• watcha
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : t6889k@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-22
  • จำนวนเรื่อง : 104
  • จำนวนผู้ชม : 215040
  • ส่ง msg :
  • โหวต 283 คน
ฉันชื่อวัชชาเป็นผู้หญิงธรรมดา
ทำในสิ่งที่มีสิทธิ์คิดในสิ่งที่มีค่ารอในสิ่งที่มีมาไขว่คว้าในสิ่งที่มีจริง//วัชชา//
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/learnlivelove
วันเสาร์ ที่ 19 มกราคม 2551
Posted by watcha , ผู้อ่าน : 2555 , 07:19:29 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

    


ณ ดินแดนใดสักแห่งหนหนึ่ง ดินแดนที่ไม่มีชื่อเรียกขาน สำหรับสาวน้อยตัวเล็ก ที่ใครต่างมักเรียกชื่อฉันว่า .."เวนีซี่" ฉันรักอิสระ เริงร่า ซุกซนไปวันๆ ฉันไม่เคยได้สัมผัส หรือพบเจอ ความทุกข์ แน่นอน ชีวิตของฉันจึงมีแต่ความสุข ที่เป็นเพื่อน

             วันนี้ฉันนัดเจอ เจ้าความสุข ที่ทุ่งหญ้าอันเขียวขจี มีผีเสื้อคอยกำกับดอกไม้ ซึ่งแต้มสีให้ทุ่งแห่งนี้ นกน้อยต่างร้องเพลงประสานเสียงขับกล่อม จนอิ่มแอมใจ " มันช่างมีความสุขเหลือเกิน " ฉันนั่งลงบนพรมหญ้าเขียวขจี แสนจะอ่อนนุ่มแล้วเอนตัวไปข้างหลังทิ้งตัวนอนราบสัมผัสกับมันอย่างเบาๆ ฉันมองขึ้นไปบนผืนฟ้าซึ่งกว้างใหญ่ไพศาล "สุดขอบฟ้ามันอยู่ ณ แห่งหนใดกัน ?" ผืนฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างไร้เส้นขอบเขต " แล้วใครกันเป็นผู้มาเติมแต่งแต้มสี โดยเลือกใช้สีฟ้า เมื่อผู้คนเห็นสิ่งนี้ที่ปรากฏเขาเลยตั้งชื่อให้มันว่า ฟ้า ตามสีที่ปรากฏ หรือเพราะมันถูกเรียกว่าฟ้ามานมนานแล้ว เขาเลยเอาสีฟ้ามาระบายใช่ไหม ? " ฉันพูดถามตัวเองเบาๆ โดยมีเจ้าความสุขนั่งอยู่ข้างๆ ใช่แล้ว ในเมื่อฉันไม่รู้ ฉันก็ไม่สามารถตอบคำถามที่ฉันถามตัวเองได้อย่างถูกต้อง แต่สักวันหนึ่งฉันต้องเดินทางไปสุดขอบฟ้าให้ได้ ไปแต้มสีเส้นขอบฟ้า ผู้ทุกคนที่สงสัยอย่างฉันจะได้รู้ว่าเสียทีว่าสุดขอบฟ้าอยู่ตรงไหนกัน !

              ฉันและเจ้าความสุข นอนมองปุยเมฆตรงหน้าซึ่งส่งยิ้มให้ฉัน เหมือนพวกเราจะเริ่มสนิทกัน ส่วนกลุ่มปุยเมฆอีกกลุ่มกำลังร่วมวงสนทนาหัวเราะชอบใจอะไรบางอย่าง จนฉันและเจ้าความสุขอยากจะโบยบินขึ้นฟ้าไปร่วมวงสนทนาด้วย..............

