• Captain_Pop
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saksit.stp@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2019-07-22
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 815
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
ตั้งสติ ให้สตรอง
รวบรวมความรู้ทางจิตวิทยา มาจับประเด็นกับเรื่องราวจริงที่ทุกคนอาจเจอได้ในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่เกิดกับตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lifesteering
วันจันทร์ ที่ 22 กรกฎาคม 2562
Posted by Captain_Pop , ผู้อ่าน : 108 , 18:53:23 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“งานหนักไม่เคยทำให้ใครตาย” จริงดิ??

แต่ปีนี้ (2019) องค์การอนามัยโลกรับรอง “ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout)” เป็นโรคชนิดหนึ่ง แล้วนะ!!!

โรคนี้สามารถพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าจนอาจฆ่าตัวตายได้เลย

 

โรคนี้ก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะจากการสะสมความเครียดจากการทำงานมาเป็นระยะเวลานาน แต่ความเครียดก็ไม่ใช่ตัวการเสมอไปหรอกนะ บางครั้งความ “ไม่เครียด” ก็เป็นสาเหตุ (พูดเป็นเล่น)

จะว่าไปความเครียดนี่ก็เป็นเรื่องปกตินะ หลายครั้งก็เป็นประโยชน์ แต่ที่เป็นโทษคือการ “สะสม” ของความเครียดต่างหาก เรื่องนี้ถ้าจะให้พูดก็ยาวเป็นมหากาพย์ได้เลย เอาไว้วันหลังค่อยมาต่อละกันนะครับ

วันนี้แค่จะเล่าเรื่องที่นึกถึงขึ้นมาตอนที่ได้ข่าวเรื่องเบิร์นเอาต์นี่แหละครับ

 

 

เป็นเรื่องของเพื่อนผมคนหนึ่ง เธอมีลูกสาววัยจบการศึกษาเพิ่งเริ่มทำงาน แล้วก็ตามประสาพ่อแม่สมัยนี้ ที่มีเรื่องสารพัดของลูกที่เข้าใจยากซะจริง พวกพ่อแม่มาเจอกันทีก็ไม่มีอะไรมาก นินทาลูกนั่นแหละ

มีครั้งหนึ่งแทนที่คุณเพื่อนเธอจะนินทาลูกเหมือนก่อน กลับออกแนวกังวล

เธอเล่าว่าลูกสาวเป็นคนออกแนวเก็บตัว (ศัพท์จิตวิทยาเค้าเรียก Introvert) ชอบใช้ความคิดคนเดียว เวลาเครียดก็เครียดคนเดียวไม่ค่อยบอกใคร และเรื่องก็เกิดจากที่ลูกสาวได้งานแรกเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี (น้องจบบัญชี เกรดดีมากด้วย) ผมขอเรียกว่า “ออดิท” ก็แล้วกัน

ขึ้นชื่่อว่าทำงาน “ออดิท” แล้ว ไม่มีทางที่จะเป็นงานเบา ๆ ชิล ๆ แต่เป็นงานที่หนักมาก เข้างานเช้า เลิกงานดึก บางทีเลิกงานเช้าก็มี...ฟังแล้วไม่น่าเป็นงานที่น่าทำเลยเนอะ แต่ขอโทษ!! ถ้าเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่ในวงการเค้าเรียกกันว่า “Big 4” ล่ะก็ นับเป็นงานที่คนในสายงานบัญชีใฝ่ฝันอยากทำกันไม่น้อยเลยทีเดียว แบบว่าประวัติการทำงานแบบนี้ เป็นใบรับประกันได้ดีกว่าปริญญาไหนๆ เลย

ตอนแรกเพื่อนผมก็ไม่คิดหรอกว่างานที่ลูกสาวทำจะหนักแบบเสียงลือเสียงเล่าอ้างพวกนั้น แต่ปรากฏว่ามันหนักอย่างที่เขาล่ำลือกันจริง ๆ ครับ

บางวันน้องก็กลับถึงบ้าน 4 ทุ่ม บางทีก็ 5 ทุ่มจนเลยไปเที่ยงคืนก็มี เห็นน้องว่าช่วงงานเร่งๆ พี่ ๆ บางคนกลับตี 2 เลยก็มี... และบางสัปดาห์ก็ไปออกจ๊อบต่างจังหวัด 2-3 วัน เรียกได้ว่าอยู่ออฟฟิศมากกว่าอยู่บ้านก็ได้

แล้วเพื่อนผมก็เริ่มสังเกตว่าน้องยิ้มน้อยลง พูดน้อยลง พอกลับถึงบ้านปุ๊บก็ตรงดิ่งขึ้นห้องปั๊บ ปิดประตูเงียบ ไม่พูดกับใครเลย พอวันเสาร์อาทิตย์ก็ตื่นสายโด่งปาไปเกือบเที่ยง ตอนบ่ายวันเสาร์ก็ดูร่าเริงดีอยู่หรอก แต่พอบ่ายวันอาทิตย์ก็เริ่มหดหู่ พอตกค่ำก็ห่อเหี่ยวไปเลย...

ตอนแรกก็เข้าใจว่าเหนื่อยและอยากพักผ่อน

แต่พอผ่านไปนานเข้าหลายเดือน จนครอบครัวเพื่อนผมเริ่มแบบ “เอ...แบบนี้ไม่เข้าท่าแล้วนะ”

เพื่อนบอกว่าน้องเคยบ่น “ไม่อยากเป็นออดิทหรอก แต่ก็จบบัญชีมา จะทำอะไรได้อีกล่ะคะนอกจากออดิทกับบัญชี?”

อืม...ตอบยากแฮะ

ผมเชื่อว่ามีวิธีเปลี่ยนสายอาชีพอยู่นะ แต่ว่าตอนนั้นผมคิดว่าน้องคงมืดมนสุด ๆ แล้ว ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี มองอนาคตไปก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้น งานที่ทำอยู่ก็ดันเป็นงานดีที่หลายๆ คนใฝ่ฝันซะอีก จะลาออกก็น่าเสียดาย

จนกระทั่งวันหนึ่งที่น้องได้คุยกับคุณแม่ (เพื่อนผมน่ะแหละ)

คุณแม่เป็นห่วงน้องมากครับ เพราะจากที่น้องเป็นคนเงียบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้เงียบเป็นเป่าสากยิ่งกว่าป่าช้า

เธอกลัวว่าน้องจะเป็นโรคซึมเศร้า (ตอนนี้คุณแม่คงรู้จัก “เบิร์นเอาต์” แล้วล่ะ) เลยคุยกับน้องว่าให้เปลี่ยนงานดีไหม?

เหมือนปลดล๊อกครับ!! น้องค่อนข้างแปลกใจ เพราะที่ทนรับสภาพอยู่ก็เพราะแคร์คนรอบข้างโดยเฉพาะคุณแม่ที่ภูมิใจมากที่เธอได้ทำงานในองค์กรใหญ่มีชื่อเสียง

หลังจากนั้นก็เหมือนทุกอย่างเริ่มดีขึ้น น้องดูร่าเริงขึ้นและยิ้มมากขึ้น น้องมาคุยกับคุณแม่ว่า “หนูไม่อยากทำออดิทแล้ว หนูอยากพัฒนาภาษาอังกฤษ แล้วก็ไปสมัครเป็นแอร์โฮสเตส ถ้าได้เป็นแล้วจะก็จะมีเงินเก็บเยอะ ๆ หนูจะเอามาใช้คืนแม่ แล้วก็เอาเงินก้อนนี้ไปเรียนต่อ”

มีเหรอครับที่เพื่อนผมจะไม่ยอม? แม่ก็คือแม่ ยิ่งแม่สมัยนี้ยังไงลูกก็ต้องมาก่อน เพราะสุขภาพของน้องทั้งร่างกายและจิตใจดูจะย่ำแย่เอามาก ๆ

เพื่อนผมบอกว่าพอน้องปลดล๊อกได้ก็ดูสดใสขึ้นมาก และเธอก็ตั้งใจเรียนภาษารวมถึงสมัครเป็นแอร์โฮสเตสมากจริง ๆ ผมก็ดีใจกับเพื่อนด้วยครับ เพราะเธอเองก็เป็นกังวลเรื่องลูกสาวของเธอมากๆ เหมือนกัน

แต่มีคำถามหนึ่งผมอยากรู้มากเลย ผมก็เลยถามออกไป

“แล้วถ้าไม่ได้เป็นแอร์ฯ ล่ะ? จะทำยังไง?”

“ก็...ทำอาชีพอื่น อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ออดิท!”

โอเคครับ ชัดเจน

 

....................................

Story by: Saksit Sathanapong, Ph.D. (Counseling Psychology)





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน