• rabbitzilla
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rabbitzilla@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 115535
  • ส่ง msg :
  • โหวต 25 คน
Lifelong Learning
สิ่งใหม่ๆที่ได้เรียนรู้ ไม่มีที่จะจดจึงต้องเอามาฝากไว้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lifelong-learning
วันอังคาร ที่ 19 มิถุนายน 2550
Posted by rabbitzilla , ผู้อ่าน : 1428 , 17:54:24 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 
Davenport
และ Prusak กล่าวว่า ความรู้ (Knowledge) พัฒนามาจากสารสนเทศ (Information) โดยความรู้นั้นอาจเกิดขึ้นจาก  การเปรียบเทียบ (Comparison)  การสรุปหรือหาผลลัพธ์ (Consequence)  การเชื่อมโยง (Connection) และการสนทนา (Conversation)  ทั้งสองท่านยังเสนอแนวคิดเกี่ยวกับตลาดความรู้ (Knowledge Market) ในองค์กร เป็นที่ซื้อขายแลกเปลีึ่ยนความรู้กัน  ตลาดความรู้นี้มีอยู่จริงประกอบด้วย

§  ผู้ซื้อ (Buyer) หรือผู้ค้นหา (Seeker) ซึ่งปกติแล้วก็คือ ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาต่างๆ และต้องการความรู้มาเป็นคำตอบ 

§  ผู้ขา่ย (Seller) เป็นผู้ที่มีความรู้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับประเด็นที่ำกำลังเป็นปัญหา บางคนก็เป็นผู้มีชื่อเสียงในบริษัทอยู่แล้ว บางคนก็ไม่ใช่และยากที่จะค้นหา  บางคนก็หลบซ่อนตัวจากตลาดเพราะมีความเชื่อว่าการที่ตนเองเก็บกักความรู้ไว้แต่เพียงผู้เดียวนั้นทำให้คุณค่า (หรือมูลค่า) ของตนเพิ่มขึ้น ซึ่งก็เป็นความเชื่อที่มีเหตุผลพอสมควร แต่บริษัทจะไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่  ความท้าทายอย่างหนึ่งของการจัดการความรู้ก็คือ ทำให้ทุกคนในองค์การเชื่อว่า การแบ่งปันความรู้นั้นจะมีผลตอบแทนที่ดีกว่าการหวงความรู้

§  นายหน้า (Broker) คือผู้ที่ทำให้ผู้ซื้อกับผู้ขายมาเจอกัน  เป็นคนที่จะต้องรู้ว่า ใครกำลังต้องการความรู้อะไร และใครมีความรู้อะไร จะต้องตรวจตราทั่วทั้งองค์กรว่าใครกำลังทำอะไรและรู้อะไร หรือเข้าใจภาพรวมของทั้งบริษัท  บางทีเราก็เรียกคนเหล่านี้ว่า บรรณารักษ์ขององค์กร (Corporate Liberian)

การซื้อขายความรู้เป็นธุรกรรมที่มีในตลาดแห่งนี้  การจัดการความรู้นั้นก็คือการดูแลธุรกรรมต่างๆให้เป็นไำปด้วยดี ซึ่งธุรกรรมในตลาดนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะแต่ละฝ่ายเชื่อว่าตัวเองจะได้ประโยชน์   การมีบุคคลครบสามฝ่ายแต่การซื้อขายก็ยังไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีสิ่งที่ Davenport และ Prusak เรียกว่า หน่วยเงินตราของตลาด (Market Currency) ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เงินทั้งหมด แต่เป็นการตอบแทน (Reward) ที่แต่ละฝ่ายจะัได้รับ 

นักจัดการความรู้ต้องทำความเข้าใจว่า ระบบราคา (Price System) ของตลาดของตนนั้นนั้นคืออะไรซึ่งทั้งสองท่านกล่าวว่า  เช่น เงินเดือน ตำแหน่ง โบนัส สวัสดิการ ชื่อเสียง การยอมรับ และตอบสนองความต้องการของพนักงานอย่างเหมาะสม หากไม่เข้าใจก็จบเห่  ธุรกรรมในตลาดความรู้จะไม่เกิดขึ้นครับ  (ในหนังสือ Wokrking Knowledge จะใช้ Reciprocity, Repute และ Altruism นะครับ) และปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้ตลาดมีประสิทธิภาพคือ ความไว้วางใจ (Trust)  ตลาดความรู้ในองค์กรจะดำเนินไปด้วยดีได้หากทุกคนเชื่อว่า คนที่ยินดีแบ่งปันความรู้นั้นจะได้รับผลตอบแทน และผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญแก่เรื่องนี้

ผมเคยทำงานบริษัทฝรั่งแห่งหนึ่งเค้ามี  incentive ให้คนที่ยินยอมแบ่งปันความรู้ไว้ในระบบ Resolution Database ซึ่งเป็นระบบสารสนเทศจัดการความรู้อย่างหนึ่ง ในปีแรกผมส่งเข้าไป 10 กว่า Case ได้มา 5,000 กว่าบาท ก็ไม่้เลวเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามเป็นที่รู้กันดีว่า ตลาดความรู้ในองค์กรนั้นโดยทั่วไปด้อยประสิทธิภาพอย่างยิ่ง หาคนขายได้ยาก  ก่อนซื้อไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่าคุณภาพของความรู้่ที่ซื้อมานั้นเป็นอย่างไร หรือมีการซื้อขายที่ราคาต่ำเกินจริงจนไม่มีใครอยากขาย  Davenport และ Prusak กล่าวว่ามีปัจจัยอย่างน้อย 3 ประการที่ทำให้ตลาดขาดประสิทธิภาพ

§  Incompleteness of Information เ้ช่น ไม่รู้ว่าคนขายอยู่ที่ไหน หรือขาดสมุดหน้าเหลืองทางความรู้  (ในเวลาต่อมาเราจะได้รู้ว่ามันเรียกว่า Knowledge Map) ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับระบบราคา

§  Aymmetry of Knowledge  บางแผนกรู้มากเกินไป บางแผนกรู้น้อยเกินไป เลยไม่ยอมแลกเปลี่ยนความรู้กัน

§  Localness of Knowledge เรามักจะหาความรู้จากคนข้างๆ หรือหน่วยงานข้างๆ ทั้งๆที่ความรู้เรื่องนี้อาจจะมีผู้ที่รู้่ดีกว่าในบริษัท แต่อยู่ในส่วนที่เข้าถึงได้ยาก


ทั้งสองท่านยังให้ระวังเรื่องอุปสรรคของการถ่ายทอดความรู้ ได้แก่

§  Monolopoly มีการผูกขาดความรู้ เคยสังเกตมั้ยครับว่า ความรู้บางเรื่องมีคนๆเดียวหรือกลุ่มเดียวที่รู้  แล้วเวลาไปถามก็ไม่ค่อยอยากจะบอกหรอก ในตอนถัดๆไปเราจะได้รู้จาก Nonaka และ Takeuchi ว่าอาการอย่างนี้เค้าเรียกว่า ไม่มี  Redudancy หรือข้อมูลที่ทุกคนรู้ร่วมกัน

§  Artificial Scarcity การขาดแคลนความรู้อย่างเทียมๆ  ความรู้มีการซื้อขายแพงมาก ไม่ใช่เพราะไม่มีอยู่ แต่เพราะไม่รู้จะไปเอามายังไง  การปรับลดขนาดองค์กรก็เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหานี้ เพราะคนที่ถูกเลิกจ้างไม่ได้แสดงตนว่ามีความรู้ทีี่่ทรงคุณค่าแก่องค์กร คนที่เหลืออยู่เคยเก็บกักความรู้ให้ตัวเองมีราคา

§  Trade Barrier ค่านิยม not invented here ไม่ได้คิดโดยพวกเรา เราไม่เอา   หรือปัญหาการขาดแคลนสาธารณูปโภคที่จำเป็นในการขนถ่ายความรู้ เช่น ระบบ IT ต่างๆ และกลไกลการตลาดที่มีประสิทธิภาพ

ตอนหน้าน่าจะเข้าตัวแบบในการจัดการความรู้ได้แล้วครับ  ใครกดรีโมทผิดเปลี่ยนช่ิองโดยไว J




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นารถ_บูรพา วันที่ : 19/06/2007 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

บล็อกนี้ให้ความรู้ได้ดีมากเลยครับ

ถ้าผมเป็น Manager อยู่ในบริษัทที่มีลูกน้องมากมาย
หรือคิดจะทำกิจการเป็นของตัวเอง ก็คงต้องศึกษาและนำไปปรับใช้บ้าง

แต่บังเอิญ ตอนนี้ยังไม่ได้ทำทั้งสองอย่างครับ
ปล.แต่ก็จะติดตามอ่านเอาไว้เป็นความรู้นะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]