• chaitham
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chaithamblog@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-07
  • จำนวนเรื่อง : 5
  • จำนวนผู้ชม : 9157
  • ส่ง msg :
  • โหวต 38 คน
Bug of LAW: สักวันหนึ่ง กฎหมายต้องเป็น ธรรม และ มุ่งรับใช้ประชาชน อย่างแท้จริง: Find The Way-back Into Justic.
; บริจาค เวลา และ เซลสมอง กัน คนละนิด เชิญ มาร่วมกันคิด วิเคราะห์ อย่าง รู้เท่าทัน ......
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lawbugs
วันจันทร์ ที่ 9 กรกฎาคม 2550
Posted by chaitham , ผู้อ่าน : 759 , 14:02:17 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ขออนุญาติ นำ ข้อเขียนของ คุณ วินทร์ เลียววาริณ มาเผยแพร่ไว้ในบล็อกแห่งนี้ เพื่อสลับกับ Bug of LAW ที่เป็นเรื่อง หนักและใช้เซลล์สมองค่อนข้างมาก ผมเลือกข้อเขียนชิ้นนี้เพราะเห็นว่า การมองและเชื่อมโยง มนุษย์และจักรวาล ของ คุณ วินทร์ อย่างมีตรรกน่าจะช่วยเตือนให้ มนุษย์ มองปัญหาทีเผชิญอบู่อย่างมีเหตุมีผลมากขึ้น ไม่มองมันใหญ่โตเกินเหตุ ด้วยโลกทรรษ์ดังกล่าว มนุษย์ น่าจะดำรงตนอยู่อย่างไม่สำคัญตนผิดและเคารพ รัก ใน ธรรมชาติ มากกว่า ที่เป็นอยู่

เช่นเดียว กับปัญหาต่างๆนานา ในตัวกฎหมาย และ ในระบบนิติศาสตร์  ที่มนุษย์ ได้ประดิษฐ์ คิดค้นขึ้น ก็น่าที่จะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาค เท่าเทียม สมดังเจตนา ของ หลักนิติธรรม อย่างแท้จริง

จาก ความว่างเปล่า สู่  ความว่างเปล่า 



หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ยุคแรกของอารยธรรมมนุษย์ที่ยังคงอยู่ดีจนทุกวันนี้คือ โหราศาสตร์ ไม่มีบันทึกว่าโหราศาสตร์เกิดขึ้นมาได้อย่างไร อาจเพราะเวลากลางคืนว่างเปล่าและยาวเกินไป มนุษย์จึงเงยหน้ามองดูจุดระยิบระยับบนฟ้าราตรี และปล่อยให้จินตนาการทำหน้าที่ของมันไป

ไม่ช้านาน คนโบราณก็โยงจุดไฟบนฟ้าเหล่านั้นเข้ากับตำนานแห่งเทพเจ้า เกิดเป็นความเชื่อว่า เทพเหล่านั้นมีอิทธิฤทธิ์สามารถกำหนดสิ่งเป็นไปบนโลกและวิถีชีวิตของทุกๆ คน

คาร์ล ซาแกน นักคิด นักดาราศาสตร์คนสำคัญคนหนึ่งของอเมริกาจึงกล่าวว่า “มนุษย์จินตนาการว่า จักรวาลถูกออกแบบมาเพื่อประโยชน์และการจัดรูปแบบให้มนุษย์ใช้”

