• rabbitzilla
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rabbitzilla@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 115535
  • ส่ง msg :
  • โหวต 25 คน
Lifelong Learning
สิ่งใหม่ๆที่ได้เรียนรู้ ไม่มีที่จะจดจึงต้องเอามาฝากไว้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lifelong-learning
วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤษภาคม 2550
Posted by rabbitzilla , ผู้อ่าน : 1905 , 14:15:18 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผมเห็นโฆษณาของ Happy จาก DTAC ทีไรก็อดนึงถึงเรื่องนี้ไม่ได้ ชอบใจในโลโก้รอยยิ้ม การใช้สีแดงที่เต็มไปด้วย Passion ตัดหน้า True ไปได้นิดเดียว และเสียง Jingle ประกอบโฆษณาที่ฟังดูคล้ายๆรถไอศกรีม Walls ที่วิ่งผ่านหน้าบ้านตอนบ่ายๆ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ Happy เข้าไปอยู่ในใจคนไทยได้อย่างอย่างรวดเร็ว … คนไทยไม่ชอบความหยิ่งครับ


การสร้างแบรนด์ในสมัยนี้ต้องใช้ประโยชน์จากสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และกาย ให้ได้มากที่สุด กำลังรอดูอยู่ว่า
Happy จะเอาจมูกกับลิ้นมาเล่นยังไง … จริงๆแล้วไม่ต้องครบห้าก็ได้ครับ เพราะสินค้าส่วนใหญ่ก็คงใช้ให้ครบไม่ได้)




Martin Lindstrom นักสร้างแบรนด์ชื่อดังเป็นคนแรกๆที่นำแนวคิด Multi-sensory หรือการใช้สัมผัสหลายๆแบบมาใช้ในการสร้างแบรนด์ นอกเหนือจากการใช้ Sight&Sound หรือภาพและเสียงเช่นในอดีตที่ผ่านมา Lindstrom บอกว่า การสร้างแบรนด์มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ยุค 1950 ที่บริษัทต่างๆจะบอกผู้บริโภคตรงๆถึงจุดขายหรือ Unique Selling Propostion (USP) ของสินค้า ผมพยายามนั่งดูโฆษณาอย่างจริงจังมาหลายวัน นอกจากสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว ในปัจจุบันก็ไม่ค่อยใครใช้มุขนี้ USP ไม่ค่อยพูดตรงๆว่า สินค้าเค้าดีอย่างไร เจ๋งกว่าคู่แข่งอย่างไร นอกจากพวกแชมพู สบู่ ยาสีฟัน ครีมหน้าขาว สินค้าเช่นรถยนต์ซึ่งโดยเฉพาะรถเก๋ง เมื่อก่อนบอกระเอียดมาก เช่น ซีซี แรงม้า มีกี่ล้อ ปัจจุบันเห็นแค่รถวิ่งผ่านไปผ่านมา บางทีก็ไม่เต็มตาด้วย ลองดูภาพต่อไปนี้นะครับว่า รถยนต์ BMW แรงแค่ไหน



ในยุคต่อมาการสร้างแบรนด์เริ่มมาเอาใจใส่ต่อ "อารมณ์" หรือ Emotional Selling Proposition (ESP) เน้นการสื่อสารภาพลักษณ์ทางความรู้สึก ดูโฆษณาจะเห็นว่าไม่ค่อยจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้าเลย ตัวอย่างเช่น โฆษณารถยนต์ Beatle รุ่นแรกจาก Volksvaken ที่เห็นแต่กราฟฟิคส่วนโค้งของหลังคารถ หรือโฆษณาของบรรดา "น้ำดำ" ต่างๆ พอถึงทศวรรษ 1980 ตัวบริษัทเองซึ่งแต่ก่อนอยู่เบื้องหลังเริ่มกลายเป็นแบรนด์ หรือ Organizational Selling Proposition โดยมีการสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็งผ่านการเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ขององค์กร เช่น IBM ถ้าเห็นโลโก้สีฟ้าของเค้าก็จะรู้สึกองค์กรทีมี competency เชื่อถือได้ และเป็นผู้นำ

การพัฒนาของแบรนด์ยังคงมีต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ในทศวรรษที่ 1990 เข้าสู่ยุคของ Brand Selling Proposition (BSP) แบรนด์เริ่มมีความเข้มแข็งยิ่งกว่าตัวสินค้าและบริษัท ลองนึกถึง Disney Hello Kitty Pokemon หรือแม้กระทั่งเร็วๆนื้คือ Harry Potter ในกรณีของแมวเหมียวสีชมพูนั้น โลโก้ของเค้าจะปรากฏอยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่เว้นแม้แต่ โทรศัพท์ รถยนต์ หรือเครื่องบิน



ในช่วงเวลาเดียวกันบางแบรนด์ก็เริ่มพัฒนาไปสู่
Me Selling Proposition (MSP) หรือแบรนด์ของฉัน ผู้บริโภคเริ่มเข้ามาจับจองเป็นเจ้าของแบรนด์มาก ด้วยการสนับสุนของเทคโนโลยี่การผลิตแบบ Mass Customization ทำให้ผู้ผลิตสามารถปรับเปลี่ยนคุณลักษณะของสินค้าได้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคน ถ้านึกไม่ออกลองเค้าไปดูที่ website ของ Nike (http://www.nike.com) เค้ามีบริการสั่งทำรองเท้า "Nike ของคุณ" คู่เดียวในโลก และน่าจะราคาเดียวในโลกเช่นเดียวกัน




ท่ามกลางกระแสของ
MSP ที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ การเสนอขายที่มีเอกลักษณ์แบบองค์รวม หรือ HSP ก็เริ่มก่อตัวขึ้นมา โดย Lindstrom อธิบายว่า ในปัจจุบันการโฆษณาแบบเดิมๆ มักไม่ค่อยจะได้ผล เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบันซึ่งเป็น information age ได้รับข้อมูลข่าวสารจำนวนมากในหนึ่งวัน ซึ่งก็รวมถึงสื่อโฆษณาต่างๆ ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายหรือ information overload ทำให้พลาดข่าวสารที่นักการตลาดต้องการสื่อออกไป นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีอุปกรณ์ช่วยกระโดดข้ามโฆษณาทางโทรทัศน์อีกด้วย เช่น TiVo ทำให้การชมโฆษณาลดลงไปมากอีกถึงแม้ว่าจำนวนสื่อจะมากกว่าในอดีต ดังนั้น Lindstorm จึงเสนอว่าเราควรก้าวข้ามไปสู่การนำทุกช่องทางที่มนุษย์ติดต่อกับโลกภายนอก หรือ รูป-รส-กลิ่น-เสียง-สัมผัส (5D) มาใช้ในการสร้างแบรนด์ ซึ่งจะมีประสิทธิผลกว่าการใช้เพียง 2D หรือ ภาพและเสียงแบบในอดีต


เรื่องนี้คงจะจบในตอนที่สองนะครับ
(ตามเคย) จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญอะไรทางนี้หรอกครับ เป็นพวกหุ่นไม่ให้แต่ใจรักมากกว่า




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
mister_art วันที่ : 29/05/2007 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/art
ชีวิตคือการเดินทาง จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ความรักคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิต

เพิ่งเห็นบลีอกนี้ ขอแอดเฟพเวอริทนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
rabbitzilla วันที่ : 08/05/2007 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/season-change-chaingmai

ผมสายตาไม่ดีครับ อยากจะให้ตัวใหญ่ๆ แต่พอใหญ่ปุ๊บ เพี้ยนหมดเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 02.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

ที่เห็นนี่ก็โอเคนี่คะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
rabbitzilla วันที่ : 06/05/2007 เวลา : 14.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/season-change-chiangmai

ต้องขอยอมแพ้เลย ทำยัง font/layout ก็ไม่ตรง แก้มากก็ยิ่งเละ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]