• rabbitzilla
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rabbitzilla@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-15
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 115535
  • ส่ง msg :
  • โหวต 25 คน
Lifelong Learning
สิ่งใหม่ๆที่ได้เรียนรู้ ไม่มีที่จะจดจึงต้องเอามาฝากไว้
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lifelong-learning
วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน 2551
Posted by rabbitzilla , ผู้อ่าน : 2560 , 19:21:54 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนเด็กๆ เมื่อผมกินข้าวไม่หมดจาน แม่มักจะดุว่า ให้สงสารชาวนาที่อุตส่าห์ลำบากปลูกข้าวเลี้ยงพวกเรา พอผมโตขึ้นเล็กน้อย เริ่มจะมีเหตุมีผลกับเค้าบ้าง ผมบอกแม่ว่า กินทิ้งกินขว้างซิดี ชาวนาจะได้ขายข้าวได้มากๆ ในเวลาต่อมาผมจึงพบว่า แนวคิดนี้มันก็เป็นหลัก demand-supply ของเศรษฐศาสตร์นั่นเอง

แต่พอผมโตเป็นผู้ใหญ่จึงพบว่า ความคิดบ้าๆนี้ยังมีอะไรไม่ถูกหลายอย่าง เช่น ตัวเราเองนั่นแหละจะจนลง นอกจากนี้ demand แบบเกินจริงจะทำให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือย ไม่เป็นประโยชน์ต่อโลกเท่าไหร่นัก และที่สำคัญ ยังมีคนอีกหลายล้านคนทั่วโลกที่มีข้าวไม่พอกิน จะด้วยฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดีหรืออะไรก็ตามแต่ แนวคิดตอนวัยรุ่นของผมนั้น หากคนไทยทุกคนยึดถือ ก็จะทำให้ชาวโลกเดือดร้อนมากขึ้น

ในปี 2007 ชาวโลกผลิตข้าวรวมกันได้ 645 ล้านตันข้าวเปลือก มากกว่าปี 2005-2006 เล็กน้อย เวลาเราพูดถึงการผลิตเรามักจะนับเป็นข้าวเปลือกนะครับ หรือเทียบเท่า 430 ล้านตันข้าวสาร โดย 91% นั้นก็ปลูกอยู่ในเอเชียนี่เอง  บางคนอาจจะเข้าใจว่า ประเทศไทยนั้นปลูกข้าวมากเป็นอันดับต้นๆของโลก แต่อันที่จริงแล้วเราอยู่ในระดับกลางๆ ปีหนึ่งเรามีผลผลิตตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงตุลาคมของปีถัดไปประมาณ 30 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร ในขณะที่เวียตนามคู่แข่งเราปลูกได้ถึง 36 ล้านตัน  ประเทศที่ปลูกข้าวมากที่สุดในโลกคือจีนและอินเดีย ปลูกได้ 186 ล้านตันและ 140 ล้านตันตามลำดับ (ตัวเลขในย่อหน้านี้ และส่วนใหญ่ในบทความนี้มาจาก Rice Market Monitor ธันวาคม 2007 โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติหรือ FAO)

 

 
สำหรับการค้าข้าวแล้ว ทั่วโลกในแต่ละปีมีการซื้อขายข้าวเพียง
30 ล้านตันข้าวสารเท่านั้นนะครับ หรือไม่ถึง 10% ของที่ปลูก แปลว่า ส่วนใหญ่ที่มีการปลูกข้าวก็เอาไว้กินเองเป็นหลัก เห็นจะมีอยู่แค่สองประเทศเท่านั้นครับที่ปลูกข้าวเพื่อชาวโลกก็คือเวียตนามกับไทยนั่นเอง  มีอัตราส่วนการส่งออกข้าวสูงมาก  ไทยที่ส่งออกข้าว 9.5 ล้านตันในปีก่อนจึงมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 32%  และทิ้งเบอร์สองคือเวียตนามไม่เห็นฝุ่นถึงแม้จะปลูกข้าวน้อยกว่า อย่าเพิ่งดีใจกับสถานะที่เราเป็นอยู่นะครับ เพียงจีนหรืออินเดียเพิ่มผลผลิตออกมาอีกนิดเดียว จะทำได้หรือไม่ได้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนแบ่งตลาดเราจะหดลงมากทันที

 
อยู่มาวันดีคืนดี ในปีที่แล้วก็เกิดพายุไซโคลนในอ่าวเบงกอล กวาดเอาไร่นาของชาวบังคลาเทศหายไปหลายสิบจังหวัด ประเทศที่น่าสงสารแห่งนี้ซึ่งปกติก็จนติดอันดับโลกอยู่แล้ว ขาดแคลนข้าวทันทีต้องนำเข้าเพิ่ม
800,000 ตัน ส่วนอินโดนีเซียนี่ไม่รู้เค้าเป็นอะไรสั่งข้าวเพิ่มในปริมาณเดียวกัน จะคล้ายๆกับเรื่องข้าวถุงหรือเปล่าไม่ทราบ ในปีเดียวกันเวียตนามก็มีข้าวเสียหายจากภัยหนาวไปมาก ขนาดมีความเสียหายแล้วตัวเลขการผลิตยังไม่ลดลง นี่แสดงว่า เวียตนามกะจะแซงหน้าไทยภายในไม่กี่ปีเลย แต่มาเกิดเรื่องเสียก่อน

 
สรุปแล้วหวยจึงมาออกที่ประเทศไทย ทั้งๆที่ดำเนินยุทธศาสตร์เรื่องข้าวผิดมาโดยตลอด รัฐต้องซื้อข้าวจากชาวนาไปเก็บไว้ในโกดังให้กุ้มใจเล่น  

ประเทศไทยมี inventory (สต็อก) ข้าวอยู่เมื่อต้นปีที่แล้วอยู่ 5.1 ล้านตัน บ้าหรือเปล่า ถ้าคนคุมนโยบายมหภาคคาดการณ์ว่าข้าวจะแพงได้ จึงนับว่าเก่งมาก แต่ดูๆแล้วเป็นความบังเอิญมากกว่า เพราะคาดการณ์อย่างอื่นก็ไม่ค่อยจะถูกเลย การที่เรามีสต็อกข้าวมากนี้ FAO ยังชมเปาะว่า เพราะประเทศไทยนี่แหละที่เป็นที่พึ่งของชาวโลก ราคาข้าวในอดีตจึงมีเสถียรภาพ ปีที่แล้วข้าวในกรุของเราส่งออกไปช่วยชาวโลกหลายแสนตัน ปิดคลังปลายปีข้าวในสต็อกเหลือ 4.2 ล้านตัน ยอดส่งออกขยายตัวเป็น 9.5 ล้านตันข้าวสาร

ผมขับรถไปในชนบทเห็นทุ่งนากว้างไกลสุดสายตา รู้สึกเสียดายมาก  ในฤดูปลูกข้าวปีที่ผ่านมาเราใช้พื้นที่ปลูกข้าวไปทั้งสิ้น 57.5 ล้านไร่ หรือประมาณ 18% ของที่ดินที่เรามีอยู่ทั้งประเทศนับรวมป่าเขา เราไม่จำเป็นต้องปลูกข้าวมากขนาดนี้ เอาที่ดินไปทำประโยชน์อย่างอื่นดีกว่า ผมว่าความคิดในระดับมหภาคที่ต้องการส่งออกข้าว (ซึ่งแต่เดิมไม่ค่อยมีราคา) ประมาณ 40-50% ของที่ปลูกได้ไปเลี้ยงชาวโลกนั้นเป็นความคิดที่ผิด จะบอกว่า นี่คือ Core Competency ของเรา เราเก่งเรื่องนี้มาช้านาน อันนี้ไม่ใช่ Core Competency ครับ เก่งจริงทำไมเพื่อนบ้านเลียนแบบได้?

นี่กระมังทำให้นโยบายข้าวของกรมอะไรซักอย่าง (จำชื่อกรมไม่ได้) ข้อหนึ่งบอกว่า เราจะทำข้าว niche market  (น่าจะหลังจากที่ในอีก 4-5 ข้างหน้าเราสู้ mass market ไม่ไหวแล้ว)

มีประโยคหนึ่งที่ตอนนี้กำลังฮิต “เงินทองคือภาพลวงตา ข้าวปลาคือของจริง” ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้มีความถูกต้องพอสมควร แต่ตั้งแต่มนุษย์ทำการกสิกรรมมาเมื่อหมื่นกว่าปีที่แล้ว ประโยคนี้เป็นจริงไม่กี่ครั้ง  ส่วนใหญ่เมื่อเป็นจริง ประเทศที่ประสบปัญหาเรื่องปากท้อง ล้วนเป็นประเทศที่ไม่มีตังค์ทั้งสิ้น ถ้ามีตังค์ก็สามารถหาซื้อข้าวได้ แต่ในปัจจุบันความจริงข้อนี้อาจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย หรือคุณเห็นว่าประเทศรวยๆอย่าง EU และสหรัฐ กำลังบ่นว่าข้าวแพง (จะข้าวอะไรก็ตาม)

ส่งท้ายตอนนี้ เวลาอ่านข่าวเห็นตัวเลขราคาข้าวแล้วอาจจะตกใจ ผมก็ตกใจ ขอให้ทำความเข้าใจก่อนว่า ข้าวจากประเทศอะไร เกรดอะไร ราคาที่แจ้งเป็นราคาอะไร เช่น CIF (ผ่านขั้นตอนศุลกากร รวมค่าประกันและขนส่ง) จะแพงซักหน่อย ตัวอย่างการประมูลข้าวของฟิลิปปินส์นั้นเป็นราคา CIF  ถ้าเป็น  FOB ก็จะไม่รวมค่าอะไรทั้งสิ้นแค่ขนวางในเรือ หรือเป็นราคาในตลาดล่วงหน้าซึ่ง contract ในแต่ละตลาดก็มีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน เช่นอาจจะเป็นราคาของ AFET จับคูณหนึ่งพันเป็นตันละสามหมื่นกว่าบาท ก็ต้องทำความเข้าใจด้วย มิฉะนั้นเราจะ panic เกิดความจำเป็นไป หรือราคาข้าวตามโรงสีก็จะเป็นอีกราคาหนึ่ง ตอนนี้ผมก็มึนไปหมดเหมือนกัน J

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 20.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ตอนเด็กๆ กินข้าวหกเพียง 1 เม็ด
แม่สั่งให้เก็บกินให้หมด
แม้แม่จะเป็นชาวนา ทำนาเอง มีข้าวอยู่ในยุ้งมากมาย
แต่ชาวนา สอนลูกหลาน ให้เห็นคุณค่าของ แม่โพสพ (ข้าว)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
rabbitzilla วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/season-change-chaingmai

วันนี้รัฐบาลประกาศจะเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวให้ได้เป็น 60 ล้านไร่ ภายในสองปีเรียบร้อยแล้วครับ แต่พอถึงเวลาจริงคงจะได้พื้นที่เกินเพราะแห่กันปลูก แต่ yield อาจจะไม่ได้เนื่องจากน้ำหมด

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ทิวสน วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 14.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

วันก่อน ไปทานข้าว ร้านมีชื่อ แต่ไม่นึกว่า
สั่งข้าวเปล่าเพิ่ม 1 ทัพพีที่คดใส่จานมานั้น ตั้ง 25 บาท

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นักล่าของเก่า วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sirawit

เมื่อวานเห็น ข่าวท่านรัฐมนตรี จะเสนอ นำน้ำมาใช้ในการกสิกรรม ก่อนโดยไม่กัก เก็บไว้ใช้ปีหน้า ประมาณ ว่าไว้วัดดวง ถ้าฝนไปตก หรือ ตกน้อย น้ำปีหน้าอาจไม่พอใช้ก็ได้ครับ อีกวิกถษ คือ น้ำครับ น้ำคืน รายการต่อไปครับ สงครามแย่งน้ำ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
redribbons07 วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 11.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ข้าวหุงเป็นถ้วย ก็ปรับราคาตามข้าวสาร ไปแล้ว



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]