• rabbitzilla
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rabbitzilla@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 115535
  • ส่ง msg :
  • โหวต 25 คน
Lifelong Learning
สิ่งใหม่ๆที่ได้เรียนรู้ ไม่มีที่จะจดจึงต้องเอามาฝากไว้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lifelong-learning
วันพุธ ที่ 16 พฤษภาคม 2550
Posted by rabbitzilla , ผู้อ่าน : 1334 , 16:55:16 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในปี 1492 commodity ที่มีค่ายิ่งในสมัยนั้นคือ เพชรนิลจินดา ทองคำ และที่สำคัญ เครื่องเทศ ซึ่งมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์แถวๆอินเดียเพื่อนบ้ัานเรานี่เอง ทำให้ชาวยุโรปอยากจะเข้ามาทำมาค้าขาย  แต่ก็ติดอยู่ที่การเดินทางทางบกต้องผ่านโลกมุสลิมซึ่งตอนนั้นกำลังทรงอิทธิพลมาก (ต้องไม่ลืมว่า Constantinople แตกในปี 1453 ทำให้ตะวันออกกลางเป็นของโลกมุสลิมโดยสิ้นเชิง หลังจากนั้นมุสลิมก็ดันขึ้นมาถึงโรมาเนีย ฮังการี) 


ความเดือดร้อนเนื่องจากขาดแคลนเครื่องเทศทำให้จักรพรรดิแห่งสเปนสั่งให้ Columbus ออกแสวงหาเส้นทางใหม่ โดยมุ่งหน้าไปทางตะวันตก หลังจากรอนแรมหลายเดืิอนกองเรือของเค้าก็มาถึงหมู่เกาะที่ Columbus คิดว่า้เป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย จึงตั้งชื่อว่า West Indies หรือหมู่เกาะอินเดียตะวันตก หลังจาก Columbus ได้ขึ้นแผ่นดินใหญ่ทวีปอเมริกาในอีกหลายปีจากนั้นก็พบชนพื้นเมืองที่หน้าตาคล้ายคนเอเชียมาก (เพราะอพยมข้ามช่องแคบแบริ่งมาจากไซบีเรียเมื่อนับหมื่นปีก่อน) เค้าก็เรียกพวกนี้ว่า Indian  
 
Columbus กลับไปรายงานว่าโลกกลมจริงๆ แต่ก็ไม่พบเส้นทางไปอินเดีียตามที่ได้ตั้งใจไว้ เพราะประเมินขนาดของโลกผิดไปมาก
 
ถ้าในเรื่อง Pathfinder ก็จะบอกว่าไวกิ้งมาอยู่แถวนั้นเป็นร้อยปีแล้ว แต่ก็ไม่ประสบความเร็จเท่าไหร่ก็เลยพากันกลับ
 
ผมกำลังพูดถึงหนังสือเล่มนึงที่ดังมากๆของ Thomas Friedman ชื่อว่า The World is Flat  เป็นเรื่องเกี่ยวกับโลกาภิวัฒน์ (Globalization) เขียนขึ้นในปี 2005 จริิงๆแล้ว Friedman เคยเขียนหนังสือแนวนี้ที่ดังมากเช่นเดียวกันชื่อ The Lexus and the Olive Tree โดยเค้าบอกว่าโลกเรานั้นตกอยู่ใต้พลังของ Lexus คือ พัฒนาการและบูรณการซึ่งทำให้ทุกคนมารวมตัวกัน และ Olive คือ ความเป็นอิสระจากกัน หรือการคงอัตลักษณ์เดิมของตนไว้ ทั้งสองเป็นแรงที่ดูเหมือนจะขัดกันแต่ก็ช่วยกล่อมเกลาให้เกิดโลกาภิวัฒน์ขึ้น จนเมื่อเกิดเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001  Friedman ก็สารภาพว่าจริงๆแล้วแกไม่เข้าใจโลกาภิวัฒน์เลยแม้แต่นิดเดียว และเลิกสนใจโลกาภิวัฒน์ตั้งแต่บัดนั้น
 
จะเล่าหนังสือเล่มนี้ล่ะครับ แต่จะนอกเรื่องมากเป็นอย่างยิ่ง ของมันเคยตัว
 
จนกระทั่งปี 2004 แกไปสัมนาที่ประเทศอินเดียกับบริษัท IT จึงเริ่มปิ๊ง idea ของหนังสือเล่มใหม่ขึ้นมา  Friedman เห็นแนวโน้มของโลกในการใช้ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศอื่นๆในการผลิตสินค้าและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมซอฟแวร์ของอินเดีย
 
Friedman บอกว่าโลกาภิวัฒน์ก็เหมือน Microsoft Windows คือมีหลาย version (และมี bug ด้วยอันนี้ผมพูดเอง)  โดยตั้งแต่ปี 1492 จนถึงปัจจุบัน มีโลกาภิวัฒน์แล้วสามรุ่นได้แก่ โลกาภิวัฒน์ 1.0
โลกาภิวัฒน์ 2.0 และ โลกาภิวัฒน์ 3.0  (ต่อไปอาจะมี โลกาภิวัฒน์ Vista)
 
ความแตกต่างในโลกาภิวัฒน์แต่ละรุ่นนอกจากขอบเขตของมัน เทคโนโลยี่และภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้มันเกิดแล้ว agent ที่ผลักดันกระบวนการเปลี่ยนแปลงก็ต่างกันโดยในยุค 1.0 หรือระหว่างปี 1492-1800 นั้นประเทศ หรือจักรวรรดิเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ในยุคที่ Columbus หลงทางระหว่างไปอินเดีย โลกมีจักรวรรดิอังกฤษ และสเปน ซึ่งต่างก็ล่าอาณานิคมกันอย่างเมามัน ใครแน่กว่าใครวัดกันที่ขนาดกองเรือ  สเปนเคยหมั่นไส้อังกฤษจัด เลยส่งกองเรือใหญ่โตชื่อ Armada ไปหมายจะถล่มให้สิ้นในปี 1588 แต่ก็พ่ายทั้งกองเรืออังกฤษและภัยธรรมชาติ  โลกของเราเคยมีขนาดใหญ่อยู่ดีๆ ก็กลับกลายเป็นโลกขนาดกลาง (Medium Size) ในช่วงปลายยุคเริ่มมีการจัดตั้งบริษัทข้ามชาติ ซึ่งดูๆแล้วไำม่รู้จะำไปทำธุรกิจหรือจะไปปล้น
 
ในขณะที่ยุค 2.0 หรือระหว่างปี 1800-2000  โลกหดเล็กลงไปอีก  แต่กลับเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีบทบาทสำคัญ แต่ช้าก่อน อย่าพยามนึกถึงบริษัทน้ำมัน รถยนต์ ยา และโทรคมนาคมอย่างในปัจจุบัน  
 
จำบริษัท EIC (East India Company) ของอังกฤษใน The Pirates of the Caribean ได้มั้ยครับ อันนั้นคือช่วงต้นๆของโลกาภิวัฒน์ 2.0  บริษัทข้ามชาติในสมัยนั้นคือกองทหารขนาดใหญ่ EIC เองมีเรือรบหลายลำ พนักงานหรือทหารอีกนับหมื่น นัยว่าไม่พูดด้วยปากก็ต้องพูดด้วยปืน   operating area หรือพื้นที่ทำมาค้าขายของ EIC ก็อยู่แนวมหาสมุทรอินเดียและอ่าวเบงกอลเป็นหลัก ในหนังลากไปทะเลแคริบเบียนได้ยังไงก็ไม่รู้ งง นอกจาก EIC ของอังกฤษแล้วก็ยังมีของฮอลแลนด์และฝรั่งเศส มีการแบ่งโซนนิ่งทำมาค้าขายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อินเดียกับพม่าเพื่อนบ้านเรานี่แย่หน่อยรับเต็มๆ แต่ถึงแบ่งกันแล้วก็ยังมีตีกันอยู่เป็นระยะๆ ในช่วงที่เป็นจุดสูงสุดของ EIC กลางศตวรรษที่ 19  บริษัทนี้ยึดครองเมืองท่าสำคัญทั้งในอินเดีย พม่า สิงคโปร์ และฮ่องกง  มีอิทธิทางการค้าเหนือประชากรหนึ่งในห้าของโลก
 

 
ส่วนบริษัท EIC ของฮอลแลนด์หรือ VOC ตั้งขึ้นในปี 1ุ602 จัดว่าเป็นบริษัทข้ามชาติแห่งแรกในโลก และมีการออกหุ้นให้แก่คนธรรมดาทั่วไป  หุ้น VOC นั้นปันผลอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 18% เป็นเวลา 200 ปี (สองร้อยปีครับ ไม่ได้เขียนผิด)  จนถึงปี 1669 เป็นบริษัทเอกชนที่รวยที่สุดในโลก (พยายามนึกถึง Exxon ในสมัยนี้)  มีเรือสินค้า 150 ลำ เรือรบ 40 ลำ พนักงาน 50,000 คน และทหาร 10,000 นาย ในปีนั้น VOC ปันผลให้ผู้ถือหุ้น 40%
 
บริษัทพวกนี้ผมดูแล้วงงๆมากเลยว่า นับเป็นบริษัทได้ยังไงเพราะเทียบกับ Cola-Cola  Microsoft  Toyota สมัยนี้แล้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่เนื่องจากเราคุ้นเคยกันดีแล้วกับบริษัทในช่วงปลายของยุค 2.0 ก็คงไม่ต้องอธิบายต่อไปมาก บริษัทในช่วงปลายของยุคนี้มีอำนาจด้วยทุนและเทคโนโลยี่
 
หลังปี 2000 ในยุค 3.0 agent ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกลับเป็นปัจเจกบุคคล (individual) ผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจมาจากเทคโนโลยีสารสนเทศ การขนส่ง การเคลื่อนย้านเงินทุน และการค้าเสรี โลกหดเหลือเพียงขนาดจิ๋ว (Tiny Size) ที่ซึ่งระยะทางไม่ใช้อุปสรรคอีกต่อไป  
 
สารภาพตรงๆว่าไม่ชอบวิธีการแบ่งปีของแต่ละยุค เพราะดูเลอะเทอะไำม่มีหลักกาีรจริงน่าจะยึดปีที่มีเหตุกาี๊ีรณ์สำคัญมากกว่า
 
เรื่องนี้เป็นหัวข้อยอดนิยม หาอ่านได้ทั่วไป แต่ผมจะพยายามเอาหนังสือมากางและตัดตอนเอาที่ชอบๆมาให้ชมแบบไม่เร่งนะครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
rabbitzilla วันที่ : 18/05/2007 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/season-change-chaingmai

น่าจะสามตอนจบนะครับ แต่ขอเวลาผมแป๊บนึง เพราะผมอ่านจากต้นฉบับซึ่งมีอะไรๆอยู่ระหว่างบรรทัดที่เราแกะแล้วสนุกเยอะแยะเลยครับ อย่าง EIC นี้จริงๆแล้วหนังสือแทบไม่ได้พูดถึง แต่ผมเห็นว่าหนังจะเข้า เลยขอแทรกครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 18/05/2007 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

สรุปได้ดีครับ
ผมนึกถึงหนังเรื่อง Christopher Columus ฉบับที่ไม่ดังเรื่องหนึ่ง แสดงโดยจอร์จ ชาคิริส ( ถ้าจำชื่อไม่ผิด ) ปี 1992 ( ออกฉายตัดหน้าฉบับของเจอราร์ด ดิปาเดียร์ในปีเดียวกัน ) หมออธิบายว่าโลกกลมได้ง่ายดี

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 17/05/2007 เวลา : 02.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

ความเชื่อเรื่อง "โลกแบน" เป็นคำเปรียบเปรยที่บอกว่า

วันนี้โลกเชื่อมถึงกันได้ทุกทิศทุกทาง

สามารถย่อโลกมาอยู่ในแผ่นสี่เหลี่ยมด้านหน้า

โดยผ่านอินเทอร์เน็ต เราย่อโลกมาอยู่บนจอ คอมพิวเตอร์ได้

การเชื่อมโยงกันของความรู้ทั้งหมดของมนุษยชาติ

จะก่อให้เกิดการก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษย์

จึงทำให้สังคมวันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

โลกดูเล็กลงและหมุนเร็วขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด

เพราะ ”สนามแข่งขันได้ถูกปรับให้เท่าเทียมกัน”

พลังของเทคโนโลยีทำให้ “โลกแบน”

*** เคยอ่านมานิดหน่อยค่ะ
อืม...รูปสวยค่ะ ขออนุญาตบันทึกนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
rabbitzilla วันที่ : 16/05/2007 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/season-change-chiangmai

ขาดแคลนเครื่องเทศเป็นโจ๊กครับ ผมไม่ได้คิดว่าเค้าจะอยากกินขนาดนั้น แต่มีหนังสมัยใหม่ เช่น Dune ที่จักรวรรดิอวกาศยังต้องอยู่รอดด้วย Spice

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]