• ดับจิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-11-12
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 50583
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
ร่มโพธิธรรม
http://www.rombodhidharma.net เพื่อสัจธรรมแห่งพระนิพพาน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lifesession
วันศุกร์ ที่ 18 มิถุนายน 2553
Posted by ดับจิต , ผู้อ่าน : 931 , 13:43:57 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เคยถามตัวเองไหมครับว่าคุณไปปฏิบัติธรรมเพื่ออะไร?
 
เพื่อพัฒนาจิตใจ
เพื่อมุ่งนิพพาน
เพื่อลดความเครียด
เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับจิตใจตนเอง
เพื่อสร้างบุญ สร้างกุศล
ฯลฯ
 
คุณมองเห็นอะไรในจุดมุ่งหมายเหล่านี้บ้างหรือไม่?
 
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในจุดมุ่งหมายที่ดูดีเหล่านี้ก็คือตัณหานั่นเอง
 
คนที่มุ่งพัฒนาจิตใจ นั้นก็ต้องการดิ้นหนีจากความเสื่อมของจิตใจ
คนที่มุ่งนิพพาน นั้นก็ปรารถนาการพ้นทุกข์ ซึ่งตัวปรารถนานั่นแหละตัณหา
คนที่ปฏิบัติเพื่อลดความเครียด ก็ดิ้นหนีทุกข์
คนที่ปฏิบัติเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับจิตใจตนเอง ก็ต้องการหนีจากอกุศลกรรมและอบายภูมิ
เพื่อสร้างบุญ สร้างกุศล ก็เพื่อที่จะได้สุขสบายในภพชาติหน้า และทำให้ชีวิตของตนดีขึ้น
 
การดิ้นรนหนีสิ่งเหล่านี้ถือเป็นตัณหาทั้งหมดครับ คือดิ้นรนไปตามเวทนาที่เกิดขึ้น ดิ้นรนไปบนโมหะอุปาทานที่หลอกเราว่าเราเป็นผู้เข้าไปปฏิบัติ สักวัน "เรา" จะหลุดพ้นสังสารวัฏได้ โดยไม่เฉลียวใจเลยว่าการพา "เรา" ของตัวเอง เข้าไปฏิบัตินั้นก็ผิดเต็มประตูแล้ว เพราะ "ตัวเรา" นั่นแหละสังสารวัฏตัวพ่อเลย
 
ยิ่งไปกว่านั้นการปฏิบัตินั้นโดยปกติจะมีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์คือ "มุ่ง" นิพพาน แล้วอะไรเล่าที่เป็นเชื้อให้เรามุ่งนิพพาน ก็มานะ กิเลสตัณหาไงเล่า นั่นแหละม่านมายาชั้นยอดเลย แค่นี้ก็ไม่รอดแล้ว
 
หรือการตั้งหลักสูตรขึ้นมามันก็เป็นตัณหา เป็นมายาดักคอรอท่าเอาไว้แล้ว เพราะคนที่คิดว่าจะเข้าหลักสูตรกรรมฐาน ก็จะเกิดภาพในใจ ปรุงแต่งเตรียมเอาไว้หลอกหลอนตัวเองต่างๆนานาระหว่างทาง สร้างกับดักให้คอยเปรียบเทียบ เทียบเคียง คอยเช็ค คอยตรวจสอบสำรวจจิตใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา(ก็เพราะตัณหาความอยากดีไง) นอกจากนี้การปฏิบัติก็ยังผลักดันให้ผู้ปฏิบัติ ศึกษาหาความรู้ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็กลายเป็นการเสพติดปัญญา ซึ่งปัญญาก็ยังเป็นเนื้อหาของกรรมอยู่ ทำให้ชอบคิด วิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ เปรียบเทียบ เทียบเคียง ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามาแล้วนั้นก็ล้วนแต่เป็นการไปเจริญสังสารวัฏ หรือการเวียนว่ายเวียนวนต่อภพต่อชาติในธาตุขันธ์ต่างๆอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งทั้งหมดนั่นก็คือมายากรรมนั่นเอง เพราะในความเป็นจริงแล้ว มันไม่มีอะไรไปมีอะไรกับอะไรอยู่แล้ว ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมันไม่มีความหมายในความเป็นอะไรอยู่แล้ว นี่คือสัจธรรมแห่งพระนิพพาน ส่วนที่เราเป็นไอ้นั่นไอ้นี่ ที่เรามีขึ้นไอ้นั่นไอ้นี่ขึ้นมานั่นแหละ มายาทั้งนั้น ไม่ใช่พระนิพพาน
 
