธุ์ดั้งเดิมมีกำเนิดอยู่ในป่าหิมพานต์ จึงมีชื่อเรียกในปัจจุบันว่า "มะม่วงหิมพานต์"

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]