• Dr.Kaew
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pakorn_ku@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-10
  • จำนวนเรื่อง : 397
  • จำนวนผู้ชม : 1060517
  • ส่ง msg :
  • โหวต 331 คน
ดร.ปกรณ์ สุปินานนท์
อาจารย์ประจำ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา : Blog ชุมชนแห่งการเรียนรู้ในเรื่องงาน Training & Education
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/learning
วันอังคาร ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by Dr.Kaew , ผู้อ่าน : 1973 , 16:56:55 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว , BlueHill โหวตเรื่องนี้

ได้อ่านเรื่องผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางประชากรในประเทศไทย

สถานการณ์และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ที่จัดทำโดย

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) (สนใจอ่าน คลิกที่นี่)

ที่รายงานถึงแนวโน้มการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง

 

ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของ “ประเทศไทยมีเด็กมากแค่ไหน”

ของ ประเทศไทยอยู่ตรงไหน ? Whereisthailand.info (สนใจอ่าน คลิกที่นี่)

 

ทำให้มองเห็นอนาคต (Foresight)  และรู้ได้เลยว่า

เรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่ผมขอเรียกเท่ห์ ๆ ว่า

สังคม สว. (สว. แปลว่า สูงวัย)

 

ในมุมมองด้านการศึกษาแล้ว

ผมเห็นว่าสถานศึกษาต้องปรับตัวให้เท่าทัน

ตามจำนวนเด็กที่ลดลงในอนาคต

ซึ่งแตกต่างจากในยุคพ่อ-แม่ ของเรา

ที่ครอบครัวหนึ่งมีลูกไม่ต่ำกว่า 5 – 6 คน

แต่ปัจจุบันผมเห็นว่ามีลูกกัน 2 คนก็เก่งแล้ว

 และเมื่อเด็กมีจำนวนลดลง แล้วสถานศึกษาจะเปิดหลักสูตรเพื่อสอนใคร ?

 

การเข้าสู่สังคมสูงวัย หรือ สังคม สว. นั้น

สถานศึกษาอาจต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเอง

จากเดิมที่สอนแต่คนวัยเรียน (age group)

อาจต้องปรับหลักสูตรให้ตอบสนองกับคนทำงาน (non-age group) ด้วย

โดยปรับหลักสูตรเพื่อเน้นกลุ่มผู้เรียนและสถานประกอบการเป็นสำคัญ

ซึ่งต้องออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทของสถานประกอบการมากขึ้น

และยังต้องฝึกอาชีพและให้การศึกษากับผู้สูงวัยเพื่อให้เขาเลี้ยงตัวเองได้นานที่สุด

 

การปรับหลักสูตรโดยเน้น School to work เป็นสิ่งที่ผมมองว่าสำคัญและจำเป็นในอนาคต

หรือออกแบบหลักสูตรแบบ Community based unit (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

เพื่อให้คนในวัยเรียนสามารถทดแทนแรงงานที่ขาดแคลนได้โดยเร็ว

 

ในมุมของอุดมศึกษาเอง

ผมมองภาพการพัฒนาฝีมือแรงงานในสถานประกอบการเป็นสำคัญ

เพราะเป็นหน้าที่หนึ่งในการให้บริการวิชาการกับชุมชน

ซึ่งการออกแบบหลักสูตรลักษณะนี้ผมขอเรียกว่า “หลักสูตรแบบไร้หน่วยกิต”

ที่ช่วยให้การศึกษากับคนในกลุ่ม Non-age group ในสถานประกอบการ

ตัวอย่างเช่น การนำ MOOC มาประยุกต์ใช้ (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

หรือการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานประกอบการ เช่น

สร้าง Corporate college เช่น วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ หรือ วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี

ก็เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพื่อพัฒนาคนให้ทำงานได้ตรงใจสถานประกอบการ

และไม่เสียเวลาในการฝึกงานแถมยังหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรได้ตั้งแต่เป็นนักศึกษากันเลย

หรือต้องพัฒนาครูให้เป็นนักฝึกอบรมในสถานประกอบการ

เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน ณ หน้างาน ที่สอนได้ทั้ง Functional skill และ Soft skill

นั่นหมายถึงเราต้องออกแบบหลักสูตรโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญจริง ๆ

 

สถานศึกษาจึงต้องมองภาพอนาคตของตัวเองให้ออก

เพื่อกำหนดจุดเปลี่ยนให้เท่าทันกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

มิเช่นนั้น ...

สถานศึกษาจะลำบาก

ในสังคม สว. นี้

 


 .com/dr.kaew   


    .com/drkaew




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 27/02/2013 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning

สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญครับ
อย่าทำตัวแบบหาเงินมาทั้งชีวิต เพื่อมารักษาตัว มันไม่คุ้มกันครับ

เราต้องรักษาสุขภาพ หมั่นออกกำลังกายเสียแต่ตอนนี้ เพื่อไม่ให้เจ็บป่วยเมื่อสูงวัยขึ้น

ประเทศไทยเรียกได้ว่า เป็นประเทศแก่ก่อนรวย
สวัสดิการของ สว. ก็ไม่ดี

Health Capital สำคัญกว่า financial capital

ความคิดเห็นที่ 4 Dr.Kaew ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Pro.Trainer วันที่ : 27/02/2013 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaiyospun

นอกจากเรื่องเด็กแล้ว ก็ต้องสนใจคนแก่ด้วย ... คนเริ่มแก่อย่างผม ก็ต้องดูแลสุขภาพตัวเอง เก็บออมไว้ใช้หลังเกษียณ และเรียนรู้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่อยากเป็นภาระให้ลูกหลานครับ

ความคิดเห็นที่ 3 Dr.Kaew ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 27/02/2013 เวลา : 11.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

หลายประเทศมีปัญหาเด็กเกิดน้อยครับ

ในสิงคโปร์ รัฐบาลแก้ปัญหาโดยเพิ่มโบนัสเงินสดให้แก่คู่สมรสที่มีลูกอ่อน
อนุญาตให้บิดาลางานเพื่อเลี้ยงบุตร เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการส่งเสริมให้คนมีบุตรเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรและลดการพึ่งพาชาวต่างชาติ

หยิบมาให้ดูเป็นตัวอย่างครับ แต่โมเดลนี้คงใช้ไม่ได้ในไทย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 27/02/2013 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning

สถานศึกษาอาจต้องปิดตัวลง เพราะไม่มีเด็กมาเรียน
อุดมศึกษาเองก็ต้องเปลี่ยนบทบาท บริการชุมชนให้มากขึ้นกับ non-age group ครับ


ความคิดเห็นที่ 1 Dr.Kaew ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 27/02/2013 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

เด็กเกิดน้อยลง แนวทางของการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาต่างๆ ต้องเปลี่ยนไปตามจำนวนประชากรที่เปลี่ยนไปด้วยหรือนี่ น่าเนห่วงสถาบันการศึกษาเมืองไทยต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเลยนะครับ Dr.Kaew

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

พวกเราทำอะไรได้บ้าง

ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT)

View All
<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    



[ Add to my favorite ] [ X ]


ผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ต้องจบสาขาบริหารการศึกษา ท่านเห็นด้วยหรือไม่
เห็นด้วย
17 คน
ไม่เห็นด้วย
5 คน

  โหวต 22 คน