• ราชสีห์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-09-27
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 87927
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1419 คน
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
เรื่องราวมหาบารมีหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/leozenith
วันอังคาร ที่ 30 กันยายน 2551
Posted by ราชสีห์ , ผู้อ่าน : 22240 , 07:12:09 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมเป็นคนจังหวัดสิงห์บุรี ครอบครัวค่อนข้างยากจน มีโอกาสเรียนแค่ประถม 6 ก็ต้องออกจากโรงเรียน โดยเหตุผลว่าเรียนต่อ ม.1 ค่าเทอมและค่าเสื้อผ้ารวมกันแล้วเกือบพันบาท ผมยังจำได้ดีตอนนั้นแม่ผมกอดผมไว้และบอกว่า"ลูกเรามันจนอย่าเรียนต่อเลยนะลูก"

ผมได้ยินแม่พูดถึงกับน้ำตามร่วงอย่างไม่รู้ตัวเพราะสงสารแม่มากเมื่อวานผมเห็นแม่ไปขอเชื่อข้าวสารร้านข้างบ้านมา 1 กิโล ตอนนั้นผมบอกกับตัวเองว่าจะไปหางานทำเพื่อหาเงินมาให้แม่ ไม่อยากเห็นแม่ลำบากแบบนี้ผมออกจากโรงเรียนและไปเป็นลูกจ้างล้างจานที่ร้านข้าวแกงมีหน้าที่ยกข้าวแกงไปให้ลูกค้าพอว่างก็ต้องไปล้างจาน ค่าตัววันละยี่สิบบาท ผมทำอยู่นานเจ้าของร้านแกเป็นคนใจบุญบอกว่าผมขยันและอดทนดี

จึงขึ้นเงินให้เป็นวันละห้าสิบบาทตามปกติเจ้าของร้านที่ผมอยู่ ถ้าวันไหนหยุดแกก็จะไปทำบุญตามวัดต่าง ๆ อยู่เสมอมีอยู่วันหนึ่งขายดีมากอย่างไม่เคยมีมาก่อนเพียงครึ่งวันก็ขายหมด พอเก็บร้านเสร็จเจ้าของร้านก้บอกว่า วันนี้ขายดีเลิกเร็วไม่รู้จะไปไหน ไปกราบหลวงพ่อดู่ที่วัดสะแกดีกว่า แกเลยชวนผมไปด้วยผมว่างไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน ก็เลยไปกับเขาด้วย

ไปถึงวัดสะแกประมาณสามโมงเย็น มีลูกศิษย์ของหลวงพ่อดู่นั่งอยู่กับท่านสองคน เจ้าของร้านเข้าไปถึงก็ก้มลงกราบหลวงพ่อ ผมก็กราบตามเจ้าของร้านพูดทักทายลูกศิษย์ที่อยู่ก่อนแล้วอย่างคุ้นเคยแสดงว่ารู้จักกันมานานแล้ว หลวงพ่อท่านท่าทางเมตตามากท่านยิ้มอย่างอารมณ์ดีและส่งถ้วยที่มีน้ำชาให้ผมและเจ้าของร้าน ท่านมองผมด้วยความเมตตาผมขนลุกขึ้นไปถึงหัวไม่รู้เพราะอะไร ท่านบอกผมวา"กินซะน้ำมนต์"

ผมก็ยกขึ้นดื่มจนหมดถ้วย พอกินหมดวางถ้วยลงกับพื้นผมรู้สึกสว่างไปทั่ว ตัวเบา ตาดูมองอะไรก็สว่างใสไปหมดทั้งหูก็ได้ยินชัดเจนขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นมาจึงนึกไปว่าเราไม่เคยกินน้ำชาบ่อยนักพอมากินเข้าร่างกายถึงสดชื่นเจ้าของร้านคุยกับหลวงพ่อดู่นานมากจนเย็นวันนั้นเขาเช่าพระองค์ละหนึ่งร้อยบ้างสิบบาทยี่สิบบาทก็หลายองค์แหวนวงละสามร้อยบาทถึงห้าองค์

หลวงพ่อดู่บอกเขาว่าเอาเงินไปใส่ตู้ทำบุญไว้ไม่ต้องเอาให้ท่าน วันนั้นผมไม่ได้พูดกับหลวงพ่อเลยสักคำเจ้าของร้านเห็นว่าเย็นมากแล้วจึงลาหลวงพ่อกลับเขากราบท่านผมจึงกราบตามแล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินไปที่รถ ผมก็ลุกขึ้นจะเดินตามเสียงหลวงพ่อพูดว่า"เดี๋ยวก่อนมานี่"ผมหันไปตามเสียงเห็นท่านยิ้มอย่างเมตตา จึงเข้าไปหาท่านใกล้ ๆ ท่านหยิบลูกกลม ๆ เล็ก ๆสีขาวอมเหลืองให้ผมหนึ่งเม็ด และท่านก็พูดว่า"เก็บติดตัวไว้ให้ดีในนั้นมีพระอยู่อีกหน่อยจะทำให้แกรอดตายแล้วแกจะรวยเป็นเศรษฐี"

