• leetahiti
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-05-14
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 107223
  • จำนวนผู้โหวต : 55
  • ส่ง msg :
  • โหวต 55 คน
วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2558
Posted by leetahiti , ผู้อ่าน : 2045 , 13:30:22 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน

ป้าลีขออนุญาติฝากข่าวประชาสัมพันธ์เรื่องการสอบใบขับขี่ฟินแลนด์ของคนไทยด้วยนะคะ

เนื่องจากว่า ได้รับข้อความจากคุณล่ามที่ชาวไทยรักและนับถือ คือ คุณไตน่า ...

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยทุกท่านที่อาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์


หากท่านใดต้องการมีใบอนุญาตขับขี่ประเภท B เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการขับรถไปทำงาน

หรือสัญจรบนท้องถนน

หรือ ท่านใดที่ยังสอบใบอนุญาตขับขี่ไม่ผ่าน เนื่องจากมีทักษะภาษาฟินน์ที่ไม่เพียงพอ ในช่วงตั้งแต่

ปลายเดือนกรกฎาคมปี 2015 เป็นต้นไป ท่านสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนขับรถที่มี “คู่มือการเรียน

ขับรถสำหรับใบอนุญาตขับขี่ประเภท B ฉบับภาษาไทย”

ซึ่งจะช่วยให้ท่านเข้าใจเนื้อหาการเรียนขับรถ ภาคทฤษฎีได้ง่ายขึ้น และเมื่อท่านมีความเข้าใจต่อ

เนื้อหาที่ดีแล้ว ท่านก็จะสามารถทำข้อสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติผ่านไปได้อย่างลุล่วง

พวกเราได้จัดทำคู่มือการเรียนขับรถขึ้นมา เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องการขับรถในประเทศ

ฟินแลนด์

อย่างถูกวิธี ซึ่งหากท่านใดสนใจ ท่านสามารถติดต่อโดยตรงไปยังโรงเรียนขับรถที่ระบุไว้ด้านล่างนี้

(ไม่มีค่าใช้จ่ายเพราะเราต้องจ่ายค่าเรียนกับโรงเรียนอยู่แล้ว...ป้าลีเสริม)


  จังหวัด Helsinki:
1. Autokoulu Lilliputti สาขาในเขต Herttoniemi หรือ Tapanila
2. Autokoulu Hakaniemi
3. Oulunkylän autokoulu
4. Haagan Autokoulu

จังหวัด Vantaa:
1. Autokoulu Movia สาขาในเขต Tikkurila
2. Autokoulu Vauhti

จังหวัด Espoo:
1. Autokoulu Mukana (ชื่อเดิมมีว่า Autokoulu Helenius)

จังหวัด Porvoo:
1. Autokoulu Liikenneakateemia

จังหวัด Lahti:
1. Lahden Seudun Autokoulu
2. Autokoulu Ajokortti Ky

จังหวัด Hämeenlinna:
1. Oppiin Autokoulu สาขา Hämeenlinna

จังหวัด Tampere:
1. Autokoulu Easy Driver

จังหวัด Turku:
1. Autokoulu Ajo-Opet

จังหวัด Jyväskylä:
1. Autokoulu Menox
2. Autokoulu Koljander
3. Autokoulu Kari

Oulu:
1. Liikennekoulu Safetycar
2. Merikosken Ajokoulu
3. Liikennekoulu Kaakinen

 

เรื่องการสอบใบขับขี่ที่ฟินแลนด์เป็นเรื่องที่ยากตรงที่มันต้องสอบในภาษาฟินแลนด์และกฏการสอบเข้มงวดชนิดไม่กล้าแม้แต่จะ

มองหน้าตำรวจผู้ทำการทดสอบเรา... และภาคบังคับคือต้องไปเข้าโรงเรียนสอนขับรถแม้จะขับเป็นแล้วก็ตาม

ซึ่งค่าเรียนแพงโหดมาก รวมแล้วทั้งสอบและเรียนค่าทำใบขับขี่ ประมาณ  3,000 ยูโร

แต่สำหรับสิทธิของคนไทย ที่มาอยู่เกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 2 ปี สามารถนำใบขับขี่จากไทยแลนด์ไปแลกใบขับขี่ของฟินแลนด์

ได้

เลยนะคะ (ของอนุญาติแนบรายละเอียดตามลิงค์นี้ค่ะ)

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=leejayfinland&date=10-07-2015&group=45&gblog=2

 

แม้จะได้ใบขับขี่แล้ว กฏหมายการขับรถที่นี่ก็เข้าขั้นน่ารักมากตรงที่ มีอำนาจจะยึดใบขับขี่ของกระเหรี่ยงได้แบบง่ายๆอีกต่างหาก

เช่น การจำกัดความเร็ว ถึงแม้ว่าส่วนตัวป้าลีจะไม่ใช่คนขับรถเร็ว แต่ว่าจำกัดความเร็วของที่นี่

จะอยู่ที่  40 ในเส้นทางหมู่บ้านรอบเมืองทั่วไป

หรือ 30 คือเส้นทางในตลาด ตัวเมือง โรงเรียน อะไรประมาณนี้

จะมี  60 ก็คือ สำหรับเส้นทางที่ใช้สัญจรนอกตัวเมืองทั่วไป เช่นจากอำเภอนี้ไปอำเภออื่น แต่เป็นถนนสายเล็กแต่สายหลัก

หรือ 80 เส้นทางด่วนรอบเมืองต่างๆ ในทุกๆ จังหวัดของฟินแลนด์ ตั้งแต่เฮลซิงกิ ถึงลับแลนด์โน่นแหละค่ะ

110 เป็นทางด่วนสายหลัก ที่มีไม่กี่สายในประเทศฟินแลนด์ แต่เป็นจำกัดความเร็วสำหรับหน้าหนาว

120 ตัวเลขนี้จำกัดความเร็ว ทางด่วนสายหลัก แต่สำหรับหน้าร้อน

(ยังมีจำกัดความเร็วปลีกย่อยอีก ป้าลีขอข้ามนะคะ)

 

การขับรถที่นี่ก็คือใช้เลนขวา พวกมาลัยซ้าย แต่ความยากไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นค่ะ  แต่ต้องระวังทางคนข้ามและทางจักรยานข้าม

เพราะกฏหมายแรงตรงที่ กรณีขับรถชนคนและเกิดความเสียหาย  รับโทษเปรียบเสมือนก่ออาชญากรรมระดับชาติประมาณนั้นเลย(แอบเว่อร์ไปนิดแต่โทษหนักจริงค่ะ แม้กระทั่งชนหมาก็เถอะ เพราะหมาของที่นี่มีค่าเท่ากับลูกในครอบครัวหนึ่งๆ...

ความเห็นส่วนตัวค่ะ เพราะป้าลีเริ่มเขม่นกับหมาของที่นี่ คริๆ )

และความยากอีกอย่างคือ ใบสั่งที่นี่แพงได้ใจ เช่น เพื่อนที่ทำงาน เร่งความเร็วเพื่อแซงรถคันหน้า แต่ว่าเจอรถตำรวจที่จอดอยู่

ข้างทางเพื่อถ่ายรูปดักจับความเร็วของรถ ซึ่งเพื่อนท่านนี้เมื่อเจอตำรวจแล้ว ยังไม่รถความเร็วลง 

กรณีแบบนี้ เจอใบสั่ง เกิน 1,000 ยูโร

และใบสั่งประเภท  400 - 500 ยูโร ได้กันง่ายมาก ถ้าไม่ทำตามกฏ

ป้าลีเจอใบเตือน สองครั้ง ที่จำกัดความเร็ว  50 แต่ป้าลีขับที่  56

อีกครั้ง จำกัดความเร็ว  80 แต่ขับที่  88


 ตอนนี้ติดประวัติคือ ถ้าได้รับใบเตือน  3-4 ครั้งต่อปีแบบนี้ ตำรวจสามารถยึดใบขับขี่ของป้าลีไม่ให้ขับรถชั่วคราวค่ะ

แล้วแต่ดุจพินิจของเค้าว่านานแค่ใหน..(แอบเซ็ง)

เรื่องใบสั่งอีกอย่างที่ทำร้ายจิตใจสุดๆ คือ เรื่องที่จอด นอกจากค่าที่จอดแพงแล้วเนี่ย ถ้าจอดเกินเวลา ใบสั่งจะเริ่มที่  80 ยูโร

(เน้นว่าเริ่มที่นะจ๊ะ)
ห้ามเปิ่นห้ามเอ๋อเด็ดขาดเรื่องวินัยในการจอดรถของที่นี่ เพราะเจอใบสั่งที หายเอ๋อกันไปเลยแหละ

ป้าลีเคยเอ๋อ คือเข้าจอดในที่จอด แต่มีป้ายที่เขียนอะไรบางอย่างเป็นภาษาฟินน์(ไม่มีอังกฤษนะคะประเทศนี้) ด้วยความเร่งรีบ

จอดแค่สิบห้านาที ...หายเอ๋อไปเลยจำจนตายทีเดียว เพราะบิลถึงบ้านในวันถัดไปจากไปรษณีย์ค่ะ

เรื่องยากถัดมาคือ ประเทศนี้เช่นในเมืองเฮลซิงกิ จะมีเลนสำหรับรถราง ทำให้ขับข้ามถนนลำบาก แม้จะไฟเขียวแล้วก็เถอะ

(จากภาพ สองเลนตรงกลางคือเลนรถราง)

 

เวลาที่เราต้องการข้ามต้องระวังทั้งคน จักรยาน หมา รถเมล์ รถราง... เรียกว่าตาต้องไวสุดๆ เพราะทุกอย่างที่ว่ามา ต้องให้เค้าไปก่อนเรา...

รายละเอียดปลีกย่อยที่อยากเล่า(หรือระบายไม่ทราบได้) คือ

ค่าน้ำมัน เช่น  95 E10 ลิตรละ 1.549 ยูโร

ดีเซล ลิตรละ 1.113 ยูโร(41.7 บาทโดยประมาณ)

และเวลาขับในเมืองห้ามขับเลนรถเมล์(เด็ดขาด) ต้องต่อคิวเลนตัวเองเท่านั้น

รายละเอียดอีกอย่างคือ เวลาที่เลนเราไฟเขียวแต่ว่าบังเอิญคิวหน้ามันไม่เคลื่อนเราต้องเว้นระยะหยุดที่เส้นทึบก่อนไฟแดง(งงมั๊ยคะ)

คือห้ามไปจอดทับตรงบริเวณไฟแดงทางแยก แม้ว่าจะไฟเขียวฝั่งเราก็เถอะ... ให้รอที่สัญญานไฟหลังเส้นทึบ เพราะต้องเผื่อไฟแดงมาพอดีแล้วเราไปขวางอยู่กลางถนน แล้วเลนฝั่งอื่นไปไม่ได้...อันนี้ก็ใบสั่งหนักค่ะ..

เรื่องกล้องวงจรปิดจะมีทั่วมุมเมือง ทุกเส้นทาง แม้แต่วิ่งในป่าระหว่างตัวอำเภอ กล้องบางพื้นที่จะมีทุกระยะ หนึ่งกิโลเมตร...

และมันทำงานจริงค่ะ ถ่ายรูปได้ชัดแจ๋วเลยทีเดียว...

กรณีเจออุบัติเหตุตามท้องถนน ห้ามเพิกเฉย (ตามกฏหมายแล้วต้องช่วยเหลือ) เช่น เคยเจอบิ๊กไบท์ขับแซงหน้าเรา

แล้วเบรกไม่อยู่ ล้อปัดไปชนท้ายคันหน้าเพราะคันหน้าเบรกกระทันหันเนื่องจากมีรถเลี้ยว..ทำให้เค้าเบรคแล้วล้มลงไป

รถทับตัวเค้าอีก...
สามีต้องโทร  112  (ไม่ใช่ 191 เด้อ) ทันที และได้เห็นระบบการจัดการของเค้า ภายใน ห้านาที คือโทรศัพธ์ยังไม่ทันวางสาย

รถดับเพลิงที่เป็นกู้ภัยเข้าจอด  ถัดมาไม่กี่อึดใจ เครื่องบินเฮลิคอปเต้อเข้าจอด และรถตำรวจหนึ่งคันเข้าจอดในอีกห้านาที...

