• ดับจิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-11-12
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 50586
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
ร่มโพธิธรรม
http://www.rombodhidharma.net เพื่อสัจธรรมแห่งพระนิพพาน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lifesession
วันเสาร์ ที่ 12 มิถุนายน 2553
Posted by ดับจิต , ผู้อ่าน : 11527 , 22:55:30 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ฟังธรรมแล้วบรรลุฉับพลันนั้นเป็นไปได้ด้วยเหรอ?
 
นี่คงเป็นคำถามที่หลายๆคนโดยเฉพาะผู้มาใหม่ คงสงสัยอย่างหนักว่ามีจริงด้วยหรือในยุคกึ่งพุทธกาลที่ โลกกำลังหลงกิเลสกันสุดๆแบบที่เป็นอยู่ ประกอบกับการที่สติปัฏฐานสี่ ซึ่งถูกสอนกันอยู่ทั่วไปนั้น มีภาพของการทำความเพียรอย่างยากเย็นติดแน่น ชนิดแกะไม่ออก จนนิพพานกลายเป็นของสูง ต้องปีนป่ายตะกายดาวกันแทบตาย
 
หลายคนคิดเอาเองว่าคนยุคพุทธกาลมีบุญมาก จึงฟังธรรมแล้วบรรลุต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้าได้ทันที ในขณะที่ในยุคปัจจุบันนั้น ต้องปฏิบัติแบบเอาเป็นเอาตายกว่าจะได้โสดาบัน (จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะหากยังดำรงตัวรู้อยู่ ข้อละสักกายทิฏฐิก็ไม่ผ่านแล้ว)
 
ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่แค่เรื่องบุญบารมีหรอก สาเหตุหลักคือธรรมที่เราฟังกันในปัจจุบันนั้นไม่ตรงต่อสัจธรรมที่พระ พุทธเจ้าทรงประกาศเอาไว้ ธรรมที่เราฟังกันอยู่มากมายนั้นเป็นเพียงแค่โลกียธรรมที่ทำได้แค่จุนเจือ ชีวิตไม่ให้ลำบากจนเกินไปต่างหาก เรียกว่าเอาแค่ดีเพื่อประคับประคองชีวิตเท่านั้น ไม่ใช่โลกุตรธรรมแท้ที่ผู้ฟังสามารถบรรลุตาม จบตาม ดับสังสารวัฏตามได้ทันทีที่เจอประโยคที่เป็นรหัสนัยเฉพาะตัว
 
โลกุตระธรรมหรือสัจธรรมแท้นั้นมีลักษณะที่จบให้กับสรรพสัตว์ จบให้กับสังสารวัฏ อานุภาพของสัจธรรมนั้นดับการเวียนว่ายตายเกิด คลายอุปาทานในตัวรู้ เมื่อคลายแล้ว ทั้งวิชชาและอวิชชาก็ไม่เหลือ นิโรธทันที เพียงแค่ฟังให้ตรงเท่านั้น ส่วนโลกียธรรมนั้นอย่างดีก็อัพเกรดภพภูมิให้แต่ก็ไม่จบ ยังวนเวียนเป็นสังสารวัฏอยู่ หรืออย่างดีที่สุดก็ละขันธ์ได้หมดยกเว้นตัวรู้ ที่ละไม่ได้ เพราะมันถูกเจริญจนไม่รู้จะละยังไง ซึ่งโดยธรรมชาติดั้งเดิมแท้นั้นจิตไม่มี เป็นสุญญตา ที่มีขึ้นมานั้นเป็นมายากรรมล้วนๆ ดังนั้นหากยังมีผู้รู้ไปติด ผู้รู้ไปหลุด จากทุกข์ จากกิเลส จากสภาวะธรรมต่างๆ หรือกระทั่ง พบผู้รู้ให้ฆ่าผู้รู้ มันก็ยังติดอยู่ในมายากรรมของจิตอยู่ (ก็แล้วใครเล่าที่จะไปฆ่าผู้รู้ ถ้าไม่ใช่ตัวกู) เมื่อฝึกการเจริญขันธ์เหล่านี้มากๆก็จะได้ปัญญาจริง ได้บุญจริง แต่สุดท้ายก็เข้าไปติดกับสิ่งเหล่านี้จนถึงทางตัน ดังนั้นสัจธรรมจึงมุ่งตรงไปที่การปลงขันธ์ คือการไม่ต้องไม่ตั้งเอาเจตนาใส่ลงไปในธาตุขันธ์ใด พอไร้เจตนาเข้าไปขับเคลื่อน ก็ไม่เป็นกรรม เป็นเพียงธรรมโดยธรรมอยู่เองแล้ว คืออายตนะก็สักแต่ว่าทำงานไป แต่ไม่เชื่อมโยงความหมายในการเป็นการมีอะไรขึ้นมาอีก เรียกว่าไม่ปรุงต่อ พอไม่ปรุงต่อ ไม่จดจ่อลงไปในขณะหนึ่งขณะใด ก็ไม่ต้องแบกสัญญา ไม่ติดสัญญา พอวิญญาณขันธ์ไม่วนไปในทั้งสองขันธ์นี้และขันธ์อื่นๆ แม้กระทั่งจิตเอง มันก็จะดับลง นั่นแหละนิพพาน แต่การไร้เจตนานั้นไม่ได้ทำให้คนกลายเป็นผักครับ เราก็ยังสามารถดำรงค์ธาตุขันธ์ต่อไปได้โดยธรรมเองอยู่แล้ว ก็พระอรหันต์ดำรงธาตุขันธ์ได้อย่างไรก็เป็นไปลักษณะเดียวกัน
 
ซึ่งพระอรหันต์แท้ๆนั้นสุดท้ายก่อนที่จะก้าวข้ามโคตรปุถุชนสู่อริยะ ก็ปลงทุกอย่างแม้กระทั่งจิตตนเองเหมือนกัน ที่พระอรหันต์ท่านต้องไปลุยทำ ลุยปฏิบัติก่อนนั้นก็เพราะเป็นเรื่องของอนุสัยที่ตอกย้ำมานาน บำเพ็ญมานาน จนเกิดกี่ชาติก็ต้องทำ ทำไปก่อน แต่ชั่วขณะที่ตรงต่อพระนิพพานนั้นเกิดขึ้นจากการปลงธาตุขันธ์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุบังเอิญหรือไม่ก็ตาม (ปลงธาตุขันธ์ ไม่ใช่การฆ่าตัวตายนะครับ แต่หมายถึงการไม่เอาอะไรกับธาตุขันธ์แล้วนั่นเอง คือมีก็เหมือนไม่มี เพราะไม่ยึดติดแล้ว)
 
แล้วในเมื่อขั้นตอนสุดท้ายก็คือการปลงวิญญาณขันธ์หรือจิต ทำไมถึงไม่ทำเป็นขั้นตอนแรกจะได้ไม่ต้องบำเพ็ญเพียรจนเลือดตาแทบกระเด็น?
 
สาเหตุก็เพราะในปัจจุบันไม่มีใครรู้จริงๆว่าการปลงวิญญาณขันธ์นั้นเป็น อย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ ประกอบกับพระไตรปิฎกฉบับที่ใช้กันอยู่นั้นถูกแก้ไขจนผิดเพี้ยนไปหมด(กลาย เป็นสัทธรรมปฏิรูปโดยไม่มีใครรู้) ทางสายเอกของผู้ปฏิบัติจึงกลายเป็นเรื่องยากถึงยากที่สุด และพลอยทำให้สัจธรรมแท้ที่ปรากฎขึ้นในสังสารวัฎอีกครั้งกลายเป็นเรื่องไม่ น่าเชื่อไปด้วย เพราะกรรมบังตัวเดียวแท้ๆ
 
หากผู้มาใหม่ท่านใดคิดจะลองฟังธรรมของหลวงพ่อดู แนะนำให้ขอขมากรรมกันก่อน โหลดไปฟังแล้วน้อมตามก็ได้ เพื่อที่จะเปิดกรรมที่ปิดบังสัจธรรมอยู่ ขอขมากรรมบ่อยๆ และหยาดน้ำเป็นประจำ หลังจากนั้นคุณจะค่อยๆเข้าใจสัจธรรมของหลวงพ่อและคลายไปเอง
 
ถึงตรงนั้นก็จะได้รู้ว่าทำไมผู้ที่ไปเจอหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะถึงได้ไปจบกันที่นี่ทั้งหมด

จบทุกเส้นทางที่วัดร่มโพธิธรรม




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
bepran วันที่ : 14/06/2010 เวลา : 02.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bepran


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พิราบเงา วันที่ : 13/06/2010 เวลา : 00.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kenrama8


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]