ไม่เท่านั้นการไปฟังหรือศึกษาสภาวะธรรมของคนอื่นหรือแม้แต่ของครูบา อาจารย์เองก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้จะเข้าไปเก็บอยู่ในสัญญาขันธ์ คอยเป็นข้อมูลให้สังขารขันธ์ทำงานในการปรุงแต่งในระหว่างปฏิบัติธรรม ส่งอารมณ์ แก้อารมณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่จะกลับมาจัดฉากให้เกิดสภาวะต่างๆตามที่เคยอ่านหรือ ฟังมาอย่างไม่รู้ตัว กลายเป็นอุปาทานซ้อนอุปาทาน เกิดเป็นวงจรหลอกตัวเองครบถ้วนสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังทำให้เข้าไปติดอยู่กับโครงสร้างของการปฏิบัติที่ถูกอุปโลกน์ ขึ้นมาเพื่อครอบผู้ปฏิบัติอีกชั้นหนึ่ง จนกลายเป็นการเนื่องด้วยการปฏิบัติ เนื่องด้วยรูปแบบไปในที่สุด สังเกตได้จากผู้ที่มาพบหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะนั้น ส่วนใหญ่จะคอยฟัง ฟังแล้วคิด เทียบเคียง วิจัย วิจารณ์ สงสัย และพยายามจัดข้อมูลใหม่ให้อยู่ในรูปแบบที่คุ้นเคย เทียบเคียงกับความรู้เก่า ซึ่งก็คือรูปแบบที่เคยปฏิบัติมานั่นแหละ นี่คือการเข้าไปติดในการปฏิบัติอย่างไม่รู้ตัว เสร็จแล้วก็ไม่เข้าใจสัจธรรมไปเสียเอง
 
นิพพานนั้นไม่ใช่อะไรกับอะไร ไม่เนื่องด้วยการปฏิบัติ ไม่เนื่องด้วยวิธีการ คือไม่เกี่ยวนั่นแหละ แต่วิปัสสนาที่เราเห็นก็คือการเนื่องด้วยการปฏิบัติ เนื่องด้วยรูปแบบ เนื่องด้วยวิธีการ เพราะมันไม่มีใครรู้จริงเกี่ยวกับรหัสนัยแห่งพระนิพพาน คนสอนก็เลยพาลมั่วกันไปตามอนุสัยของตัวเอง (หรือจริงๆเรียกว่าอนุสัยของความเป็นสัตว์ก็ได้ ที่จะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างให้ตัวเองหลุดพ้นจากอะไรสักอย่างตลอดเวลา) มั่วไม่มั่วเปล่ายังพาลูกศิษย์เข้ารกเข้าพงกันหมด ระบบของการฝึกวิปัสสนาจึงยิ่งซับซ้อน ลึกลับ เป็นรูปแบบ เป็นลีลา เป็นเอกสิทธิ์ เป็นอาญาสิทธิ์ เป็นทุกอย่างที่ไม่ตรงต่อนิพพาน ตรงข้ามกับสัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าที่มุ่งตรงไปที่การปลดเปลื้องความยึด ติดทันที (แม้กระทั่งความยึดติดในจิตของตน) โดยสิ้นเชิง
 
คำว่า "การปฏิบัติ" โดยตัวมันเองก็มีเจตนาในการที่จะเข้าไป "ทำ" เข้าไป "ฝึก" อยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นกรรม มันไม่มีหรอกว่าเราต้องทำกรรมไปก่อนถึงจะตัดสายโซ่แห่งกรรมได้ เพราะในเมื่อเราเข้าไปเจริญกรรม มันก็เป็นกรรม ไม่มีทางเป็นอื่น ตรรกะที่ลักลั่นแบบนี้แหละที่ยังไม่มีใครเฉลียวใจ มั่วปฏิบัติกันไปทั่วโลก ทั่วสังสารวัฏ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันก็แค่ปลงขันธ์ ไม่เอาอะไรกับมันนั่นแหละก็จะตรงต่อนิพพานทันที นี่คือความเป็นจริงแท้แห่งพระนิพพาน แต่ด้วยมานะของความเป็นสัตว์ที่เหนียวแน่นจึงทำให้ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่า นิพพานอะไรมันจะง่ายขนาดนั้น แล้วมานะที่ว่านี้ไม่ใช่เหรอ ที่ทำให้ต้องไปเวียนว่ายตายเกิดชดใช้กรรมไม่รู้จบ ก็โง่ลุยกันต่อไปสิ
 
การปฏิบัตินั้นเป็นกับดักขนาดใหญ่ที่ทำให้ผู้ปฏิบัติ เข้าไปติดทั้ง อุปาทาน โมหะ มายากรรม ขันธ์ ปัญญา ฌาน ญาณ ตบะ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเนื้อหาแห่งกรรม พูดง่ายๆว่ายิ่งฝึกมากขึ้นเท่าไหร่ ตัวกูก็ยิ่งพะรุงพะรัง(ไปด้วยธรรมและกรรม) หนาหนักจนทิ้งไม่ได้มากเท่านั้น
 
เอาแค่อ่านตอนนี้จบลง ลองถามตัวเองได้เลยว่า กล้าไหมที่จะทิ้งสิ่งที่ตนเองปฏิบัติมาเป็นสิบๆปี ถ้ามันผิดธรรม
 
เชื่อได้เลยว่าคนส่วนใหญ่ไม่กล้าทิ้ง เพราะความเสียดาย ก็ไอ้ความเสียดายนั่นแหละคือความยึดติดที่ไม่ตรงต่อสัจธรรมแห่งพระนิพพานไป เสียเอง
 
ก็ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติกรรมเพื่อพระนิพพานกันต่อไปเถิดท่านผู้เจริญทั้งหลาย
จากร่มโพธิธรรมดอทเน็ต
www.rombodhidharma.net




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]