• ดับจิต
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-11-12
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 50583
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
ร่มโพธิธรรม
http://www.rombodhidharma.net เพื่อสัจธรรมแห่งพระนิพพาน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lifesession
วันเสาร์ ที่ 26 มิถุนายน 2553
Posted by ดับจิต , ผู้อ่าน : 2366 , 20:54:22 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ก่อนที่จะปฏิฆะหรือหันไปมองหาก้อนอิฐมาเขวี้ยงใส่ผมก็ลองอ่านให้จบก่อนดีกว่าครับ
 
นิพพานนั้นไม่สามารถสัมผัสได้จริง สิ่งที่สัมผัสได้จริงไม่ใช่นิพพาน เพราะนิพพานอยู่นอกเหนือสภาวะทั้งปวงอยู่แล้ว รองรับสังสารวัฏอยู่แล้ว ไม่ใช่การเข้าสู่อีกโลกใบหนึ่งที่สุขเหลือเกิน สุขอย่างยิ่งแบบที่มีคนบรรยายเอาไว้
 
ที่ต้องจั่วหัวแบบนี้ก็เพราะเราใช้สมมติบัญญัติต่อพระนิพพานผิดกันไป หมด ไม่ว่าจะบรรลุนิพพาน ทางเดินไปสู่นิพพาน เข้านิพพาน ถึงกระแสพระนิพพาน ขึ้นสู่แดนนิพพาน เดินสู่มรรคผลนิพพาน ฯลฯ ซึ่งล้วนชี้นำให้ปุถุชนเข้าใจว่านิพพานเป็นสภาวะหนึ่งที่สามารถสัมผัสได้ ด้วยจิต ฝึกดีๆจิตก็เข้านิพพานได้ แต่ต้องมานะบากบั่นพากเพียรเดินทาง ดำเนิน เจริญจิตอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง เป็นเวลาเจ็ดวัน เจ็ดเดือน หรือเจ็ดปี ยิ่งมีผู้บรรยายสภาวะอันโลดโผนเมื่อพบพระนิพพาน(เทียม)แล้วยิ่งมั่วไปกัน ใหญ่ ยิ่งทำให้ผู้ปฏิบัติมุ่งไปแสวงหาสภาวะนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย(ไปยึดว่ามันคง เป็นแบบนั้น) เกิดความคาดหวัง คาดหมาย รอคอย พยายาม เบื่อโลกแล้วจะนิพพานแล้วโว้ย โดยลืมไปว่า ไอ้ที่มุ่งแสวงหานั่นแหละกิเลสล้วนๆ แล้วจะเจอหรือพระนิพพาน เจอแต่มายาที่จิตมันจัดฉากหลอกเอาสิไม่ว่า คนสอนที่ไม่รู้จริงมันก็สอนกันไปแบบผิดๆ ลงนรกกันทั้งยวง
 
นอกจากนี้การบรรยายสภาวะที่ผู้บรรยายอ้างว่าพบพระนิพพานแล้วอย่าง พิสดารยังทำให้นิพพานเป็นของสูง เป็นเรื่องยากเย็น ต้องอาศัยความชำนาญอย่างยิ่งยวด เลยเกิดเป็นโครงการ เป็นกรรมวิธี ลำดับขั้นตอน เป็นอะไรต่อมิอะไรติดพ่วงตามมามากมายไม่จบสิ้น รวมถึงการแบ่งแยกชนชั้น สูงต่ำ บัวสี่เหล่าอะไรนั่น มั่วกันบนสมมติทั้งนั้น นำมาซึ่งความแปลกแยกในหมู่สรรพสัตว์ ไม่ตรงต่อพระนิพพานที่ว่าดับอยู่แล้ว วางอยู่แล้วว่างอยู่แล้ว แต่นี่มันกลายเป็นวนอยู่แล้วตลอด วนแบบมีลำดับชั้นด้วยนะ เอาเข้าไปสิ
 
อันที่จริงแล้วไม่ว่าจะภพภูมิไหนก็มีค่าเหมือนกันก็คือยังวนอยู่ ถ้าไม่พบสัจธรรมบทสรุปก็คือวัฏฏะสถานเดียว การที่เราเข้าไปให้ค่า ให้ความหมายว่าเทวดาดีกว่าสัตว์นรก ก็ยังเป็นมิจฉาทิฏฐิอยู่ ทั้งหมดมันมีแค่จบกับไม่จบเท่านั้นเอง จบก็คือจบ วนก็คือวน นอกนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย แล้วนิพพานก็ไม่มีขั้น ไม่มีชั้นด้วย ปุถุชนสิมีชั้น นิพพานอยู่นอกเหนือการเปรียบเทียบ เทียบเคียงทั้งหมด นิพพานนั้นไม่ใช่สภาวะพิเศษพิสดารอะไรเลยนอกจากมันว่างอยู่แล้วตลอด ดังนั้นการว่างอยู่แล้ว วางอยู่แล้วโดยตัวมันเอง จะมี จะเป็นสภาวะที่พิเศษขึ้นมาก็ไม่ใช่ทั้งสิ้น เป็นความหลงไปเองทั้งนั้น ยิ่งพูดยิ่งผิด
 
ดังนั้นการบรรยายถึงสภาวะพระนิพพานอย่างพิสดารเช่น เห็นวัฏสังสารถล่มลงต่อหน้าต่อตา หรืออะไรทำนองนี้ก็เป็นการแค่ถูกมายากรรมหลอกเอาทั้งล้วน ฟังดูน่าตื่นเต้นนะ แต่มั่วจริงๆ เพราะยังมีตัวผู้รู้ ผู้ดูและสิ่งที่ถูกดูอยู่ แค่นี้สักกายทิฏฐิก็ยังอยู่ครบ อัตตาตัวตนอยู่ครบ หลงเอาไปว่า กูวางแล้ว กูว่างแล้ว นั่นแหละ โดนกิเลสอนุสัยมันหลอกตลอดทุกภพทุกชาติ จบก็จบไม่ลง หลงเอาว่าเป็นอรหันต์แล้วตลอด ดัง นั้นจะเป็นการดีกว่าถ้าจะพูดว่านิพพานไม่มีจริงโว้ย เพราะนิพพานอยู่เหนือสัมผัส ผัสสะ การรับรู้ใดๆ หากเข้าไปรู้มันก็ไม่ว่างแล้ว ไม่นิพพานแล้ว ดังนั้นผู้ที่ตรงต่อพระนิพพานแล้วก็ไม่ควรจะไปเช็คสภาวะเพื่อให้รู้ว่ามัน เป็นยังไง เพราะเมื่อไหร่ที่เข้าไปเช็ค แล้วบรรยายออกมาจะผิดทันที ถ้าไม่ใช่องค์พุทธะหรือพระมหาโพธิสัตว์ เพราะนิพพานนั้นอยู่นอกเหนือจิต นอกเหนือผัสสะใดๆจะไปรับรู้ได้ สิ่งที่เข้าไปรับรู้มาก็ไม่ใช่นิพพาน
 
ยิ่งถ้าไปบอกว่า "มี" นิพพานก็จะยิ่งกระตุ้นกิเลสตัณหาให้มุ่งให้พุ่งไปแสวงหาอีก มันใช้คำว่า "มี" กับนิพพานไม่ได้เพราะนิพพานมันไม่มีอะไร มันว่างจากเจตนากรรม มันว่างจากการรับรู้ใดๆ หยุดวนดู วนรู้ เจริญธาตุขันธ์นั่นแหละนิพพาน ดังนั้นมันจึงไม่มีนิพพานบนโลกสมมติ ถ้ายังหลงโลก หลงธรรมอยู่ ยังมีความหมายบนสมมติอยู่ก็ไม่นิพพาน ถ้านิพพานแล้วก็ไม่มีอะไรเลย ว่างท่ามกลางผัสสะอายตนะเลย มีธาตุขันธ์อยู่ก็เหมือนไม่มีเพราะไม่ยึดติด ว่าง(จากความยึดมั่น)อยู่แล้ว ใช้บัญญัติผิดๆก็พาสรรพสัตว์ไปฉิบหายกันหมด
 
หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะท่านจึงพูดถึงแต่รหัสนัยแห่งพระนิพพาน ก็เพราะไม่สามารถบรรยายสภาวะตรงๆได้ สิ่งที่ท่านบรรยายได้ก็คือสภาวะที่ไม่ตรงต่อพระนิพพานนั่นแหละ ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ฟังสัจธรรมตรงๆถึงได้คลายจากอุปาทานในขันธ์ ในตัวรู้ ถึงขนาดที่บางคนบรรลุฉับพลัน สว่างจ้าเดี๋ยวนั้นก็มี นี่คืออานุภาพของสัจธรรม ส่วนธรรมใดที่ฟังแล้วไม่จบตาม คลายตามก็เพราะไม่ตรงต่อสัจธรรม แต่ไปตรงต่อการวนแทน มันจึงงอกเงยต่อยอดไปเรื่อยไม่จบ ยิ่งรู้ก็ยิ่งสงสัย ยิ่งสงสัยก็ยิ่งศึกษา นั่นแหละครับลักษณาการของการวน รู้ไว้ซะด้วย หนังสือ ซีดีเลยเต็มบ้านไง ฟังสัจธรรมตรงๆเมื่อไหร่ตู้หนังสือว่างเมื่อนั้นก็เพราะมันจบไง ไม่ต้องต่อ ตัณหาเหือดทันที ไม่อยากดู ไม่อยากรู้อะไรอีก
 
พระนิพพานนั้นโดยเนื้อหานั้นก็คือความไม่ยึดติดล้วนๆ ไม่อะไรกับอะไร ไม่ต้องไม่ตั้ง เพราะทุกอย่างนั้นมันธาตุโดยธาตุอยู่เองแล้ว ธรรมโดยธรรมอยู่เองแล้ว อย่าหลงไปบนโลกสมมติ แม้แต่ศีลก็ยังเป็นเรื่องสมมติเลย การเข้าไปมีตัวมีตนเป็นผู้ถือศีลก็ผิดแล้ว ศีลคือการละเว้น ไม่ใช่ไปถือไปแบก ไปยึด ไปรักษา และการที่ไม่ต้อง ไม่ตั้ง ไม่ยึดนี่แหละมันยิ่งกว่าศีล 227 ข้ออีกเป็นศีลอริยะล้วนๆ ไม่ผิดธรรมใดๆเลย ดังนั้นสิ่งที่ทำเอา ดำเนินเอา แสวงหาเอา ยึดถือเอา นี่ผิดธรรมหมด มันไปตรงต่อคำว่ายึดติดทั้งหมด มันจึงไม่นิพพาน มันจึงไม่ว่าง นิพพานจึงเป็นเรื่องยากมากก็เพราะตีความและใช้บัญญัติกันผิดๆแบบปุถุชนนั่นแหละ

สัจธรรมแห่งพุทธอรหันต์




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
ดับจิต วันที่ : 30/06/2010 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

ถ้ายังมัวสาละวนกับธรรมคู่อยู่ จะกี่พุทธธ้นดรก็ไม่จบหรอก รู้เท่าไหร่ก็ไม่รอด มันก็ไปเรื่อยๆของมันนั่นแหละ

ส่วนนรกนั้นไม่กลัว เพราะ"ว่าง"อยู่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
โกศล วันที่ : 30/06/2010 เวลา : 13.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kosol
  เชิญแวะเยี่ยมบ้านของกระผมครับ www.kosolanusim.org 

ระวังจุติในอเวจีมหานรกไว้บ้างนะพี่ทิด

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ดับจิต วันที่ : 28/06/2010 เวลา : 00.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

ยากเพราะคุณเริ่มไปคิดพิจารณาไงครับ พิจารณาเมื่อไหร่ก็วนในธาตุขันธ์ทันที เป็นสังสารวัฏทันที

ครั้งแรกผมฟังเฉยๆมันก็ง่ายมากเลยนะ แต่พอคิดเท่านั้นแหละติดทันที สัจธรรมแท้นั้นไม่ต้องคิดตามครับ ฟังแล้วคลายตาม ดับตามได้เลย ฟังหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตไปเรื่อยๆ เดี๋ยวจะเข้าใจเอง

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
สาลี่หิมะ วันที่ : 27/06/2010 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sabaijai
สาลี่หิมะ

ยากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
khox วันที่ : 27/06/2010 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

นิพพานอยู่นอกเหนือการเปรียบเทียบ เทียบเคียงทั้งหมด
................
ใช่ครับ

เพราะเมื่อไหร่ที่เริ่มเทียบเคียง เท่ากับหยิบเอาความมี หยิบเอาอัตตา มาเทียบ เพื่อให้เข้าใจว่านี่คือนิพพาน อย่างนั้นนิพพาน ก็ไม่ใช่นิพพานแล้ว ตามที่ จขบ. กล่าวไว้

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ดับจิต วันที่ : 27/06/2010 เวลา : 00.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

"ทำ" อย่างไรให้ "ตัว" "ผมเอง" ไม่มีตัวตน ไม่รับรู้เรื่องใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีเกิดเป็นอะไรทั้งสิ้น "ขอ" ให้หมดเพียงชาตินี้ก็พอ

ที่ใส่เครื่องหมายคำพูดไว้งทั้งหมดนั่นแหละ ตัวตน และกิเลส ตัณหา อุปาทาน

อยากมันก็แค่อยาก มันไม่ตรงต่อนิพพาน มันดั้นด้นไปเรื่อยไม่จบ ก็ให้ละ ปลง ทั้งหมดที่มีอยู่ในเครื่องหมายคำพูดได้ มันก็จบทันที

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
โต๋เต๋ วันที่ : 27/06/2010 เวลา : 00.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/difference

ที่บ้านมีอิฐก้อนใหญ่ ยกพอไหว แต่จะให้ไปเขี้ยงใส่หัวใคร คงต้องโด๊ปยาบำรุงสัก 10 ปีก่อน คงพอมีแรงเขี้ยงบ้าง

เห็นด้วย ที่เดี๋ยวนี้พวกมารชอบมาบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อหวังให้ธุรกิจศาสนาของพวกนี้เจริญงอกงาม ภายใต้ความตกต่ำของศาสนาพุทธ

ส่วนเรื่องนิพพานจะมีจริงหรือไม่นั้น ผมไม่ใคร่จะสนใจ แต่สนใจอย่างเดียวว่า "ทำอย่างไรให้ตัวผมเองไม่มีตัวตน ไม่รับรู้เรื่องใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีเกิดเป็นอะไรทั้งสิ้น ขอให้หมดเพียงชาตินี้ก็พอ"

ยากจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 23.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

เดี๋ยวก็รู้

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 23.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

หาคนอื่นได้มั้ยครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

นี่คือรหัสนัยแห่งพระนิพพาน ใครที่ได้อ่านก็ถือว่ามีบุญแล้ว แม้จะไม่เข้าใจทันทีก็ไม่เป็นไร เพราะรหัสนัยนั้นได้ถูกฝังเข้าไปในใจแล้วแล้ว สักวันก็จะกลับมาหาหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะเพื่อจบสังสารวัฏเอง

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 23.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

อ้อ ยังติดกรรม ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็กลับมาเองนั่นแหละ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

ตึงหรือหย่อน..ใจตัดสิน
ถ้าตึงแล้วยังยิ้มหรือหัวเราะไ้ด้
แล้วหย่อนยังแอบน้ำตาไหล...
มันมาแล้วก็ไป...
สิ่งที่ตั้งใจให้ดี...ใครจะรู้...ถ้าเจ้าตัวไม่บอก
พองๆยุบๆนะสนุกต้องบริหาร
ถ้าพลาดก็โดนเส้นด้ายบาด
ขอบคุณครับ..งสาธุ
ได้ความรู้มากมาย...อิอิ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

ชีวิตมันก็แค่ความฝัน ถ้าต้องการจะฝันไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีใครว่า สังสารวัฏของใครของมันอยู่แล้ว ไม่มีใครตายจริงหรอก ตายได้ก็เกิดได้อีก เกิดมาทำแบบเดิมนั่นแหละ

ส่วนไอ้ความสุขที่ว่านั่นน่ะ มันก็ไม่ใช่ของจริง มันอนิจจังไหมเล่า

ส่วนอะไรที่ตึงที่หย่อนน่ะมันก็แค่มายาเหมือนกัน จริงๆมันไม่มีอะไรตึงอะไรหย่อนอยู่แล้ว หลงเข้าไปมีตัวตนกันเองทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
แค้มป์รักสงบ วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/another
http://s1.th.bitefight.org/c.php?uid=25099


ตึงไปก็ขาด หย่อนไปก็ไม่งาม อืม............

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

ทุกอย่างเป็นกรรม...แต่เราสามารถหาความสุขและความพึงพอใจในขณะที่เรายังอยู่บนโลกใบนี้ได้มั้ยครับ ถึงจะเป็นเพียงความสุขที่เรียกว่าปลอมๆ แต่ตื่นมาก็ผ่านไปอย่างที่พี่ว่า และงานที่ทำก็ไม่ได้สาระอะไร แต่มันก็เป็นที่สิ่งที่ดีที่สุดที่ลูกค้าหรือคนที่รับจากเราไป

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

เอาไว้เบื่อชีวิตขึ้นๆลงๆ หรือโดนกรรมเล่นงานจนคางเหลืองเมื่อไหร่ก็ไปกราบหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตได้ครับ แล้วก็จะได้รู้เองว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นจริงหรือไม่ ตามลิงค์ไปได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
แค้มป์รักสงบ วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/another
http://s1.th.bitefight.org/c.php?uid=25099


อืม

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

มันก็กรรมทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

ไม่ใช่ครับ ผมมีความสุขที่ได้ทำและขณะทำไม่ใช่ผล...ครับ
ผลจะยังงัยอีกเรื่อง...

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

ความสุขคือการเสวยผลของกรรมไงเล่า

สรรพสัตว์ทั่วสังสารวัฏก็คิดแบบนี้แหละ มันถึงต้องเวียนว่ายตายเกิดกันไม่จบไม่สิ้น

ชอบงานที่ทำใช่ไหมครับ มันไม่ใช่เหตุบังเอิญหรอก เพราะคุณทำงานแบบนี้มาไม่รู้กี่แสนกี่หมื่นชาติแล้วนั่นแหละ มันจึงติดเป็นกรรมอนุสัย เกิดเป็นคนกี่ชาติก็ต้องทำงานแบบนี้ตลอด แล้วมันก็ผ่านไป หาแก่นสารอะไรไม่ได้ตลอด

แล้วจะเอาอะไรอีกกับชีวิต เอาขึ้นมาก็เป็นกรรมทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

มันก็แค่มีความสุขที่ได้ทำ...และทำให้ดีที่สุด

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

ตั้งใจนั้นตั้งเอาหรือเปล่าเล่า ถ้าตั้งเอาก็เป็นกรรม ใครที่ทำงานแล้วไม่หวังผลบ้าง หวังเอาทั้งนั้น นั่นแหละกรรมกิเลสล่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

ความตั้งใจใช่ว่าจะซีเรียส

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

งานหรือหน้าที่ก็เป็นแต่เพียงเนื้อหาของกรรม เราอยู่ในสังสารวัฏนี้ก็เพื่อใช้กรรมทั้งนั้น กรรมดีบ้าง กรรมชั่วบ้าง แต่มันก็เป็นกรรม อย่างไปมีความหมายอะไรกับมัน ทำๆไปอย่าไปเอาเป็นเอาตายอะไรกับมัน อย่าไปจริงจังกับกรรม ทำแล้วๆไป ซีเรียสมากก็เป็นกรรมขึ้นมาอีก กรรมตีกลับให้เครียดอีก

คนที่ตั้งใจมากๆ เอาจริงเอาจังกับชีวิตมากๆนั่นแหละ ทุกข์ไหมเล่า

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

แต่ไม่ได้จากงาน จากหน้าที่..ใช่มั้ย

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

นิพพานชั่วคราวไม่มี

การนึกคิดตรึกตรองก็ยังเป็นเพียงเนื้อหาของกรรมอยู่ ยังเป็นกรรมในสัญญา สังขารขันธ์อยู่ มันไม่นิพพาน ปัญญาชนน่ะมีกรรม กรรมวนในสังขาร สัญญาขันธ์นั่นแหละ คิดเมื่อไหร่ ปรุงเมื่อไหร่ รู้เมื่อไหร่ มันก็ไม่ว่างเมื่อนั้น