ทั้งๆที่โทรศัพธ์ที่เราโทรแจ้ง ยังถือและพูดสายอยู่กับเจ้าหน้าที่ปลายทาง... รู้สึกทึ่งกับระบบค่ะ (แต่เสียใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บนะคะ)

... ป้าลีเริ่มยาวไปไกล...จบดื้อๆ เลยแล้วกันค่ะ.. ขอบคุณค่ะ 

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
leetahiti วันที่ : 11/07/2015 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/leetahiti
Lee Jay

(1)
ใช่ค่ะป้าเจี๊ยบ ขับรถในยุโรป เปิดไฟตลอดเวลา คือเข้าสตาร์ทรถแล้วออกตัวอย่างเดียว ถึงที่ก็จอด บิดกุญแจ เป็นอันเสร็จพิธี มันไม่ต้องมาคอยเปิดฟิดไฟเหมือนกะบะที่เขาใหญ่บ้านป้าลี แต่เอ๊ะ หรือว่ารถบ้านเราเดี๋ยวนี้มันก็มีระบบออโต้เหมือนกันทั้งโลกแล้วนะ..ป้าลีสงสัย

เรื่องสวัสดิการรักษาและอื่นๆ ค่ะคุณ bene คนฟินแลนด์มีรัฐสนับสนุน(เหมือนที่สวีเดนและนอร์เวย์กระมัง)
ทั้งเรื่องการรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายในด้านการเจ็บป่วย และประกันภัยทั้งรถยนตร์และมอร์เตอร์ไซด์ หรือประกันสุขภาพส่วนตัวของแต่ละคนที่ซื้อเพิ่มเนื่องจากเวลาเจ็บป่วยไม่อยากไปนั่งรอคิว(ที่ไม่ได้ยาวอะไรเหมือนบ้านเราเลย) แต่ว่าตอนจองคิวหมอนี่แหละ ยาวนานชาติครึ่ง เช่น ป้าลีเจ็บคอและแพ้อากาศตอนถึงฤดูใบไม้ผลิ หมอจะไม่ยอมให้ป้าลีเจอ (ถ้าไม่ใกล้ตายจริงๆ อิอิ ) ป้าลีต้องเลี่ยงไปใช้ประกันสุขภาพตัวเองแล้วไปหาหมอที่ศูนย์สุขภาพแล้วเบิกเอาเองน่ะ(ค่าประกันปีละ 400 ยูโร)
ส่วนค่าประกันรถเล็กที่ป้าลีใช้ ปีละ 700 ยูโร คือคุ้มครองกลางๆค่ะ แต่ครอบคลุมเรื่องกระจกแตก อะไรประมาณนี้ ส่วนภาษีรถ 1.2 ซีซี ปีละ เกือบ 200 ยูโร ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
bene วันที่ : 11/07/2015 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

(1)
เรื่องในวรรคสุดท้ย สงสัยค่ะ ใครจ่ายค่ารถพยาบาล ค่าเฮลิคอปเตอร์

ได้ข่าวว่าสวีเดนก็มีสอบ็นภาษาไทยแล้วค่ะ
กลุ่มประเทศเหล่านี้การมีใบขับขี่รถยนต์นี่พิเศษจริงๆค่ะ ขับง่ายกว่าถนนบ้านเราแต่กว่าจะได้ใบขับขี่
ความคิดเห็นที่ 1
กระเจี๊ยบ วันที่ : 11/07/2015 เวลา : 13.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

(0)
การทำใบขับขี่รถยนต์ของฟินแลนด์คล้ายกับการทำใบขับขี่ของเยอรมันค่ะ ป้าเจี๊ยบสอบเป็นภาษาเยอรมัน การทำใบขับขี่ ต้องได้รับการตรวจสายตาและอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วย

ถามนิดนึงค่ะ ขับรถในฟินแลนด์ต้องเปิดไฟตลอดเวลาไหม เคยแต่ขับไปเดนมาร์กและสาธารณรัฐเชค ต้องเปิดไฟตลอดเวลา แม้ว่าจะยังสว่าง ...อาจเป็นเพราะช่วงหน้าหนาว เวลากลางวัน หากไม่มีแดด ทางก็ยังมืด หรือหมอกหนาก็ได้มั้ง (อันนี้คิดเอาเอง)
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน