• Dr.Kaew
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pakorn_ku@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-10
  • จำนวนเรื่อง : 393
  • จำนวนผู้ชม : 911718
  • ส่ง msg :
  • โหวต 331 คน
ดร.ปกรณ์ สุปินานนท์
อาจารย์ประจำ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา : Blog ชุมชนแห่งการเรียนรู้ในเรื่องงาน Training & Education
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/learning
วันอังคาร ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by Dr.Kaew , ผู้อ่าน : 2245 , 16:51:30 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน พันธุ์สังหยด , ยามครับ และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

จากนโยบายการศึกษาที่ให้นักเรียนทุกระดับชั้นในสังกัด สพฐ.

ให้มีภาระการเรียนในห้องลดลง เพื่อให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้น

ไม่ได้หมายความว่า “ภาระครูจะลดน้อยลง”

แต่กลับเป็นความท้าทายของครูเสียด้วยซ้ำ

ว่าจะทำอย่างไร ให้เด็กเกิดความกระหายใคร่รู้ในเนื้อหาวิชา

 

ขอบคุณภาพจาก นสพ.M2F


การสร้างกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อกระตุ้นต่อมอยากเรียนรู้ของเด็ก

จึงต้องอาศัยทฤษฎีเรื่อง “คนเราเรียนรู้กันอย่างไร” เพื่อให้เข้าใจก่อนว่า

ต่อมความอยากรู้ อยากเห็น จนนำพาให้เด็ก อยากเรียน

มันต้องมีลีลาที่ไม่ใช่ให้ครูมายัดเยียดความรู้เท่านั้น

 
ผมเคยเขียนถึงเรื่องการสร้างองค์ความรู้ (Constructivism) ไว้เมื่อปี 2551(สนใจอ่าน คลิกที่นี่

ที่ตัวครูต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเองให้เป็นกัลยาณมิตร 

ไม่ใช่เป็น “เจ้าชีวิต” ที่ชอบใช้วิธีการให้รางวัลหรือการลงโทษ

เพื่อกระตุ้นให้เด็กเรียนรู้ในสิ่งที่ครูต้องการ

โดยไม่เคยถามว่าสิ่งที่สอน คือสิ่งที่เด็กอยากเรียนหรือไม่

 

ผมเองมีความเชื่อว่า ...

พฤติกรรมของคนไม่ได้มาจากของรางวัลหรือคำดุด่าเพื่อบังคับให้ทำ

แต่มาจากภายในที่บุคคลนั้นมีความต้องการเพื่อความอยู่รอดในชีวิต

โดยเด็กแต่ละคนก็มีความต้องการที่แตกต่างกันไป

จึงเป็นปฐมบทของคำว่า Child Centered (สนใจอ่าน คลิกที่นี่)

 

การออกแบบหลักสูตรบนพื้นฐานของความสนใจใคร่รู้

ครูต้องสร้างกิจกรรมที่สัมพันธ์กับโลกของความจริง

ที่ให้เขาได้แก้ปัญหาที่เป็นปัญหาจริง ๆ (Problem-Based Learning)

ซึ่งผมได้เคยยกตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้ของครูโรงเรียนหนึ่งในรัฐ Arizona

โดยใช้ปัญหาในเรื่องทรัพยากรแหล่งน้ำ

และสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์เป็นกิจกรรมดำเนินเรื่อง (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้จากปัญหาที่ต้องบูรณาการจากองค์ความรู้ต่าง ๆ

สู่สิ่งแวดล้อมใกล้ตัวที่ทำให้เด็กเกิดความอยากรู้ อยากเห็น และอยากเรียนรู้

 

แม้กระทรวงจะออกนโยบายให้เลิศหรู เอาใจเด็กแค่ไหนก็ตาม

หากผู้เรียนไม่คิดที่จะสนใจ ใฝ่รู้

ต่อให้ลดการบ้าน หรืออนุญาตให้ไว้ผมทรงเกาหลี

การศึกษาไทยก็ไม่มีวันจะพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน

 

เพราะหัวใจสำคัญคือ ครู

ที่ต้องรู้จักวิธีการสอนให้เข้ากับเนื้อหา

โดยต้องรู้ความต้องการของผู้เรียน

เพื่อกำหนดว่าเขาต้องเรียนอะไร และเรียนอย่างไร

 
หากครูทำเช่นนี้ได้

การศึกษาไทยพัฒนาแน่
 


 

 .com/dr.kaew  


  .com/drkaew

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 15/03/2013 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ต่อไปเด็กไทยจะไปทางไหนกันละเนี่ยมีเวลาว่างมากขึ้นเล่นเกมมากขึ้น อิอิ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ยามครับ วันที่ : 06/02/2013 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

เรื่องการบ้านนี่ เด็กชั้นประถม ที่ผมเห็น ลอกกันกระจาย แถมพวกวิชา การงานพื้นฐานอาชีพ และงานกลุ่ม ก็จะเกี่ยงให้เพื่อนทำ แต่ขอมีเอี่ยวเอาคะแนนด้วย

ดังนั้นการลดหรือเพิ่มการเพิ่มการบ้าน ก็อาจจะทำให้ภาระ ในการ “ลอก” ลด หรือ เพิ่มได้นะครับ

เด็กที่ไขว่รู้ ก็ยังไขว้รู้วันยังค่ำ เด็กที่ขี้เกียจ ก็ยังขี้เกียจ

ผมมีโอกาสได้คุยหรือสอนเด็กกลุ่มเล็กๆ เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมพวกเขาอยู่ระยะหนึ่ง ประเด็นนอกตำราเรียนที่คุยกันคือ “ความฝัน” หรือ “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความต้องการเลี้ยงชีพ หรือเอาตัวให้รอดเมื่อโตขึ้น

ผมชอบที่อาจารย์เขียนตรงนี้มาก “การออกแบบหลักสูตรบนพื้นฐานของความสนใจใคร่รู้ ครูต้องสร้างกิจกรรมที่สัมพันธ์กับโลกของความจริง ที่ให้เขาได้แก้ปัญหาที่เป็นปัญหาจริง ๆ”

ผมเองคิดเสมอว่า เรียนไปทำไม ถ้าหากเอาใช้กับชีวิตจริงไม่ได้ ส่วนการทำการบ้าน ต้องรู้ก่อนว่า “แล้วทำไปทำไม” บางทีผมก็เบื่อกับการบ้านบางอย่างที่เห็นเด็กๆทำนะครับ มันไม่เข้าเรื่อง และเสียเวลา แต่คิดอีกมุม มันอาจจะเป็นพัฒนาการของเด็ก ในการเรียนรู้ของเขาก็ได้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 06/02/2013 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ไม่ได้ฝึกฝนทำการบ้านแล้วเด็กจะฝึกสมองในการคิดได้อย่างไร? ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยครับ ...

ทุกวันนี้ครูก็ไม่ค่อยให้การบ้านเด็กอยู่แล้ว เพราะขี้เกียจตรวจงาน ต่อไปเข้าทาง "ครูขี้เกียจ" พอดีเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 05/02/2013 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning

ใช่ครับคุณ Alib-Ba-Ta
ถ้าจะผลักดันการศึกษาไทยแบบครบวงจร
ต้องช่วยกันทั้งครู - ผู้ปกครอง - ชุมชน

ตอนนี้ผมก็ขอเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะปั้นครูให้เข้าใจ
เรื่องของหลักสูตรและการสอน

กำลังทำโครงการ On-Tour สอนครูตามโรงเรียนต่าง ๆ

ความคิดเห็นที่ 1 Dr.Kaew ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Alib-Ba-Ta วันที่ : 05/02/2013 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/UmmuYamin

หัวใจสำคัญอีกข้อ คือ คุณพ่อ คุณแม่ และครอบครัวที่บ้านด้วย เนอะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

พวกเราทำอะไรได้บ้าง

ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT)

View All
<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


ผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ต้องจบสาขาบริหารการศึกษา ท่านเห็นด้วยหรือไม่
เห็นด้วย
16 คน
ไม่เห็นด้วย
5 คน

  โหวต 21 คน