ที่คิดเอาว่าตัวเองยังไม่ถึงเวลาก็เป็นกรรมเหมือนกัน กรรมมันบังเอา

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

มันไม่มีอะไรยึดกับอะไรอยู่แล้ว เข้าไปยึดมันก็เป็นกรรม ทุกๆสิ่งผ่านมาแล้วผ่านไป ยึดเอาไว้ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว แล้วจะไปดูมันทำไม ดูให้เกิดปัญญาเหรอ เกิดปัญญาก็ไปติดปัญญา

ก็ดูแต่ละคนสิ ทิ้งได้หรือเปล่าเล่า ติดวนทั้งนั้น ยิ่งศึกษาก็ยิ่งวน พระพุทธศาสนานั้นไม่ใช่ระบบการศึกษา พระพุทธศาสนาสอนให้ออกจากตัวเอง ออกไปจากวังวนแห่งสังสารวัฎภายใน ออกไปจากมายากรรม นั่นแหละนิพพานทันที

เมื่อนิพพานคือการไม่ยึดติด การตรงต่อนิพพานนั้นจึงไม่ใช่อะไร ไม่มีความหมายในการเป็นอะไรอยู่แล้ว ว่างจากตัวตน ว่างจากสภาวะทั้งมวล นิพพานอยู่แล้วจึงไม่เป็นตัวตน(อนัตตา)

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
แค้มป์รักสงบ วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/another
http://s1.th.bitefight.org/c.php?uid=25099


ผมเองไม่ลึกซึ้งอะไรนักครับ สนใจใคร่รู้
พยายามไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าใช่หรือไม่ใช่
ไม่เน้นเชื่อหรือศรัทธาโดยปราศจาคการไตร่ตรอง
อย่างพวกผมได้แต่ อาศัยหลักกาลามสูตรเป็นแนวทาง
หลีกเลี่ยงนิวรห์5
ก็แค่รู้จักหยุดรู้จักพอ
ขอแค่นิพพานชั่วคราวก็ยังดีครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

ยังงั้นมันก็เป็นที่ผ่านไป...โดยความเข้าใจ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

อย่าหลงไปตีความบนสมมติบัญญัติ เพราะสมมติทั้งหมดนั่นแหละภาพลวงตา ทุกอย่างในโลกธาตุนี้ล้วนเป็นแต่เพียงธาตุและสภาวะ ที่ไม่มีความหมายใดๆ ไม่มีอะไรที่ยึดติดกับอะไรอยู่แล้ว ไอ้การที่เราเข้าไปมีความเห็น ความหมายกับสิ่งต่างๆนั่นก็เพราะอวิชชามิใช่เหรอ เพราะโมหะมิใช่เหรอ เพราะอุปาทานมิใช่เหรอ ถึงได้มีนาม รูป ตามมา

ทีนี้แล้วจะ "มี" อะไรอีกเล่า ก็ในเมื่อมันมีแต่หลงไปเองทั้งนั้น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

เราจะคว้าเอาสิ่งใดเล่าในเมื่อ โลกสมมติทั้งหมดเป็นแค่มายากรรม เป็นแค่ความฝัน หากมันจะมีอะไรขึ้นมาสักอย่าง มันก็เป็นโมหะอุปาทานนั่นเอง ที่เข้าไปมี ดังนั้นพระพุทธศาสนาแท้นั้น ว่างอยู่แล้ว วางอยู่แล้ว นิพพานอยู่แล้ว ส่วนไอ้ที่หลงอุปโลกน์ขึ้นมาสอนกันน่ะ มันยังไม่ใช่ มันยังไม่ตรงต่อพระนิพพาน นิพพานจึงเป็นเรื่องยากไงเล่า

หลงกันมานานแล้วตื่นกันเสียที

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

ความว่างแบบปุถุชนนั้น เป็นความว่างจากสิ่งที่ถูกรู้ แต่ยังไม่ว่างจากผู้รู้ ว่างแบบนี้แหละที่ยังไม่ว่างจริง

ที่เราไม่ว่างก็เพราะเข้าไปทำ เข้าไปมีเจตนากรรมตลอดเวลา เข้าไปจมแช่อยู่ในสภาวะหน่งสภาวะใดตลอดเวลา พูดง่ายๆคือเข้าไป "คน" มันน่ะ(กรรม) มันก็เลยต้องเกิดเป็นคน มันจึงไม่ว่าง แต่โดยรหัสนัยแห่งพระนิพพานแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันว่างอยู่แล้ว วางอยู่แล้ว แค่ปลงรู้ ปลงเจตนากรรมก็นิพพานอยู่แล้วทันที

ก็ไอ้การปฏิบัติธรรมนั่นแหละเป็นการดำเนินกรรมกับธาตุขันธ์โดยตรงเลย เอาวิญญาณขันธ์เข้าไปวนในขันธ์อื่น ตามดู ตามรู้ นี่คือกรรมตรงๆที่ไม่มีใครรู้ การปฏิบัติธรรมจึงเป็นความว่างจากสิ่งที่ถูกรู้ แต่ยังไม่ว่างจากจิตผู้รู้ คือยังตกอยู่ใต้อำนาจของธรรมคู่อยู่ตลอด ธรรมคู่ก็คือโมหะนั่นแหละ ว่ากันตรงๆการเข้าไปปฏิบัติธรรมก็คือการเข้าไปเจริญอุปาทานนั่นแหละ องค์พุทธะจริงๆสอนให้ปลง ไม่ใช่เข้าไปเจริญ

นิพพานนั้นคือความไม่ยึดติดกับสภาวะหนึ่งสภาวะใด ธาตุหนึ่งขันธ์ใด พอไม่ยึดมันก็ไม่ร้อน ไม่เย็น พ้นจากทวิภาวะทันที นิพพานทันที

ความว่าง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แค้มป์รักสงบ วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/another
http://s1.th.bitefight.org/c.php?uid=25099


สิ่งใดที่เราไม่เห็นไม่รับรู้หรือไม่สามารถรับรู้ได้ ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีครับ
ท่านธรรมดิลก ได้เคยพูดเมื่อยามยังมีชีวิตว่าให้ฟังไว้ว่า "พระพุทธศาสนา เปรียบได้ดังต้นไม้ใหญ่ ที่แผ่กิ่งก้านสาขาใหญ่โต สติปัญญาของแต่ละผู้คนนั้นต่างกัน ก็ขึ้นอยู่ว่า เขาได้คว้ากำอะไรด้ บ้างได้ใบ ได้ดอก บ้างได้แก่น ได้เปลือก ผลเน่าก็ตาม แต่นั่นคือพุทธศาสนา เช่นกัน " ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

ความว่างก็คือความไม่ว่างชนิดหนึ่งไม่ใช่หรือครับ
แล้วถ้าความว่างนั้นมันเย็น...แล้วมันถือว่าเป็นนิพพานได้มั้ยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ดับจิต วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 21.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eyeplay
ว่างอยู่แล้ว ไม่ต้องมีอะไรดับอะไร

สอนมั่วกันมานานแล้วครับ สอนให้มัวแต่ดันไปข้างหน้า กระตุ้นกิเลสกันเข้าไป ก็ไม่มีใครจบจริงสักคน

สัจธรรมสำคัญแห่งองค์พุทธะได้ปรากฎขึ้นในสังสารวัฏอีกครั้งหนึ่งแล้ว เพื่อล้างระบบเก่าที่มันผิดธรรมอยู่ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์
www.rombodhidharma.net

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 26/06/2010 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

จั่วหัวเรื่องเสียตกใจหมดเลยครับ แต่พออ่านแล้วจึงเข้าใจเจตนาของผู้เขียนในการนำเสนอ แต่ยังต้องอ่านเนื้อหาให้ละเอียดกว่านี้ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]