พูดสั้นๆ คือ จักรวาลมีตัวตนเพื่อมนุษย์

ทว่าเมื่อมองท้องฟ้าไกลออกไป เราพบว่ามีดวงดาวในจักรวาลที่เรารู้จักเพียงแห่งเดียวมากกว่าจำนวนเม็ดทรายทั้งหมดบนโลกนี้รวมกัน กระจายไปตามที่ว่างเปล่าแสนไพศาลของจักรวาล มิพักเอ่ยถึงความเป็นไปได้ของจักรวาลอื่นๆ อีกทั้งตำแหน่งของโลกในทางช้างเผือกก็มิได้มีความพิเศษกว่าดาวดวงอื่นๆ แต่อย่างใด ความเป็นไปได้ที่จักรวาลถูกสร้างเพื่อให้มนุษย์ใช้อย่างเดียวจึงน้อยยิ่งกว่าน้อย และความเป็นไปได้ที่มีอำนาจศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติที่กำหนดวิถีชีวิตของคน รุ่นแล้วรุ่นเล่า จึงยิ่งน้อยเข้าไปอีก ทั้งนี้เพราะจักรวาลใหญ่เกินไป ระยะเวลาของมนุษย์ที่ปรากฏบนโลกใบนี้สั้นเกินไป และสาระของความเป็นมนุษย์นั้นไร้ความหมายใดๆ

โหราศาสตร์โบราณเลือกใช้ดวงดาวบางดวงในการกำหนดว่าพวกมันมีอิทธิพลต่อชะตาชีวิตของมนุษย์ เนื่องจากคนโบราณยังไม่มีเครื่องมือที่จะส่องดูสิ่งที่เป็นไปในดาราจักรอื่นๆ พวกเขาจึงยังไม่รู้ว่ามีสิ่งที่เรียกว่า หลุมดำ พัลซาร์ ควอซาร์ เนบิวลา ฯลฯ แม้กระทั่งดาวเคราะห์และดวงจันทร์ที่ยังค้นไม่พบจนกระทั่งศตวรรษที่ยี่สิบ

ความจริงที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่ฟังคือ นักวิทยาศาสตร์ศึกษาอิทธิพลของดวงดาวต่อมนุษย์มานานหลายสิบปี และจนบัดนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียวว่า ดวงดาวสามารถลิขิตชะตาชีวิตมนุษย์ได้



การมองโลกโดยใช้ตัวเองเป็นใหญ่ในยุคที่ยังไม่มีกล้องโทรทรรศน์และยานอวกาศนั้น ไม่อาจจัดว่าเป็นความเขลา แต่การโอบรับความเชื่อที่สืบทอดกันมาโดยปฏิเสธที่จะไขว่คว้าหาความรู้จริงเกี่ยวกับความเชื่อนั้นอาจจัดว่าเป็นโมหะชนิดหนึ่ง

ในสหรัฐอเมริกาจำนวนนักโหราศาสตร์มีมากกว่านักดาราศาสตร์ถึงสิบเท่าตัว ในเมืองไทยมีนักโหราศาสตร์นับหมื่นๆ คน ขณะที่มีนักจักรวาลวิทยาเพียงคนเดียว

ทว่ามองในอีกมุมหนึ่ง การที่บอกว่า ดวงดาวไร้อิทธิพลต่อมนุษย์อาจเป็นคำกล่าวที่ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เนื่องจากมนุษย์ทุกคนเกิดมาจากเศษซากของดวงดาว

ความเป็นไปของสรรพสิ่งในจักรวาลคือการเปลี่ยนแปลงสภาพ จากสภาวะไร้รูปมาเป็นสภาวะที่มีตัวตน และจากตัวตนไปสู่ความไร้รูปเช่นเดิม ตั้งแต่วินาทีแรกของจักรวาล การแปลงลักษณ์เริ่มจากการที่อะตอมพื้นฐานของจักรวาลคือไฮโดรเจน เปลี่ยนเป็นอะตอมของธาตุต่างๆ ที่ซับซ้อนขึ้น อะตอมของธาตุต่างๆ เหล่านี้นี่เองที่ประกอบตัวขึ้นเป็นกลุ่มเนบิวลากับดวงดาว และประกอบตัวใหม่เป็นสรรพสิ่ง ตั้งแต่ภูเขา ท้องฟ้า ทะเล แม่น้ำ ก้อนกรวด เม็ดทราย ไปจนถึงชีวิต มนุษย์จึงมีธาตุพื้นฐานเดียวกับภูเขา ท้องฟ้า ทะเล แม่น้ำ ก้อนกรวด เม็ดทราย ฯลฯ