             " ดินแดนแห่งนี้มันช่างแสนวิเศษจริงๆ " ฉันตะโกนออกมาดังๆ จนเจ้าความสุขสะดุ้งตกใจ เพราะมันดังมากๆ จนไม่คิดว่าปุยเมฆที่อยู่สูงกลุ่มนั้นจะได้ยิน พวกมันหันมาส่งยิ้มให้ฉันและหัวเราะเจ้าความสุข ฉันยิ้มตอบขอบคุณปุยเมฆทุกกลุ่มก้อน แต่เอ.......ปุยเมฆกลุ่มนั้นกำลังแสดงอารมณ์อะไรบางอย่างที่ฉันและเจ้าความสุขไม่เคยเรียนรู้หรือสัมผัสมาก่อนเลย ทำไมมันไม่มีสีขาวเหมือยปุยเมฆก้อนอื่นๆ ที่ฉันพบเจอในวันนี้ แล้วสีที่มันปรากฏ อารมณ์ที่มันแสดง อยู่ตรงหน้าฉันขณะนี้มันคืออะไร ? ฉันถามตัวเองเช่นเดิม ในเวลาเดียวกันนั้นเองมีหยดน้ำที่ดูเหมือนว่ากำลังจะจะหยดลงมาอย่างไม่ขาดสาย กระทบใบหน้าและร่างกายฉัน "มันเกิดอะไรขึ้น แล้วมันเกิดขึ้นเพราะเหตุใด มีใครบ้างไหมที่จะตอบฉันได้ ปุยเมฆจ๋าพวกเธอเป็นอะไรไปหรือ มีอะไรพวกเธอเล่าให้ฉันฟังได้นะ " ฉันตะโกนถามพวกมันอย่างห่วงใย เหมือนที่มีคนคอยห่วงใย และคอยเตือนให้ฉันอย่าประมาทในยามที่เต็มอิ่มกับความสุข สุขจนมากล้นจนลืมว่าเจ้าความทุกข์ก็มีอยู่ในดินแดนแห่งนี้....ฉันจดจำได้เพียงว่าครั้งแรกที่ฉันได้ยินผู้คนเรียกชื่อฉันว่า .."เวนีซี่" ฉันได้แต่พบเจอรอยยิ้มของผู้คนเหล่านั้น พวกเขาต่างหยิบยื่นความสุขและสิ่งดีๆ ให้ฉัน เขาช่วยกันถักทอสายรุ้งทอดทาง โค้งเป็นสายประกายสีสรรโดดเด่น ครบเจ็ดสี มอบเป็นของขวัญให้ฉัน ....แต่ตอนนี้ความสงสัยในสิ่งที่กำลังเกิดกับปุยเมฆ และหยดน้ำเหล่านั้นยังไม่ได้หมดไป ! ทันใดนั้นเองมีสิ่งที่ทำให้ฉันต้องตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นกับตัวฉันเอง น้ำๆ มีน้ำจากดวงตาสองข้างของฉันไหลออกมา ฉันหันไปถามเจ้าความสุขซึ่งอยู่ข้างๆ ฉัน แต่เมื่อพอหันไปเจ้าความสุขกลับไม่อยู่แล้ว ฉันนั่งอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเจ้าความสุข เจ้าความสุขเพื่อนฉันหายไปไหน "มันเกิดอะไรขึ้นกับดินแดนไร้ชื่อที่แสนจะวิเศษ " ฉันร้องตะโกนถามออกมาดังๆ โดยไม่ระบุว่าใครต้องเป็นผู้ตอบคำถาม

               

               น้ำที่ไหลออกจากตาของฉันยังคงไม่หยุดไหล เจ้าความสุขหายไปไหนไม่มีใครรู้ ทันใดนั้นเอง...มีสิ่งแปลกประหลาดกำลังจะเกิดขึ้น ผืนฟ้าได้เปลี่ยนสีจากสีฟ้า เป็นสีรุ้งแต่มันไม่ใช่เจ็ดสีเหมือนสีรุ้ง มันมากกว่าเจ็ดสี มันสวยและงดงามอย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนสายรุ้งที่ผู้คนได้ถักทอจนได้รูปโค้งอย่างงดงามแต้มสีครบเจ็ดสีก็เปลี่ยน เป็นจุดเล็กๆ ที่มีแสงประกาย กระจายอยู่เต็มผืนฟ้า สิ่งนี้เขาเรียกว่า ดาวใช่ไหม? ปุยเมฆทุกกลุ่มก้อน ร่วมทั้งปุยเมฆแปลกประหลาดก้อนนั้น ได้ถูกแรงลมพัดหายไปในพริบตา...


                ฉันยังคงนั่งอยู่บนพรมหญ้า จ้องมองปรากฎการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจนแทบลืมบางสิ่งบางอย่างไป และไม่ได้สังเกตตัวเองว่าน้ำในตาฉันนั้นได้หยุดไหลแล้ว แต่ก็ยังคงมีคำถามเดิมๆ ที่ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครตอบฉันได้ว่า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฉันรู้สึกเหนื่อยและอ่อนแรง ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ฉันเหลียวมองรอบกาย ทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปหมด มันไม่ใช่ดินแดนแสนวิเศษที่ฉันเคยอยู่ แล้วเพื่อนๆ ของฉันหายไปไหนหมด เจ้าความสุข...ล่ะ

...................

            "เราขอตอนรับเธอสู่ดินแดนอันแสนมหัศจรรย์ " ฉันรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้ยินเสียงพูดอันแผ่วเบาข้างๆ หู ฉันหันไปหาผู้เป็นเจ้าของเสียงนั้นทันที แต่ก็ต้องผิดหวังโดยสิ้นเชิงเพราะไม่มีใคร ดูเหมือนว่าสายลมจะพัดพาเสียงนี้มาแต่ไกล แต่อย่างไรก็ตามมันทำให้จิตใจของฉันรู้สึกดีขึ้นจากเดิมมากทีเดียว

               " นายเป็นใคร แล้วนายอยู่ที่ไหน ทำไมไม่มีตัวตน แล้ว......ที่นี่มันที่ไหนกัน แล้วฉันมาที่นี่ได้อย่าวไร มันเกิดอะไรกับฉัน เห็นเพื่อนของฉันที่ชื่อความสุขไหม ? " ฉันตั้งคำถามๆ เสียงที่ไร้ตัวตนนั้น อย่างไม่ให้เขาตั้งตัว และหวังว่าเขาจะตอบคำถามฉันทุกข้อ

              เมื่อได้ยินคำถาม เขายิ้มให้ฉันอย่างผู้เป็นมิตร เขาก็ตอบฉันทุกข้อจริงๆ วิเศษที่สุดเลย! ที่ที่มีชื่อว่า " ดินแดนอันแสนมหัศจรรย์ " ที่ฉันพลัดหลงเข้ามาอย่างน่าอัศจรรย์ ใจ .......

             " ฉันเป็นผู้ครอบครองดินแดนแห่งนี้ ฉันมีตัวตนแล้วสักวันเราคงได้พบกันอย่างแน่นอน ที่นี่คือ ดินแดนอันแสนมหัศจรรย์ เธอได้พลัดหลง โดยหลุดวงโคจรเข้ามาโดยความบังเอิญ ฉันยังแปลกใจเช่นกันในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวฉันและตัวเธอ เราอยู่กันคนละวงโคจร ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลย แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วมันก็เป็นอะไรที่แสนอัศจรรย์เสียเหลือเกิน อ๋อ.....เรียกฉันว่า เจเอล เพราะใครๆ ที่นี่จะเรียกฉันกันชื่อนี้ "

            "เจเอล เธอตอบคำถามฉันหมดแล้วงั้นหรือ ?" ฉันถามเขา

           " แล้วมีข้อไหนอีกที่ฉันยังไม่ตอบเธอ " เจเอล ย้อนถามฉัน

            " เธอรู้จักเพื่อนฉันไหม เพื่อนฉันชื่อ ความสุข เมื่อกี้ฉันถามเธอว่า เขาหายไปไหน เธอพอจะรู้บ้างไหม เธอยังไม่ตอบฉันเลย " ฉันถามเขาอีกครั้งเหมือนเป็นการทบทวนคำถามให้กับเขาได้ยินชัดๆ อีกครั้ง

           " เจ้าความสุขเพื่อนเธอนั้นหรือ มันไม่ได้หนีเธอไปไหน มันอยู่ใกล้ๆ เธอ รอบๆ ตัวฉันตอนนี้ ก็มีเจ้าความสุขอยู่ " เจเอลตอบฉัน แล้วพูดต่อว่า

           " เธอหลับตาซิ แล้วยื่นมือทั้งสองข้างออกมา ที่นี่มีเพื่อนเยอะแยะมากมาย มีเจ้าความสุขโบยบินอยู่เต็มรอบกายทั่วทุกหนแห่ง มีเจ้ากำลังใจ มีเจ้าห่วงใย มีเจ้าความฝัน มีเจ้าความหวัง ฯลฯ ฉันจะมอบสิ่งนี้ให้กับเธอ ฉันรู้ว่าเธอต้องการมัน เพราะใครๆ ต่างก็ต้องการมัน "

           ในชีวิตนี้ฉันแทบไม่เคยได้ยินชื่อเหล่านั้นเลย บางชื่อก็เคยได้ยินแต่ไม่เคยได้สัมผัส ตอนนี้ ณ ดินแดนนี้มีทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ใครๆ ปรารถนางั้นหรือ อย่างนี้ฉันก็โชคดีนะซิ ฉันไม่ช้า รีบหลับตายื่นมือตามที่เจเอลมิตรแห่งดินแดนมหัศจรรย์บอกกล่าว

            สายลมแห่งความหวังดีพัดพาถ้อยคำบางสิ่งบางอย่างจากเจเอลมาสู่ฉันอีกครั้ง " เราขอตอนรับสู่ดินแดนอันแสนมหัศจรรย์ อย่างน่าอัศจรรย์ ฉันจะหยิบยื่นสิ่งที่เธอปรารถนาทุกอย่าง ตามที่เธอต้องการ ถ้าเธอต้องการอะไร เพียงแต่เธอ บอกกล่าวฝากความมากับเจ้านกพิราบที่ฉันจะมอบให้กับเธอ มันชื่อว่า ลิตเติ้ลเลตเตอร์ แล้วฉันจะมอบสิ่งที่เธอต้องการนั้นโดยฝากไปกับมัน "

...........ฉัน ยังคงหลับตายื่นมือ มันดูคล้ายกับว่าฉันกำลังรับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เขาไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ .....ตัวตนที่แท้จริงเขาเป็นอย่างไรหนอ ? ฉันจะรอจนกว่าจะได้พบเขา

           ใช้เวลาไม่นานนัก เจเอลก็สั่งให้ฉันลืมตา แล้วหันมองรอบๆ กาย มีเพื่อนๆ มากมายตามที่เขามอบให้กับฉัน มันช่างแสนวิเศษจริงๆ ส่วนในมือฉันมีเจ้านกพิราบ ที่เขามอบให้ฉัน ฉันทักทายมันด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวล และแผ่วเบา เพราะกลัวมันตกใจบินเตลิดไปเสียก่อน ฉันเรียกมันว่าเจ้าลิตเติ้ลเลตเตอร์ ตามที่เขาบอก ที่ขามันมีกระดาษซึ่งเขียนข้อความแห่งมิตรภาพอยู่ภายใน ฉันนั่งและตั้งใจอ่านข้อความที่เขาเขียนถึงฉัน .........." ขอบคุณเจเอลมากนะ " ฉันอดที่จะกล่าวคำขอบคุณกับเพื่อนใหม่ ที่ฉันยังไม่เห็นหน้าและรู้จักดีนัก แล้วฉันหลับตาอีกครั้ง...หลับตาอยู่นาน

               " เวนีซี่..เวนีซี่ ...นี่ เวนีซี่ ตื่นๆ ถึงคิวเธอแล้วนะ ตกลงจะส่งไม่ส่ง จดหมายที่เธอเขียนถึงคุณเจเอล ฉันเห็นเธอดองจดหมายฉบับนี้มาหลายวันแล้ว เดี๋ยว วันนี้ก็ไม่ได้ส่งอีกหรอก ฉันอ่ะเบื่อที่จะเห็นเธอต้องเอากลับไปดองอีกวันหรอก " เพื่อนรักฉันที่ฉันเรียกชื่อเขาว่า เทียร์วาส เขย่าแขนฉันอย่างแรง เพื่อให้ฉันตื่นจากการเผลอหลับไป ณ ที่ทำการไปรษณีย์ เพื่อรอเจ้าหน้าที่เรียกตามหมายเลขคิว.............

              มือสองข้างของฉันปาดน้ำ(ลายบูด)ที่ไหลเปอะเปื้อนแก้มข้างๆ มุมปาก ทั้งสองข้าง.......
.

                         วันนี้ฉันได้ส่งจดหมายถึงเธอแล้วเจเอล
.

             มันคือเรื่องเล่า เรื่องจริง หรือเทพนิยาย (ใน)ความฝัน กันแน่ ?

 .


.

เรื่องเล่า เรื่องจริง หรือเทพนิยาย เขียนโดย....

วัชชา
เช้าวันเสาร์ที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๑




/1
"The final countdown"

เพลงThe final countdown คิดว่าขาร็อคคงไม่มีใครไม่รู้จักเพลงนี้เป็นแน่ วันก่อนมีเพื่อนส่งเพลงนี้มาให้ฟังพร้อมทั้งรอลุ้นอะไรบางอย่างด้วยกันทั้งคู่ .... ...."ตอนนี้กำลัง countdown กับอนาคตของตนเองที่อ

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]