ผมมองดูเม็ดกลม ๆเล็ก ๆ ที่ท่านให้ก็ไม่เห็นมีพระอะไรอย่างที่ท่านบอกเลยสักองค์ท่านคงเห็นผมทำท่าแปลกใจ เลยพูดว่า"แกไปได้แล้ว"ผมรีบกราบท่านอีกครั้งแล้วรีบวิ่งไปที่รถเพรากลัวเจ้าของร้านจะรอนานผมขึ้นรถเจ้าของร้านก็ถามว่า"หลวงพ่อท่านเรียกทำไม"ผมบอกเขาว่า"ท่านให้เม็ดกลม ๆ ผมครับ"

เจ้าของร้านหันมามองดูสิ่งที่อยู่ในมือของผมแล้วพูดเฮ้ยนี่ของดีหายาก "พี่มาหาหลวงพ่อหลายครั้งแล้วยังไม่เคยได้เลย เก็บไว้ให้ดีนะโว้ย"ผมรับคำว่า"ครับพี่"หลังจากนั้นนานสักสิบกว่าวันเจ้าของร้านก็ไปหาหลวงพ่อดู่อีก แต่ผมไม่ได้ไปกับเขาด้วยพอเขากลับมาวันรุ่งขึ้นก็บอกผมว่าหลวงพ่อท่านฝากของดีมาให้ผมแกส่งกระดาษให้ผมใบหนึ่ง พอผมเปิดดูในนั้นมีหนังสือเขียนว่าพุทธัง สรณัง คัจฉามิธัมมัง สรณัง คัจฉามิสังฆัง สรณังคัจฉามิ

ให้ภาวนามาก ๆ ผมนึกกราบท่านในใจผมเป็นเด็กจน ๆ คนหนี่งคิดว่าท่านคงลืมผมไปนานแล้ว แต่นี่ท่านยังเมตตาจำผมได้ และเมตตาให้คำภาวนามาด้วยตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยไปกราบพระที่ไหน พอมาเจอแบบนี้ทำให้ผมเกิดความศรัทธาหลวงพ่อดู่เป็นอย่างมาก ด้วยความศรัทธาท่านผมจึงภาวนา ไตรสรณคมณ์เรื่อยมาผมไปไหนต้องมีลูกกลม ๆที่หลวงพ่อท่านให้ติดตัวอยู่ตลอดเวลา

ระยะหลังแม่ของผมเริ่มเจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้งไปทำงานไม่ไหวผมจึงขอเจ้าของร้านหยุดงานเพื่อพาแม่ไปหาหมอ ผลออกมาว่าแม่ของผมเป็นเบาหวานความดันไขมันในเส้นเลือด และอย่างอื่นด้วย ยาแต่ละอย่างแพงมาก ผมไม่มีเงินซื้อยาดี ๆทางโรงพยาบาลจึงให้ตัวที่ถูก ๆ คือยาที่ไม่มีมาตรฐานผมเสียใจที่ตนเองไม่มีปัญญารักษาแม่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าทำยังไงถึงจะมีเงินซื้อยาดี ๆ ให้แม่ก่อนออกจากบ้านเช้ามืดของทุกวันผมจะยกลูกกลม ๆที่แขวนอยู่ในคอขึ้นมาพนมและภาวนาไตรสรณคมณ์ทุกวัน เช้านี้ไม่เหมือนกับทุกเช้าพอผมภาวนาไตรสรณคมณ์จบก็อธิษฐานว่า"หลวงพ่อดู่ครับผมขอเงินมาซื้อยารักษาแม่ด้วยเทอญ สาธุ"



และก็ออกไปทำงานตามปกติตอนสาย ๆ ของวันนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งที่ผมพอจำได้ว่านาน ๆ หลาย ๆเดือนจะมากินข้าวแกงสักครั้ง ก็มานั่งกินอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เพราะผมไม่ทันสังเกตุ ผมจึงตักน้ำแข็งใส่แก้วและเดินไปให้เขาตามปกติเหมือนทุกครั้งพอเขาเห็นผมก็พูดว่า"มาทีไรเจอทุกครั้งเลยขยันจังนะ"ผมยิ้มรับในคำทักทายของเขา แล้วพูดว่า"ถ้าไม่มาทำงานเดี๋ยวไม่มีข้าวกินครับ"

เขาก็พูดว่า "เออพูดตรงดี พี่ชอบว่ะ แบบนี้ไปทำงานกับพี่ไหม"ผมถามเขาว่า"งานอะไรครับ"เขาบอกว่า"งานอยู่เรือดูดแร่ เงินดีนะน้อง"ผมถามต่อว่า "ดีของพี่ได้เดือนละเท่าไหร่ครับ" เขาตอบทันทีว่า"เป็นหมื่น"พอได้ยินคำว่าเป็นหมื่น ผมถึงกับตาโตเลยทีเดียวผมเริ่มสนใจมาก

ถามต่อว่า"ไปทำที่ไหนพี่"ชายผู้นั้นบอกว่า"จังหวัดภูเก็ต"ผมทวนคำพูดว่าภูเก็ตและนึกว่าแม่กำลังไม่สบายจะทิ้งแม่ไปได้อย่างไร แต่ถ้าได้ไปก็จะมีเงินมาซื้อยาดี ๆรักษาแม่ ชายผู้นั้นคงเห็นผมยืนคิดอยู่นาน ชายผู้นั้นจึงพูดขึ้นว่า"อาทิตย์หน้าพี่ถึงจะไปภูเก็ตอีกสองสามวันจะมากินข้าวใหม่น้องลองกลับไปคิดดูแล้วค่อยบอกพี่"แล้วเขาก็เดินออกจากร้านไปผมมองดูชายคนนั้นเดินจากไปจนลับสายตา

เย็นนั้นผมกลับถึงบ้านก็นึกถึงแต่เรื่องอยากไปทำงานที่ภูเก็ตคืนนั้นผมนอนไม่หลับทั้งคืน วันต่อมาผมกำลังเอายาให้แม่กินแม่คงสังเกตเห็นผมผิดปกติเลยถามว่า"ไปมีเรื่องอะไรกับเขาหรือเปล่า เป็นอะไรแปลก ๆ ไป"

ผมจึงเล่าให้แม่ฟังทั้งหมด แม่ก็พูดว่า"เรื่องแค่นี้เองลูกอยากไปไหมล่ะ ไม่ต้องห่วงแม่หรอกแม่อยู่ได้"ผมบอกแม่ว่า"อยากรักษาแม่ให้หาย ถ้าผมมีเงินก็จะได้ไปซื้อยาทีดี ๆมาให้แม่กินครับ"แม่บอกว่า"ตามใจแกถ้าอยากไปทำงานแม่ก็ตามใจ"แม่กอดผมและพูดขึ้นว่า"แม่รักลูกนะ"ผมน้ำตาไหลและกอดแม่แน่นบอกว่า"ผมก็รักแม่ครับ"และเราสองคนก็ร้องไห้

วันรุ่งขึ้นผมไปทำงานตามแบบทุกวันพอตอนเย็นเลิกร้านแล้ว ผมก็เข้าไปหาเจ้าของร้านบอกว่าผมขอลาออก เขาท่าทางตกใจพูดว่า"อยู่กันมาตั้งนานไม่สบายใจมีอะไรบอกพี่ได้นะ"ผมจึงเล่าเรื่องแม่ไม่สบายผมอยากได้เงินไปรักษาแม่ ให้เจ้าของร้านฟังจนหมดเขาพูดเสียงดังว่า"ให้มันได้อย่างนี้ เองทำถูกแล้วละจะไปเมื่อไหร่"ผมตอบว่า"อีกสองสามวันครับ"เขาเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงควักเงินออกมานับน่าจะเป็นสองถึงสามหมื่นแล้วส่งให้ผม บอกว่า

"เอาไปพี่ให้"ผมงงบอกกับเจ้าของร้านว่า"ผมไม่รบกวนยืมเงินพี่หรอกครับถ้าเอาไปคงไม่มีปัญญามีเงินมาใช้คืนพี่""เอ็งกับพี่นับถือหลวงพ่อองค์เดียวกันเท่ากับเราเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกันเหมือนพี่เหมือนน้อง ต้องช่วยเหลือกันถึงจะถูกเงินนี้พี่ไม่ได้ให้ยืมแต่พี่ช่วยโดยไม่ต้องเอามาคืน"ผมเกรงใจเจ้าของร้านมากเขาเป็นคนใจบุญมีเมตตาและยังมีน้ำใจต่อผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากอีกผมก้มลงกราบเขาเพราะไม่มีอะไรจะตอบแทนความดีของเขา

และนึกในใจว่าขอให้พี่จงเจริญ ๆวันต่อมาชายผู้นั้นก็มากินข้าวแกง พอเขาเห็นผมก็ถามว่า"คิดได้หรือยัง"ผมตอบว่า"ไปครับ"เขาพูดว่า"เออดีไม่เสียแรงที่ชวน"ผมนัดกับเขาถึงวันที่จะออกเดินทาง เมื่อรู้วันเดินทางแล้วผมก็ไปบอกกับแม่และให้เงินแม่เก็บไว้หาหมอรักษาตัวระหว่งที่ผมไปทำงานผมบอกแม่ว่า"ได้เงินเดือนเมื่อไหร่ผมจะรีบส่งมาให้แม่ทุกเดือน"ผมนำเงินติดตัวไปแค่หนึ่งพันบาทเป็นค่ารถและในที่สุดผมได้ไปขุดทองที่ภูเก็ตเหมือนกับเวลาที่ผู้ใหญ่เขาคุยกันสมัยก่อนว่าใครไปทำงานขุดพลอยเมืองจันทบุรี หรือไปทำแร่ภาคใต้เท่ากับไปขุดทองแต่สิ่งที่มีคุณอนันต์ตรงกันข้ามก็จะมีโทษมหันต์เหมือนกันไปร่ำรวยกันมาก็มากพากันไปตายมาก็เยอะผมนั่งรถไปใจก็คิดว่าเราจะไปแล้วรวยหรือไปตายก็ยังไม่รู้ คิดไปคิดมายิ่งสับสนผมจึงคิดว่าตายเป็นตาย ผมต้องหาเงินรักษาแม่ให้ได้มือก็กำลูกกลม ๆ ของหลวงพ่อดู่และอธิษฐานว่า

"เรือลำไหนที่ดีเจ้าของเป็นคนดีมีเมตตาอยู่แล้วจะมีเงินมากหรือร่ำรวยขอให้ผมได้ไปอยู่กับผู้นั้นด้วยเถิดสาธุ"

และผมก็ไปถึงจุดหมายปลายทางที่นั่นเป็นท่าเรือใหญ่ผู้คนมองดูพลุกพล่านคุยกันเสียงดังอย่างไม่มีใครเกรงใจกันบางกลุ่มก็คุยภาษาอีสานบางพวกก็พูดใต้มีคนส่วนน้อยที่พูดภาษาภาคกลางที่นี่มีคนจากหลายจังหวัดหลายพ่อหลายแม่น้อยคนที่จะมองดูแล้วบอกได้ว่าเป็นคนสุภาพแทบจะหาไม่เจอเลยทีเดียวส่วนมากจะท่าทางนักเลง บางคนก็ตัวดำยังไม่พอแถมยังสักยันต์เต็มตัวมองดูแล้วไม่น่าไว้ใจ หรือที่เขาเรียกกันว่าน่ากลัว ผมเดินตามพี่คนที่พาผมไปทำงานเขาบอกว่าตัวเราชื่อโก๋ พี่โก๋ เดินนำหน้าผมเดินตามเดินผ่านวงเหล้าที่นั่งกินกันเป็นกลุ่ม ๆบางคนหันมาเห็นพี่โก๋ก็ร้องทักว่า

"เฮ้ยมากินเหล้าด้วยกันโว้ยไอ้โก๋"พี่โก๋ก็จะตอบว่า"พวกมึงกินกันเถอะ วันนี้กูยังไม่อยากเมา"พอมาถึงที่พักซึ่งเป็นเหมือนห้องแถวประมาณสิบกว่าห้อง ตรงกลางมีลานกว้างประมาณ 7-8เมตร มีโต๊ะหินสองตัวต่อกันคนนั่งได้สักสิบกว่าคนสบายมาก ที่ตรงนั้นมีผู้ชายกลุ่มใหญ่นั่งกินเหล้ากันอยู่พอเห็นผมกับพี่โก๋ ก็ร้องทักว่า"พี่โก๋พาใครมาด้วยละ"พี่โก๋บอกว่า"น้องชายมันชื่อตั้ม"

ในกลุ่มนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งท่าทางคงเมามากแล้วพูดว่า"หน้ามันอ่อนอย่างนี้มึงจะพามันเล่นลิเกหรือว่ะไอ้โก๋""กูจะพามันมาทำงานกับนายเค้า ไม่ได้มาเล่นลิเกแบบมึงว่าหรอก"เสียงชายคนเก่าพูดว่า"ไอ้โก๋มึงยังกวนตีนเหมือนเดิมนะไม่ได้เห็นหน้ากันเสียหลายวัน"พี่โก๋พูด"กูยังเหมือนเดิม"แล้วแกก็พาผมไปพักห้องเดียวกับแก"มึงอยู่กับพี่ที่นี่แหละพี่อยู่คนเดียวห้องมันใหญ่ไปจะได้มีเพื่อนคุยถ้ามึงไปอยู่คนเดียวไอ้พวกเหี้ยมันเยอะเดี๋ยวไม่มีคนดูแลจะเกิดเรื่อง"

เช้าของวันต่อมา พี่โก๋พาผมไปยังบ้านหลังหนึ่งใหญ่โตมากมีคนมาเปิดประตูรั้วบ้านให้เราสองคนเข้าไปในบ้าน มีผู้ชายตัวใหญ่ดำสักมังกรพันแขนใส่กางเกงตัวเดียวไม่ใส่เสื้อ อยู่ที่โต๊ะทำงาน พอเห็นพี่โก๋ก็พูดว่า"เป็นยังไงกลับบ้านซะหลายวันพี่นึกว่าอาทิตย์หน้ามึงถึงจะกลับมาเรือมันขาดคนทำงานไม่ได้ดีเลยวะ"

ตัวดำใหญ่ผมคิดว่าแกคงน่ากลัวแต่ที่ไหนได้แกพูดจายิ้มแย้มอารมณ์ดีท่าทางใจดีอีกต่างหากชายเจ้าของบ้านถามพี่โก๋ว่า"แล้วพาใครมาด้วยละ"แกตอบ"น้องครับพี่ผมจะเอามันมาฝากให้ทำงานกับพี่ครับ""รูปมันหล่อหน้ามันอ่อนจะทำงานไหวหรือวะโก๋""พี่ก็ให้งานเบา ๆ ให้มันทำก็ได้"

เป็นอันว่าผมได้งานทำในห้องนั้นที่โต๊ะรับแขกมีผู้หญิงแต่งชุดนักศึกษานั่งเขียนหนังสืออยู่สามคนมุมโต๊ะมีจานขนมและผลไม้วางอยู่ พวกเธอมองผมและก็ยิ้มให้ ผมยิ้มตอบพี่โก๋ลาชายเจ้าของบ้าน ผมก็ยกมือไหว้เขาและพากันกลับยังที่พักตอนหลังผมมารู้ว่าผู้หญิงสามคนนั้นคนหนึ่งเป็นหลานสาวของเจ้านายอีกสองคนเป็นเพื่อนของเธอ เรื่องมันยาวครับผมขอเล่าเรื่องที่สำคัญดีกวาเดือนต่อมาผมได้เงินเดือน พอได้ก็รีบส่งไปให้แม่ เงินประมาณหนึ่งหมื่นบาทต่อเดือนผมให้แม่เกือบหมด เหลือไว้บางเดือนก็ห้าหกร้อยบาทเท่านั้นก็พอใช้เพระผมไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่

คนอื่นเขาได้เงินมาก็ไปกินเที่ยวกันแต่ผมไม่ไปเพราะไม่ชอบที่นั้นมีทุกอย่างทั้งเหล้า การพนัน ผู้หญิงเพราะเรือแร่ขึ้นทีคนงานจะมีเงินกันเป็นจำนวนมากบางคนก็ไปสิบห้าวันจะได้เงินประมาณสามหมื่นบางคนงานเบาเป็นคนถือสายน้ำฉีดแร่ก็จะได้ประมาณหมื่อนแปดพันหรือสองหมื่นคนที่ถือสาย่อดูดแร่ลงไปใต้น้ำเสี่ยงชีวิตมากก็จะได้เงินมากกว่าอื่นเป็นเท่าตัวมีคนมากมายที่ต้องเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่นั่นฆ่ากันตายก้เยอะลงไปดูดแร่เกิดเรื่องต่าง ๆ ตายกันไปจนนับไม่ถ้วนที่นั่นไม่มีใครสนใจใครเพราะเป็นที่ไกลปืนเที่ยง ฆ่ากันตายบ่อยมากพอตายตำรวจมาตรวจดูศพแล้วก็ไปโดยมาเอาผิดกับใครไม่ได้อาจจะเป็นเพราะตำรวจไม่ค่อยในใจ เพราะคนมาอยู่รวมกันมาก ๆ เป็นร้อยพ่อพันธ์แม่ยากแก่การดูแล มีทั้งดีและชั่วปนกันไป ผมมาอยู่ตั้งแต่ตัวยังไม่โตนัก ตอนนั้นผมอายุ 16 ปี ตัวเล็กเอวบางร่างน้อย

คนอื่นดูแล้วว่าท่าทางไม่แข็งแรงเราออกเรือจะใช้เวลาไปกลับสิบห้าวันเจ้าของเรือตั้งเป้าของน้ำหนักแร่ไว้ว่าถ้าได้ 1,000 กิโลเมื่อไหร่ก็กลับได้เลย แต่ถ้าสิบห้าวันแล้วยังได้แร่ไม่ถึง 1,000 กิโลต้องกลับเหมือนกันเพระอาหารและน้ำดื่มที่เตรียมไปพอแค่สิบห้าวันสิบห้าวันถ้าได้แร่ 700-800 กิโล ลูกเรือก็จะได้เงินน้อยแต่ถ้าได้แร่ถึง 1,000 กิโลคนถือท่อดูดแร่ที่ลงไปใต้น้ำจะได้เงินประมาณ 30,000 บาทคนฉีดน้ำบนเรือจะได้เงินประมาณ 20,000 บาท ถ้าเป็นผมจะได้ 10,000 บาท

แต่ต่อมาผมได้เงินมากกว่าคนอื่นเสียอีกด้วยเหตุผลว่าพี่เจ้าของเรือแกชอบผมมากเขามีเรืออยู่หลายลำ แต่ลำที่ผมอยู่เจ้าของเรือไปคุมด้วยตัวเอง แกเคยบอกผมว่าครั้งไหนที่ผมไม่สบายและไม่ได้ไปด้วยต้องไปนานจนครบสิบห้าวันทุกครั้งเลยแต่ถ้าผมไปด้วยอย่างมากก็แค่ 7 วันก็ได้แร่ถึง 1,000 กิโล และบางครั้งก็ห้าวันก็มีบางหนสามวันยังมีเลย

"พี่สังเกตเห็นแกเวลาที่เรือจะออกจากฝั่งจะยกสิ่งที่แขวนคอซึ่งเป็นเม็ดกลมๆ เล็ก ขึ้นมายกมือพนมแล้วว่าคาถาอะไรไม่รู้ แต่คาถาของเองนี่ขลังจริง ๆ ว่ะพี่นับถือ"ตอนหลังถ้าผมไม่สบาย แกบอกว่าไม่ต้องหยุดงานไปนอนในเรือแต่ไม่ต้องทำงานก็ได้ แต่แกแบ่งเงินให้เหมือนเดิมแกว่า"แค่เองไปด้วยพี่ก็ได้กลับเร็วกว่าปกติตั้งเยอะ"ผมมาอยู่กับพี่เขานี่ก็สามปีแล้วผมโตเป็นหนุ่มเต็มตัวตอนนี้ไม่ได้เงินน้อยแล้วคนที่ลงถือท่ออยู่ใต้น้ำถ้าเขาได้เงิน 30,000 บาท ผมก็จะได้เงินถึง 40,000 บาทเลยทีเดียว

ซึ่งผมไม่ได้มีคาถาอะไรอย่างที่เขาว่าหรอกเพียงแต่เวลาจะออกเรือผมก็จะยกลูกกลม ๆ ที่หลวงพ่อดู่ให้มาแล้วอธิษฐานว่า"ขอให้ผมปลอดภัยได้เงินมา เพื่อเอาไปรักษาแม่ด้วยเทอญ สาธุ"ออกเรือทีไรลำอื่นไม่ได้แร่กัน แต่ลำที่ผมไปกับได้มากและกลับเร็วกว่าลำอื่นเสมอเจ้าของเรือจึงรักผมมากบอกว่าอยู่กันแล้วเจริญรุ่งเรืองคนแบบนี้หายากผมโชคดีทั้งเรื่องงานและความรัก หลานสาวของเจ้าของเรือ
เธอก็มารักผมด้วยไม่เพียงแค่นั้นเพื่อนรักของเธอทั้งสองคนก็รักผมเหมือนกันจึงทำให้ผมเลือกไม่ถูกว่าคนไหนดี เธอทั้งสามคนเป็นคนสวยและน่ารักมากผมเคยบอกกับเธอทีละคนว่าบ้านผมที่จังหวัดสิงห์บุรีหลังเล็กเพราะครอบครัวของผมยากจนเธอบอกว่าจน ๆ แหละชอบ แค่เห็นผมครั้งแรกที่ผมมาสมัครงานกับพี่โก๋คืนนั้นกลับไปนอนไม่ค่อยหลับเลย

ผมนึกในใจอะไรจะขนาดนั้น อยู่มาไม่นานนักพวกชายหนุ่มที่หลงรักพวกเธอแต่ผมไม่รู้ว่าคนไหนเพราะมีผู้ชายมาจีบพวกเธอมากมายหลายคน ส่วนมากจะรวย ๆกันทั้งนั้น

และวันนั้นก็มากถึงผมจะต้องจำไปตลอดชีวิตอย่างไม่มีวันลืมเลยทีเดียวผมออกเรือไปดูดแร่ตามปกติแต่ครั้งนี้เจ้าของเรือไม่ได้ไปด้วยเพระเขามีธุระสำคัญต้องไปทำออกเรือไปเป็นวันที่สี่ได้แร่ประมาณ 800-900 กิโลแล้ว จะกลับอีกสองวันนี่แหละคืนนั้นอากาศดีดาวเต็มท้องฟ้า

ผมยืนคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่ท้ายเรือได้ยินเสียงคนเดินมาข้างหลังจึงหันไปดูก็เห็นลูกเรือด้วยกันแต่วันนี้เขาไม่ได้มาอย่างมิตรในมือเขาถือปืนมาด้วย พอเขารู้ว่าผมเห็นเขา ก็ยกปืนในมือมายิงผม มีเสียงดัง ปั้งปั้ง ปั้ง เป็นระยะ ๆ คมกระสุนปืนพุ่งเข้าหาผมทุกนัดอย่างแม่นยำตัวผมกระเด็นตกจากเรือ ตอนนั้นผมตกใจยังทำอะไรไม่ถูก หล่นไปในน้ำมันก็มืดผมมองไม่เห็นตัวเองได้แต่เอามือลูบ ๆ ดูว่าแผลถูกยิงตรงไหนบ้างแต่น่าแปลกตัวผมไม่มีบาดแผลสักแห่งเดียวแต่ผมต้องลอยคออยู่ในทะเลจนถึงเช้าและมีคนที่อยู่เรือลำอื่นมาช่วยและพาขึ้นฝั่งตอนหลังผมมารู้ว่าผู้ชายที่หลงรักผู้หญิงที่มารักผมจ้างลูกเรือที่อยู่เรือลำเดียวกับผมเป็นเงิน 50,000 บาท เพื่อฆ่าผมทิ้งกลางทะเล

ตอนที่ผมถูกยิงผมจำได้ว่าผมเห็นพระพุทธรูปเหมือนกับองค์ที่อยู่ที่วัดหน้าพระเมรุในพระอุโบสถจำได้ดีว่าเป็นพระมหาจักรพรรดิ์มาลอยอยุ่ข้างหน้าของผมกระสุนปืนทั้งหมดทะลุผ่านองค์พระมหาจักรพรรดิ์แล้วถึงมาโดนตัวผมด้วยอำนาจของพระพุทธคุณนี้เองจึงทำให้ลูกกระสุนปืนทุกนัดไม่ระคายผิวของผมทำให้ผมนึกไปถึงตอนที่หลวงพ่อดู่ท่านมอบลูกกลม ๆ ให้ผมและท่านบอกว่ามีพระอยู่ในนั้นหลายปีที่ผ่านมาผมมองดูทีไร ไม่เคยเห็นพระที่ท่านบอกสักองค์มาเห็นพระตอนที่ผมถูกยิงนี่เอง ดีที่ผมจำคำสอนของหลวงพ่อดู่ได้ตลอดไม่เคยลืมคำว่าพุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณังคัจฉามิและภาวนาอยู่ทุกวัน ถ้าไม่มีพุทธัง ธัมมัง สังฆัง ผมคงตายไปแล้ว

ผมรอดตายโดยไม่มีบาดแผลไม่สามารถเอามือปืนและคนว่าจ้างมาลงโทษได้ตามกฏหมายทั้งตำรวจก็ไม่สนใจในเรื่องคดีเพราะคนที่ว่าจ้างเป็นลูกของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ผมไม่ตายยิ่งเพิ่มความโกรธแค้นให้กับคนที่ว่าจ้างคนมาฆ่าผมหลายเดือนผ่านไปเมื่อเขารู้ว่ากระสุนปืนไม่อาจฆ่าผมได้จึงเปลี่ยนวิธิใหม่เขาไปจ้างหมออิสลามหรือที่เรียกกันว่าหมอแขกเพระพวกนี้มีวิชาอาคมเข้มขลังมากสามารถทำคุณไสยให้คนตายมามากต่อมาก ที่นั่นคนอยู่เรือเขาไม่นิยมใส่รองเท้ากันเพราะเวลาเดินบนเรือมันจะลื่นง่ายเลยเป็นเรื่องไม่ยากนักที่เขาจะให้คนแอบมาเอารอยเท้าของผมไปทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์มนต์ดำ

ช่วงนั้นผมคงกำลังดวงตก อยุ่ ๆ เชือกแขวนพระขาดเลยยังหาเชือกใหม่ไม่ได้ผมเก็บลูกกลม ๆ ของหลวงพ่อดู่ไว้หัวนอนรุ่งเช้าก็ลืมนำติดตัวไปด้วยเที่ยวนั้นเรือดูดแร่ออกไปได้เพียงวันเดียวผมก็ปวดท้องอย่างแรงจนพี่เจ้าของเรือจะเอาเรือเข้าฝั่ง ผมบอกว่าอย่าเลยพี่เดี๋ยวนอนพักก็หายแต่ไม่เป็นอย่างนั้นผมเริ่มปวดจากท้องแต่เดี๋ยวก็ปวดหัวจนลูกตาแทบจะหลุดออกมาจากเบ้าตาหนักเข้าไม่หัวอย่างเดียว ในที่สุดก็ปวดไปทั้งตัว แม้แต่กระดูกยังปวดคิดในใจว่าจะรอดหรือเปล่ากลางคืนนอนก็ฝันเห็นแต่ฝีปีศาจจะมาเอาชีวิตบางครั้งเหมือนกับครึ่งหลับครึ่งตื่นฝีแขกใส่หมวกแบบอิสลามมาบังคับให้ผมเอาเชือกมาผูกคอผมไม่ยอมทำตามมันก็บอกว่าให้ไปโดดทะเล ผมนอนดิ้นไปดิ้นมาปวดทรมานไปทั้งตัวผีเข้ามาบังคับจะเอาชีวิตอีก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตอนหลังมันมากันเป็นสิบ ๆ ตัวมันพูดว่ามึงต้องตาย บางตัวก็จับแขนกดเอาไว้อีกตัวก็กดขา ไอ้ตัวดำสูงใหญ่เข้ามาบีบคอจนผมเริ่มหายใจไม่ออกตอนนั้นผมร้องไห้คิดถึงแม่คิดว่าคงไม่ได้กลับไปเห็นหน้าแม่อีกแล้วครั้งนี้ต้องตายแน่นอน

มีเสียงหนึ่งซึ่งผมจำได้ว่าเป็นเสียงของหลวงพ่อดู่ ท่านพูดว่าพุทธังธัมมังสังฆังพอผมได้ยินหลวงพ่อท่านบอก ผมก็ตั้งจิตภาวนาว่าพุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมังสรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิก็มีรัศมีเป็นแสงสว่างหลายสีพุ่งออกมาจากตัวผมรอบตัวทำให้แสงรัศมีนั้นโดนปีศาสทุกตัวมันร้องอย่างเจ็บปวดแสงสว่างนั้นกลายเป็นไฟเผาพวกปีศาจทั้งหมดละลายไปกับอากาศผมเห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นกราบหลวงพ่อดู่ ใจก็บอกตัวเองว่ารอดตายแล้ว

คืนนั้นผมไม่ยอมนอน ผมนั่งสมาธิทั้งคืนจนเช้าประมาณแปดโมงเช้ามีเรือผ่านมาจะเข้าฝั่ง เจ้าของเรือที่ผมอยู่ รีบเรียกเรือลำนั้นผมนอนอยู่ใต้ท้องเรือได้ยินเสียงเขาชัดเจน เขาบอกคนคุมเรือลำนั้นว่า"น้องกูไม่สบายฝากเข้าฝั่งด้วย"แกรักและเป็นห่วงผมแบบน้องชาย

พอเรือเข้าถึงฝั่งผมรีบตรงไปยังห้องพักแทนที่จะไปหาหมอถึงห้องก็ไปที่หัวนอนหยิบลูกกลม ๆ ยกมือพนมพระ ถึงหลวงพ่อดู่ ตั้งนะโมสามจบแล้วภาวนาไตรสรณคมณ์ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณังคัจฉามิ เท่านั้นผมอ๊วกออกมาเป็นน้ำสีเหลือง ๆ เหม็นไปทั่วบริเวณนั้นสิ่งที่ออกมามันเหมือนกับน้ำเหลืองผีอย่างไงอย่างนั้นเลยทีเดียวพออ๊วกเสร็จผมรู้สึกร่างกายเบาสบายสดชื่นเหมือนไม่เคยเจ็บปวดมาเลยทั้งที่เมื่อคืนผมปวดไปทั้งตัว ครั้งนี้ถ้าไม่ได้อำนาจของไตรสรณคมณ์ผมจะเป็นอย่างไรอาจจะไม่รอดก็ได้ใครจะรู้

ตอนหลังผมมารู้ชื่อของลูกกลมๆ ที่หลวงพ่อดู่ให้มาว่าชื่อลูกแก้วสารพัดนึกภูเก็ตที่ผมไปอยู่ตรงนั้นเขาเรียกว่าท่านุ่น สมัยนั้นยังเป็นดินแดนป่าเถื่อนหรือที่เรียกว่า ไกลปืนเที่ยงแต่ผมก็รอดชีวิตมาได้ถึงสองครั้ง ครั้งแรกโดนยิง แต่กระสุนปืนไม่อาจระคายผิวของผมครั้งสองโดนคุณไสยมนต์ดำของหมอแขก แต่ก็รอดมาอีกไปอยู่ที่ไหนก็จะมีคนดีคอยช่วยเหลือ รักใคร่เมตตาโชคลาภทั้งทรัพย์สินเงินทองก็ได้มาจากการทำกิน

จะไปทำอะไรอาชีพเดียวกับคนอื่นคนอื่นเขาทำแล้วไม่ค่อยได้ดี แต่พอผมทำก็จะเจริญและร่ำรวยอย่างผิดหูผิดตาทั้งผู้หญิงดี ๆ ก็มารักผมหลายคน ผมเป็นคนที่ไม่ชอบแต่งตัวทองสลึงเดียวก็ไม่เคยมีติดตัว ใส่เสื้อผ้าถูก ๆแต่ผู้หญิงกลับมาชอบอย่างมากมายหลายคนเงินทองทั้งหมดที่ได้มา ผมส่งไปให้แม่หมดเหลือไว้ใช้เพียง 500-600 บาทต่อเดือนเท่านั้น ชีวิตของผมดีขึ้นเรื่อย ๆหลายปีผ่านไปเดี๋ยวนี้ผมกลายเป็นเศรษฐีมีเงินทองมากมายทั้งเป็นเจ้าของเรือดูดแร่อีกหลายลำแต่ผมไม่เคยลืมตัวยังแขวนลูกแก้วสารพัดนึกอยู่ในคอตลอดเวลา

ผมจำได้ตอนที่หลวงพ่อดู่ให้ลูกแก้วสารพัดนึกท่านบอกว่า"เก็บติดตัวไว้ให้ดีในนั้นมีพระอยู่อีกหน่อยจะทำให้แกรอดตาย แล้วแกจะรวยเป็นเศรษฐี"คำพูดของหลวงพ่อดู่ท่านศักดิ์สิทธิ์ เป็นจริงทุกคำผมอยู่ที่ภูเก็ตนานจึงมีเพื่อนมากเคยมีเพื่อนคนหนึ่งมันชอบสะสมพระดัง ๆที่มีราคาแพงมาก ๆ มันถามผมว่า"มึงเป็นเถ้าแก่ใหญ่เงินทองมากมายทำไมเอาลูกอมกลม ๆ มาแขวนคอลูกเดียววะ ไม่หาสมเด็จวัดระฆังมาแขวนคอสักองค์"ผมตอบมันว่า"พระสมเด็จน่ะดีต้องคนมีบุญมีวาสนาถึงจะได้มีไว้ครอบครอง สำหรับกูลูกกลมๆ นี่แหละดีที่สุดแล้ว มึงรู้ไว้เลยนะที่กูมีวันนี้ได้ก็เพราะลูกกลม ๆนี้แหละ"

www.watthummuangna.com





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ราชสีห์ วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 05.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/leozenith
www.watthuumuangna.com

ครูแดงครับ
นี่ไม่ใช่ประสบการณ์ของผมครับ
แต่เป็นประสบการณ์ของศิษย์รุ่นเก่าที่ได้มีการบันทึกไว้
ครูแดงส่งที่อยู่มาให้ผมสิครับ
ผมจะส่งพระและลูกแก้ว พร้อมบทสวดจักรพรรดิไปให้
พระและลูกแก้วนี้ หลวงตาม้าซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงปู่
ท่านได้สร้างแจกอยู่แล้วครับ
ที่เวป www.watthuumuangna.com
ครูแดงเวลาอธิษฐานแล้วนึกถึงรูปท่านนะครับ
แล้วขอท่านตรงๆ เลย
บารมีพระโพธิสัตว์ท่านช่วยคนทั้งทางโลกและธรรมครับ
ท่านเคยบอกไว้ว่า
"จะขออะไรให้นึกถึงข้าแล้วขอ"

ขออาราธนาพระบารมีหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
ขอให้ร้านกาแฟของครูประสบความสำเร็จครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ครูแดง วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 03.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-คุณราชสีห์คะ เรื่องดรมาก ขอกราบหลวงปู่และลูกแก้วด้วยคนนะคะ
-เช้านี้จะเปิดร้านกาแฟ ซึ่งเป็นร้านเล็กๆในร้านอาหารลูกชายค่ะ พออ่านเจอว่าท่านให้คุณดื่มน้ำชา ก็เลยอธิษฐานจิตขอพรท่านค่ะ ขอให้มีลูกค้าดีๆมาอุดหนุนเยอะๆ
-ชอบคำอธิษฐานของคุณที่ว่าให้ได้พบแต่คนดีๆ ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติและคำที่ครูแดงอธิษฐานเลย ดีใจที่ได้มาอ่านเรื่องดีๆ ขอบคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 10.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

เป็นพพระที่ น่ากราบ
และ กราบได้เลย ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หนุ่มเมืองเลย วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 07.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/esan-banna

น่าเลื่อมใสครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

มากราบหลวงพ่อค่ะ ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน