• ดับจิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-11-12
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 50583
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
ร่มโพธิธรรม
http://www.rombodhidharma.net เพื่อสัจธรรมแห่งพระนิพพาน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lifesession
วันศุกร์ ที่ 4 มิถุนายน 2553
Posted by ดับจิต , ผู้อ่าน : 1524 , 22:10:52 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จั่วหัวขึ้นมาก็แทบจะไม่ต้องเขียนต่อแล้ว สรุปจบเลยว่ามันมั่วกำลังสาม ชวนกันมั่ว ช่วยกันมั่ว เปิดเว็บมั่วสุมกันเข้าไป ชวนกันหลงเข้าไป

 

มนุษย์มีขันธ์ 5 ขันธ์ แล้วสติมาจากไหน?

 

แน่นอนว่าสติไม่ใช่ขันธ์ที่ 6 แต่สติก็คือวิญญาณขันธ์ ตัวเดียวกับจิตนั่นแหละ เพราะมันมีหน้าที่รู้เหมือนกัน และที่บัญญัติกันโดยทั่วไปว่า สติก็คือ การระลึกรู้ (ฟังดูดีนะ) แล้วจิตล่ะ จิตก็มีหน้าที่รู้ไงเล่า ซึ่งทั้งหมดก็คือธาตุรู้ตัวเดียวกัน และโดยสัจธรรมแล้ว แม้แต่ตัวรู้ก็ไม่มีความหมายอะไรเลย

 

ดังนั้นการไปเจริญสติก็คือการไปมีเจตนาที่จะรู้ซ้อนรู้ นั่นเอง นี่คือสิ่งที่ทำให้เกิดกรรมซ้อนธรรม กรรมเนียนๆที่คนซึ่งคิดว่าตนฉลาดมีปัญญาสร้างขึ้นมาซื้อตั๋วชาติหน้าให้ตัวเองอย่างไม่รู้ตัว แล้วหลงเอาว่ากำลังจะพ้นทุกข์

 

แล้วรู้ซ้อนรู้ได้จริงๆหรือ?

 

ในความเป็นจริงมันมั่วยิ่งกว่านั้น เพราะวิญญาณขันธ์ก็อนิจจัง คือมันเกิดดับเร็วมากๆ และเกิดดับทีละหนึ่ง ดังนั้น การเข้าไปเอาสติดูจิต จิตที่รับรู้สิ่งต่างๆเกิดก่อนดับก่อน แล้วสติที่ตามมาดูมันเกิดดับทีหลัง ตัวรู้ตัวเดียวกัน แล้วใครดูใครเหรอ?

 

สติที่ไปตามรู้นั่นก็ได้แต่ดูสิ่งที่อยู่ในสัญญาทั้งนั้น เลยซวยสามเด้ง คือเข้าไปมีเจตนากับวิญญาณขันธ์ และเข้าไปเจริญสัญญาขันธ์คือดูขณะจิตที่สัญญาจำได้ พอดูเสร็จก็ปรุงต่อในสังขารขันธ์ เมื่อกี้เราเห็นมันเริ่มโกรธนี่หว่า เรียบร้อย นักภาวนาทั้งหมดเสร็จโมหะอุปาทาน

 

แล้วพอรู้เร็วขึ้นจนจิตก็ไม่เกิด ไม่มีเจตสิก แน่นอน เพราะสติเกิดทันทีก่อนที่จิตเสวยอารมณ์เกิดเป็นเจตสิก มันก็หลงไปว่านิพพานแล้วโว๊ย เพราะจิตไม่เกิดเลย มีแต่สติล้วนๆ ก็เกิดความว่างขึ้น แต่มันว่างจากอะไรเล่า ก็ว่างจากสิ่งที่ถูกรู้ แต่มันไม่ว่างจากตัวผู้รู้ที่ถูกอุปโลกน์ขึ้น ทีนี้หายโง่กันหรือยัง? เจอโมหะหลอกเอาเต็มๆ ทั้งศิษย์ทั้งอาจารย์ จองชาติหน้าไปภาวนาต่อกันชนิดมาราธอน

 

อะไรก็ตามที่มีเจตนาเข้าไปกำกับนั่นคือกรรมทั้งหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งการมีเจตนาเข้าไประลึกรู้ก็จะกลายเป็นมโนกรรมทันที และไอ้ที่รู้สึกตัว รู้เป็นปัจจุบันนั่นแหละมันจึงต่อภพต่อชาติให้มีอนาคตต่อไปชนิดที่ผู้ภาวนาไม่รู้ตัว ไอ้ที่เป็นปัจจุบันก็ไม่ใช่ มันก็ยังเอาไม่ได้ เอาเมื่อไหร่มีเจตนาทันที ก็วิ่งไล่เงาของตัวเองแบบนี้ไงนิพพานมันถึงยากเย็นแสนเข็ญ กรรมฐานน่ะเป็นแค่กีฬาทางจิตเท่านั้นเอง หลงไปเล่นเกมกรรมก็ไม่จบน่ะสิ

 

นิพพานนั้นว่างจากตัวตน ว่างจากความเป็นวัฏฏะ ว่างจากสมมติบัญญัติ ไม่มีความหมายอะไรกับอะไรเลย หากเข้าไปหลงเจริญ หลงดำเนินในสมมติบัญญัติแล้วจะนิพพานกันได้ยังไง การเจริญในสมมติบัญญัตินั่นแหละอุปาทานทั้งนั้น คือหลงเข้าไปทำไง เดินสังเกตการเปลี่ยนแปลงถ่ายเทน้ำหนัก เป็นอนิจจัง มันก็แค่ธาตุสี่ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ยังไม่ใช่ด้วยซ้ำ ถ้าไปคิดว่ามันเป็นธาตุสี่ดินน้ำลมไฟมันก็ยังอยู่บนสมมติบัญญัติอยู่ นี่แหละความซับซ้อนของโมหะอุปาทาน ถึงได้บอกไงว่านิพพานทำเอาไม่ได้โว๊ย พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนให้เจริญขันธ์ แต่ให้ปลงขันธ์ เพราะมันก็เป็นแค่ผลผลิตของกรรม กิเลส ตัณหาทั้งนั้น จอออกจากมันก็ต้องปลง ปลงก็คือไม่ต้องไปใส่เจตนากรรมลงไป นั่นแหละคือการเลิกเล่นเกมกรรมทันที แล้วอุปาทานในขันธ์มันจะคลายไปเอง พอคลายแล้ววัฏฏะก็ไม่เป็นวัฏฏะอีกต่อไป

 

วัฎฎะโดยความเป็นจริงมันก็แค่สมมติ แค่อุปโลกน์กันขึ้นมาด้วยความหลง แล้วก็ยังไปเล่นกับมัน เจริญมัน อยากรู้ไหมวัฏฏะหน้าตาเป็นยังไง ก็ลองไปส่องกระจกดู เห็นหน้าหล่อๆสวยๆนั่นแหละวัฏฏะเลย ตัวกูนั่นแหละวัฏฏะ ก็ทิ้งซะสิตัวกูน่ะ มันก็นิพพานทันที หรือไอ้ที่รักษาใจๆน่ะ มันก็รักษาวัฏฏะนั่นแหละ พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนให้รักษาจิตรักษาใจ ท่านสอนให้ละให้ปลง ให้ตรงต่อนิพพานอย่างเดียว ทิ้งเลยไม่ต้องเอาอะไรกับธาตุขันธ์ก็นิพพานทันที ไอ้ที่มัวไปรักษาจิต รักษาสติน่ะมันวิชาฤาษี

 

นิพพานไม่ได้เป็นสภาวะวิเศษอะไรเลย เพราะนิพพานมันนอกเหนือสภาวะ ไอ้ที่ยังมีสภาวะน่ะก็ยังมีวัฏฏะ นิพพานไม่ได้เป็นเอกสิทธิ์ของผู้มีบุญบารมี หรือผู้มีความเพียรอย่างแน่วแน่ มันเรียบง่ายเสียจนไม่มีคนเชื่อ เพราะทุกคนมองหาสิ่งวิเศษสุดกว่าที่ตนเองมีอยู่ เลยปล่อยให้ตัณหาวาดภาพให้มันยาก อลังการ สุดยอดแห่งความสุข กิเลสทำให้นิพพานดูเป็นสิ่งเกินเอื้อม และปัญญาตัวแสบก็หลอกให้หลงว่าต้องทำ ต้องเจริญ ต้องภาวนา วิปัสสนา ยึดเอาว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้มันก็ต้องใช่ โดยหารู้ไม่ว่าที่ผ่านมาสองพันกว่าปีน่ะ ใครก็ไม่รู้เข้าไปแก้เนื้อหาจนมันเพี้ยนไปไม่เหลือของเดิมแท้ มิจฉาทิฏฐิทั้งนั้น

 

ถ้าไม่เชื่อก็รอให้คางเหลืองก่อนก็ได้ไม่มีใครว่า วัฏฏะของใครของมันอยู่แล้ว ไม่มีวันหมดอายุ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 05/06/2010 เวลา : 20.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ดับจิต วันที่ : 05/06/2010 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

ไอ้ที่ตามดูตามรู้กับแบบในปัจจุบันน่ะ พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนนะครับ มั่วกันขึ้นมาเอง ของจริงท่านให้ปลงเลยครับ ไม่ต้องไปเฝ้ายาม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
khox วันที่ : 04/06/2010 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

แวะมาอ่านธรรมะครับ

ทิ้งเลยไม่ต้องเอาอะไรกับธาตุขันธ์ อืม ถูกใจครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]