มนุษย์คือการรวมตัวใหม่ของเศษซากของดวงดาว และเมื่อถึงกำหนดอายุขัยของมัน ธาตุทั้งปวงที่ประกอบกันเป็นเราก็ ‘แปลงลักษณ์’ อีกครั้งหนึ่ง ที่เราเรียกว่า ‘ความตาย’

มองในนัยนี้จะเห็นว่า มนุษย์เกิดมาจากความว่างเปล่า คงสภาพอยู่เพียงชั่วคราว ประเดี๋ยวประด๋าว แล้วก็จากไป เป็นเช่นนี้จนถึงวันหนึ่งที่รูปแบบชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์สลายไป อาจพร้อมกับการสูญสิ้นโลกหรืออาจจะเกิดขึ้นก่อนด้วยน้ำมือของเราเอง

หากมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จริง ถึงเวลานั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องตกงาน

ความแตกต่างของชีวิตหนึ่งกับอีกชีวิตหนึ่งจึงมิใช่อยู่ที่ว่าเราจะรู้ก่อนล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากอยู่ที่ว่าเราจะทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันด้วยตัวเราเอง เมื่อนั้นเราจะรู้สึกว่าการเกิดมาในจักรวาลในช่วงเวลาสั้นแสนสั้นนี้มีความหมายน่าจดจำ แม้เมื่อสิ้นโลกและเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปแล้ว


วินทร์ เลียววาริณ
www.winbookclub.com
7 กรกฎาคม 2550





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
นายยุติธรรม วันที่ : 12/10/2007 เวลา : 01.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yutithum

หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าวว่า ศาลพิพากษาจำคุก ๓ นักธุรกิจ หมิ่นผู้พิพากษา (มติชน ๓๐ มีนาคม) โดยนักธุรกิจที่ถูกศาลพิพากษาจำคุกนั้น ได้ร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อคณะผู้บังคับบัญชา เกี่ยวกับความประพฤติและการกระทำของผู้นั้น ปรากฏว่าทั้งสามคนถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหาความผิดอาญา และถูกฟ้องต่อศาล ศาลดำเนินการพิจารณาแล้วมีคำพิพากษาลงโทษผู้ร้องทั้งสามคนดังกล่าว

นักกฎหมายคนหนึ่งบอกว่า สิทธิของชนชาวไทยที่ว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องราวร้องทุกข์และได้รับแจ้งผลการพิจารณาในเวลาอันสมควร ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ”

รัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประกาศทุกวันว่า ใครมีปัญหาร้องทุกข์ต่อสำนักนายกรัฐมนตรีได้ที่หมายเลข ๑๑๑๑

เช่นเดียวกับ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ที่ชักชวนให้ชาวบ้านเดือดร้อนร้องทุกวัน

ถ้าร้องไปแล้ว ถูกฟ้อง และติดคุก จะทำอย่างไร มีกฎหมายคุ้มครองประชาชนผู้ร้องขอความเป็นธรรมหรือไม่

มิน่าเล่า อดีตตุลาการศาลสูงสุดท่านนั้นจึงถามว่า กฎหมายไทยคืออะไร?

ทองใบ ทองเปาด์ (๑๙ เมษายน ๒๕๕๐)

เผยแพร่ครั้งแรก : สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์, ๖ - ๑๒ เมษายน ๒๕๕๐

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
thanest@thonburi วันที่ : 08/09/2007 เวลา : 23.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/belief

