• Dr.Kaew
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pakorn_ku@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-10
  • จำนวนเรื่อง : 400
  • จำนวนผู้ชม : 1137647
  • ส่ง msg :
  • โหวต 331 คน
ครูแก้ว
ผศ.ดร.ปกรณ์ สุปินานนท์ อาจารย์ประจำ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา : Blog ชุมชนแห่งการเรียนรู้ในเรื่องงาน Training & Education
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/learning
วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม 2551
Posted by Dr.Kaew , ผู้อ่าน : 3962 , 13:25:43 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Dr.Kaew โหวตเรื่องนี้

ความสุขอยู่ที่ไหน ?
อยู่ที่การได้ทำตาม “ความฝัน”
อยู่ที่การได้เรียน “หนังสือ”
อยู่ที่การได้ทำเพื่อ “ผู้อื่น”
หรือ..อยู่ที่การได้ “ค้นพบ” ความหมายที่แท้จริงของชีวิต


โรงเรียนเพียงหลวง หนึ่งในโรงเรียนชายขอบที่สมมุติขึ้นมาในภาพยนตร์ ที่สะท้อนความจริงบนความล้มเหลวในระบบการศึกษา  ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฏีวิพากษ์ (Critical Theory) ที่มองว่าบุคคลแต่ละคนมีศักยภาพที่จะเพิ่มพลังอำนาจที่ได้จาก “ความรู้” เป็นการ   “เพิ่มอำนาจ” (empower) เพราะ “ความรู้” เป็นแหล่งทรัพยากรทางสังคมที่สำคัญ เช่นเดียวกับ “เงิน”  และทุกคนมีสิทธิในการเพิ่มอำนาจและเพิ่มชนชั้นของตนเองให้สูงขึ้น ซึ่งแตกต่างจากแนวคิด “ผลิตซ้ำ” ซึ่งมุ่งแต่จะคงสภาพลำดับขั้นสูงต่ำของโครงสร้างชนชั้นไว้ และกดขี่ผู้ด้อยโอกาสไม่ให้ได้มีโอกาสทางสังคมที่สูงขึ้น  คนรวยก็รวยต่อไป คนจนก็จนเหมือนเดิม ไม่มีโอกาสทางสังคมหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือโรงเรียนทำหน้าที่เป็นเครื่องมือที่จะรักษาความร่ำรวยและอำนาจให้อยู่ในมือของคนชั้นกลางและคนชั้นสูงต่อไปนั่นเอง

ถ้าหากเด็กด้อยโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่พระราชบัญญัติการศึกษากำหนดไว้   จะทำให้พวกเขาเหล่านั้นได้มีโอกาสทางสังคมที่สูงขึ้น จะทำให้เขาได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลให้สังคมสามารถอยู่รวมกันอย่างสงบสุข เพราะไม่มีใครที่เดือดร้อนหรือขาดปัจจัยในการที่ดำรงชีวิต เพราะการศึกษาคือพลังอำนาจที่จะก้าวไปสู่อีกชนชั้นหนึ่งของสังคมได้

การเรียนรู้ ไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในห้องเรียน  สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราเป็นสื่อการสอนที่ครูหยิบจับเพื่อถ่ายทอดอย่างมีศิลปะ  ให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้และถ่ายทอดในเรื่องที่เด็กอยากรู้  สอดรับกับพื้นฐานการดำรงชีวิตในชุมชน เกิด “ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน” เป็นสิ่งที่นักพัฒนาหลักสูตรต้องออกแบบให้สอดคล้องกับสถานศึกษา ให้เรียนรู้อยู่บนโลกของความเป็นจริงให้ได้

  “ตกเขียว” เป็นประเด็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่เป็นค่านิยมของพ่อแม่ ที่ขายลูกสาวเพื่อ “เงิน” เพราะวัตถุนิยมจะเลื่อนชนชั้นทางสังคมของพ่อแม่ได้  ผมสะเทือนใจมากกับบทบาทของ “สวย” ที่ไม่มีโอกาสได้ตามหาฝันของตัวเองที่อยากเป็นครู  ผมเข้าใจถึง “ความยากจน” ที่ต้องขายลูกกินกับค่านิยมผิด ๆ  เรื่องการแก้ปัญหา “ตกเขียว” จึงต้องให้ “ความรู้” เพื่อปรับทัศนคติใหม่ให้กับพ่อแม่ และต้องแก้ปัญหา “ความยากจน” ควบคู่กันไป     

“หนึ่งใจ…เดียวกัน” จึงเป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนถึงปัญหาของการศึกษาไทยได้อย่างชัดเจน และแสดงให้เราเห็นว่า “การเรียนรู้ เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา” เด็กที่นี่พร้อมที่จะเรียนรู้ แต่เขาไม่มีโอกาสทางการศึกษาเฉกเช่นคนในเมืองหลวง ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของ “เด็กด้อยโอกาส” ในสังคมไทย

 


ตัวอย่างภาพยนตร์ ชมได้ที่ 

http://www.oknation.net/blog/learning/2008/08/04/entry-1




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
เคียงดิน วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

สวัสดียามสายค่ะอาจารย์

กาแฟสักแก้วก่อนไหมคะ

ขอบคุณความรู้ที่อาจารย์ให้ค่ะ กรอบคิดที่อาจารย์พูดถึง โจทย์หนึ่งที่เก้าเพิ่งทำไป เมื่อปีที่แล้วร่วมกับสภาการศึกษา
เป็นเรื่องการหาแนวทางปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ผ่านเวทีสาธารณะ จากครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา สถาบันศาสนาและร่วมสร้างเครือข่าย การปลูกฝังคุณธรรมเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันหลังสิ้นสุดโครงการ

ส่วนโครงการใหม่ ยังคงใช้ Child Watch แต่ผลนั้นไม่ได้ตอบคำถามแค่เรื่องกระบวนการ แต่มีองค์ความรู้อีกชุดหนึ่งที่ นักวิจัยเองก็ต้องสร้างองค์ความรู้นั้นให้เกิดเป็นรูปธรรม

การทำงานวิจัยแบบบูรณาการ จึงปวดหัวจริงๆนะคะ
มันเห็นจุดแข็ง จุดอ่อน ตัวเอง เป็นอันดับแรก แต่ก็ต้องเดินไปเนาะ อาจารย์ เอาว่าเป็นกำลังใจให้แก่กันและกันนะคะ
ขอบคุณอย่างสุดซึ้งเลยค่ะ /เก้า

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
pradin วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pradin
I am Royalist

ของคุณที่เข้าไปเยี่ยมทักทายครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning
ดร.แก้ว

เรียน อาจารย์เคียงดิน

Child Watch เป็น
ระบบเฝ้าระวังทางสังคม (Social Watch System) ที่รู้เท่าทันสถานการณ์ปัญหาเด็ก

ผมขอร่วมเรียนรู้จากประเด็น Child Watch ดังนี้

เมื่อเกิดปัญหาทางสังคมที่สัมพันธ์กับเด็กในรูปแบบต่าง ๆ "โรงเรียน" จะถูกเป็น "จำเลย" แต่ฝ่ายเดียว ที่ผมกล่าวเช่นนี้ไม่ใช่ให้โรงเรียนปัดความรับผิดชอบแต่อย่างใด แต่การที่เฝ้าระวังไม่ให้ปัญหาเกิด และเสริมแต่งนักเรียนให้ดีงามขึ้นได้นั้น ต้องมาจากระบบ "สังคม" เพราะ "ระบบการศึกษา" ไม่ใช่ "ยาวิเศษ" ที่รักษาได้ทุกโรค

ชุมชนแห่งการเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษากับครอบครัว จึงมีบทบาทสำคัญ

การนำแนวคิดของครูมาจัดการศึกษาที่บ้าน โดยสอดคล้องกับกิจกรรมที่จัดในโรงเรียน เช่น
กิจกรรม Hotline อาจเป็นจดหมายข่าวให้ผู้ปกครองรู้ถึงความเคลื่อนไหว เราอาจจะกำหนดวัน เช่น วันอังคารจะได้รับจดหมายข่าว ผู้ปกครองก็จะรอรับ การทำจดหมายข่าวอาจจะทำสัปดาห์ละครั้ง นอกจากการใช้จดหมายข่าว การ์ด หรือเคเบิ้ลแล้ว ก็อาจใช้การประชุมเข้ามาเพื่อสื่อสารกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชน โดยครอบครัวสามารถช่วยโรงเรียนได้ คือผู้ปกครองอยากแบ่งปันประสบการณ์ให้โรงเรียน ผู้ปกครองก็ถูกเชิญมาเป็นวิทยากรได้

โรงเรียนยังช่วยเหลือครอบครัวในด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น การรักษาความปลอดภัย เช่น ผู้ปกครองมีเด็กพิเศษ ผู้ปกครองต้องการคำปรึกษาหรือไม่ ? เหล่านี้เราสามารถช่วยเหลือผู้ปกครองได้

เราพูดในฐานะที่เราเป็นโรงเรียน เราจะจัดเมื่อโรงเรียนสื่อสารกับผู้ปกครองให้จัดกิจกรรมได้ ขึ้นอยู่กับวิชา

สำหรับในระดับอุดมศึกษา ฝ่ายกิจการนักศึกษาก็สามารถจัดให้กับนักศึกษาได้ โดยใช้ Website เป็นเครื่องมือหนึ่งที่เป็นช่องทางระหว่างมหาวิทยาลัยกับผู้ปกครองได้โดยเตรียมความรู้ให้กับพ่อแม่ จัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ปกครองในการใช้งาน เช่น คู่มือเพื่อเข้า Website เป็นต้น การส่งจดหมาย การประชุม ก็สามารถจัดได้ในระดับอุดมศึกษา ผู้ปกครองก็สามารถถูกเชิญมาเป็นวิทยากรได้เช่นกัน

ภาพรวมของโครงสร้างครอบครัวที่เข้มแข่งเป็นอย่างไร ?
- พ่อแม่ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองเด็ก
โครงสร้าง โรงเรียนเป็นอย่างไร จะใช้โปรแกรมหรือหน่วยกลางจัดทำขึ้นมา ร.ร. จะประสานงานกับผู้ปกครอง พ่อแม่ต้องเตรียมตัวอย่างไร จัดฝึกอบรม ประสานงานสนับสนุนเพื่อให้ผู้ปกครองมีความรู้มีทักษะ มีลูกควรเตรียมตัวอย่างไร

- พ่อแม่ในฐานะที่เป็นผู้มีส่วนร่วม
โรงเรียนจะร่วมในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ บ้านกับโรงเรียนแยกกันไม่ได้ มีการจัดตั้งสมาคมครูและผู้ปกครอง หรือสมาคมต่าง ๆ จัดประชุมผู้ปกครองปีละ 2 ครั้ง โดยจะสนับสนุนความสัมพันธ์กับครูหรือผู้ปกครองเสมอๆ

- พ่อแม่ในฐานะผู้แก้ปัญหา
จะต้องรู้จักลูกของคุณซะก่อน ร.ร.จะร่วมมือในการสร้างความเชื่อมั่นครูให้กับเด็ก โดยจะปลูกฝั่งในเรื่อง ความเชื่อ ความรัก การยอมรับ และจะเน้นในช่วงวัยรุ่น ซึ่งถือว่าจะฉายภาพการตาย การหย่าร้าง แยกกันอยู่ อนาคตลูกจะเป็นอย่างไร ให้ผู้ปกครองเห็น หรือข้อวินัยต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ปกครองรู้ว่าพฤติกรรมต่าง ๆ ต้องทำอย่างไร
สื่อให้ผู้ปกครองรู้จักความรับผิดชอบ การเชิญประชุม ถ้าโรงเรียนขนาดใหญ่ การติดต่อสื่อสาร เราต้องมองในสิ่งเหล่านี้ การเชิญประชุมจะสะดวกหรือเปล่า พร้อมทั้งรับฟังปัญหาข้อเสนอแนะจากผู้ปกครอง เป็นการนำเสนอให้ผู้ปกครองป้อนกลับให้กับทางโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นข้อปฏิบัติในการดูแลเด็ก บทบาทหน้าที่ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาประจำปี ภายใต้ความรักความเมตตา

เหล่านี้คือ "ความคิดเห็นส่วนตัวของผม" ถึงรูปแบบหรือกระบวนการในการจัดการเรียนการสอน หรือการจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับ "Child Watch"


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เคียงดิน วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

อรุณสวัสดิ์ค่ะอาจารย์

ขอความกรุณาอาจารย์แนะนำความรู้เรื่องนี้หน่อยค่ะ ว่ารูปแบบหรือกระบวนการในการจัดการเรียนการสอน หรือการจัดกระบวนการเรียนรู้เป็นอย่างไร คำนี้อะค่ะ"Child Watch" ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
toujaa วันที่ : 18/08/2008 เวลา : 07.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toujaa

หลายคนมีโอกาสได้เรียนโรงเรียนดีๆ สังคมดีๆ แต่ไม่อยากเรียน อยากให้คนเหล่านั้นดูเรื่องนี้นะ จะได้รู้ว่าคนไม่มีโอกาสอีกมากที่กำลังแสวงหาและรอคอยอยู่

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
กลองไท วันที่ : 17/08/2008 เวลา : 18.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kraitong
ไทนาหว้า

เคยอ่านหนังสือ นักสู้หมู่บ้านตกเขียวของ คำพูน บุญทวีแล้วจะรู้ว่าบางทีทีเด็กอยากเรียนหนังสือแต่เพราะความจนทำให้ทางเลือกมีไม่มาก(คนจนแค่คิดก็ผิดแล้ว)

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
กลองไท วันที่ : 17/08/2008 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kraitong
ไทนาหว้า

ยังมีครูอยู่มากที่ไม่รู้มาเป็นครูได้ยังไงบางทีออกข้อสอบเหมือนแบบฝึกหัดท้ายบทเรียนทุกข้อหรือบางทีพลิกแพลงหน่อยก็ซื้อคู่มือเล่มแพงๆหน่อยแล้วเลือกมาบางส่วนนักเรียนคนไหนมีเงินซือคู่มือก็ทำข้อสอบได้หมด.....(โรงเรียนผมเองครับอยู่จ.นครพนม ไม่รู้มาเป็นครูได้ไงหลายคนด้วย)

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
คนบ้านใหม่ วันที่ : 17/08/2008 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krunoppol
ครูบ้านทุ่งชายทะเล

สวัสดีวันอาทิตย์ครับ..คนบ้านใหม่แวะมาเยี่ยม..ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ...ที่อาจารย์ขยันหามาฝาก..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

“ตกเขียว” เป็นประเด็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่เป็นค่านิยมของพ่อแม่ ที่ขายลูกสาวเพื่อ “เงิน” เพราะวัตถุนิยมจะเลื่อนชนชั้นทางสังคมของพ่อแม่ได้ ผมสะเทือนใจมากกับบทบาทของ “สวย” ที่ไม่มีโอกาสได้ตามหาฝันของตัวเองที่อยากเป็นครู ผมเข้าใจถึง “ความยากจน” ที่ต้องขายลูกกินกับค่านิยมผิด ๆ เรื่องการแก้ปัญหา “ตกเขียว” จึงต้องให้ “ความรู้” เพื่อปรับทัศนคติใหม่ให้กับพ่อแม่ และต้องแก้ปัญหา “ความยากจน” ควบคู่กันไป

...........

เรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องความยากจนอย่างเดียวค่ะ

เป็นเรื่องของ "ทัศนคติ" ท้องถิ่นด้วย


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
arekoy วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arekoy
อนาคตและอดีตไม่สำคัญ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ขอบคุณค่ะอาจารย์
จะชวนนายตะโก้ไปดูด้วย (คิดว่าคงยาก)

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เคียงดิน วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

เก้าไล่ออ่านหมดแล้วค่ะอาจารย์
พอได้แนวคิดบางอย่าง
แต่ไม่แน่ใจว่าถึงเวลาปฎิบัติจริง จะทำได้แค่ไหนนะคะ

เอาเป็นว่าวันจันทร์เก้าจะมาขอคำอธิบายบางเรื่อง
เพราะตอนนี้เอกสารอยู่ที่มหาวิทยาลัย
โจทย์วิจัย เป็นโครงการชุดใหญ่ อยู่ระหว่าง การเจรจาพูดคุย ในหลายเรื่อง ส่วนคนคิดโจทย์ คงเผยตรงนี้ยังไมได้ค่ะ ขอบคุณนะคะอาจารย์ สู้ๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning
ดร.แก้ว

แนวคิดเรื่อง“ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน” อาจารย์เก้า เข้าไปอ่านได้ที่
http://www.oknation.net/blog/learning/2008/07/17/entry-1

ในเรื่องของการจัดการระบบการเรียนรู้ของครูและเด็ก อาจารย์สนใจทฤษฏีการเรียนรู้ในเรื่องอะไรที่จะ Action กับเด็ก เช่น Constructivist (อ่านได้ที่ http://www.oknation.net/blog/learning/2008/07/15/entry-2) หรือจะเชื่อ "พฤติกรรมนิยม" พวก Classical conditioning (อ่านได้ที่ http://www.oknation.net/blog/learning/2008/07/20/entry-1)

เหล่านี้เป็นเรื่องที่นักออกแบบหลักสูตรต้องรู้ เพื่อวางแผนจัดการเรียนการสอนทั้งสิ้น

ชุมชนแห่งการเรียนรู้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่การเรียนการสอนไม่จำกัดอยู่แต่ในห้องเรียน เพราะอย่าลืมว่า การศึกษาคือการเรียนรู้ และการเรียนรู้ของเด็กจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อเขาได้เรียนรู้ในสิ่งที่สอดคล้องกับบริบทกับตัวเอง

อาจารย์ ลองเริ่มอ่านได้จาก http://www.oknation.net/blog/learning/2008/07/26/entry-1
ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ไม่มากก็น้อยครับ

หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นจากทฤษฎีหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่เนื้อหามันช่างสอดคล้องกับทฤษฎีที่ผมว่าไว้จริงๆ


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เคียงดิน วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

ในขณะที่เก้ากำลังอ่านงานอาจารย์
มองกลับไปห็นอาจารย์คอมเมนท์ในบล๊อคแล้ว ไวแท้

ขอบคุณนะคะ

เก้ายังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ แต่ตอบให้เก้าหายสงสัยหน่อยนะคะว่า

หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นจากทฤษฎีหรือ ใช้ทฤษฎีอธิบายหนัง

เก้าเพิ่งกลับจากรับงานชิ้นใหม่เป็นแนวคิดเรื่องการจัดการระบบการเรียนรู้ของครูและเด็ก เราพบปัญหาอย่างนึงว่าครูหลายคน(ไม่ใช่ทุกคน)ทำงานวิจัยไม่เป็นและยังคงยึดระบบการเรียนรู้แบบเดิมๆ

ดังนั้นแนวคิดเรื่อง“ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน” เป็นสิ่งที่นักพัฒนาหลักสูตรต้องออกแบบให้สอดคล้องกับสถานศึกษา ให้เรียนรู้อยู่บนโลกของความเป็นจริงให้ได้ "

จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ เราทุกคนต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

อาจารย์ตอบเก้าได้ไหมคะว่า อาจารย์มีแนวคิดเรื่องการออกแบบหลักสูตรอย่างไร เพราะเก้าไม่ได้เรียนเรื่องหลักสูตรมาค่ะ

งานที่รับมาทำ เก้าไม่ได้คนออกแบบ เอง โจทย์นี้เป็นโจทย์ใหญ่จริงๆค่ะ ดังนั้นรูปแบบของเก้าอาจเหมือนหรือไม่เหมือน ของอาจารย์ค่ะ

ด้วยความเคารพ/เก้า

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เจ้าอารมณ์ วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 20.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimeiei
http://www.jaoarom.com

นัดกับเพื่อนว่ายังไงต้องไปดูหนังเรื่องนี้ให้ได้


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Canary วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajhara

ไปดูมาแล้วชอบมาก ชอบตอนสอนให้เรียนรู้โดยให้ใครมีความรู้อะไร ก็มาสอน ให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง และมีฉากเศร้าที่เด็กผู้หญิงในหมู่บ้านพ่อแม่มักขายเอาเงิน เป็นเรื่องจริงที่คนไทยทุกคนคงต้องร่วมมือกันทำอะไรซักอย่างไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning
ดร.แก้ว

ขอขอบคุณ กอง บก. OK Nation
ที่จัดให้เรื่องนี้ เป็นเรื่องแนะนำให้อ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Noppajorn91 วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 18.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/CA09
...อย่าเห็นเป็นความดีเล็กน้อย แล้วจึงไม่ทำ .....อย่าเห็นเป็นความชั่วเล็กน้อย แล้วจึงกระทำ

โดยส่วนตัวไม่ชอบเลย...กับการดูหนังดราม่าสะเทือนอารมณ์(นิดเดียวก็ไม่ได้นะคะ!) แต่อยากสนับสนุนการสร้างโรงเรียนให้มากขึ้น(หวังว่าครูที่ดีจะมีมากๆด้วย)
เลยปลงใจไปนั่งสะอึกสะอื้นพร้อมกับใครไม่รู้อีก10กว่าคนในโรงหนัง เนื้อหาของหนังก็เป็นดังที่คุณกล่าวมาน่ะค่ะ
แต่อีกเรื่องที่ฉันสัมผัสได้จากการดูหนังเรื่องนี้ คือ ฉันไม่ค่อยเขินเท่าไหร่เมื่อเดินออกมาแล้วน้ำตายังไม่หยุดไหล
... ก็ใครๆเขาก็เป็นเหมือนกันนี่นะ ....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
feng_shui วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 17.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

หนึ่งใจเดียวกันจริงๆค่ะ เพื่อคนที่ต้องการความรู้เพื่ออยู่ในสังคม
.
.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
บักเขื่อขื่น วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/minoritytribe
กตตน์

ความรู้คืออาวุธจริงๆๆครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
dekkid วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 13.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/reading

ชื่นชมค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

พวกเราทำอะไรได้บ้าง

ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT)

View All
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


ผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ต้องจบสาขาบริหารการศึกษา ท่านเห็นด้วยหรือไม่
เห็นด้วย
17 คน
ไม่เห็นด้วย
5 คน

  โหวต 22 คน