• Dr.Kaew
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pakorn_ku@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-10
  • จำนวนเรื่อง : 397
  • จำนวนผู้ชม : 997040
  • ส่ง msg :
  • โหวต 331 คน
ดร.ปกรณ์ สุปินานนท์
อาจารย์ประจำ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา : Blog ชุมชนแห่งการเรียนรู้ในเรื่องงาน Training & Education
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/learning
วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน 2558
Posted by Dr.Kaew , ผู้อ่าน : 2065 , 10:22:32 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ni_gul , ทิวสน และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

สังคมปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น

การใช้ชีวิตให้อยู่รอดได้อย่างมีความสุข

ต้องอาศัยทักษะชีวิตและการทำงาน

ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม

และทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี

 

การจัดการเรียนการสอน

จึงไม่ใช่มุ่งเน้นแต่วิชาความรู้ให้จำเก่ง ท่องได้

แต่ต้องสอนลูกศิษย์ให้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น

ตามวิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21

 

ผมมีโอกาสได้เข้าอบรมในหลักสูตรละครกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

เมื่อวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2558 ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส.

ซึ่งเป็นหลักสูตรต่อเนื่อง

จากหลักสูตรละครเพื่อการเรียนรู้ความเข้าใจความเป็นมนุษย์ (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

การใช้ละครเป็นเครื่องมือจัดการเรียนรู้

ในรูปแบบ Project Base Learning

ทำให้ผมได้ถอดบทเรียนจากกิจกรรมต่าง ๆ

ที่ครูก๋วย (พฤหัส พหลกุลบุตร) และทีมงานมะขามป้อม (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

ใช้กระบวนการละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง

ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ที่ต้องร่วมกันออกแบบวิธีการหาคำตอบที่หลากหลาย

ได้ร่วมฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์

การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร การลดอัตตา

การเรียนรู้ที่จะเข้าใจผู้อื่น เห็นด้วย เห็นแย้ง และเห็นต่าง

ซึ่งหมายความว่าให้ความสำคัญกับกระบวนการหาคำตอบ

มากกว่าคำตอบที่เกิดขึ้น (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

ในบทบาทผู้เรียน ผมได้เรียนรู้ว่าการสร้างผลงานใด ๆ ขึ้นมาสักชิ้น

หัวใจสำคัญคือการสื่อสาร (Communication)

ที่ต้องใช้สุนทรียสนทนา (Dialogue)  

ซึ่ง ศรีสุดา คล้ายคล่องจิตร [1] ได้เคยเรียบเรียงเรื่อง Dialogue ว่า

เป็นการพูดคุยกันโดยไม่มีหัวข้อ หรือวาระที่ตายตัวล่วงหน้า

ไม่มีประธาน ไม่เหมือนการประชุมอย่างมีเป้าหมายเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน

คนในวงสนทนาสามารถพูดอะไรก็ได้ ถามอะไรก็ได้ ส่วนคนอื่นๆ จะตอบหรือไม่ตอบก็ได้

 

การเข้าไปในวง Dialogue ทุกคนต้องให้ความเคารพต่อบรรยากาศของความสงบ

ปล่อยอารมณ์ให้ผ่อนคลาย พูดเรื่องอะไรก็ได้

ส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงการแนะนำและการตอบคำถาม

เพราะคำถามที่เกิดขึ้นเป็นคำตอบในตัวของมันเอง

นอกจากนี้ Dialogue ไม่อนุญาตให้มีการโต้แย้ง หรือสนับสนุน

จนเกิดการปะทะกันทางความคิด

อีกประการหนึ่งคือ การฟังให้ได้ยิน โดยไม่พยายามใส่ใจว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของใคร

แค่กำหนดใจให้รู้ได้ว่าเสียงที่ได้ยินคือ เสียงของกัลยาณมิตรของเราคนหนึ่ง

ที่ปรารถนาจะได้ยินได้ฟังแต่สิ่งดีๆ

นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าสังเกตอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง

ในขณะที่ได้ยินเสียงต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาอาจเป็นเสียงของตนเอง

เสียงของคนในวงสนทนา หรือเสียงจากธรรมชาติ

อาจมีความคิดบางอย่างเกิดขึ้น วาบขึ้นมาในใจ

และความคิดนั้นอาจถูกนำไปใช้ในการเริ่มต้นของการทำอะไรบางอย่าง

ที่มีคุณค่าต่อตนเองและสังคมในอนาคตก็ได้

จากวง Dialogue นี้ ครูของเราให้ฝึกจับปฏิกิริยาตัวเอง

ว่ามีอาการเมื่อได้ฟัง อย่างไร

1. การแทรกถาม

2. เปรียบเทียบ เกทับ แย่งซีน

3. เข้าข้างอีกฝ่าย

4. ยุแยง / เข้าข้าง

5. วิเคราะห์

6. แนะนำ สั่งสอน

7. การแก้ปัญหา

8. ด่วนปลอบใจ

หากสมาชิกในวงสุนทรียสนทนาได้ฝึกฝนกันบ่อย ๆ

เราจะควบคุมอาการเหล่านี้ และรู้จักกาลเทศะมากขึ้น

เพื่อให้วงสนทนาดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งทำให้ผมนึกเชื่อมโยงถึง Professional Learning Community (PLC)

ที่เป็นเครื่องมือในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ของครู (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

โดยกิจกรรมหลักของ PLC มีดังนี้ [2]

1. ทุกคนในวงได้เล่าเรื่องของตนเอง (story telling)

ไม่มีใครเป็นไม้ประดับ เรื่องที่เล่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงาน เกี่ยวกับคน

นักเรียนได้เรียนรู้อะไร เล่าเรื่องวิธีการจัด PBL

และที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดคือ

คุณครูเล่าเรื่องความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ  แต่ยิ่งใหญ่ในใจตนเอง 

อย่างเช่น PBL ที่เราทำกันบกพร่องตรงไหน

PBL เรายังไม่บูรณาการภาษาอังกฤษมากพอ ยังไม่ทำให้เกิดทักษะชีวิตสักเท่าไร

นักเรียนยังไม่พัฒนาทักษะ IT skills เลย ฯลฯ

อันที่จริงคือคุยกันเรื่อง 12 องค์ประกอบ PBL นั่นเอง

ไม่เห็นท่านไหนพูดเรื่องทฤษฎี หลักการ  หรือตำราเลยสักคน

              

2. ขณะที่ครูท่านหนึ่งพูด ท่านอื่นในวงจะฟังอย่างตั้งใจ (deep listening)

จับเนื้อเรื่องและใจความได้ เข้าใจเนื้อหา เข้าใจเจตนาผู้เล่า

และบางครั้งถึงขนาดเปลี่ยนมุมมองวิธีคิดของตนเองต่อเรื่องนั้นๆ

              

3. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนเอง (sharing)

โดยไม่วิจารณ์หรือแนะนำเพื่อน

อย่างเช่น “...ผมอยากแลกเปลี่ยน ห้องเรียนของผมทำแบบนี้...”

โดยไม่มีการบอกว่า “...อาจารย์ควรทำแบบนี้ ให้เหมือนโรงเรียนของผม...”

หรือบอกว่า “...ทำอย่างนี้ดีกว่า...”

ด้วยกระบวนเช่นนี้ ทำให้เกิดแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างเท่าเทียมกัน

              

4. สะท้อนการเรียนรู้ (reflection)

เมื่อครูได้เล่าเรื่อง แล้วปิดท้ายด้วยการ

“สะท้อน” ว่าตนเองเรียนรู้อะไรจากเรื่องเล่า ที่เพิ่งเล่าไป 

หรือ PBLที่ได้ทำไป ได้เห็นคุณค่าความงามจากงานที่ครูทำ

คือ เห็นนักเรียนเปลี่ยนแปลงทุกวัน

จริงอยู่ ที่คนเราสามารถเรียนรู้ได้โดยไม่ต้องทำ reflection และ self-reflection

แต่การฝึกบ่อยๆ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า

ถ้าทำจะทำให้การเรียนรู้นั้นคมชัด ลึกซึ้ง และรวดเร็วกว่ามาก

ใหม่ๆ ผู้เขียนเองก็สับสนและเข้าใจผิด

มีความซ้ำซ้อนระหว่างการเล่าว่าตนเอง (ฟังเพื่อนเล่า)

“เรียนรู้อะไร” กับการ “สรุปความ”

แต่ประเด็นที่สำคัญมาก คือ ครูได้ทบทวนว่าตนเองได้เรียนรู้อะไร

เช่นเดียวกันกับการที่นักเรียนทำ AAR ภายหลังการทำ PBL

แล้วได้สะท้อนว่า ตนเองเรียนรู้อะไรจากการทำ PBL

ที่ก้าวหน้าไปกว่านี้ คือ การเขียน journal (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

 

เมื่อการวางแผนภายใต้การสื่อสารในรูปแบบสุนทรียสนทนาผ่านไป

การปฏิบัติตามแผนเพื่อสร้างละครก็เริ่มขึ้น

แต่เมื่อลงมือปฏิบัติก็ได้พบปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามา

ทำให้เราได้เรียนรู้ด้วยการทำงานแบบร่วมกัน

หรือ Cooperative Learning (สนใจอ่าน คลิกที่นี่

เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งการทำงานร่วมกัน

ทำให้เกิดประสบการณ์ใหม่จากการเรียนรู้ระหว่างเพื่อนในทีม

เพราะแต่ละคนจะมีความถนัดและเชี่ยวชาญที่ต่างกันไป

รวมถึงการประคับประคองความสัมพันธ์ให้ราบรื่น

แม้คิดต่าง แต่ก็ไม่แตกแยก

 

จากหลักสูตรละครกระบวนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

ทำให้ผมได้รู้จักทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21

โดยเฉพาะทักษะชีวิตและการทำงาน ที่ต้องรู้จักยืดหยุ่นและปรับตัว

มีภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ รวมถึงทักษะด้านสังคม

ริเริ่มสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง

 

ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม

ที่ต้องคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ไขปัญหา

โดยเฉพาะทักษะการสื่อสารและความร่วมมือ

เพราะหากขาดซึ่งประสิทธิภาพในวงสนทนา

แล้วงานมันจะเสร็จไหมครับ ?


-------------------------------------------------------------------------------

อ้างอิง

1.  ศรีสุดา คล้ายคล่องจิตร,  Dialoque : สุนทรียสนทนา [Online]Available: http://www.ns.mahidol.ac.th/english/KM/article003.htm.[2 มิถุนายน 2558]

 

2.  Chayapa WANACHAYANONT, 2558, คุณค่าความเป็นครูด้วย PLC [Online], Available: https://blog.eduzones.com/Chayapa/144372 [4 มิถุนายน 2558]

 

ขอขอบคุณภาพสวย ๆ จาก https://www.facebook.com/CB.Thaihealth

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 04/06/2015 เวลา : 13.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านจบ มีความรู้สึกว่า แม่หมีไม่น่าเกิดเร็วเลย

เรื่องเรียนแบบนอนเรียนนี่ ที่ทับแก้ว ม.ศิลปากร พ.ต. หญิง คุณหญิงผะอบ โปษะกฤษณะ ท่านเป็นอาจารย์ที่เก่งมาก สอนภาษาไทย ท่านบอกไม่ชอบสอนในห้องเรียน แล้วก็นัดให้เราไปที่สนามหญ้าซึ่งในขณะนั้นทับแก้วมีสนามหญ้าหลายที่ หน้าหอ หลังหอ ริมสระแก้ว ฯลฯ ไปนอนเรียนกลิ้งเกลือกบนพื้นหญ้า ใครอยากนั่งอยากนอนได้ตามสบาย การสอนก็ใช้วิธีแบบเล่าให้ฟัง ใครอยากพูดก็ยกมือแล้วท่านก้ให้พูด ใจดีและน่ารักมากเรียนกับท่านไม่เครียดเลย แม้ว่าท่านจะสูงวัยแต่เข้าใจพวกเรามาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

พวกเราทำอะไรได้บ้าง

ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT)

View All
<< มิถุนายน 2015 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]


ผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ต้องจบสาขาบริหารการศึกษา ท่านเห็นด้วยหรือไม่
เห็นด้วย
17 คน
ไม่เห็นด้วย
5 คน

  โหวต 22 คน