จากเรื่องมหาบุรุษ ท่านหนึ่ง ที่ได้แสวงหา และ หลุดพ้น
มากว่า 2550 ปี มาแล้ว

ผมยากจะพูดถึงมหาบุรุษอีกท่านหนึ่ง ประมาณ 1400 ปี มาแล้ว

ท่านทรงเป็น บุคคลที่อยู่ท่ามกลางเหล่ามวลมนุษย์ ที่จับคนด้วยกัน มาเป็นทาศ

ท่านเล็งเห็นว่า ไม่มีทางที่ การมีทาศ จะถูกยกเลิก
ใน สมัยอันใกล้ๆ นั้น

ท่านจึงพยายามปลดปล่อยทาศเหล่านั้น
โดยการซื้อตัวพวกเขา ด้วยเงินที่หามาได้ ด้วยหยาดเหงื่อของท่าน

แล้วปล่อยให้เป็น อิสระ

ปล่อยมนุษย์ จากความเป็นทาส

จาก ความไม่รู้ และ ความเสื่อมทั้งปวง ให้ได้เรียนรู้
ประจักร ถึง สิ่งที่บันดาลให้
ท่านนั้นทำสิ่งเหล่านี้
พวกเขาเหล่านั้นเลยพากันสยบต่อหน้าท่าน
และขอเป็น หนึ่งในผู้ศรัทธา ตามท่าน

มนุษย์ ทุกตน มีสิทธิ เลือกที่จะ ดำรงอยู่
ด้วยอิสรภาพของตน
ทั้งอิสรภาพทางกาย
และ อิสรภาพทางใจ
และ อิสรภาพทางความคิด

ท่านถูกต่อต้านอย่างหนัก มีการโจมตี โดย
ผู้เสียผลประโยชน์ หลายครั้ง

ท่านไม่เคยรบเพื่อเอาชนะ แต่เพียง
เพื่อป้องกันตน
ป้องกันพวกพ้อง
หรือป้องกัน ผู้ที่เป็นเจ้าบ้านให้ท่านไปอาศัยอยู่ด้วย

ท่านไม่เคย ยกทัพไปโจมตีใคร
มีแต่ ผู้อื่นยกทัพมา
ซึ่งท่านต้อง รบเพื่อ ป้องกัน

แต่ ท่านก็ถูกประณามว่า เผยแพร่ศาสนาด้วย คมดาบ
ซึ่งผู้ที่ไม่รู้ความจริง เท่านั้น

ที่จะเชื่อ คำกล่าวหาเหล่านั้น

ยังไงก็ตาม ทุกวันนี้ ท่านก็ยังเป็นชื่อที่ผู้คนออกมา
อ้าง และยุแหย่ ให้คนทะเลาะกัน
ฆ่ากัน จนผมเบื่อระอากับ ปัญญาของคนเหล่านี้
ที่ถูกยุได้ง่ายมากเช่นนี้

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 21/07/2007 เวลา : 21.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 


ความคิดเห็นที่ 14 (0)
chaitham วันที่ : 20/07/2007 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/erp
ChaiTham

มหาบุรุษ ท่านหนึ่ง ได้แสวงหา และ หลุดพ้น
มากว่า 2550 ปี มาแล้ว

ท่านทรงเป็น บุคคลแรกๆของโลกที่พยายามปลดปล่อย
มนุษย์ จาก

ความเป็นทาส

จาก ความไม่รู้ และ ความเสื่อมทั้งปวง

มนุษย์ ทุกตน มีสิทธิ จะเหลือ ดำรงอยู่เยี่ยง ทาส

ไม่ว่าจะเป็น

ทาสทางกาย หรือ
ทาสทางใจ หรือ
ทาสทางความคิดยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างขาดสติ

หรือ

จะเลือก ปลดปล่อย ตนเองจากความเป็น ทาส
ก็สุดแท้ แต่ สติ ปัญญา และ มโนสำนึกของแต่ละท่าน
-------------------------สาธุ--------------------------

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ใช่ครับ บางอย่างวิทยาศาสตร์ก็ให้คำตอบมิได้ ค้นคว้าต่อไปนะครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

มนุษย์ไม่ใช่เจ้าของจักรวาล กระทั่งโลกนี้ก็ไม่ใช่

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 09.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

