• rabbitzilla
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rabbitzilla@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 115532
  • ส่ง msg :
  • โหวต 25 คน
Lifelong Learning
สิ่งใหม่ๆที่ได้เรียนรู้ ไม่มีที่จะจดจึงต้องเอามาฝากไว้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lifelong-learning
วันอังคาร ที่ 10 กรกฎาคม 2550
Posted by rabbitzilla , ผู้อ่าน : 3199 , 17:10:04 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มาทำความเข้าใจกับตัวแบบเกลียวความรู้ (Knowledge Spiral) ของ Nonaka และ Takeuchi กันต่อนะครับ

ความแตกต่างของความรู้ที่ชัดแจ้งและความรู้ที่ฝังลึกเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจความแตกต่างในการจัดการความรู้ของฝั่งตะวันตก และตะวันออก  ความรู้ที่ชัดแจ้งสามารถถูกประมวลผลได้อย่างง่ายดายด้วยคอมพิวเตอร์  ส่งต่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และเก็บไว้ในฐานข้อมูล  แต่สำหรับความรู้ที่ฝังลึกมีธรรมชาติของคุณสมบัติเชิงอัตวิสัย (Subjective)  ที่เกิดจากการประสบด้วยตนเอง ไม่สามารถอธิบายหรือทดสอบให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย  และคุณสมบัติเชิงสัญชาตญาณ (Intuitive) ทำให้เป็นการยากที่จะประมวล หรือส่งต่อความรู้ที่ได้มาอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสองท่านได้ยกตัวอย่างของนักเบสบอลอาชีพ ซึ่งถึงแม้จะมีความชำนาญในการตีลูกมาก แต่เมื่อให้อธิบายว่าถึงวิธีการตีก็ไม่สามารถอธิบายได้อย่างละเอียด ต้องใช้ท่าทางประกอบ

ก่อนที่จะอธิบายถึงทฤษฎีนี้ ทั้งสองท่านได้อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างความรู้ กับสารสนเทศ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้มีความแตกต่างอยู่สามประเด็นสำคัญคือ

§  ความรู้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อ (Belief) และพันธะสัญญา (Commitment)  เกี่ยวข้องมุมมอง (Perspective) และความตั้งใจ (Intention)

§  ความรู้เกี่ยวข้องกับการกระทำ (Action) การมีความรู้ก็เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง

§  ความรู้คือเกี่ยวข้องกับความหมาย (Meaning) ขึ้นอยู่กับบริบท และความสัมพันธ์

ผลพวงของการแบ่งแยกระหว่างอัตตา (subject) และวัตถุ (object)  ระหว่างผู้รู้และสิ่งที่รู้ ทำให้เกิดแนวคิดที่ว่า องค์กรเป็นกลไกที่ประมวลผลสารสนเทศและความรู้ขึ้นมา หรือเป็นแนวคิดแบบบ outside-in  แต่ Nonaka และ Takeuchi เชื่อว่าองค์กรไม่ได้เพียงแค่ประมวลแต่จะต้องสร้างความรู้ขึ้นมา เป็นแนวคิดแบบ inside-out

ในความเป็นจริงแล้ว Nonaka และ Takeuchi อธิบายว่า ปัจเจกบุคคลเท่านั้นที่สามารสร้างความรู้ องค์การไม่สามารถสร้างความรู้ได้  แต่องค์การสามารถสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ของบุคคล และจัดหาบริบทที่เอื้อต่อการสร้างความรู้   ดังนั้นการสร้างความรู้ขององค์กรจึงควรถูกมองเป็นกระบวนการที่ขยาย (Amplify) ความรู้ที่ถูกสร้างขึ้นโดยปัจเจกบุคคล และทำให้ตกผลึก (Crystalize) เพื่อส่วนหนึ่งในเครือข่ายความรู้ (Knowledge Network) ขององค์กร

ทั้งสองท่านเรียกทฤษฎีการสร้างความรู้ของตนว่า Organizational Knowledge Creation ซึ่งน่าจะรู้จักกันดีในชื่อ เกลียวความรู้ (Knowledge Spiral) หรือตัวแบบ SECI มากกว่า  และเช่นเดียวกับทฤษฎีทางด้านสังคมอื่นๆ ก็จะต้องมีการให้ความหมายทางญาณวิทยา (Epstemology) และ ภววิทยา (Ontology)  ทางด้านญาณวิทยานั้น ความรู้แบ่งออกได้เป็นสองความประเภทได้แก่  ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) และ ความรู้ที่ฝังลึก (Tacit Knowledge) ดังที่ได้อธิบายไปในตอนก่อนหน้านี้แล้ว

ทฤษฎีเกลียวความรู้นี้นำแนวคิดของญาณวิทยาโลกตะวันตกที่ว่า ความรู้คือความเชื่อที่สมเหตุสมผลต่อความจริง (Justified true belief) มาใช้  โดยไม่เชื่อในเรื่องความจริงแท้ (Truthfulness) ความเป็นสัมบูรณ์ (Absolute) สถิตย์ (Static) และธรรมชาติที่ไม่เกี่ยวกับมนุษย์ของความรู้    

ทางภววิทยาหรือธรรมชาติของความรู้นั้น สามารถแบ่งออกตามลำดับชั้นในองค์กรได้แก่

§ ความรู้ของปัจเจกบุคคล (Individual)

§ ความรู้ของกลุ่ม (Group)

§ ความรู้ขององค์กร (Organizazation)

§ ความรู้ระหว่างองค์กร (Inter-Organization)

ในการที่จะสามารถสื่อสารและแบ่งปันความรู้ที่ฝังลึกของบุคคลให้เป็นประโยชน์ต่อองค์กร จำต้องเป็นต้องมีการแปลง (conversion) ความรู้เหล่านี้ให้เป็นถ้อยคำหรือตัวเลขที่ใครๆก็เข้าใจ เป็นกา่รการเปลี่ยนรูปจากความรู้ที่ฝังลึกเป็นความรู้ที่ชัดแจ้ง นอกจากนี้ในกระบวนการดังกล่าวจำเป็นต้องมีการแปลงความรู้กลับเป็นรูปแบบฝังลึกอีกด้วย

Nonaka และ Takeuchi กล่าวว่า ปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างความรู้ที่ชัดแจ้ง และความรู้ที่ฝังลึกจะก่อกำเนิดเกลียวความรู้ซึ่งจะถูกยกระดับขึ้นจากระดับที่ต่ำในภววิทยาไปสู่ระดับที่สูง หรือจากระดับของปัจเจกบุคคลไปสู่กลุ่ม องค์การ และระหว่างองค์การในที่สุด   แก่นของทฤษฎีนี้อยู่การอธิบายว่า เกลียวความรู้ นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

การเปลี่ยนรูปแบบของความรู้เกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ของความรู้ที่ฝังลึกกับความที่ชัดแจ้ง  เป็นกระบวนการทางสังคม (Social Process) ไม่ใช่กระบวนการที่อยู่ภายในตัวปัจเจกบุคคล 

เนื่องจากความรู้มีอยู่สองประเภทดังนั้นการเปลี่ยนรูปของความรู้จึงมี 4 แบบ คือ

  • การเปลี่ยนรูปจากความรู้ที่ฝังลึกไปสู่ความรู้ที่ฝังลึก หรือ การนำสู่สังคม (Socialization)

  • การเปลี่ยนรูปจากความรู้ที่ฝังลึกไปสู่ความรู้ที่ชัดแจ้ง หรือ การนำออกสู่ภายนอก (Externalization)

  • การเปลี่ยนรูปจากความรู้ที่ชัดแจ้งไปสู่ความรู้ที่ชัดแจ้ง หรือ การรวม (Combination)

  • การเปลี่ยนรูปจากความรู้ที่ชัดแจ้ง ไปสู่ความรู้ที่ฝังลึก หรือ การนำเข้าสู่ภายใน (Internalization) 

ในการเปลี่ยนรูปของความรู้ทั้ง 4 แบบนี้ ความยากจะเกิดขึ้นเมื่อต้องมีการเปลี่ยนชนิดของความรู้ หรือในขั้นตอน Externalization และ Internalization   ส่วน Socialization และ Combination นั้นไม่ยาก 

 

Externalization เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด และเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุด และถูกละเลยมากที่สุด  ถ้านึกไม่ออกว่ายากแค่ไหน หันไปถามเพื่อนร่วมงานข้างๆ ว่าร้อยวันพันปีมีการสร้างเอกสารหรือความรู้ที่เป็นเอกสารออกมาบ้างหรือไม่

บริษัท กขคง ที่ผมทำอยู่ก็ประสบปัญหาเดียวกัน ทำงานกันงกๆ มีการแลกเปลี่ยนความรู้โดยกันพบปะซึ่งหน้า (Socialization) ทั้งในการประชุม การสอนงาน การคุยกันตามทางเดินและ Canteen แต่มีการสร้างเอกสารหรือความรู้ภายนอกน้อยมาก หน่วยงานอื่นๆไม่ได้ประโยชน์ และเมื่อพนักงานลาออกไป ความรู้เหล่านั้นก็สูญหายไปด้วย

ในตอนหน้าจะมาอธิบายการเปลี่ยนรูปของความรู้ทั้ง 4 รูปแบบครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Francesca วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Francesca
'Love'  won't wait for you forever... so don't be afraid to get hurt....

เมื่อไหร่จะกลับมาเขียนละคะ รออ่านอยู่

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
rabbitzilla วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 09.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/season-change-chiangmai

ขอบคุณครับ ผมกำลังเข็น KM เข้ามาในหน่วยงานเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อรุณ วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thinking-aloud

ติดตามอ่านอยู่ น่าสนใจวิธีวิเคราะห์ สังเคราะห์ ของตะวันตก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]