"มนุษย์คือการรวมตัวใหม่ของเศษซากของดวงดาว "
น่าคิดครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
นารถ_บูรพา วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

ผมว่าความผูกพันกับสิ่งศักดิ์มันดูเหมือนกับจะเป็นรากของมนุษย์เรามานับแต่อดีตกระมัง

ด้วยเหตุว่า มนุษย์เราใกล้ชิดกับธรรมชาติมากในยุคก่อนที่จะคำว่า "วิทยาศาสตร์" ขึ้นมา แต่ความจริงแล้ววิทยาศาสตร์ก็คือธรรมชาติ เพียงแต่พยายามอธิบายปรากฎการณ์ต่างๆ ด้วยตรรกะ ด้วยความพิสูจน์ได้

ผมว่าไม่แปลกหรอกครับ ที่วันนี้คนยังเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่
ก็เพราะบางครั้งวิทยาศาสตร์มันยังอธิบายทุกสิ่งในโลกนี้ได้ไม่หมดน่ะสิครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
มิตรภาพงดงามเสมอ วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jenny

ชีวิตคือความว่างเปล่าจริงๆค่ะ ... ขอบคุณที่ไปทักทายกันด้วยนะคะ ...... :)

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
หมวยนรกไม่ชอบยกล้อ วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 17.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/human-error-story

โดดเดี่ยว...ในดงมนุษย์.....
โดดเด่น....ในดงมนุษย์......
...ความแตกต่าง....ในดงมนุษย์.....สุดท้าย...ตาย...ดับสูญ...สู่การว่างเปล่า...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
9ton วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/IsAmR
(เงินทอง ของมายา ข้าวปลา คือ ของจริง)ขอทำหน้าที่ผู้ชม(อ่าน) ก็พอนะ..............

กลับมาอ่านอีกรอบ...จริงดั่งคำ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ยัยตัวหนอน วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 18.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bookclub
รวมพลคนรักหนังสือ บาย "ยัยตัวหนอน"

เฮ้อออออ ชีวิตคือความว่างเปล่า?

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Thaihippy วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaihippy

..สิ่งศักดฺสิทธิ์ อาจอพยพไปทำงานใน..จักรวาลอื่นได้มั้ย?
..จะได้อาศัยไปด้วย..ไง?

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ku_khuan วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 14.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khuan
<<"วันนึงชั้นก็ตื่นขึ้นมา!...แล้วพบว่า....ตัวเองเป็นแค่ถ่านไฟฉายก้อนนึง">>

อ่านบทความคุณวินทร์แล้วรู้สึกดี
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
buddhamantra วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buddhamantra


อ่านแล้วอาจจะเชื่อได้ว่า มนุษย์มาจากธาตุ 4 หรือ ธาตุ
คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ( อากาศ วิญญาณ )

ระยะเวลาของมนุษย์ที่ปรากฏบนโลกใบนี้สั้นเกินไป
หรือต้องการไปสู่ความว่างเปล่าให้เร็วขึ้น
แล้วทำไมมนุษย์ยังต้องฆ่าฟันกันไม่รู้จักจบสิ้น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
lady_m วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LadyMakaret

ดีมากเลยคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
9ton วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/IsAmR
(เงินทอง ของมายา ข้าวปลา คือ ของจริง)ขอทำหน้าที่ผู้ชม(อ่าน) ก็พอนะ..............

ความแตกต่างของชีวิตหนึ่งกับอีกชีวิตหนึ่งจึงมิใช่อยู่ที่ว่าเราจะรู้ก่อนล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากอยู่ที่ว่าเราจะทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันด้วยตัวเราเอง เมื่อนั้นเราจะรู้สึกว่าการเกิดมาในจักรวาลในช่วงเวลาสั้นแสนสั้นนี้มีความหมายน่าจดจำ แม้เมื่อสิ้นโลกและเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปแล้ว

ย่อหน้าสุดท้าย กินใจมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน